Masuk“ลูกสาวของข้า! ฮือ ๆ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ ใครกันที่มันโหดเหี้ยมทำร้ายเจ้าได้ถึงเพียงนี้”
“ลูกพ่อ!!” เสียงร้องไห้ระงบด้วยความตกใจและเสียใจดังขึ้นไม่หยุด แต่พอพวกเขาหันมาเห็นหนิงอันและหนิงฮวา ความโกรธก็ปะทุขึ้นมาในทันที พวกเขาจ้องมองมาที่พวกนางอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “เจ้า! เจ้ามันตัวซวย! เจ้าตัวหายนะ! เจ้ามันตัวอัปมงคล! เมื่อก่อนไม่เคยเกิดเหตุการณ์อะไรเช่นนี้ พอมีเจ้ามาอยู่ก็เริ่มมีเรื่อง ดูสิชีวิตของลูกสาวข้าทุกควักหัวใจจนตาย เจ้าจะรับผิดชอบยังไงบอกมาสิ?” “ใช่งานถางหญ้าอะไรข้าไม่ทำแล้ว หนิงอันเจ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นเลย เจ้ามันตัวซวยฮือ ๆ ลูกแม่ใครมันทำเจ้า?” หนิงอันและหนิงฮวายืนตกตะลึงตัวแข็งค้าง มองชาวบ้านที่มองมายังนางด้วยสายตาโกรธแค้น นางคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิด หากเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น พวกเขาจะโทษนางทันทีแม้นางจะไม่ได้เป็นคนทำก็ตาม “พวกเจ้าใจเย็นก่อนพวกเราต้องหาตัวคนร้าย ไม่ใช่ไปโทษนาง” จางมู่ซวนรีบบอกให้ทุกคนใจเย็นลงแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลเพราะพวกเขาโกรธจนไม่ฟังอะไรทั้งนั้น “ต้องโทษอยู่แล้วหากไม่มีตัวเสนียดจัญไรดาวอัปมงคลมาอยู่ที่นี่ หมู่บ้านเราก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ ลูกสาวข้าเพิ่งจะเจ็ดขวบก็ต้องมาตายเสียแล้ว ฮือ ๆ “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านต้องขับไล่นางออกไปทันทีนะเจ้าค่ะ นางเป็นตัวหายนะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น” “ใช่ ๆ ไล่ครอบครัวนางออกไปเลย” “ออกไป ๆ ๆ ๆ” ชาวบ้านร้องไล่ขึ้นมาพร้อม ต้าหลงเดินมาจับมือหนิงอันและหนิงฮวาอย่างให้กำลัง นึกสงสารโชคชะตาของพวกนาง ที่จะต้องมาทนฟังคำพูดใส่ร้ายเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา หากไม่ใช่เรื่องนี้ก็จะมีเรื่องอื่นอยู่ร่ำไป เพราะคนเราหากได้ปักใจเชื่อสิ่งใดแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนความคิดได้ง่าย ๆ หนิงอันมองชาวบ้านด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ยามนี้นางรับรู้แล้วว่าพี่สาวของนางรู้สึกอย่างไร การใส่ร้ายป้ายสีทั้งที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ความรู้สึกมันเจ็บปวดเช่นนี้นี่เอง หนิงอันเริ่มมองพวกเขาอย่างแข็งกร้าวและเย้ยหยัน นางที่มีความตั้งใจจะช่วยเหลือพวกเขาให้อยู่ดีกินดี มายามนี้นางคิดว่าควรช่วยเหลือคนที่มีความเชื่อมั่นกับตัวเรา ไม่เอนไหวไปตามสายลมเหมือนไม้ปักขี้เลนและไม่ยอมมองถึงเหตุผลเป็นหลัก และจากที่คิดว่าจะเป็นคนดีก็เลยต้องเปลี่ยนใจ ในเมื่อเป็นคนดีโชคชะตามักไม่เข้าข้าง นางก็ขอร้ายในแบบของนางก็แล้วกัน “ท่านลุงจางให้คนไปแจ้งทางการเถิดเจ้าค่ะส่วนข้าและครอบครัวจะไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้น” จางมู่ซวนรู้จักแยกแยะเขาจึงพยักหน้ารับ เมี่อก่อนเขายอมรับว่ามีอคติกับนาง แต่หลังจากนางช่วยรักษาคนให้หายป่วย เขาก็เปลี่ยนความคิดไปโดยสิ้นเชิง เขาหันไปบอกคนให้ไปแจ้งทางการ ส่วนหนิงอันมองทุกคนด้วยสายตาเยียบเย็น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดังว่า “วันนี้ข้าขอประกาศหากใครเชื่อมั่นในตัวข้า ข้าจะส่งเสริมให้อยู่ดีกินดี หากใครยังคิดว่าข้าเป็นตัวอัปมงคล ก็จงกลับบ้านไปเสียส่วนคนที่อยู่ทำงานต่อ ข้าจะถือว่าได้พวกท่านได้ตัดสินแล้ว และข้าขอสัญญาว่าจะปกป้องและดูแลทุกคนอย่างสุดความสามารถ” “เชอะ! คำพูดของเด็กน้อยเช่นเจ้าจะเชื่อถืออะไรได้” หนึ่งในชาวบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน จางมู่ซวนถอนใจออกมา ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เอาละข้าให้ทุกคนตัดสินใจ จะทำงานต่อหรือว่าจะกลับบ้านไป ข้าไม่ได้บังคับแต่ข้าเลือกที่จะอยู่” “จางมู่ซวน!! เจ้ามันคนประจบสอพลอ เห็นนางมีเงินขึ้นมาหน่อยก็ทำเป็นพูดดีเข้าข้างนาง เป็นเพราะนางให้เงินเจ้าวันก่อนสินะ ปัดโถ่ว! ข้ารู้เท่าทันเจ้าหรอกนา”ชายผู้หนึ่งตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นว่าจางมู่ซวนตัดสินใจจะทำงานต่อ “ก็แล้วแต่พวกเจ้าจะคิด ใครที่อยู่ต่อทำงานต่อเถอะ” จางมู่ซวนไม่ใส่ใจบอกคนที่เลือกจะอยู่ต่อให้เริ่มทำงาน หนิงอันมองคนที่ตัดสินใจอยู่ราว ๆ สิบคนได้ อย่างน้อยก็ยังมีคนเชื่อใจนางอยู่บ้าง “เดี๋ยวก่อนเจ้าคะพวกท่านมีบุตรสาวหรือไม่?” หนิงอันเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ ศพที่ตายเป็นเด็กผู้หญิงกันหมด นางคิดว่าคนร้ายน่าจะพุ่งเป้าไปที่เด็กสาว “มีขอรับ/มีเจ้าค่ะ” หนิงอันพยักหน้ารับรู้จากนั้นก็พาทุกคนเดินกลับมาที่เรือน หนิงฮวาเดินมาจับมือหนิงอันเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน “ทำอย่างไรเราถึงจะรู้ว่าคนร้ายเป็นใคร?”หนิงอันเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เท่าที่พ่ออยู่มานานหลายพันปี มีตำนานเล่าขานว่าจอมมารหานไท่จิ้นผู้บำเพ็ญเพียรตบะ ในหนึ่งห้าร้อยปีต้องตื่นขึ้นมากินหัวใจของเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ถึง99ดวงเพื่อพลังของตน แต่ว่านั่นเป็นเพียงตำนานเล่าขาน ยังไม่ได้รับการพิสูจน์แต่อย่างใด” “แต่ว่ามันก็จะมีกลุ่มลัทธิบางจำพวก ที่เชื่อว่าการกินหัวใจของเด็กสาวบริสุทธิ์ จะทำให้พลังปราณของตนมีเพิ่มมากขึ้น หรืออย่างนางมารเล็บแดงผู้ใฝ่ฝันถึงความเป็นอมตะ ที่เชื่อว่าการเอาหัวใจของเด็กสาวมากลั่นเป็นยา จะทำให้นางยังคงความงดงามดั่งสาว2000ปีไม่มีวันโรยรา” “แต่หากทันสมัยขึ้นมาหน่อยก็คือนำหัวใจมาเปลี่ยนถ่ายทางการแพทย์ อันนี้ข้าเพียงได้ยินมายังไม่ได้รับการพิสูจน์เช่นกัน” หนิงอันฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ได้แต่ถอนใจออกมาด้วยความหนักใจ นางเคยแต่ฟังเรื่องเล่าฆาตกรซีอุยที่ฆ่าเด็กแล้วนำตับมาต้มกิน แต่พอมาอยู่ในยุคจีนโบราณดูเหมือนจะมีมากกว่าซีอุย ที่ทุกคนดูเหมือนจะคลั่งไคล้หัวใจของเด็กสาวบริสุทธิ์ “เราต้องให้เด็กสาวมาอยู่รวมกันที่นี่ชั่วคราว” “ข้าเห็นด้วยนะหนิงอัน” ฮุ่ยเหม่ยรีบเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วย เพราะเวลานี้นางเชื่อว่าหนิงอันและหนิงฮวาสามารถปกป้องทุกคนได้ อีกอย่างมีเทพมังกรดำมาอยู่ด้วย ทุกคนต้องปลอดภัยแน่นอน แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีลมก็พัดมากรูใหญ่ จากนั้นสายตาของหนิงอันและหนิงฮวา ก็เหลือบไปเห็นดวงวิญญาณของเด็กสาวทั้งเจ็ดดวงมายืนอยู่ตรงประตูรั้ว ร่างกายของพวกนางชุ่มโชกไปด้วยเลือด ตรงบริเวณหน้าอกข้างซ้ายเป็นรูโบ๋เพราะถูกควักหัวใจออกไป “พี่หญิงมองเห็นใช่หรือไม่?” “ใช่ข้ามองเห็น” “เราไปหาพวกนางกันเถอะ” หนิงอันและหนิงฮวาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของวิญญาณเด็กสาวทั้งเจ็ดคน พวกนางยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “พี่หญิงข้าต้องขอโทษแทนบิดาและมารดาของข้าที่เสียมารยาทกับพวกท่าน ที่ข้ามาหาพี่หญิงทั้งสองเพราะว่ามีคนจะเอาวิญญาณของพวกข้าไปเจ้าค่ะ” หนิงอันและหนิงฮวาหันมามองหน้ากัน ขนาดตายไปแล้วเป็นวิญญาณก็ยังมีคนจะมาเอาวิญญาณไป “แล้วข้าจะช่วยพวกเจ้าได้อย่างไร?” พอหนิงอันถามออกไปร่มที่นางถือไว้ก็เริ่มสั่นขึ้นมา หนิงอันจึงรีบดึงร่มออกมากาง ก่อนแสงสีทองจะเปล่งประกายออกมาและจางหายไป “ข้าเป็นร่มปราณวิญญาณสามารถให้ที่พักพิงของเหล่าวิญญาณได้เจ้าค่ะ” “แล้วใครจะมาเอาวิญญาณของพวกเจ้า?” หนิงฮวาถามขึ้นอย่างสงสัย “เป็นจอมเวทผู้หนึ่งเจ้าค่ะ ส่วนคนที่ฆ่าพวกข้า ข้ามองไม่เห็นเจ้าค่ะรู้แต่เพียงว่า พวกเขาต้องการเอาหัวใจของพวกข้าไปทำยา” หนิงอันยื่นมือไปสัมผัสกับแขนของพวกนาง ก่อนจะหลับตาลง คนร้ายจำนวนสามคนใส่ชุดคลุมปิดบังใบหน้า ใช้พลังควักเอาหัวใจของเด็ก ๆ ออกไปอย่างน่าสยดสยอง พวกเขาใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดที่เรือนหลังหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางป่าเขาที่เงียบสงัด นางมองพวกเขาได้ไม่ชัดนักเพราะเหมือนจะมีม่านอาคมปิดกั้นการมองเห็น หนิงอันลืมตาขึ้นมานางก็พยักหน้าอนุญาตให้กับดวงวิญญาณทั้งเจ็ด จากนั้นดวงวิญญาณทั้งเจ็ดดวงจึงลอยเข้ามาอยู่ในร่มแล้วหายไปทันที แต่ว่าไม่นานหลังจากนั้นก็มีชายในชุดนักพรตเดินผ่านมาพอดี หนิงอันและหนิงฮวามองด้วยความแปลกใจ หรือว่าจะเป็นเขาที่กำลังตามล่าดวงวิญญาณ แต่ว่าพวกนางบอกว่าเป็นจอมเวทนี่ “คารวะท่านนักพรตเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านจะเดินทางไปที่ใด?” “พอดีข้าได้ยินว่ามีเด็กสาวถูกฆ่าตาย ข้าก็เลยแวะมาดูเสียหน่อย เพราะข้าสามารถสื่อสารกับดวงวิญญาณได้ ข้าจึงอยากมาช่วยพูดคุยกับดวงวิญญาณถึงตัวคนร้ายเพื่อช่วยไขคดี” เขาเอ่ยตอบออกมาด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ “ท่านหัตถ์ทองคำข้าสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณในตัวเขาที่มีมากมายเจ้าค่ะ” ร่มที่นางถือเอ่ยขึ้น หนิงฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็สะบัดพัดสีทองกางออกมาทันที จากนั้นเสียงในหัวของนางก็ดังขึ้น “ท่านพัดทองคำ ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความชั่วร้ายของชายผู้นี้ขอรับ” ชายนักพรตเริ่มสังเกตเด็กน้อยตรงหน้าอย่างพิจารณา เขาเองก็สัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันสูงส่งของพวกนางทั้งสองคน หากว่าพี่ชายของเขาได้หัวใจสองดวงนี้ไป พลังของเขาคงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแน่ แต่ว่าพวกนางมองเขาแปลก ๆ เหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง ไม่ได้เขาต้องรีบหนี แต่ว่าเหตุใดขาของเขาถึงก้าวไม่ออก เกิดอะไรขึ้น! “ถ้าเช่นนั้นท่านก็ไปเถิดเจ้าค่ะ” “เอ่อ…คือ” นี่เขาเป็นอะไร? เหตุใดขาถึงขยับไม่ได้? หรือว่าพวกนางจะมีวิชาแล้วสกัดขาเขาเอาไว้? จะเป็นไปได้อย่างไร? “เหตุใดท่านยังไม่ไปอีกละเจ้าคะ?” คราวนี้หนิงอันแอบยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ เจ้าคนชั่วใช้พลังดูดวิญญาณแล้วนำไปทำคุณไสยทำร้ายผู้อื่น วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง “หนิงอันเดี๋ยวข้าช่วยเขาเอง”กล่าวจบหนิงฮวาก็สะบัดพัดออกไปทันที พลังลมอย่างมหาศาลพัดเอาร่างของนักพรตลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศ “ช่วยด้วยยยยยย!!” เขาแหกปากร้องออกมาอย่างตกใจและหวาดกลัว เขาไม่รู้เลยว่าร่างของเขานั้นไปตกยังที่ใด หนิงฮวาหัวเราะออกมาอย่างสะใจ สมน้ำหน้าไปสู่ที่ชอบ ๆ นะ“คารวะองค์ชายห้า ขอแสดงความยินดีที่พระองค์กลับมาเดินได้อีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ” ชุ่นลี่ถังเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อมแต่ว่าเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า องค์ชายห้าปรายตามองเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งโดยไม่ใส่ใจท่าทีร้อนรนของเขาเลยสักนิด พอเขานั่งลงเรียบร้อยก็ได้มองไปที่ชุนลี่ถังด้วยสายตาเยียบเย็น องค์ชายห้าเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ดั่งชายชาตินักรบ ยิ่งวันนี้เขาสวมอาภรณ์สีเข้ม ก็ยิ่งทำให้เขาดูดุดันน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาขององค์ชายห้าทำเอานายอำเภอชุนลี่ถังถึงกับมือเท้าเย็นเยียบ แต่เขาก็พยายามเก็บอาการและทำใจดีสู้เสือต่อไป“ห้าปีมานี้ข้าปล่อยให้ท่านดูแลเมืองตงซิ่วแทนข้า ท่านคงเหนื่อยและลำบากอยู่ไม่น้อย ถึงเวลาที่ข้าควรจะมาดูแลด้วยตนเองเสียที กุญแจกองคลังข้าคงต้องขอคืน” กล่าวจบเขาก็แบมือมาตรงหน้า ชุนลี่ถังหน้าซีดเผือดก่อนจะรีบคุกเข่าลง“องค์ชายกระหม่อมไร้ความสามารถ ห้าปีมานี้ต้องทำให้พระองค์ผิดหวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “ข้าขอกุญแจคลังไม่ได้อยากฟังคำพูดแก้ตัวของเจ้า!” คราวนี้องค์ชายห้าเริ่มจะไม่พอใจเมื่อเขาไม่นำกุญแจมาให้เขาเสียที ชุนลี่ถังร่างกายเริ่มสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจระงับ เขาจะทำอย่างไรดี กองคลังของเ
วันต่อมาหนิงอัน หนิงฮวา ฮุ่ยอิง ก็เดินทางมาที่วังเหมันต์อีกครั้งเพราะคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง หนิงอันจึงต้องมาเตรียมช่วยเขาถอนคุณไสย องค์ชายห้าได้แจ้งเอาไว้กับทหารหน้าประตูวังแล้วว่า หากเป็นหนิงกันมาก็ให้เข้าพบได้ตลอดเวลา และให้ทุกคนปฏิบัติต่อพวกนางอย่างให้เกียรติ ทหารจึงพาพวกนางมาที่ห้องทำงานขององค์ชายห้า ที่ยามนี้พวกเขากำลังรอการมาของหนิงอันและหนิงฮวาอย่างใจจดใจจ่อ ทุกคนนั่งปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังถึงเรื่องการปกครองเมืองตงซิ่ว องค์ชายห้าเติบโตมาก็อยู่แต่ในสนามรบ เขาไม่ถนัดเรื่องการปกครองเท่าใดนักและยิ่งเขากลายเป็นคนพิการเดินไม่ได้ เขาจึงปล่อยหน้าที่ดูแลเมืองตงซิ่ว ให้เป็นของนายอำเภอชุนลี่ถังดูแลทั้งหมด แต่พอเขากลับมาเดินได้แล้วเช่นนี้ เขาจึงคิดว่าควรจะลุกขึ้นมาดูแลเมืองตงซิ่วด้วยตนเองอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดียามนี้เขามืดแปดด้าน พระสนมผินจึงเสนอให้เขาแต่งตั้งหนิงอันเป็นที่ปรึกษาเพราะเท่าที่นางสังเกตดู ถึงแม้ว่าหนิงอันจะดูเยาว์วัยแต่ก็ดูฉลาดเฉลียวอยู่ไม่น้อยและนางก็มีภาวะความเป็นผู้นำสูง นางจึงคิดว่าหนิงอันน่าจะให้คำแนะนำที่ดีได้อย่างแน่นอนองค์ชายห้าเห็นด
เช้าวันต่อมาเมื่อแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณกระทบยังขอบฟ้า เสียงนกเสียงกาเริ่มขับขานเป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านหมู่บ้านเฉินอันที่เมื่อวานกลับมาบ้านพร้อมไข่ทองคำคนละลูกสองลูก พอมาวันนี้พวกเขาก็รีบตื่นนอนกันแต่เช้า บางคนแทบไม่ได้นอนเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ บางคนกังวลว่าหากนอนแล้วอาจจะตื่นสาย แล้วไปไม่ทันคนอื่นจึงไม่กล้านอน สภาพเช้านี้ของทุกคนจึงอิดโรยเหมือนไม่ได้นอนกันแทบทุกคนหนิงอันและหนิงฮวาลุกขึ้นมาต้มโจ๊กหม้อใหญ่ไว้รอพวกเขา เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอย่างแน่นอน อีกทั้งหนิงอันและหนิงฮวายังช่วยส่งพลังไปที่หม้อต้มโจ๊ก เพื่อให้ทุกคนได้กินแล้วมีพลังในการทำงาน หนิงอันสอบถามบิดาเรื่องไข่ทองคำว่า เขาเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นใช่หรือไม่ แต่เขาก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำ หนิงอันจึงครุ่นคิดหากว่าเขาไม่ได้ทำก็อาจจะเป็นสวรรค์ที่ประทานโชคมาให้ทุกคนเมื่อทุกคนมาถึงก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมของอาหาร ที่ลอยคลุ้งอยู่ในชั้นบรรยากาศ ทุกคนหลับตาพร้อมสูดกลิ่นเข้าไปอย่างลืมตัว กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวมันทำให้พวกเขารู้สึกหิวขึ้นมาทันที โครกคราก! เสียงท้องของพวกเขาร้องดังขึ้นมาอย่าง
หนิงอันเดินกลับมาที่กระโจมที่ทำขึ้นมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้อยู่ ยามนี้มีเด็กสาวรวมแล้วสามสิบคน พวกนางกำลังนั่งหัดเขียนอักษร หากให้เดาคงเป็นบิดาของนางที่สอนให้พวกนางหัดเขียนเป็นแน่ แบบนี้ก็ดีเติบโตไปจะได้อ่านออกเขียนได้ พอคิดมาถึงตรงนี้หนิงอันก็คิดว่าทุกหมู่บ้านควรมีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนหนังสือ นางต้องปรึกษาเรื่องนี้กับองค์ชายห้า เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยุคนี้จะเน้นให้เด็กผู้ชายได้เรียนหนังสือมากกว่าเด็กผู้หญิง แต่นางคิดว่าทุกคนควรมีสิทธิ์ได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกัน นางจะทำให้ทุกหมู่บ้านมีการศึกษาที่ดี เพื่อลดการเหลื่อมล้ำของชนชั้น ทุกครอบครัวมีรายได้อยู่ดีกินดี นางจะทำให้เมืองตงซิ่วเจริญรุ่งเรืองและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใคร ๆ ก็อยากมาเที่ยวชมยามนี้องค์ชายห้าขาหายดีแล้ว เมื่อเขาก้าวเข้ามาดูแลเมืองตงซิ่วอย่างจริงจังและมีนางคอยให้คำแนะนำ นางเชื่อว่าทุกอย่างต้องไปได้ดีอย่างแน่นอนหนิงอันเดินมาทรุดนั่งข้างหนิงฮวา ที่กำลังช่วยหัดให้เด็กน้อยเขียนตัวอักษร ส่วนบิดานั่งจิบชาอย่างผ่อนคลาย“เมื่อกี้มีคนอยากมาลองดีเจ้าค่ะคงอยากทดสอบข้า พี่หญิงตอนนี้เรามีศัตร
จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง“เกิดอะไรขึ้น?”“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!“เด็กแฝดนรก?”“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยต
โม่โฉวเข็นองค์ชายมายังล้านกว้างกลางวังเหมันต์ โดยมีลี่หยาง หนิงอัน หนิงฮวา และทหารองครักษ์อีก100นาย บนกำแพงมีกลุ่มนักฆ่ายืนอยู่ข้างบนราวยี่สิบคน ทุกคนล้วนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า จ้าวลัทธิสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าด้วยเช่นกัน เขามององค์ชายห้าด้วยแววตาเย้ยหยันแกมสมเพช ก็แค่คนพิการคนหนึ่งจัดการง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก สององครักษ์ข้างกายองค์ชายฝีมือจะสักเท่าไหร่กันเชียว“หากองค์ชายยอมสละชีวิต ทุกคนก็จะปลอดภัย”จ้าวลัทธิเอ่ยขึ้นมา องค์ชายห้ายังคงนั่งนิ่งโดยมีโม่โฉวและลี่หยางมายืนประกบซ้ายขวา หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาแล้วหันกลับไปมองชายที่ยืนอยู่บนกำแพง จากนั้นพวกนางก็เดินไปอยู่ด้านหน้าขององค์ชายแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ“ท่านลุงหากท่านยอมสละชีวิตทุกคนก็จะปลอดภัยเช่นกัน”“...”องค์ชายห้ารีบเมินหน้าไปมองที่อื่นเพราะเขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ ลี่หยางและโม่โฉวก็เช่นกัน พวกเขากลั้นขำจนใบหน้าบิดเบี้ยว หนิงอันตัวน้อยท่าทางและคำพูดของเจ้ามันตลกจริง ๆจ้าวลัทธิมองสองดรุณีน้อยวัยเยาว์พลางนึกขัน พวกนางช่างไม่หวาดกลัวอันตรายเลยสักนิด แต่ว่าเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงปราณทิพย์อันบริสุทธิ์ นางสองคนเป็นใ






![I'll follow Apollo [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
