LOGIN“ยี่หวา ไปดูหนังกันมั้ย” เสียงของบะหมี่ถามเพื่อนสนิท
“ไม่อ่า ว่าจะกลับบ้านเลยช่วงนี้แม่ไม่ค่อยสบาย บะหมี่ไปกับลูกปอนะ” เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มหันไปบอกเพื่อน
“โอเค อยากไปเยี่ยมคุณแม่ วันหยุดเดี๋ยวเราไปกันนะ” ลูกปอบอกอย่างเป็นห่วง ได้ไปเยี่ยมตอนอยู่โรงพยาบาลหลายครั้ง แต่กลับบ้านแล้วไม่ได้ไปเยี่ยมเลย
“ได้ เจอกันพรุ่งนี้นะ บ๊ายบาย” ยี่หวาโบกมือลาเพื่อนๆ เมื่อถึงใต้ตึก
ยี่หวามีอีโคคาร์เล็กๆ หนึ่งคัน เป็นรถมือสองที่พี่ชายของเธอซื้อให้เป็นของขวัญวันเปิดเรียน เรามีกันแค่สามคนแม่ลูก พี่ชายที่ทำงานส่งเธอเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ บวกกับเงินมรดกและบ้านสองชั้นหลังกลาง ที่พ่อทิ้งเอาไว้ก่อนที่จะหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
ยี่หวากลับมาถึงบ้านก็เห็นมอเตอร์ไซค์ของพี่ชายจอดอยู่ เธอยิ้มหยิบถุงน้ำเต้าหู้ที่ซื้อมาฝากแม่แล้วเดินเข้าบ้านไป แม่ของเธอหลับอยู่ในห้องหน้าระเบียงชั้นล่างที่พี่ชายแบ่งห้องเอาไว้เพราะอยากให้แม่สูดอากาศดีๆ
“ยี่หวา ไปเก็บเสื้อผ้า” แม็กซ์ที่เดินลงมาจากชั้นสองบอกน้องสาว
“ไปไหน พี่แม็กซ์ ทำไมหน้าพี่เป็นแบบนั้น” ยี่หวาตกใจกับสภาพของพี่ชาย
“ไปเก็บเสื้อผ้า เราต้องไปจากที่นี่”
“ไปไหน พี่แม็กซ์บอกน้องก่อน” ท่าทางร้อนรนของแม็กซ์ทำให้ยี่หวาต้องรู้ความจริง การย้ายไปจากบ้านที่เธอเกิดและโตมา แถมแม่ยังนอนอยู่บนเตียงเดินก็ลำบากแบบนี้เพราะเพิ่งผ่าตัดมามันไม่ใช่เรื่อง
“..ฮึก ไปนะยี่หวา พี่ขอโทษ ขอโทษ” แม็กซ์ทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดแรง ยี่หวาส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจแล้วลงไปนั่งตรงหน้าพี่ชาย ดีที่แม่หลับอยู่
“พี่แม็กซ์ ฮึก ไม่ร้องนะ บอกน้องว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ยี่หวาส่ายหน้าแล้วเธอก็ไม่สามารถห้ามน้ำตากับสภาพของคนเป็นพี่ตอนนี้ได้
“พี่..เป็นหนี้ร้อยล้าน”
“ฮะ!”
“พี่ทำงานให้กับคุณภาคิน แฝงตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ให้กับคุณอภิสิทธิ์จนทำความเสียหายให้คุณภาคินเป็นร้อยล้าน พี่โดนจับได้ พวกนั้นจะฆ่าพี่”
“พี่ทำทำไม” ยี่หวายิ่งกว่าช็อก
แต่สายตาของแม็กซ์ที่มองไปที่แม่ที่นอนหลับอยู่บนเตียงทำให้ยี่หวาสะอื้น เหตุผลคือคนที่พวกเขารักมากที่สุด
“ฮึก พี่แม็กซ์” ยี่หวากอดพี่ชายของเธอแน่น
“พี่ขอโทษ..พี่เลวมาก พี่..พี่ไม่สมควรเป็นพี่ของน้องเลยยี่หวา” แม็กซ์ที่ตอนนี้กลัวตายจนทำในสิ่งที่เลวระยำที่สุดลงไป
“ไม่ พี่คือพี่ที่ดีที่สุดของยี่หวานะ ฮึก พี่แม็กซ์อย่าร้องนะ” พี่ที่ดูแลปกป้องเธอมาตั้งแต่เล็ก เหมือนพ่อมากกว่าพี่ด้วยซ้ำ
“..พี่ที่ไหนจะบอกขายน้องสาวเพียงแค่กลัวตายยี่หวา.. ฮึก” แม็กซ์ร้องออกมาอย่างหนักอีกครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
“..!! พะ..พี่หมายความว่าไงคะ”
“พี่ขอโทษ ฮึก ตอนนี้เราต้องหนี ต้องหนีนะ” ไม่รู้ว่าจะหนีพ้นรึเปล่า แต่แม็กซ์จะไม่ยอมให้น้องสาวต้องไปตกนรกแน่นอน
“พี่แม็กซ์ ฮึก พี่แม็กซ์บอกน้อง”
“พี่.. พี่เสนอน้องให้มันจนกว่าพี่จะหาเงินไปใช้หนี้ได้ แต่เงินที่มีตอนนี้ยังไม่ได้สักเสี้ยวเลยยี่หวา พี่เลว พี่น่าจะตายไปแทนที่จะพูดขายน้องไปแบบนั้น” แม็กซ์ว่าอย่างรู้สึกผิด
ตอนนี้ต้องหนี ต้องหนี!
“เงินพวกนั้น.. คือค่ารักษาแม่ใช่มั้ย ฮึก คือเงินที่ส่งน้องเรียน ฮึก ใช่มั้ยคะ” ยี่หวาถามเสียงเครือ แม็กซ์ที่ตอนนี้น้ำตาเปรอะไปทั้งหน้า เขาพยักหน้าเบาๆ
แม็กซ์ทำงานให้กับอภิสิทธิ์ศัตรูของภาคิน การทำงานของเขาไม่ได้ออกหน้าและอภิสิทธิ์ที่รับรู้ความจำเป็นในการใช้เงินของหมากที่เขากำลังหา โดยการยื่นข้อเสนอเงินก้อนใหญ่ทั้งเรื่องรักษาแม่ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ และน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ปี 2 เป็นจุดอ่อนที่ทำให้แม็กซ์ยอมตกลงอย่างง่ายดาย
หักหลังคนคนหนึ่งเพื่ออีก 2 ชีวิตที่เขารักให้อยู่รอด..
“..พี่ขอโทษ” แม็กซ์ว่าอย่างหมดแรง
“พี่ไม่ต้องขอโทษนะ ฮึก น้องไม่โกรธเลย ไม่โกรธ”
“ยี่หวา..” น้ำตาที่นองหน้า แม็กซ์เจ็บเจียนตายกับความรู้สึกผิด
“พี่ทำเพื่อน้องกับแม่มาตั้งแต่เด็ก.. หากการที่น้องยอม ฮึก มันจะทำให้พี่รอดและแม่ยังอยู่ น้องยินดีค่ะ”
“รู้รึเปล่าว่ามันหมายถึงอะไร” แม็กซ์มองหน้ายี่หวาอย่างตกใจ
“..ขายตัว คำนี้คงใกล้เคียงที่สุดใช่มั้ยคะ” ยี่หวาฝืนยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
“ยี่หวา เราจะหนี เราจะหนีนะ”
“เราจะหนีพ้นเหรอพี่แม็กซ์ ฮึก.. แม่ล่ะ ถ้าแม่รู้แม่ไหวรึเปล่า ฮึก” ยี่หวาสะอื้น กระซิบพูดกับพี่ชายเพื่อเบาเสียงลง แต่ตรงนี้แม่ไม่สามารถมองเห็นพวกเขาได้
คำพูดของยี่หวาคือสิ่งที่แม็กซ์ไม่อยากยอมรับ.. หนีไม่พ้นหรอก หนียังไงก็ไม่พ้น
“...”
“ขอบคุณที่ทำเพื่อแม่กับน้องมาตลอดเลยนะคะ ฮึก ให้น้องได้ทำบ้าง นะคะ” ยี่หวายื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้พี่ชาย
“ยี่หวา..”
“น้องไม่เป็นไรเลย มันก็คงไม่ถึงตาย..”
อ้วนตื่นมาก่อนพี่คีธของเธอ เด็กตัวน้อยขยับตัวออกจากแขนของพี่ที่กอดอยู่แล้วลุกนั่ง มองไปที่หน้าต่างที่ตอนนี้มีแสงเข้ามาแล้ว “ตับบาด” ยาหยีพึมพำแล้วก้มลงมองคีธ เห็นพี่ยังหลับแต่คุยกันแล้วนี่นาว่าจะไปตักบาตรด้วยกัน “คี้ดด ตื่มม” ยาหยีจับแขนของคนพี่แล้วเขย่า คีธที่หลับไปนานหลายชั่วโมงเมื่อโดนน้องปลุกก็ตื่นขึ้นมาได้ง่ายๆ เลย “อื้มม อ้วน” คีธลืมตาอย่างงัวเงียแล้วเรียกยาหยี “ตื่มน๊า ไปตับบาดกะน้อน” ยาหยียิ้มแป้น คีธขยับลุกขึ้นนั่งบ้าง ตื่นมาก็ยิ้มสดใสแบบนี้เลยนะอ้วนนะ “ฟอด มอร์นิ่งครับ” คีธขยับไปหอมแก้มน้องดังฟอด “คิก~ มอนิ่มม จุ๊บ” ตัวอ้วนเหรอจะยอม ขยับไปจุ๊บลงที่แก้มพี่บ้างจนคีธหัวเราะ “ครับ ไปล้างหน้าแปรงฟันกันดีกว่าเนอะ” “เค้ ป่ะ” ยาหยีพยักหน้าหงึกหงักเมื่อพี่ชวน “ต้องทำไงก่อนนะ” คีธพูดแล้วยิ้ม “คิก~~” ยาหยีหัวเราะ ไม่ลืมหรอกว่าต้องพับผ้าห่มก่อนลุกจากเตียง ผ้าห่มที่ใช้แค่ผืนเดียวสองคน ตอนนี้ทั้งคีธและยาหยีก็ช่วยกันพับจนเสร็จแล้วจับมือกันลุกจากเตีย
ปาร์ตี้กันเสร็จหมอเคนและเจสซี่ก็ขอตัวกลับ “ฝากด้วยนะคะยี่หวา” เจสซี่เอ่ยก่อนที่จะกลับ “ได้เลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะยาหยีดูแลอย่างดี” ยี่หวายิ้มบอก “อาฝากพี่คีธด้วยนะลูก” “ค้า~” ยาหยียิ้มบอกแล้วกอดแขนพี่คีธของเธอเอาไว้ “ให้พี่คีธไปหอมแก้มน้องคาริสาก่อนค่ะ” ยี่หวาต้องบอกให้อ้วนปล่อยพี่คีธแป๊บหนึ่ง เด็กตัวน้อยช้อนตามองพี่แล้วก็ยอมปล่อยอย่างดี คีธเดินไปหอมแก้มน้องสาวที่พ่ออุ้มเอาไว้ “เจอกันพรุ่งนี้นะคะคาริสา ฟอดด” คีธหอมแก้มน้องสาวดังฟอด “เจอ นิ!” คาริสาพูดตามพี่แล้วยิ้มกว้าง เด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อน ตาเป็นประกายฟ้าเข้มเช่นเดียวกับพี่ชาย “ค่ะ เจอกันนะ” “บ๊าย~~ ยิฉา” ยาหยีโบกมือให้น้อง คาริสาโบกมือให้เช่นกัน รอส่งจนพ่อแม่ของคีธลับตาก็พากันเข้าบ้าน คืนนี้แม็กซ์กับแฟร์ก็ค้างที่นี่ด้วย ตอนนี้พากันขึ้นห้องไปเรียบร้อยแล้ว “หนูอาบน้ำแล้วเข้านอนกับพี่คีธเลยนะคะ พี่คีธมีการบ้านมั้ยครับ” ยี่หวาสั่งยาหยีเสร็จก็ถามคีธ “ผมทำเสร็จตั้งแต่เย็นแล้วครับคุณป้า”
คีธนั่งมองเด็กตัวอ้วนที่กำลังเล่นกับแมวอย่างไม่รู้จักเบื่อ ยาหยีไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะต้องวิ่งไล่จับลูกสมุน ไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะตามตื๊อโมชิเวลาไม่เล่นด้วยเพราะอารมณ์ไม่ดี ยาหยีงอแงบ้างเหมือนเด็กคนอื่นๆ เวลาไม่ได้ดั่งใจ แต่กลับหายไวมากโดยที่บางครั้งไม่ต้องทำอะไรเลย ยาหยีเป็นคนที่มุ่งมั่นกับทุกอย่างและทุกอย่างของยาหยีก็ทำให้คีธไม่เคยเบื่อเด็กคนนี้เลย.. น่ารักจนใจเจ็บมีอยู่จริง “คี้ดด” ยาหยีที่เล่นกับโมชิจนเหนื่อยเพราะวิ่งไล่จับแมวเด็กด้วยตอนนี้กลับมาหาคีธที่แค่นั่งมองเฉยๆ “ครับ เหนื่อยแล้วเหรอ” คีธถามยิ้มๆ ปัดขนแมวออกจากแก้มเล็กนั่นให้ด้วย “เหน่ยแย้ว น้อนจ๊อก” ยาหยีบอกคนพี่ “โอเค งั้นเราออกไปกันนะครับ ไม่เอาแมวออกไปนะให้นมมาเอาออกเอง” คีธบอกน้อง เพราะไม่กล้าปล่อยลูกสมุนของยาหยีออกไปโดยพลการ “เค้” ยาหยียิ้มพยักหน้าเพราะเล่นจนเหนื่อยแล้ว ไม่ให้เอาเจ้าเหมียวพวกนี้ไปก็ได้ “ป่ะ” คีธลูบหัวกลมๆ ของเจ้าแมวทั้งหลายแล้วส่งมือไปหาน้องเมื่อยืนขึ้น ยาหยียิ้มแล้วจับมือของคีธแน่น “อุ่มจัม” ยาหยียิ้มบอก
ยาหยีกลับมาถึงบ้านโดยที่วันนี้เป็นคุณแม่คนเดียวที่เข้าไปรับเพราะคุณพ่อยังทำงานอยู่ “น้อนน ถึมจางงง” ยาหยีวิ่งลงจากรถแล้วร้องเรียกน้องชายของตัวเอง “พิ!” เสียงของภาณินร้องเรียกพี่สาวแล้วเดินไวๆ มาหาเหมือนกัน “โป๊ะโหน่ยย ฟอดด จุ๊บ” ยาหยีหอมหัวน้องแล้วกดจูบที่หน้าผากจนตรงนั้นของน้องเปียกไปหมด ยี่หวาเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้ม เดินตามลูกเข้าไป “คุณหนูกลับมาแล้ว” ตาที่เดินออกมาทักทาย “น้อนจ๋าค้า” ยาหยียกมือไหว้ตาแล้วยิ้มโชว์แก้มบุ๋มของตัวเอง “จ๋าค่ะ หิวมั้ยเอ่ย” ตายิ้มเอ็นดูคุณหนูของเธอสุดหัวใจ “จ๊อกกก~~” ยาหยีลูบพุงตัวเองเป็นวงกลมจนทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ยิ้มออกมา “ทำยังไงก่อนคะ” ยี่หวาถามลูก “เปี่ยนชุบค้า” “โอเค ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาทานของว่างนะ เย็นนี้เราจะทำอะไรกันน้า” ยี่หวาหรี่ตาถามลูก “จินจุ้งง คิคิ น้อนยอคี้ดด” ยาหยีตอบทันทีพร้อมกับยิ้มกว้าง “ใช่ค่ะ วันนี้มีทะเลเผา” “โน น้อนจินจุ้ง” ยาหยีส่ายหน้า
“ได้ข่าวว่าน้องสาวน่ารักเหรอ ตัวอ้วนๆ” คำพูดของเพื่อนเมื่อถึงพักเที่ยงทำให้คีธหันไปมอง “..” คีธมองเพื่อนนิ่งๆ “อะไร ก็แค่ถาม แค่นี้ก็หวงเหรอ” เพื่อนสนิทอย่างโตว่าอย่างเกรงๆ นิดหน่อย ก็เข้ามาเรียนที่นี่แม้ว่าคีธจะเข้ามาทีหลัง แต่กลับกลายเป็นผู้นำของกลุ่มไปอย่างงงๆ เพราะความเก่งและไม่ค่อยกลัวอะไรทำให้สามารถตัดสินใจอะไรได้แบบไม่ลังเลทำให้เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มต่างก็รู้สึกว่าพึ่งพาคีธได้ อีกอย่างคีธก็นิสัยดีและมีน้ำใจกับเพื่อนด้วย แม้จะดูเย็นชาไปนิดก็เถอะ “ใช่ เราไม่ชอบให้ใครมาพูดถึงน้องเราด้วย” คีธตอบกลับตรงๆ “ก็แค่อยากรู้จักไว้ไม่ได้หรือไง น้องสาวเพื่อนเนี่ย” โตว่า “..” คีธไม่ตอบอีกครั้งจนเพื่อนยอม “นายก็อย่าไปอยากรู้จักอะไรขนาดนั้นได้มั้ยโต เพื่อนไม่ชอบใจเนี่ย” เจอาร์ เพื่อนอีกคนพูดแล้วส่ายหน้า “เออๆ ไม่รู้จักก็ได้ ก็เห็นว่าลูกอมมาพูด” “..พูดว่าอะไร” เพราะคีธตงิดใจว่าไม่น่าจะชมว่าน่ารัก “ก็แค่บอกว่าน่ารักดี แต่..” “แต่?” คีธเลิกคิ้ว
“วันนี้เก่งเหมือนเดิมมั้ยคะ” ยี่หวาจับแก้มลูกสาวยามที่นั่งอยู่ในรถกำลังจะไปส่งที่โรงเรียนในวันที่ 2 “เก่มม” ยาหยียิ้มแป้น ตื่นมาใส่บาตรและอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวอย่างกระฉับกระเฉงสุดๆ ไปเลย ไม่มีอาการงอแงสักนิด “โอเคเลย ตอนเย็นอยากทานอะไรคะ” คุณพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามบ้าง “น้อนยั่กจินจุ้ง” ยาหยีบอกคนเป็นพ่อ “เมื่อคืนก็กินแล้วนี่คะ” เมื่อคืนเป็นเมนูกุ้งต้มน้ำสต๊อก กินไปเยอะเลย “โน แห้มๆ” ยาหยีบอก นึกถึงรูปที่ทาสีก่อนนอนเมื่อคืนแล้วท้องมันก็จ๊อกๆๆ อีก “อ๋อ อยากกินกุ้งเผาเหรอ” “เยส” ยาหยีพยักหน้าทันที เธอเรียกไม่เป็นเลยไม่ได้บอกพ่อไปแบบนั้น “โอเค เดี๋ยวเย็นนี้เราทำกุ้งเผากัน ชวนพี่คีธมาทานด้วยกันดีกว่า ดีมั้ย” “โอ๊ะ! จีงหย๋อ” ยาหยียิ้มแป้นทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “จริงสิครับ เดี๋ยวเย็นนี้พ่อโทรหาอาหมอให้” “เย้ น้อนจายย” ยาหยียิ้มแป้นอย่างดีใจสุดๆ เลย “หึหึ ต้องกินเยอะๆ นะมีพี่คีธอยู่ด้วย” “น้อนจินฉองเยย”







