LOGINยี่หวาเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้น จับตัวพี่ชายให้ลุกด้วย
“ต้องไปเมื่อไหร่คะ” ยี่หวาถาม
“..พรุ่งนี้” คำตอบที่ทำให้ยี่หวาแทบล้มทั้งยืน แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มออกมา
“น้องจะได้เรียนอีกมั้ย” ยี่หวาถามเสียงเครือ
“...” แม็กซ์ตอบไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าภาคินจะทำกับน้องสาวของเขายังไง
“คงต้องลองดูว่าเค้าจะให้น้องเรียนมั้ย ระหว่างนี้บะหมี่กับลูกปอ น้องจะบอกว่าน้องต้องไปทำงาน แต่จะบอกพวกนั้นว่าเป็นความลับที่บอกแม่ไม่ได้ เผื่อบะหมี่กับลูกปอมาเยี่ยมแม่ น้องจะบอกแม่ว่าต้องไปฝึกงานต่างจังหวัดนะคะ” ยี่หวาคิดออกแค่นี้ ทุกอย่างมันเร็วเกินไป
“ยี่หวา..”
“พี่แม็กซ์ไม่ต้องรู้สึกผิดเลยนะ น้องฝากแม่ด้วย นะคะ”
“อึก ฮือ..” แม็กซ์อ่อนแอที่สุดในชีวิตก็วันนี้ เกิดมา 30 ปีเขาร้องไห้ในวันที่พ่อหายไปยังไม่เท่าตอนนี้เลย
“ไม่ร้องนะ เย็นนี้เรามาทานข้าวด้วยกันนะ เพราะไม่รู้ว่าน้องจะได้กลับมาทานข้าวด้วยอีกเมื่อไหร่”
“ยี่หวา” แม็กซ์ร้องไห้อย่างน่าสงสาร ทำไมน้องสาวของเขาถึงได้เข้มแข็งขนาดนี้นะ ยิ่งยี่หวาไม่โกรธ แม็กซ์ก็ยิ่งเกลียดตัวเอง
“ขอได้มั้ย ตอนที่น้องไม่อยู่พี่อย่าโทษตัวเอง และดูแลแม่แทนน้องด้วยนะคะ”
“พี่จะทำให้ดีที่สุด.. พี่จะหาทางพาเรากลับมานะยี่หวา”
“ค่ะ” ยี่หวายิ้มขยับไปกอดคนพี่เอาไว้ และปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเพราะหัวใจที่ตอนนี้มันเจ็บไปหมดเลย
เช้าวันต่อมา
ยี่หวามองตัวเองในกระจกที่อยู่ในเดรสตัวสวยที่เธอซื้อมาและยังไม่เคยใส่ แต่งหน้าอ่อนๆ ให้พอกลบความช้ำจากการร้องไห้
“ถือว่าทำหน้าที่ของเธอบ้างนะยี่หวา พี่แม็กซ์เหนื่อยมาเยอะแล้ว” บอกและยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้อง
ยี่หวาเดินเข้าไปหาแม่ที่เตียง คนเป็นแม่ยิ้มให้ลูกสาวที่วันนี้แต่งตัวสวย
“ไปไวมากเลย แม่ไม่ทันตั้งตัวแหนะ” ยุพินพูดกับลูกสาวสุดที่รักของเธอ
“น้องไปนานหน่อยนะคะแม่ แต่ถ้าเจ้านายใจดีให้ลากลับบ้านน้องจะรีบกลับเลยนะคะ”
“ถ้าเค้าไม่ให้กลับก็ไม่เป็นไรลูก เรื่องเรียนน่ะสำคัญกับน้องมาก แม่รู้”
“..ค่ะ แม่ทานข้าวเยอะๆ ทานยาให้ตรงเวลานะ ฮึก..น้องรักแม่นะคะ” ยี่หวาห้ามน้ำตาเอาไว้ไม่ได้เลย
“แม่ก็รักน้องลูก ให้พี่แม็กซ์ไปส่งใช่มั้ย ส่งน้องดีๆ นะลูก”
“ครับแม่” แม็กซ์ที่ตาแดงก่ำแต่สวมแว่นกันแดดเอาไว้จนคนเป็นแม่ไม่เห็นยิ้มบอก
“ไปเถอะเดี๋ยวเค้ารอ” ยุพินเอ่ยปากเพราะไม่อยากให้สายในการเข้าไปทำงาน
“ค่ะ ฟอดด รักแม่นะ” ยี่หวาหอมแก้มที่เริ่มเหี่ยวย่นแต่กลับนิ่มและหอมชื่นใจที่สุด
“ค่ะ ฟอดด แม่ก็รักน้องมากนะ ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะลูก” คนเป็นแม่หอมแก้มลูกสาวกลับ
“อื้อค่ะ” น้ำตายังหยดแหมะยามที่พยักหน้า ยุพินเอ็นดูลูกสาว ในความคิดของเธอลูกที่ไม่เคยห่างบ้าน คงงอแงเป็นธรรมดา
ทั้งสองคนออกมาจากบ้านด้วยรถของยี่หวา
“เปลี่ยนใจมั้ย พี่..” แม็กซ์ตั้งใจไว้ หากยี่หวาเปลี่ยนใจเขาจะยอมทิ้งชีวิตตัวเอง
“ไม่ค่ะ น้องไม่ยอมให้พี่ตายหรอก” หากพี่แม็กซ์ตายยี่หวาอาจจะไม่เหลือใครเลยแม้แต่แม่..เธอรู้ดีว่าแม่รับการสูญเสียไม่ได้หรอก
“แต่ถ้าที่นั่นเป็นนรก..”
“น้องก็จะอยู่ในนรกนั่นให้ได้”
“ยี่หวา”
“แค่พี่ดูแลแม่และดูแลตัวเองให้ดี น้องอยู่ที่ไหนก็ได้พี่แม็กซ์” แม้จะเป็นนรกเหมือนอย่างที่ว่าแต่ยี่หวาจะทน เพราะเธอยังอยากเห็นแม่และพี่ชาย
“ไม่ไหวบอกพี่นะ พี่จะไปรับเรากลับมา” แม็กซ์ไม่รู้หรอกว่าจะไปรับยี่หวามาได้ยังไง แต่หากน้องเอ่ยปาก ชีวิตแม็กซ์จะไม่เสียดายเป็นครั้งที่ 2 แน่นอน
ไม่นานรถคันเก่าก็เข้าในคฤหาสน์หลังสีขาวหลังใหญ่ มันใหญ่จนยี่หวารู้สึกกลัวขึ้นมา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วลงเดินตามพี่ชายเข้าไป
ผู้ชายที่ยืนรออยู่หน้าประตูพาทั้งสองเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง คิดว่าคงเป็นห้องทำงานของผู้ชายคนนั้น
“มาแล้วครับนาย” ปราโมทย์ ลูกน้องคนสนิทของภาคินเอ่ยกับคนเป็นเจ้านายที่นั่งหันหลังให้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เก้าอี้นวมตัวใหญ่ที่บดบังมองไม่เห็นแม้แต่ศีรษะของคนนั่งค่อยๆ หันกลับมา
สายตาที่สบมายังยี่หวาที่ยืนอยู่ประสานกันจนยี่หวาตัวสั่นเล็กน้อย ผู้ชายคนนั้นแม้จะหล่อเหลาราวเทพบุตรแต่กลับดูน่ากลัว..
“นี่เหรอ สินค้าที่ว่า..”
อ้วนตื่นมาก่อนพี่คีธของเธอ เด็กตัวน้อยขยับตัวออกจากแขนของพี่ที่กอดอยู่แล้วลุกนั่ง มองไปที่หน้าต่างที่ตอนนี้มีแสงเข้ามาแล้ว “ตับบาด” ยาหยีพึมพำแล้วก้มลงมองคีธ เห็นพี่ยังหลับแต่คุยกันแล้วนี่นาว่าจะไปตักบาตรด้วยกัน “คี้ดด ตื่มม” ยาหยีจับแขนของคนพี่แล้วเขย่า คีธที่หลับไปนานหลายชั่วโมงเมื่อโดนน้องปลุกก็ตื่นขึ้นมาได้ง่ายๆ เลย “อื้มม อ้วน” คีธลืมตาอย่างงัวเงียแล้วเรียกยาหยี “ตื่มน๊า ไปตับบาดกะน้อน” ยาหยียิ้มแป้น คีธขยับลุกขึ้นนั่งบ้าง ตื่นมาก็ยิ้มสดใสแบบนี้เลยนะอ้วนนะ “ฟอด มอร์นิ่งครับ” คีธขยับไปหอมแก้มน้องดังฟอด “คิก~ มอนิ่มม จุ๊บ” ตัวอ้วนเหรอจะยอม ขยับไปจุ๊บลงที่แก้มพี่บ้างจนคีธหัวเราะ “ครับ ไปล้างหน้าแปรงฟันกันดีกว่าเนอะ” “เค้ ป่ะ” ยาหยีพยักหน้าหงึกหงักเมื่อพี่ชวน “ต้องทำไงก่อนนะ” คีธพูดแล้วยิ้ม “คิก~~” ยาหยีหัวเราะ ไม่ลืมหรอกว่าต้องพับผ้าห่มก่อนลุกจากเตียง ผ้าห่มที่ใช้แค่ผืนเดียวสองคน ตอนนี้ทั้งคีธและยาหยีก็ช่วยกันพับจนเสร็จแล้วจับมือกันลุกจากเตีย
ปาร์ตี้กันเสร็จหมอเคนและเจสซี่ก็ขอตัวกลับ “ฝากด้วยนะคะยี่หวา” เจสซี่เอ่ยก่อนที่จะกลับ “ได้เลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะยาหยีดูแลอย่างดี” ยี่หวายิ้มบอก “อาฝากพี่คีธด้วยนะลูก” “ค้า~” ยาหยียิ้มบอกแล้วกอดแขนพี่คีธของเธอเอาไว้ “ให้พี่คีธไปหอมแก้มน้องคาริสาก่อนค่ะ” ยี่หวาต้องบอกให้อ้วนปล่อยพี่คีธแป๊บหนึ่ง เด็กตัวน้อยช้อนตามองพี่แล้วก็ยอมปล่อยอย่างดี คีธเดินไปหอมแก้มน้องสาวที่พ่ออุ้มเอาไว้ “เจอกันพรุ่งนี้นะคะคาริสา ฟอดด” คีธหอมแก้มน้องสาวดังฟอด “เจอ นิ!” คาริสาพูดตามพี่แล้วยิ้มกว้าง เด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อน ตาเป็นประกายฟ้าเข้มเช่นเดียวกับพี่ชาย “ค่ะ เจอกันนะ” “บ๊าย~~ ยิฉา” ยาหยีโบกมือให้น้อง คาริสาโบกมือให้เช่นกัน รอส่งจนพ่อแม่ของคีธลับตาก็พากันเข้าบ้าน คืนนี้แม็กซ์กับแฟร์ก็ค้างที่นี่ด้วย ตอนนี้พากันขึ้นห้องไปเรียบร้อยแล้ว “หนูอาบน้ำแล้วเข้านอนกับพี่คีธเลยนะคะ พี่คีธมีการบ้านมั้ยครับ” ยี่หวาสั่งยาหยีเสร็จก็ถามคีธ “ผมทำเสร็จตั้งแต่เย็นแล้วครับคุณป้า”
คีธนั่งมองเด็กตัวอ้วนที่กำลังเล่นกับแมวอย่างไม่รู้จักเบื่อ ยาหยีไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะต้องวิ่งไล่จับลูกสมุน ไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะตามตื๊อโมชิเวลาไม่เล่นด้วยเพราะอารมณ์ไม่ดี ยาหยีงอแงบ้างเหมือนเด็กคนอื่นๆ เวลาไม่ได้ดั่งใจ แต่กลับหายไวมากโดยที่บางครั้งไม่ต้องทำอะไรเลย ยาหยีเป็นคนที่มุ่งมั่นกับทุกอย่างและทุกอย่างของยาหยีก็ทำให้คีธไม่เคยเบื่อเด็กคนนี้เลย.. น่ารักจนใจเจ็บมีอยู่จริง “คี้ดด” ยาหยีที่เล่นกับโมชิจนเหนื่อยเพราะวิ่งไล่จับแมวเด็กด้วยตอนนี้กลับมาหาคีธที่แค่นั่งมองเฉยๆ “ครับ เหนื่อยแล้วเหรอ” คีธถามยิ้มๆ ปัดขนแมวออกจากแก้มเล็กนั่นให้ด้วย “เหน่ยแย้ว น้อนจ๊อก” ยาหยีบอกคนพี่ “โอเค งั้นเราออกไปกันนะครับ ไม่เอาแมวออกไปนะให้นมมาเอาออกเอง” คีธบอกน้อง เพราะไม่กล้าปล่อยลูกสมุนของยาหยีออกไปโดยพลการ “เค้” ยาหยียิ้มพยักหน้าเพราะเล่นจนเหนื่อยแล้ว ไม่ให้เอาเจ้าเหมียวพวกนี้ไปก็ได้ “ป่ะ” คีธลูบหัวกลมๆ ของเจ้าแมวทั้งหลายแล้วส่งมือไปหาน้องเมื่อยืนขึ้น ยาหยียิ้มแล้วจับมือของคีธแน่น “อุ่มจัม” ยาหยียิ้มบอก
ยาหยีกลับมาถึงบ้านโดยที่วันนี้เป็นคุณแม่คนเดียวที่เข้าไปรับเพราะคุณพ่อยังทำงานอยู่ “น้อนน ถึมจางงง” ยาหยีวิ่งลงจากรถแล้วร้องเรียกน้องชายของตัวเอง “พิ!” เสียงของภาณินร้องเรียกพี่สาวแล้วเดินไวๆ มาหาเหมือนกัน “โป๊ะโหน่ยย ฟอดด จุ๊บ” ยาหยีหอมหัวน้องแล้วกดจูบที่หน้าผากจนตรงนั้นของน้องเปียกไปหมด ยี่หวาเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้ม เดินตามลูกเข้าไป “คุณหนูกลับมาแล้ว” ตาที่เดินออกมาทักทาย “น้อนจ๋าค้า” ยาหยียกมือไหว้ตาแล้วยิ้มโชว์แก้มบุ๋มของตัวเอง “จ๋าค่ะ หิวมั้ยเอ่ย” ตายิ้มเอ็นดูคุณหนูของเธอสุดหัวใจ “จ๊อกกก~~” ยาหยีลูบพุงตัวเองเป็นวงกลมจนทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ยิ้มออกมา “ทำยังไงก่อนคะ” ยี่หวาถามลูก “เปี่ยนชุบค้า” “โอเค ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาทานของว่างนะ เย็นนี้เราจะทำอะไรกันน้า” ยี่หวาหรี่ตาถามลูก “จินจุ้งง คิคิ น้อนยอคี้ดด” ยาหยีตอบทันทีพร้อมกับยิ้มกว้าง “ใช่ค่ะ วันนี้มีทะเลเผา” “โน น้อนจินจุ้ง” ยาหยีส่ายหน้า
“ได้ข่าวว่าน้องสาวน่ารักเหรอ ตัวอ้วนๆ” คำพูดของเพื่อนเมื่อถึงพักเที่ยงทำให้คีธหันไปมอง “..” คีธมองเพื่อนนิ่งๆ “อะไร ก็แค่ถาม แค่นี้ก็หวงเหรอ” เพื่อนสนิทอย่างโตว่าอย่างเกรงๆ นิดหน่อย ก็เข้ามาเรียนที่นี่แม้ว่าคีธจะเข้ามาทีหลัง แต่กลับกลายเป็นผู้นำของกลุ่มไปอย่างงงๆ เพราะความเก่งและไม่ค่อยกลัวอะไรทำให้สามารถตัดสินใจอะไรได้แบบไม่ลังเลทำให้เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มต่างก็รู้สึกว่าพึ่งพาคีธได้ อีกอย่างคีธก็นิสัยดีและมีน้ำใจกับเพื่อนด้วย แม้จะดูเย็นชาไปนิดก็เถอะ “ใช่ เราไม่ชอบให้ใครมาพูดถึงน้องเราด้วย” คีธตอบกลับตรงๆ “ก็แค่อยากรู้จักไว้ไม่ได้หรือไง น้องสาวเพื่อนเนี่ย” โตว่า “..” คีธไม่ตอบอีกครั้งจนเพื่อนยอม “นายก็อย่าไปอยากรู้จักอะไรขนาดนั้นได้มั้ยโต เพื่อนไม่ชอบใจเนี่ย” เจอาร์ เพื่อนอีกคนพูดแล้วส่ายหน้า “เออๆ ไม่รู้จักก็ได้ ก็เห็นว่าลูกอมมาพูด” “..พูดว่าอะไร” เพราะคีธตงิดใจว่าไม่น่าจะชมว่าน่ารัก “ก็แค่บอกว่าน่ารักดี แต่..” “แต่?” คีธเลิกคิ้ว
“วันนี้เก่งเหมือนเดิมมั้ยคะ” ยี่หวาจับแก้มลูกสาวยามที่นั่งอยู่ในรถกำลังจะไปส่งที่โรงเรียนในวันที่ 2 “เก่มม” ยาหยียิ้มแป้น ตื่นมาใส่บาตรและอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวอย่างกระฉับกระเฉงสุดๆ ไปเลย ไม่มีอาการงอแงสักนิด “โอเคเลย ตอนเย็นอยากทานอะไรคะ” คุณพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามบ้าง “น้อนยั่กจินจุ้ง” ยาหยีบอกคนเป็นพ่อ “เมื่อคืนก็กินแล้วนี่คะ” เมื่อคืนเป็นเมนูกุ้งต้มน้ำสต๊อก กินไปเยอะเลย “โน แห้มๆ” ยาหยีบอก นึกถึงรูปที่ทาสีก่อนนอนเมื่อคืนแล้วท้องมันก็จ๊อกๆๆ อีก “อ๋อ อยากกินกุ้งเผาเหรอ” “เยส” ยาหยีพยักหน้าทันที เธอเรียกไม่เป็นเลยไม่ได้บอกพ่อไปแบบนั้น “โอเค เดี๋ยวเย็นนี้เราทำกุ้งเผากัน ชวนพี่คีธมาทานด้วยกันดีกว่า ดีมั้ย” “โอ๊ะ! จีงหย๋อ” ยาหยียิ้มแป้นทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “จริงสิครับ เดี๋ยวเย็นนี้พ่อโทรหาอาหมอให้” “เย้ น้อนจายย” ยาหยียิ้มแป้นอย่างดีใจสุดๆ เลย “หึหึ ต้องกินเยอะๆ นะมีพี่คีธอยู่ด้วย” “น้อนจินฉองเยย”







