LOGINสายตาดูถูกที่มองมาทำให้ยี่หวารู้สึกรังเกียจตัวเอง.. เธอตอนนี้ที่เป็นได้แค่สินค้า
“ผมอาจจะเป็นแค่ไอ้คนทรยศของคุณ แต่ผมขอร้องนะครับ น้องสาวผมเธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”
“พี่แม็กซ์ น้องไม่เป็นไรนะ” ยี่หวาจับแขนพี่ชายแล้วส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มให้
“ดูน้องสาวมึงก็อยากขายตัวอยู่หนิ”
“...”
คำพูดที่ทำให้ยี่หวาพูดไม่ออก
“มึงไปได้แล้ว ถ้าไม่มีเงินมาคืนก็อย่าเสนอหน้ามาที่นี่อีก”
“แต่น้องผมต้องปลอดภัย” แม็กซ์ขัดขึ้น
“มึงมีสิทธิ์ต่อรองตั้งแต่เมื่อไหร่” ภาคินมองตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาที่แสนน่ากลัว
แม็กซ์ยกมือขึ้นมาพนมตรงอก
“ถือว่าเป็นคำขอร้องนะครับ” สายตาที่สั่นไหวและน้ำตาที่เอ่อคลอ มากพอว่านั่นคือคำขอร้องของหมาจนตรอก
“ไปได้แล้ว” ภาคินบอกเสียงเข้ม
แม็กซ์หันมาหาน้องสาวแล้วกอดเอาไว้แน่น
“อย่าลืมที่พี่บอกนะ”
“ค่ะ” เพราะทุกอย่างได้พูดกันไว้หมดแล้ว ยี่หวาไม่อยากมาเสียน้ำตาให้ภาคินมองว่าเป็นละครน้ำเน่าบทหนึ่ง มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว.. เข้าถ้ำเสือแล้วเธอแค่ทำเพื่อให้ทุกคนรอด
ทั้งห้องเหลือแค่ภาคินและยี่หวา
“มาแล้วก็ทำงานสิ มันจะคุ้มกับที่พี่เธอขายมาขัดดอกรึเปล่า” ทุกคำมีแต่การดูถูก
ยี่หวาตัวสั่นยามที่เดินเข้าไปหา น้ำตาที่กักเก็บเอาไว้ยังคงกลั้นอย่างสุดความสามารถ
ภาคินเลื่อนเก้าอี้ออกห่างโต๊ะเล็กน้อยให้ยี่หวาได้จัดการทำหน้าที่ได้อย่างสะดวก แต่สาวน้อยกลับยืนจับมือตัวเองแน่นพร้อมกับปากที่เม้มเอาไว้
“ไปเรียกพี่เธอมารับผิดชอบดีมั้ย ดูท่าจะไม่คุ้ม” ภาคินพูดเสียงเรียบแต่กลับน่ากลัวทำให้ยี่หวารีบขยับไปคุกเข่าทันที
“อึก.. จะให้หนูทำอะไรบ้างคะ” เธอช้อนตาขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ทำแบบที่ผู้หญิงแบบเธอเค้าทำไง” มุมปากที่ยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน
ผู้หญิงที่ยอมเอาตัวเข้าแลกกับเงินไม่มีตรงไหนที่จะน่าสงสาร ไม่ได้โดนบังคับมาอีกต่างหาก เต็มใจเสียด้วยซ้ำ
ยี่หวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรื่องแบบนี้เธอไม่เคยเลยเพราะแม้แต่แฟนก็ไม่เคยมีด้วยซ้ำ ในชีวิตของเธอมีแต่เพื่อน การเรียนและครอบครัวเท่านั้น มือเล็กสั่นเทายื่นไปยังเข็มขัดแบรนด์ดัง ค่อยๆ ถอดสลักมันออก จนไปถึงซิปล็อกของกางเกง
ภาคินมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เฉยชา
“อ๊ะ..” ยี่หวาร้องด้วยความเจ็บและมากกว่านั้นคือตกใจ เมื่อผมนิ่มของเธอโดนอีกคนจิกเข้าที่ท้ายทอยอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่มีเวลามานั่งเล่นกับเธอนะ” ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วใบหน้าที่เรียกได้ว่าจิ้มลิ้มและสุดท้ายก็จดจ้องอยู่ที่ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังสั่นไหว
“นะ..หนูขอโทษค่ะ” ยี่หวาว่าเสียงสั่นและรีบทำให้ไวกว่าเดิม มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้เช่นเคยแล้วมองทุกอย่างตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย
มือเธอยังสั่นและสั่นมากกว่าเดิมเมื่อเห็นแท่งร้อนที่เห็นเส้นเอ็นเด่นชัด เป็นครั้งแรกที่ยี่หวาได้เห็นของจริง หัวบานหยักสีแดงเข้ม มันดูน่ากลัวในความรู้สึกแรกของเธอ
“อย่าทำไร้เดียงสาทั้งที่รู้ว่าเข้ามาที่นี่เธอต้องทำอะไร” ภาคินเกลียดการแสดงของพวกผู้หญิงพวกนี้
“..” ยี่หวาไม่ได้พูดอะไรเพราะอาจจะเป็นการแก้ตัว เธอไม่เคยดูแม้แต่หนังอย่างว่าด้วยซ้ำ แต่เพราะเคยเรียนและทฤษฎีที่มีอยู่บ้างทำให้เธอรู้ว่าต้องทำยังไง ไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิดแต่ก็ค่อยๆ ชักรูดจนแท่งที่ไม่ได้แข็งตัวในทีแรกตอนนี้ชี้โด่พร้อมกับความร้อนที่สัมผัสได้
“...” ภาคินมองการกระทำด้วยอารมณ์ที่ค่อยๆ สูงขึ้นนิดๆ รู้สึกแปลกใจกับตัวเองเหมือนกันที่เห็นตากลมๆ ที่แสดงออกมาว่าไร้เดียงสาคู่นั้นทำให้เขามีอารมณ์ขึ้นมา
“มีปัญญาทำได้แค่นี้?” ภาคินถามออกมานั่นทำให้ยี่หวาค่อยๆ ใช้ปลายลิ้นลองตวัดลงบนรอยแยก รสชาติเฝื่อนๆ อย่างที่ไม่เคยลิ้มรสมาก่อน เธออยากอ้วกออกมา มันแย่ไปหมดเลยและที่เด่นชัดคือความรู้สึกที่พังไปหมด
เธอค่อยๆ ตวัดลงอย่างระวังทั้งที่น้ำตากำลังไหล ก่อนจะค่อยๆ ส่งความแข็งขืนที่ขยายใหญ่เข้าปาก
“อืม..” เสียงครางพอใจดังขึ้นทำให้ยี่หวาไม่เกร็งมากไปกว่านี้ เธอขยับเข้าออกช้าๆ ฟันซี่สวยที่ครูดกับเอ็นนูนทำให้ภาคินถึงกับกัดกรามแน่น
“ไม่ได้เรื่อง”
“อึก..” เสียงเข้มที่เอ่ยออกมาทำให้ยี่หวาชะงัก
“ถ้าฟันเธอโดนอีกครั้ง รู้นะว่าจะเกิดอะไร” เสียงเข้มเอ่ยออก ยี่หวากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะพยายามไม่ให้ฟันของเธอครูดไปกับสิ่งที่อยู่ในปาก
อ่อก อ่อก อ่อก เสียงกระแทกเข้าในลำคอพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของภาคิน มือหนารวบผมที่ท้ายทอยสวยแล้วอัดแท่งร้อนเข้าใส่จนยี่หวาน้ำตาไหล
“อ่อก อ่อก แค่กๆ อื้อ” ยี่หวาพยายามอย่างที่สุดที่จะอดทน
ปึก ปึก ปึก
“อ่อก อ่อก”
“ซี้ดด อ๊าาาส์~~” น้ำขาวขุ่นฉีดพ่นเข้าในโพรงปากเล็กจนคนตัวเล็กสำลัก
“แค่กๆๆๆ” น้ำตาที่ไหลพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำ ยี่หวาปล่อยแท่งร้อนนั่นออก
“อย่าให้ฉันเลอะ”
“แค่กๆๆ” ยี่หวาพยักหน้าและกำลังมองหาทิชชู
“ใช้ลิ้นของเธอ” และคำสั่งที่ดังขึ้นทำให้ยี่หวาช้อนตาแดงๆ ของเธอไปมอง และได้รับแค่ความเฉยชากลับมาเช่นเคย ยี่หวาก้มลงไปทำความสะอาดคราบขาวขุ่นตรงหน้าจนหมดจด
“หึ”
ภาคินลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วจัดการกับกางเกงของตัวเอง ยี่หวาเช็ดน้ำตาของตัวเองและบังคับไม่ให้สั่นเพราะความรู้สึกมากมายที่กำลังอัดแน่น
“เข้ามา!” เสียงเข้มของภาคินเรียกลูกน้องที่อยู่หน้าห้อง ประตูเปิดออกพร้อมกับปราโมทย์และคนใช้สาวอีกคน
“ให้อยู่ห้องฟ้า” ภาคินบอกลูกน้องแค่นั้นก็เดินออกจากห้องทำงานไป
“ไปค่ะ ฉันจะพาไปห้องพักของคุณ” เสียงของแม่บ้านที่ได้มาดูแลยี่หวาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
เป็นของเล่นของเจ้าของบ้านที่มูลค่าค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว
อ้วนตื่นมาก่อนพี่คีธของเธอ เด็กตัวน้อยขยับตัวออกจากแขนของพี่ที่กอดอยู่แล้วลุกนั่ง มองไปที่หน้าต่างที่ตอนนี้มีแสงเข้ามาแล้ว “ตับบาด” ยาหยีพึมพำแล้วก้มลงมองคีธ เห็นพี่ยังหลับแต่คุยกันแล้วนี่นาว่าจะไปตักบาตรด้วยกัน “คี้ดด ตื่มม” ยาหยีจับแขนของคนพี่แล้วเขย่า คีธที่หลับไปนานหลายชั่วโมงเมื่อโดนน้องปลุกก็ตื่นขึ้นมาได้ง่ายๆ เลย “อื้มม อ้วน” คีธลืมตาอย่างงัวเงียแล้วเรียกยาหยี “ตื่มน๊า ไปตับบาดกะน้อน” ยาหยียิ้มแป้น คีธขยับลุกขึ้นนั่งบ้าง ตื่นมาก็ยิ้มสดใสแบบนี้เลยนะอ้วนนะ “ฟอด มอร์นิ่งครับ” คีธขยับไปหอมแก้มน้องดังฟอด “คิก~ มอนิ่มม จุ๊บ” ตัวอ้วนเหรอจะยอม ขยับไปจุ๊บลงที่แก้มพี่บ้างจนคีธหัวเราะ “ครับ ไปล้างหน้าแปรงฟันกันดีกว่าเนอะ” “เค้ ป่ะ” ยาหยีพยักหน้าหงึกหงักเมื่อพี่ชวน “ต้องทำไงก่อนนะ” คีธพูดแล้วยิ้ม “คิก~~” ยาหยีหัวเราะ ไม่ลืมหรอกว่าต้องพับผ้าห่มก่อนลุกจากเตียง ผ้าห่มที่ใช้แค่ผืนเดียวสองคน ตอนนี้ทั้งคีธและยาหยีก็ช่วยกันพับจนเสร็จแล้วจับมือกันลุกจากเตีย
ปาร์ตี้กันเสร็จหมอเคนและเจสซี่ก็ขอตัวกลับ “ฝากด้วยนะคะยี่หวา” เจสซี่เอ่ยก่อนที่จะกลับ “ได้เลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะยาหยีดูแลอย่างดี” ยี่หวายิ้มบอก “อาฝากพี่คีธด้วยนะลูก” “ค้า~” ยาหยียิ้มบอกแล้วกอดแขนพี่คีธของเธอเอาไว้ “ให้พี่คีธไปหอมแก้มน้องคาริสาก่อนค่ะ” ยี่หวาต้องบอกให้อ้วนปล่อยพี่คีธแป๊บหนึ่ง เด็กตัวน้อยช้อนตามองพี่แล้วก็ยอมปล่อยอย่างดี คีธเดินไปหอมแก้มน้องสาวที่พ่ออุ้มเอาไว้ “เจอกันพรุ่งนี้นะคะคาริสา ฟอดด” คีธหอมแก้มน้องสาวดังฟอด “เจอ นิ!” คาริสาพูดตามพี่แล้วยิ้มกว้าง เด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อน ตาเป็นประกายฟ้าเข้มเช่นเดียวกับพี่ชาย “ค่ะ เจอกันนะ” “บ๊าย~~ ยิฉา” ยาหยีโบกมือให้น้อง คาริสาโบกมือให้เช่นกัน รอส่งจนพ่อแม่ของคีธลับตาก็พากันเข้าบ้าน คืนนี้แม็กซ์กับแฟร์ก็ค้างที่นี่ด้วย ตอนนี้พากันขึ้นห้องไปเรียบร้อยแล้ว “หนูอาบน้ำแล้วเข้านอนกับพี่คีธเลยนะคะ พี่คีธมีการบ้านมั้ยครับ” ยี่หวาสั่งยาหยีเสร็จก็ถามคีธ “ผมทำเสร็จตั้งแต่เย็นแล้วครับคุณป้า”
คีธนั่งมองเด็กตัวอ้วนที่กำลังเล่นกับแมวอย่างไม่รู้จักเบื่อ ยาหยีไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะต้องวิ่งไล่จับลูกสมุน ไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะตามตื๊อโมชิเวลาไม่เล่นด้วยเพราะอารมณ์ไม่ดี ยาหยีงอแงบ้างเหมือนเด็กคนอื่นๆ เวลาไม่ได้ดั่งใจ แต่กลับหายไวมากโดยที่บางครั้งไม่ต้องทำอะไรเลย ยาหยีเป็นคนที่มุ่งมั่นกับทุกอย่างและทุกอย่างของยาหยีก็ทำให้คีธไม่เคยเบื่อเด็กคนนี้เลย.. น่ารักจนใจเจ็บมีอยู่จริง “คี้ดด” ยาหยีที่เล่นกับโมชิจนเหนื่อยเพราะวิ่งไล่จับแมวเด็กด้วยตอนนี้กลับมาหาคีธที่แค่นั่งมองเฉยๆ “ครับ เหนื่อยแล้วเหรอ” คีธถามยิ้มๆ ปัดขนแมวออกจากแก้มเล็กนั่นให้ด้วย “เหน่ยแย้ว น้อนจ๊อก” ยาหยีบอกคนพี่ “โอเค งั้นเราออกไปกันนะครับ ไม่เอาแมวออกไปนะให้นมมาเอาออกเอง” คีธบอกน้อง เพราะไม่กล้าปล่อยลูกสมุนของยาหยีออกไปโดยพลการ “เค้” ยาหยียิ้มพยักหน้าเพราะเล่นจนเหนื่อยแล้ว ไม่ให้เอาเจ้าเหมียวพวกนี้ไปก็ได้ “ป่ะ” คีธลูบหัวกลมๆ ของเจ้าแมวทั้งหลายแล้วส่งมือไปหาน้องเมื่อยืนขึ้น ยาหยียิ้มแล้วจับมือของคีธแน่น “อุ่มจัม” ยาหยียิ้มบอก
ยาหยีกลับมาถึงบ้านโดยที่วันนี้เป็นคุณแม่คนเดียวที่เข้าไปรับเพราะคุณพ่อยังทำงานอยู่ “น้อนน ถึมจางงง” ยาหยีวิ่งลงจากรถแล้วร้องเรียกน้องชายของตัวเอง “พิ!” เสียงของภาณินร้องเรียกพี่สาวแล้วเดินไวๆ มาหาเหมือนกัน “โป๊ะโหน่ยย ฟอดด จุ๊บ” ยาหยีหอมหัวน้องแล้วกดจูบที่หน้าผากจนตรงนั้นของน้องเปียกไปหมด ยี่หวาเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้ม เดินตามลูกเข้าไป “คุณหนูกลับมาแล้ว” ตาที่เดินออกมาทักทาย “น้อนจ๋าค้า” ยาหยียกมือไหว้ตาแล้วยิ้มโชว์แก้มบุ๋มของตัวเอง “จ๋าค่ะ หิวมั้ยเอ่ย” ตายิ้มเอ็นดูคุณหนูของเธอสุดหัวใจ “จ๊อกกก~~” ยาหยีลูบพุงตัวเองเป็นวงกลมจนทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ยิ้มออกมา “ทำยังไงก่อนคะ” ยี่หวาถามลูก “เปี่ยนชุบค้า” “โอเค ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาทานของว่างนะ เย็นนี้เราจะทำอะไรกันน้า” ยี่หวาหรี่ตาถามลูก “จินจุ้งง คิคิ น้อนยอคี้ดด” ยาหยีตอบทันทีพร้อมกับยิ้มกว้าง “ใช่ค่ะ วันนี้มีทะเลเผา” “โน น้อนจินจุ้ง” ยาหยีส่ายหน้า
“ได้ข่าวว่าน้องสาวน่ารักเหรอ ตัวอ้วนๆ” คำพูดของเพื่อนเมื่อถึงพักเที่ยงทำให้คีธหันไปมอง “..” คีธมองเพื่อนนิ่งๆ “อะไร ก็แค่ถาม แค่นี้ก็หวงเหรอ” เพื่อนสนิทอย่างโตว่าอย่างเกรงๆ นิดหน่อย ก็เข้ามาเรียนที่นี่แม้ว่าคีธจะเข้ามาทีหลัง แต่กลับกลายเป็นผู้นำของกลุ่มไปอย่างงงๆ เพราะความเก่งและไม่ค่อยกลัวอะไรทำให้สามารถตัดสินใจอะไรได้แบบไม่ลังเลทำให้เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มต่างก็รู้สึกว่าพึ่งพาคีธได้ อีกอย่างคีธก็นิสัยดีและมีน้ำใจกับเพื่อนด้วย แม้จะดูเย็นชาไปนิดก็เถอะ “ใช่ เราไม่ชอบให้ใครมาพูดถึงน้องเราด้วย” คีธตอบกลับตรงๆ “ก็แค่อยากรู้จักไว้ไม่ได้หรือไง น้องสาวเพื่อนเนี่ย” โตว่า “..” คีธไม่ตอบอีกครั้งจนเพื่อนยอม “นายก็อย่าไปอยากรู้จักอะไรขนาดนั้นได้มั้ยโต เพื่อนไม่ชอบใจเนี่ย” เจอาร์ เพื่อนอีกคนพูดแล้วส่ายหน้า “เออๆ ไม่รู้จักก็ได้ ก็เห็นว่าลูกอมมาพูด” “..พูดว่าอะไร” เพราะคีธตงิดใจว่าไม่น่าจะชมว่าน่ารัก “ก็แค่บอกว่าน่ารักดี แต่..” “แต่?” คีธเลิกคิ้ว
“วันนี้เก่งเหมือนเดิมมั้ยคะ” ยี่หวาจับแก้มลูกสาวยามที่นั่งอยู่ในรถกำลังจะไปส่งที่โรงเรียนในวันที่ 2 “เก่มม” ยาหยียิ้มแป้น ตื่นมาใส่บาตรและอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวอย่างกระฉับกระเฉงสุดๆ ไปเลย ไม่มีอาการงอแงสักนิด “โอเคเลย ตอนเย็นอยากทานอะไรคะ” คุณพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามบ้าง “น้อนยั่กจินจุ้ง” ยาหยีบอกคนเป็นพ่อ “เมื่อคืนก็กินแล้วนี่คะ” เมื่อคืนเป็นเมนูกุ้งต้มน้ำสต๊อก กินไปเยอะเลย “โน แห้มๆ” ยาหยีบอก นึกถึงรูปที่ทาสีก่อนนอนเมื่อคืนแล้วท้องมันก็จ๊อกๆๆ อีก “อ๋อ อยากกินกุ้งเผาเหรอ” “เยส” ยาหยีพยักหน้าทันที เธอเรียกไม่เป็นเลยไม่ได้บอกพ่อไปแบบนั้น “โอเค เดี๋ยวเย็นนี้เราทำกุ้งเผากัน ชวนพี่คีธมาทานด้วยกันดีกว่า ดีมั้ย” “โอ๊ะ! จีงหย๋อ” ยาหยียิ้มแป้นทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “จริงสิครับ เดี๋ยวเย็นนี้พ่อโทรหาอาหมอให้” “เย้ น้อนจายย” ยาหยียิ้มแป้นอย่างดีใจสุดๆ เลย “หึหึ ต้องกินเยอะๆ นะมีพี่คีธอยู่ด้วย” “น้อนจินฉองเยย”







