LOGINห้องฟ้าที่ว่าคือห้องที่อยู่ห่างออกจากห้องทำงานไปไม่ไกล
“ห้องนี้เป็นห้องของคุณภาคินของชั้นนี้นะคะ ห้องของคุณจะอยู่ห่างออกไปอีก 2 ห้อง” ผู้หญิงที่ดูอายุราวๆ 35 พูดกับยี่หวา
“ยี่หวาต้องทำอะไรบ้างคะ” เธอถามขณะที่เดินเข้าไปในห้อง
“แค่ทำตามคำสั่งของเจ้านาย ระหว่างนี้ก็อยู่แต่ในห้องนะคะ อาหารเที่ยงลงไปทานข้างล่างได้เลย.. ทานที่ห้องครัวนะคะ” เพราะนี่ไม่ใช่แค่คนแรกที่เข้ามาในฐานะนี้ มีหลายต่อหลายคนที่ยอมเข้ามาอยู่ในนี้ในฐานะนี้ และส่วนมากก็มาด้วยเหตุผลเดียวกับยี่หวา.. ขัดดอกใช้หนี้
“ค่ะ..ยี่หวาชื่อยี่หวานะคะ”
“ค่ะ ฉันชื่อตานะคะ”
“ค่ะพี่ตา” ยี่หวารู้สึกดีที่อย่างน้อยก็มีคนที่พอจะพูดดีกับเธออยู่บ้าง
“อาหารเที่ยงทานสิบเอ็ดโมงครึ่งนะคะ”
“ค่ะ”
“ตามสบายค่ะ” ตาว่ายิ้มๆ แล้วเดินออกไป
ตาเป็นสาวใช้ที่มักจะได้ดูแลผู้หญิงที่เข้ามาที่นี่ ส่วนมากแต่ละคนจะมาด้วยความเต็มใจ เพราะหากบังคับลากถูกันมาภาคินจะไม่รับเอาไว้เพราะตัวของภาคินไม่ใช่คนที่จะฝืนใจผู้หญิงคนไหน และเมื่อก้าวเข้ามาได้แล้ว นั่นเท่ากับว่าคนคนนั้นเป็นสมบัติของภาคินที่ซื้อมาด้วยเงิน..
ยี่หวามองไปรอบๆ ห้องที่กว้างขวางกว่าห้องของเธอเสียอีก มันสวยและน่าอยู่มากๆ หากเธอไม่ได้เข้ามาในสถานะนี้ เธอวางกระเป๋าใบกลางของตัวเองแล้วเดินออกไปยังระเบียง ชั้นสองที่เธออยู่มันสูงมากเมื่อมายืนตรงนี้ ยี่หวามองไปข้างนอกเป็นบริเวณบ้านที่เรียกว่าคฤหาสน์ใหญ่โต ตอนเธอเข้ามาที่นี่มองจากด้านนอกมันมี 5 ชั้น มันกว้างจน..น่ากลัว
กลุ่มคนที่ยืนอยู่ตามจุดต่างๆ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าที่นี่มีการป้องกันที่แน่นหนามากแค่ไหน และตอนนี้เธอก็เห็นว่าภาคินกำลังขึ้นรถคันสีดำหรูหราและรถก็แล่นออกไปจนพ้นขอบรั้วที่มองเห็นไกลๆ จากตรงนี้
ยี่หวากลับเข้ามาในห้อง เธอเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าและอยากล้างความสกปรกออกจากปาก ตากลมมองเด็กสาวอายุ 19 ที่สะท้อนอยู่ในกระจก
“น่าสมเพชแค่ไหนเธอก็ต้องทำนะยี่หวา เพื่อแม่และพี่ชายของเธอ” ยี่หวาบอกตัวเองเสียงเครือ
ทุกอย่างที่พี่ทำหากแม่รู้ อาการจะยิ่งทรุดและไม่สามารถรับรองได้เลยว่าแม่จะรับไหวรึเปล่า เธอไม่โทษพี่ชายของเธอเลยเพราะเธอรู้ดีว่าเงินพวกนั้นพี่หามาเพราะเธอและแม่ การผ่าตัดของแม่ ค่ารักษาและการพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลเกือบครึ่งเดือน เงินเป็นล้านพวกนั้นพี่ชายทำเพื่อแม่ทั้งนั้น เธอจะโกรธพี่ชายเธอลงได้ยังไง
“แต่หนูต้องอยู่ที่นี่จนถึงเมื่อไหร่คะ.. ฮึก เมื่อไหร่กัน” ยี่หวาทรุดลงนั่งกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
ยี่หวาที่แต่งตัวธรรมดา เธอสวมกางเกงยีนส์ขายาวและเสื้อยืดพอดีตัวอย่างที่ชอบใส่ แม้ว่าตอนที่อยู่บ้านจะถนัดกางเกงขาสั้นมากกว่า แต่ที่นี่ไม่ใช่ ในกระเป๋าของเธอเต็มไปด้วยชุดที่มิดชิด มีกางเกงขาสั้นอยู่ด้วยที่เธอจะเอาไว้ใส่ตอนที่อยู่บนห้องคนเดียว
“....” ยี่หวาเดินไปตามทางเมื่อลงมาชั้นล่าง มันกว้างขวางจนไม่สามารถรู้ได้ว่าทางไปห้องครัวไปทางไหน
“คุณยี่หวา ทางนี้ค่ะ” เป็นตาที่เรียกยี่หวาเมื่อเห็นว่าเธอยืนงงอยู่กลางบ้าน
“พี่ตา” ยี่หวายิ้มแล้วรีบเดินไปหาตาที่อยู่ไกลๆ มาถึงก็เห็นว่าในครัวมีคนเยอะมาก ผู้หญิงและผู้ชาย
“นี่เหรอเด็กใหม่ท่าน” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งในชุดสีขาวเหมือนพี่ตาพูดขึ้น
“อืม เค้าเพิ่งเอามาขัดดอกเมื่อเช้า” และเสียงที่ตอบกลับของอีกคนก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“ถ้าท่านรู้ว่าโดนพูดถึง คงได้อบรมพนักงานใหม่อีกสักคนสองคน” ตาหันมองแล้วพูดออกมาเสียงเรียบทำให้ทุกคนก้มหน้าก้มตาทานข้าวทันที เพราะหากเรื่องนี้ถึงหูภาคิน ก็คงโดนไล่ออกกันไปหลายคน
“วันนี้พวกเราทานเป็นข้าวมันไก่นะคะ คุณนั่งตรงนี้ได้เลย” เพราะเป็นอาหารที่ใช้เลี้ยงคนใช้ทั้งบ้านและบอดี้การ์ดซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 30 คน บางครั้งก็เป็นอาหารจานเดียวแบบนี้หรือบางครั้งก็เป็นข้าวแกงสองสามอย่างให้ได้กินกัน
“ทานได้ใช่มั้ยคะ”
“ยี่หวาทานได้หมดเลยค่ะ แค่อย่าเป็นอาหารทะเลก็พอ” เธอบอกแล้วยิ้ม เพราะยี่หวาแพ้อาหารทะเล แต่แปลกหน่อยที่กุ้งเธอสามารถทานได้ นอกนั้นกินแล้วจะมีผื่นขึ้นและจะคันไปทั้งตัวและหน้าเลย
“อ้อ ค่ะ ดีนะคะวันนี้ที่ไม่ได้ทำพวกอาหารทะเล”
“กระแดะ” เสียงที่ดังขึ้นจากผู้หญิงชุดขาว ยี่หวากะพริบตาปริบๆ แล้วหันไปมองก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นดูดีมากเลยทีเดียว แถมเซ็กซี่อีกต่างหาก
“ทานเถอะค่ะ อย่าไปสนใจเลย”
“พี่ตา!” เสียงนั้นดังมาอย่างไม่พอใจที่ตาเหมือนจะเข้าข้างเด็กคนนั้น
“เค้าไปทำอะไรให้พวกเธอนักหนา เพิ่งมาวันแรกก็ตั้งแง่กับเค้าไปแล้ว ไร้สาระจริงๆ”
“ฮึ่ยย”
“ต่อให้ไม่มีผู้หญิงที่แวะเวียนเข้ามา ท่านก็ไม่ยกเธอขึ้นไปข้างบนหรอก”
“เหอะ!” เธอคนนั้นสะบัดหน้าแล้วหันไปกินข้าวของตัวเอง
ยี่หวาไม่ได้พูดอะไร เธอนั่งทานข้าวของเธอไปเงียบๆ จนหมด
“วางไว้ก็ได้ค่ะ”
“ยี่หวาล้างเองค่ะ” ยี่หวายิ้มแล้วลุกไปล้างจานเอง
เธอล้างจนเสร็จก็หันกลับเพื่อเดินออกจากห้อง แต่เพราะไม่คิดว่าจะมีการต้อนรับกันแบบนี้
ตุบ!
“โอ้ยย” ยี่หวาร้องเบาๆ เมื่อเธอกองลงไปกับพื้นเพราะสะดุดขาใครบางคนที่ยื่นออกมา
“คิคิคิ” พวกนั้นหัวเราะคิกคัก
ยี่หวาเม้มปาก เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้อ่อนแอ แต่ตอนนี้เธอไม่ได้มีสถานะที่จะเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเองได้ จะมีเรื่องตั้งแต่วันแรกไม่ได้เด็ดขาด..
“คุณยี่หวา” ตาร้องอย่างตกใจแล้วย่อตัวลงไปช่วยพยุง
“อย่าให้มันมากนะนังหวาน ถ้าคุณเค้าแข้งขาหัก คิดว่าคุณภาคินจะเอาเธอไว้มั้ย ลืมไปแล้วเหรอว่าเจ้านายเธอน่ะเป็นคนยังไง” และคำของตาทำให้ผู้หญิงที่ชื่อหวานนั่นหน้าเจื่อนไปทันที
“ชิ”
“ขอโทษซะ” ตาบอกเสียงเข้ม
“ไม่”
“จะลองใช่มั้ย” ตาสบตากับหวานจนหวานรู้สึกแอบสั่นขึ้นมา
“..ขอโทษ!” และในที่สุดก็ยอมขอโทษ
“..”
“ทีหลังอย่าทำอีก” ตาชี้หน้าแล้วประคองยี่หวาออกมาจากตรงนั้น
ยี่หวาเดินออกมาด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นเหลือเกิน นี่สินะ.. นรกบนดิน แถมคืนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
อ้วนตื่นมาก่อนพี่คีธของเธอ เด็กตัวน้อยขยับตัวออกจากแขนของพี่ที่กอดอยู่แล้วลุกนั่ง มองไปที่หน้าต่างที่ตอนนี้มีแสงเข้ามาแล้ว “ตับบาด” ยาหยีพึมพำแล้วก้มลงมองคีธ เห็นพี่ยังหลับแต่คุยกันแล้วนี่นาว่าจะไปตักบาตรด้วยกัน “คี้ดด ตื่มม” ยาหยีจับแขนของคนพี่แล้วเขย่า คีธที่หลับไปนานหลายชั่วโมงเมื่อโดนน้องปลุกก็ตื่นขึ้นมาได้ง่ายๆ เลย “อื้มม อ้วน” คีธลืมตาอย่างงัวเงียแล้วเรียกยาหยี “ตื่มน๊า ไปตับบาดกะน้อน” ยาหยียิ้มแป้น คีธขยับลุกขึ้นนั่งบ้าง ตื่นมาก็ยิ้มสดใสแบบนี้เลยนะอ้วนนะ “ฟอด มอร์นิ่งครับ” คีธขยับไปหอมแก้มน้องดังฟอด “คิก~ มอนิ่มม จุ๊บ” ตัวอ้วนเหรอจะยอม ขยับไปจุ๊บลงที่แก้มพี่บ้างจนคีธหัวเราะ “ครับ ไปล้างหน้าแปรงฟันกันดีกว่าเนอะ” “เค้ ป่ะ” ยาหยีพยักหน้าหงึกหงักเมื่อพี่ชวน “ต้องทำไงก่อนนะ” คีธพูดแล้วยิ้ม “คิก~~” ยาหยีหัวเราะ ไม่ลืมหรอกว่าต้องพับผ้าห่มก่อนลุกจากเตียง ผ้าห่มที่ใช้แค่ผืนเดียวสองคน ตอนนี้ทั้งคีธและยาหยีก็ช่วยกันพับจนเสร็จแล้วจับมือกันลุกจากเตีย
ปาร์ตี้กันเสร็จหมอเคนและเจสซี่ก็ขอตัวกลับ “ฝากด้วยนะคะยี่หวา” เจสซี่เอ่ยก่อนที่จะกลับ “ได้เลยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะยาหยีดูแลอย่างดี” ยี่หวายิ้มบอก “อาฝากพี่คีธด้วยนะลูก” “ค้า~” ยาหยียิ้มบอกแล้วกอดแขนพี่คีธของเธอเอาไว้ “ให้พี่คีธไปหอมแก้มน้องคาริสาก่อนค่ะ” ยี่หวาต้องบอกให้อ้วนปล่อยพี่คีธแป๊บหนึ่ง เด็กตัวน้อยช้อนตามองพี่แล้วก็ยอมปล่อยอย่างดี คีธเดินไปหอมแก้มน้องสาวที่พ่ออุ้มเอาไว้ “เจอกันพรุ่งนี้นะคะคาริสา ฟอดด” คีธหอมแก้มน้องสาวดังฟอด “เจอ นิ!” คาริสาพูดตามพี่แล้วยิ้มกว้าง เด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อน ตาเป็นประกายฟ้าเข้มเช่นเดียวกับพี่ชาย “ค่ะ เจอกันนะ” “บ๊าย~~ ยิฉา” ยาหยีโบกมือให้น้อง คาริสาโบกมือให้เช่นกัน รอส่งจนพ่อแม่ของคีธลับตาก็พากันเข้าบ้าน คืนนี้แม็กซ์กับแฟร์ก็ค้างที่นี่ด้วย ตอนนี้พากันขึ้นห้องไปเรียบร้อยแล้ว “หนูอาบน้ำแล้วเข้านอนกับพี่คีธเลยนะคะ พี่คีธมีการบ้านมั้ยครับ” ยี่หวาสั่งยาหยีเสร็จก็ถามคีธ “ผมทำเสร็จตั้งแต่เย็นแล้วครับคุณป้า”
คีธนั่งมองเด็กตัวอ้วนที่กำลังเล่นกับแมวอย่างไม่รู้จักเบื่อ ยาหยีไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะต้องวิ่งไล่จับลูกสมุน ไม่เคยเหนื่อยเลยที่จะตามตื๊อโมชิเวลาไม่เล่นด้วยเพราะอารมณ์ไม่ดี ยาหยีงอแงบ้างเหมือนเด็กคนอื่นๆ เวลาไม่ได้ดั่งใจ แต่กลับหายไวมากโดยที่บางครั้งไม่ต้องทำอะไรเลย ยาหยีเป็นคนที่มุ่งมั่นกับทุกอย่างและทุกอย่างของยาหยีก็ทำให้คีธไม่เคยเบื่อเด็กคนนี้เลย.. น่ารักจนใจเจ็บมีอยู่จริง “คี้ดด” ยาหยีที่เล่นกับโมชิจนเหนื่อยเพราะวิ่งไล่จับแมวเด็กด้วยตอนนี้กลับมาหาคีธที่แค่นั่งมองเฉยๆ “ครับ เหนื่อยแล้วเหรอ” คีธถามยิ้มๆ ปัดขนแมวออกจากแก้มเล็กนั่นให้ด้วย “เหน่ยแย้ว น้อนจ๊อก” ยาหยีบอกคนพี่ “โอเค งั้นเราออกไปกันนะครับ ไม่เอาแมวออกไปนะให้นมมาเอาออกเอง” คีธบอกน้อง เพราะไม่กล้าปล่อยลูกสมุนของยาหยีออกไปโดยพลการ “เค้” ยาหยียิ้มพยักหน้าเพราะเล่นจนเหนื่อยแล้ว ไม่ให้เอาเจ้าเหมียวพวกนี้ไปก็ได้ “ป่ะ” คีธลูบหัวกลมๆ ของเจ้าแมวทั้งหลายแล้วส่งมือไปหาน้องเมื่อยืนขึ้น ยาหยียิ้มแล้วจับมือของคีธแน่น “อุ่มจัม” ยาหยียิ้มบอก
ยาหยีกลับมาถึงบ้านโดยที่วันนี้เป็นคุณแม่คนเดียวที่เข้าไปรับเพราะคุณพ่อยังทำงานอยู่ “น้อนน ถึมจางงง” ยาหยีวิ่งลงจากรถแล้วร้องเรียกน้องชายของตัวเอง “พิ!” เสียงของภาณินร้องเรียกพี่สาวแล้วเดินไวๆ มาหาเหมือนกัน “โป๊ะโหน่ยย ฟอดด จุ๊บ” ยาหยีหอมหัวน้องแล้วกดจูบที่หน้าผากจนตรงนั้นของน้องเปียกไปหมด ยี่หวาเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้ม เดินตามลูกเข้าไป “คุณหนูกลับมาแล้ว” ตาที่เดินออกมาทักทาย “น้อนจ๋าค้า” ยาหยียกมือไหว้ตาแล้วยิ้มโชว์แก้มบุ๋มของตัวเอง “จ๋าค่ะ หิวมั้ยเอ่ย” ตายิ้มเอ็นดูคุณหนูของเธอสุดหัวใจ “จ๊อกกก~~” ยาหยีลูบพุงตัวเองเป็นวงกลมจนทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ยิ้มออกมา “ทำยังไงก่อนคะ” ยี่หวาถามลูก “เปี่ยนชุบค้า” “โอเค ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาทานของว่างนะ เย็นนี้เราจะทำอะไรกันน้า” ยี่หวาหรี่ตาถามลูก “จินจุ้งง คิคิ น้อนยอคี้ดด” ยาหยีตอบทันทีพร้อมกับยิ้มกว้าง “ใช่ค่ะ วันนี้มีทะเลเผา” “โน น้อนจินจุ้ง” ยาหยีส่ายหน้า
“ได้ข่าวว่าน้องสาวน่ารักเหรอ ตัวอ้วนๆ” คำพูดของเพื่อนเมื่อถึงพักเที่ยงทำให้คีธหันไปมอง “..” คีธมองเพื่อนนิ่งๆ “อะไร ก็แค่ถาม แค่นี้ก็หวงเหรอ” เพื่อนสนิทอย่างโตว่าอย่างเกรงๆ นิดหน่อย ก็เข้ามาเรียนที่นี่แม้ว่าคีธจะเข้ามาทีหลัง แต่กลับกลายเป็นผู้นำของกลุ่มไปอย่างงงๆ เพราะความเก่งและไม่ค่อยกลัวอะไรทำให้สามารถตัดสินใจอะไรได้แบบไม่ลังเลทำให้เพื่อนที่อยู่ในกลุ่มต่างก็รู้สึกว่าพึ่งพาคีธได้ อีกอย่างคีธก็นิสัยดีและมีน้ำใจกับเพื่อนด้วย แม้จะดูเย็นชาไปนิดก็เถอะ “ใช่ เราไม่ชอบให้ใครมาพูดถึงน้องเราด้วย” คีธตอบกลับตรงๆ “ก็แค่อยากรู้จักไว้ไม่ได้หรือไง น้องสาวเพื่อนเนี่ย” โตว่า “..” คีธไม่ตอบอีกครั้งจนเพื่อนยอม “นายก็อย่าไปอยากรู้จักอะไรขนาดนั้นได้มั้ยโต เพื่อนไม่ชอบใจเนี่ย” เจอาร์ เพื่อนอีกคนพูดแล้วส่ายหน้า “เออๆ ไม่รู้จักก็ได้ ก็เห็นว่าลูกอมมาพูด” “..พูดว่าอะไร” เพราะคีธตงิดใจว่าไม่น่าจะชมว่าน่ารัก “ก็แค่บอกว่าน่ารักดี แต่..” “แต่?” คีธเลิกคิ้ว
“วันนี้เก่งเหมือนเดิมมั้ยคะ” ยี่หวาจับแก้มลูกสาวยามที่นั่งอยู่ในรถกำลังจะไปส่งที่โรงเรียนในวันที่ 2 “เก่มม” ยาหยียิ้มแป้น ตื่นมาใส่บาตรและอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวอย่างกระฉับกระเฉงสุดๆ ไปเลย ไม่มีอาการงอแงสักนิด “โอเคเลย ตอนเย็นอยากทานอะไรคะ” คุณพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามบ้าง “น้อนยั่กจินจุ้ง” ยาหยีบอกคนเป็นพ่อ “เมื่อคืนก็กินแล้วนี่คะ” เมื่อคืนเป็นเมนูกุ้งต้มน้ำสต๊อก กินไปเยอะเลย “โน แห้มๆ” ยาหยีบอก นึกถึงรูปที่ทาสีก่อนนอนเมื่อคืนแล้วท้องมันก็จ๊อกๆๆ อีก “อ๋อ อยากกินกุ้งเผาเหรอ” “เยส” ยาหยีพยักหน้าทันที เธอเรียกไม่เป็นเลยไม่ได้บอกพ่อไปแบบนั้น “โอเค เดี๋ยวเย็นนี้เราทำกุ้งเผากัน ชวนพี่คีธมาทานด้วยกันดีกว่า ดีมั้ย” “โอ๊ะ! จีงหย๋อ” ยาหยียิ้มแป้นทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “จริงสิครับ เดี๋ยวเย็นนี้พ่อโทรหาอาหมอให้” “เย้ น้อนจายย” ยาหยียิ้มแป้นอย่างดีใจสุดๆ เลย “หึหึ ต้องกินเยอะๆ นะมีพี่คีธอยู่ด้วย” “น้อนจินฉองเยย”







