Beranda / รักโบราณ / หนึ่งใจใต้ธงศึก / ตอนที่ 1 เจ้าสาวที่ถูกเลือก

Share

หนึ่งใจใต้ธงศึก
หนึ่งใจใต้ธงศึก
Penulis: หลิน จิ่นชู

ตอนที่ 1 เจ้าสาวที่ถูกเลือก

last update Tanggal publikasi: 2025-08-15 03:33:38

เสียงแตกกิ่งไม้เพียะ! ดังฝ่าอากาศ ทำลายความเงียบของยามรุ่งสางราวคมดาบเฉือนเนื้อ ความฝันร้ายของซูหนิงหนิงขาดสะบั้น นางลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก แสงสลัวลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า เสียง

เกราะเหล็กกระทบกันดังเป็นจังหวะน่าหวาดหวั่น

นางค่อย ๆ เคลื่อนสายตาไปทางต้นเสียง…ทหารราชสำนักในชุดเกราะดำยืนเรียงแถวล้อมเรือนไว้ราวกรงเหล็ก ขานคำสั่งเคลื่อนไหวเป็นระเบียบ แต่กลิ่นคาวเหล็กจากชุดเกราะและดาบทำให้หัวใจ

เต้นถี่ เกิดสิ่งใดขึ้น?

“คุณหนูซู! ออกมาพบในบัดดล!” เสียงหัวหน้าทหาร หนักและเย็นเยียบ ราวคำตัดสินชะตา

ซูหนิงหนิงรีบสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีขาวบาง เปิดบานประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดออกไป กลิ่นไอหมอกเช้าปะทะใบหน้า ภาพแรกที่เห็นคือบิดา—หมอหลวงซูอัน—กำลังยืนขวางหน้าทหาร ใบหน้าที่เคยสงบเยือกเย็นกลับซีดเผือด ดวงตาแฝงความวิตก มือที่ถือกระดาษตำรับยาสั่นไหวจนแผ่นกระดาษร่วงลงพื้น ลมเช้าพัดปลิวไปใต้เกราะของนายทหารคนหนึ่ง

“คำสั่งจากท่านแม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ย” หัวหน้าทหารกล่าวเสียงเรียบแต่น่ากลัว “คุณหนูซูต้องเข้าวังในทันที…มิอาจปฏิเสธ”

หนิงหนิงยื่นมือไปจับมือบิดาแน่น ความเย็นจากปลายนิ้วของเขาทำให้หัวใจนางหดเกร็ง “ท่านพ่อ…เกิดอันใดขึ้นกันแน่?”

หมอหลวงซูอันก้มตัวโอบลูกสาวไว้ในอ้อมแขนแน่น เสียงเขาแผ่วเบาราวลมหายใจสุดท้าย “ลูกเอ๋ย…ไม่ว่าอย่างไร จงจำไว้…สกุลซูของเราไม่เคยทำผิดต่อแผ่นดิน”

วินาทีนั้น ซูหนิงหนิงสัมผัสได้ว่า กลิ่นสมุนไพรที่ติดกายบิดา…กลับแฝงกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน และนั่น -- คือครั้งสุดท้ายที่นางได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา

ณ ท้องพระโรงในพระราชวังหลัก เสียงประกาศิตจากเบื้องบนดังก้องไปทั่วท้องพระโรง ราวกับฟ้าร้องกลางวันแสกๆ

“...แม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ย วีรบุรุษแห่งแผ่นดิน ผู้ปรีชาสามารถในการศึก ทั้งยังซื่อสัตย์ภักดีต่อราชสำนัก ควรแก่การเชิดชู! และซูหนิงหนิง บุตรีท่านหมอหลวงซูอัน ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและสติปัญญา บัดนี้ถึงคราวที่ชะตาของเจ้าทั้งสองจักผูกพันกัน ด้วยราชโองการหมั้นหมาย!”

คำประกาศนี้สร้างความตกตะลึงแก่ผู้คนในท้องพระโรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ หลี่เหวินเจี๋ย และ ซูหนิงหนิง สองบุคคลผู้ซึ่งไม่เคยคาดคิดว่าเส้นทางชีวิตของตนจะต้องมาบรรจบกันด้วยเหตุผลอันใด นอกเสียจากเพื่อ “แผ่นดิน”

ซูหนิงหนิงยังคงคุกเข่าก้มหน้าลง ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เสียงเต้นหัวใจของนางดังก้องในหู ท่ามกลางเสียงซุบซิบของขุนนางน้อยใหญ่

"ท่านแม่ทัพผู้ไม่เคยชายตามองสตรีใด เหตุใดจึงต้องเป็นบุตรีของหมอหลวงซูอัน?"

"นาง...บุตรีหมอหลวง เหตุใดถึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณถึงเพียงนี้?"

หลี่เหวินเจี๋ย ยืนนิ่งดุจขุนเขา ไม่แสดงอารมณ์ใดบนใบหน้าคมสัน ดวงตาเหยี่ยวคู่คมกริบเหลือบมองไปยังร่างอรชรเบื้องหน้า ที่กำลังคุกเข่าก้มหน้าลงต่ำจนปลายคางจรดแผงอก เสื้อผ้าอาภรณ์สีครามเรียบง่ายของนางตัดกับความวิจิตรของท้องพระโรง เขาได้ยินเสียงซุบซิบนินทา เสียงสะท้อนของความประหลาดใจจากขุนนางน้อยใหญ่

มือของหนิงหนิงกำแน่นจนเล็บฝังเนื้อ เลือดซึมออกมาเล็กน้อย

หลี่เหวินเจี๋ย...ชื่อนี้มิใช่หรือคือแม่ทัพผู้ที่กำลังสืบสวนบิดาของนาง?

ขณะที่ความคิดของนางปั่นป่วน การเคลื่อนไหวเล็กๆ ทำให้นางเสียการทรงตัว

แรงโน้มถ่วงจะดึงร่างบอบบางของนางลงพื้นหินเย็น

แต่แล้ว...มือใหญ่แกร่งจับข้อมือนางไว้ ดึงร่างเธอให้ตั้งตรง

ซูหนิงหนิงเงยหน้าขึ้นในความตกใจ สบตากับดวงตาคู่คมกริบที่เย็นชาราวน้ำแข็ง แต่กลับมีแววอะไรบางอย่างแฝงอยู่ในส่วนลึก

หลี่เหวินเจี๋ยถอนมือออกในทันที ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ความรู้สึกอบอุ่นจากมือของเขายังคงติดอยู่ที่ข้อมือนาง

ทำไม...ทำไมเขาถึงช่วยนาง?

ความคิดในหัวของหลี่เหวินเจี๋ยปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุทะเลทราย หมอหลวงซูอัน บิดาของซูหนิงหนิง...ชายผู้นั้นคือหนึ่งในผู้ที่ต้องสงสัยว่าพัวพันกับขุนนางกบฏที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด เขาเองก็เพิ่งสืบสวนเรื่องนี้ได้ไม่นาน การที่ฮ่องเต้ทรงมีราชโองการให้หมั้นหมายบุตรีของหมอหลวงกับตนเช่นนี้ มิใช่ว่ากำลังจะผลักนางเข้ามาเป็น “สายลับ” ของขุนนางกบฏดอกหรือ? หรือนี่คือการโยนหินถามทาง? หรืออาจเป็นแผนการที่ลึกซึ้งกว่านั้น? ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด เขาย่อมต้องระมัดระวังเป็นทวีคูณ

“นางผู้นั้น…จะไว้ใจได้จริงหรือ?” เสียงกระซิบของ หลิวหรง สหายรักและรองแม่ทัพคนสนิท ดังขึ้นข้างกาย

“เจ้าคิดเช่นไร?” หลี่เหวินเจี๋ยตอบสั้นๆ ไม่หันมอง

หลิวหรงขมวดคิ้ว "ข้ามิอาจล่วงรู้พระทัยฮ่องเต้ แต่การที่ทรงเลือกนางในช่วงเวลาเช่นนี้...ชวนให้สงสัยยิ่งนัก ท่านแม่ทัพพึงระวัง"

ขณะเดียวกัน ซูหนิงหนิง ผู้นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ ราวกับถูกก้อนหินขนาดยักษ์ทับร่าง ความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ แม้นฤดูร้อนจะมาเยือนแล้วก็ตาม นางรู้สึกราวกับตกอยู่ในวังวนแห่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้และความอิจฉาริษยาจากขุนนางน้อยใหญ่ นางไม่ได้ยินคำซุบซิบใดๆ เพราะหัวใจนางเองกำลังโกลาหลยิ่งกว่า ฮ่องเต้ผู้ซึ่งบิดานางเคยเอ่ยถึงด้วยความภักดี ฮ่องเต้ผู้ซึ่งบิดานางทุ่มเทรักษาไข้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่เหตุใด...เหตุใดจึงต้องเป็นแม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ยผู้นี้?

หลี่เหวินเจี๋ย...ชื่อนี้มิใช่หรือคือแม่ทัพผู้ที่กำลังสืบสวนบิดาของนาง? แม่ทัพผู้ที่เคยมีข่าวลือว่าพยายามโค่นล้มผู้ไม่เห็นด้วยกับราชสำนักอย่างเด็ดขาด? แม้ข่าวลือเหล่านั้นจะเลือนราง แต่สำหรับซูหนิงหนิงแล้ว ชายผู้นี้คือศัตรูของบิดาตนอย่างไม่ต้องสงสัย หรือว่า...การหมั้นหมายครั้งนี้คือแผนการที่แยบยลของฮ่องเต้ เพื่อกำจัดบิดาของนางโดยใช้สายสัมพันธ์? นางได้แต่กัดฟันแน่น บังคับให้ใบหน้าเรียบเฉยที่สุด นางจะไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาทำร้ายบิดาของนางได้

ข้างกายนาง มู่หลัน สหายรักผู้เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย ใบหน้าของนางซีดเผือด นางเข้าใจดีว่าการหมั้นหมายครั้งนี้มิใช่เรื่องธรรมดาสำหรับซูหนิงหนิง "หนิงหนิง...เจ้าไม่เป็นไรหรือ?" มู่หลันกระซิบถามเบาๆ

ซูหนิงหนิงพยักหน้ารับอย่างยากเย็น "ข้ามิเป็นไร...แต่บิดาของข้าต่างหากที่ข้าเป็นห่วง"

หลังจากการประกาศิตสิ้นสุดลง หลี่เหวินเจี๋ยไม่แม้แต่จะชายตามองซูหนิงหนิงแม้แต่น้อย เขาก้าวจากท้องพระโรงไปอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงเงาของบุรุษผู้เย็นชาและไร้หัวใจในสายตาของหญิงสาว

ซูหนิงหนิงเองก็เดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ใบหน้างดงามบัดนี้ถูกฉาบด้วยความมืดมิด ดวงตากลมโตที่ปกติจะสดใส บัดนี้กลับมีแววแห่งความกังวลและเด็ดเดี่ยวปะปนอยู่

“หนิงหนิง...เจ้าจะทำเช่นไร?” มู่หลันถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ทั้งสองเดินอยู่ในสวนหลวงที่เงียบสงบ ต้นไม้สูงใหญ่แผ่ร่มเงาลงมา ปกคลุมความมืดมิดให้แก่ความคิดของทั้งคู่

“ข้าจะทำเช่นไรได้เล่ามู่หลัน? นี่คือราชโองการ...ขัดมิได้” ซูหนิงหนิงตอบเสียงเรียบ แต่แววตาของนางแสดงออกถึงความมุ่งมั่น "แต่ข้าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้มาทำร้ายท่านพ่อของข้าเป็นอันขาด"

“แต่แม่ทัพหลี่ผู้นั้น...ข่าวลือเรื่องความเหี้ยมโหดของเขายามออกศึก เจ้าก็รู้ดี” มู่หลันเอ่ยเตือน

“ข้ารู้...และข้ารู้ดีว่าเขาเป็นคนของราชสำนัก ผู้ซึ่งพร้อมจะกำจัดทุกคนที่ขวางทาง” ซูหนิงหนิงหยุดเดิน หันหน้าเผชิญหน้ากับสหายรัก "แต่มู่หลัน เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่?"

มู่หลันจับมือซูหนิงหนิงแน่น "แน่นอน! เจ้าก็รู้ว่าข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเช่นไร"

"ดี...ถ้าเช่นนั้น เจ้าจงช่วยข้าสืบเรื่องราวของท่านแม่ทัพหลี่ผู้นั้นให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้" ซูหนิงหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "และข้าเองก็จะเฝ้าระวังตัวข้าเองให้ดีที่สุด"

ในขณะเดียวกัน หลี่เหวินเจี๋ยกำลังปรึกษาหารือกับหลิวหรงในห้องทำงานส่วนตัว แผนที่ทางทหารแผ่กว้างเต็มโต๊ะ แต่สายตาของหลี่เหวินเจี๋ยไม่ได้อยู่ที่แผนที่ เขากำลังจดจ่ออยู่กับข้อมูลเกี่ยวกับหมอหลวงซูอัน และซูหนิงหนิง

“นางผู้นั้น...ซูหนิงหนิง” หลี่เหวินเจี๋ยเอ่ยขึ้น “เจ้าเคยพบพานนางหรือไม่?”

“เพียงไม่กี่ครั้งขอรับ” หลิวหรงตอบ “นางเป็นบุตรีของหมอหลวงซูอัน มีชื่อเสียงในด้านความเฉลียวฉลาดและการแพทย์ นอกจากนี้ยังเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยออกงานสังคมเท่าใดนัก”

“แล้วความสัมพันธ์ของหมอหลวงซูอันกับขุนนางกบฏ...เจ้าสืบได้ถึงไหนแล้ว?” หลี่เหวินเจี๋ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ยังคงคลุมเครือขอรับ ท่านแม่ทัพ” หลิวหรงถอนหายใจ “หมอหลวงซูอันเป็นที่เคารพของประชาชน มีลูกศิษย์มากมาย แม้แต่ในวังหลวงเองก็มีคนมากมายที่เชื่อใจเขา การจะหาหลักฐานที่แน่ชัดนั้นยากยิ่งนัก”

“นั่นสินะ” หลี่เหวินเจี๋ยพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาหลับพริ้มครุ่นคิด “หากนางเป็นเพียงเครื่องมือ...เราก็ต้องรู้ให้ได้ว่านางกำลังถูกใช้เพื่อสิ่งใด”

“ท่านแม่ทัพจะทำเช่นไร?” หลิวหรงถาม

หลี่เหวินเจี๋ยลืมตาขึ้น ดวงตาคู่คมกริบฉายแววแน่วแน่ “เราจะเฝ้าดูนางอย่างใกล้ชิด และใช้โอกาสนี้สืบสาวเรื่องราวของหมอหลวงซูอันให้กระจ่าง”

“แต่หากนางเป็นผู้บริสุทธิ์เล่าขอรับ?” หลิวหรงถามอย่างกังวล

“นั่นคือสิ่งที่เราต้องพิสูจน์” หลี่เหวินเจี๋ยตอบเสียงเย็นชา “ในยามสงครามเช่นนี้...ความไว้ใจคือสิ่งอันตรายที่สุด เราไม่อาจปล่อยให้สิ่งใดมาบั่นทอนความมั่นคงของแผ่นดินได้”

ไม่กี่วันต่อมา ข่าวการหมั้นหมายของแม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ยและซูหนิงหนิงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ผู้คนต่างซุบซิบนินทาถึงความเหมาะสม บ้างก็ชื่นชมในพระปรีชาสามารถของฮ่องเต้ที่ทรงเลือกคู่ครองให้กับแม่ทัพใหญ่ผู้แข็งแกร่ง บ้างก็รู้สึกแปลกใจกับการจับคู่ที่ไม่คาดฝันนี้

ซูหนิงหนิงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เรือนของตน ศึกษาตำราแพทย์และฝึกฝนวิชาการรักษา นางพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและความมุ่งมั่นที่จะปกป้องบิดาให้พ้นจากอันตราย

วันหนึ่ง ขณะที่นางกำลังเดินสำรวจสมุนไพรในสวน ได้พบกับหลิวหรงโดยบังเอิญ หลิวหรงเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม ใบหน้ามีรอยยิ้มอยู่เสมอ ต่างจากหลี่เหวินเจี๋ยราวฟ้ากับเหว เขายิ้มทักทายซูหนิงหนิงอย่างสุภาพ

“คารวะคุณหนูซู” หลิวหรงกล่าว “มิคาดว่าจะได้พบท่านที่นี่”

“คารวะท่านรองแม่ทัพหลิว” ซูหนิงหนิงตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน

“คุณหนูซูดูจะสนอกสนใจเรื่องสมุนไพรยิ่งนัก” หลิวหรงเอ่ยขึ้นขณะมองไปยังต้นสมุนไพรที่ซูหนิงหนิงกำลังพิจารณา

“เจ้าค่ะ บิดาของข้าสอนให้ข้ารู้จักสมุนไพรมาตั้งแต่เยาว์วัย” ซูหนิงหนิงตอบ ก่อนจะลองหยั่งเชิง “ท่านรองแม่ทัพ ดูเหมือนจะสนิทสนมกับท่านแม่ทัพหลี่มากนะเจ้าคะ”

หลิวหรงยิ้มเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพและข้าเป็นสหายร่วมรบกันมานานหลายปี ความสนิทสนมย่อมมีมากเป็นธรรมดา” เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “ท่านแม่ทัพอาจจะดูเย็นชา แต่แท้จริงแล้ว...เขามีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความภักดีต่อแผ่นดินและประชาชน”

ซูหนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองหลิวหรง ดวงตานางฉายแววครุ่นคิด “ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ”

หลิวหรงสังเกตเห็นแววตาของซูหนิงหนิง เขาเดาได้ว่านางอาจจะกำลังสงสัยในตัวหลี่เหวินเจี๋ยไม่ต่างจากที่หลี่เหวินเจี๋ยสงสัยในตัวนาง “คุณหนูซูไม่ต้องเป็นกังวลไป” เขากล่าว “ยามใดที่เกิดเรื่องราวอันใด ท่านแม่ทัพย่อมปกป้องผู้บริสุทธิ์เสมอ”

คำกล่าวของหลิวหรงไม่ได้ทำให้ความกังวลในใจซูหนิงหนิงลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย นางเพียงยิ้มบางๆ ก่อนจะขอตัวจากไป ปล่อยให้หลิวหรงยืนมองตามหลังด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

ในอีกด้านหนึ่ง กงซุนหมิง สหายรักของมู่หลัน ผู้เป็นบุตรชายของขุนนางใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล เขาหลงรักมู่หลันมานานแล้ว และมักจะหาโอกาสมาเยี่ยมเยียนนางอยู่เสมอ

“มู่หลัน...ข้าได้ยินข่าวว่าคุณหนูซูหมั้นหมายกับแม่ทัพใหญ่หลี่” กงซุนหมิงเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเล่นในตลาด “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”

มู่หลันถอนหายใจ “ข้ามิรู้จะคิดอย่างไรดีหมิงเอ๋อร์” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล “หนิงหนิงกำลังกังวลใจยิ่งนัก”

“ข้าก็กังวลเช่นกัน” กงซุนหมิงกล่าว “แม่ทัพหลี่ผู้นั้น...ข่าวลือของเขาน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก”

“ท่านพ่อของข้าบอกว่า การหมั้นหมายครั้งนี้อาจจะเป็นชนวนแห่งความไม่สงบ” มู่หลันกล่าวอย่างวิตก “ท่านพ่อเกรงว่าเรื่องนี้จะนำมาซึ่งภัยพิบัติแก่สกุลซู”

กงซุนหมิงจับมือมู่หลันเบาๆ “อย่ากังวลไปเลยมู่หลัน หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าและคุณหนูซูเสมอ”

สายตาของกงซุนหมิงที่มองมู่หลันเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย มู่หลันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นางรู้ดีว่ากงซุนหมิงจริงใจกับนางเสมอมา ความรักของทั้งคู่เบ่งบานอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความวุ่นวายของราชสำนัก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 53 ราตรีแห่งนิรันดร์ (NC)

    ในคืนนั้น หลี่เหวินเจี๋ยและซูหนิงหนิงยืนอยู่บนระเบียงห้องพักในจวนของอ๋อง แสงจันทร์สาดส่องต้องร่างของคนทั้งคู่ ทำให้เห็นเงาของพวกเขาที่ทาบทับกันเป็นหนึ่งเดียว“ท่านอ๋อง…หม่อมฉันยังรู้สึกเหมือนฝันไปเลยเจ้าค่ะ” ซูหนิงหนิงเอ่ยเสียงแผ่ว “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น…มันเหมือนความฝัน”หลี่เหวินเจี๋ยหันมามองนาง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขาโอบกอดนางแน่น “นี่มิใช่ความฝันซูหนิงหนิง…นี่คือความจริง…ความจริงที่ว่าเราได้อยู่เคียงข้างกันแล้ว”“ข้าขอขอบพระทัยท่านอ๋อง…ที่มอบความรักและความสุขให้หม่อมฉันมากถึงเพียงนี้เจ้าค่ะ” ซูหนิงหนิงกล่าวหลี่เหวินเจี๋ยยิ้มบางๆ “เจ้ามิจำเป็นต้องขอบใจข้าซูหนิงหนิง…เจ้าคือของข้า…และข้าจะเป็นของเจ้าตลอดไป”เขาจุมพิตหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา “เจ้าคือข้าทั้งชีวิตซูหนิงหนิง…และข้าจะรักเจ้าตลอดไป”เมื่อสิ้นคำพูด หลี่เหวินเจี๋ยก็โน้มตัวลงจุมพิตริมฝีปากของนางอย่างอ่อนโยนในคราแรก แต่เมื่อนางตอบรั

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 52: เขาจุมพิตเธอเบื้องหน้าขุนนาง

    แสงอรุณทอประกายเหนือพระราชวังหลวง บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง หลังจากการเปิดโปง ท่านราชครู ผู้บงการอยู่เบื้องหลังการใส่ร้าย อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ แผ่นดินต้าเหลียงได้เริ่มต้นบทใหม่แห่งความรุ่งเรืองภายใต้การปกครองของ องค์ฮ่องเต้ ผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ และการสนับสนุนจาก หลี่เหวินเจี๋ย วีรบุรุษผู้กล้าหาญ ที่บัดนี้มี พระชายาซูหนิงหนิง เคียงข้างเช้าวันนั้น ท้องพระโรงหลวงเต็มไปด้วยเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่มารวมตัวกัน เพื่อปรึกษาราชกิจสำคัญเกี่ยวกับการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงคราม และการแต่งตั้งตำแหน่งขุนนางใหม่ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหวังหลี่เหวินเจี๋ย ในชุดขุนนางเต็มยศดูสง่างามและน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายของเขาฉายแววความสุขที่มิอาจปิดบังได้ เขายืนอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ องค์ฮ่องเต้ อย่างมั่นคงซูหนิงหนิง ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม ยืนอยู่ข้างกายเขาอย่างมั่นใจ ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีฉายแววความสุขและภาคภูมิใจ“ขอเดชะฝ่าบาท!” หลี่เหวินเจี๋ยคุกเข่าลงถวายบังคม “กระหม่อมหลี่เหวิ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 51 ข้าจะรักเจ้า…แม้ในวันที่ข้าถูกขัง

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ได้ผ่านพ้นไป อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และ พระชายาซูหนิงหนิง ต่างใช้ชีวิตอย่างมีความสุขท่ามกลางความรักที่เบ่งบาน แต่ความสงบสุขนั้นช่างสั้นนัก เพราะภัยคุกคามที่แท้จริงหาได้มาจากสนามรบภายนอก หากแต่มาจากเงามืดภายในราชสำนักเองหลังจากที่ หลี่เหวินเจี๋ย ได้ประกาศเชิดชู ซูหนิงหนิง ต่อหน้าเหล่าขุนนาง ทำให้บางคนไม่พอใจในความสามารถและอิทธิพลของหลี่เหวินเจี๋ยที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น พวกเขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อกำจัดหลี่เหวินเจี๋ยให้พ้นจากเส้นทางอำนาจเช้าวันหนึ่ง บรรยากาศในท้องพระโรงกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง องค์ฮ่องเต้ ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ ใบหน้าของพระองค์เคร่งขรึมกว่าครั้งใดๆ เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนเรียงรายด้วยสีหน้ากังวล“หลี่เหวินเจี๋ย! เจ้ามีความผิด!” องค์ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระสุรเสียงก้องกังวาน “มีผู้ร้องเรียนว่าเจ้าได้แอบสะสมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างลับๆ หมายก่อการกบฏ!”คำประกาศขององค์ฮ่องเต้สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนในท้องพระโ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 50 ข้างข้า…ที่ไม่ใช่ข้างหลัง

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับมาคึกคักและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังมหาสงครามที่ทำให้แผ่นดินต้าเหลียงสั่นสะเทือนได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และการปรากฏตัวของ พระชายาซูหนิงหนิง ผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาสองวันหลังจากการกลับสู่เมืองหลวง หลี่เหวินเจี๋ย ได้รับราชโองการให้เข้าเฝ้า องค์ฮ่องเต้ เพื่อปรึกษาราชกิจสำคัญที่รออยู่เบื้องหน้าเกี่ยวกับฟื้นฟูบ้านเมือง หลังความเสียหายจากสงครามครั้งใหญ่ภายในจวนของอ๋อง บรรยากาศยังคงอบอวลด้วยความสุขที่หวนคืนมา ซูหนิงหนิง กำลังจัดเตรียมชุดขุนนางให้หลี่เหวินเจี๋ยด้วยมือของนางเอง ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้า แต่แววตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย“ท่านอ๋อง…บาดแผลของท่านยังไม่หายสนิทดีนะเจ้าคะ” ซูหนิงหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ท่านควรจะพักผ่อนให้มากกว่านี้”หลี่เหวินเจี๋ยหันมามองนาง ดวงตาคู่คมกริบของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขาจับมือของนางแน่น “แผลกายนั้นเล็กน้อยนักซูหนิงหนิง แต่แผลใจที่ข้าเคยมี…เจ้าเป็นผู้รักษาให้หายดี”คำพูดของเขาทำให้ซูหนิ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 49 ศึกจบ…แต่ข้าจะไม่ปล่อยมือเจ้า

    เสียงแตรศึกที่เคยดังก้องไปทั่วแผ่นดินบัดนี้เงียบสงัดลงแล้ว เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้และเสียงนกร้องขับขาน บ่งบอกถึงความสงบสุขที่หวนคืนมาสู่ต้าเหลียงอีกครั้ง หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของกองทัพ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ยณ สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยคราบเลือดและซากศพ บัดนี้ถูกทำความสะอาดและจัดระเบียบใหม่ เหล่าทหารของต้าเหลียงที่รอดชีวิตต่างพากันกลับมารวมตัวกันด้วยใบหน้าอิดโรย แต่แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และความยินดีที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลี่เหวินเจี๋ย ยืนตระหง่านอยู่กลางสนามรบที่เงียบสงัด ชุดเกราะของเขาเต็มไปด้วยรอยบุบและคราบเลือดที่แห้งกรัง ใบหน้าคมคายของเขาซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่คมกริบกลับฉายแววความสุขที่มิอาจปิดบังได้ เมื่อเขามองไปยัง ซูหนิงหนิง ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ซูหนิงหนิงในชุดหมอศึกที่เรียบง่ายแต่เปื้อนคราบเขม่าดินและโลหิต เดินเข้ามาหาหลี่เหวินเจี๋ยอย่างช้าๆ ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวและอ่อนล้า แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววความรักที่ลึกซึ้งและโล

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 48 ศึกหัวใจ…สำคัญไม่แพ้ศึกสงคราม

    แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมายังเมืองหลวงต้าเหลียงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในศึกสมรภูมิเหนือ แคว้นอริ แต่ในใจของทั้ง หลี่เหวินเจี๋ย และ ซูหนิงหนิง ความสงบนั้นยังห่างไกลนัก ค่ำคืนนี้เป็นคืนก่อนวันอภิเษกสมรส คืนที่ควรเต็มไปด้วยความยินดี ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและยังมิได้ถูกปลดเปลื้องภายในห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างงดงามในจวนของแม่ทัพ ซูหนิงหนิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้งเธอนึกย้อนถึงคำขอแต่งงานของหลี่เหวินเจี๋ยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คำขอที่เปี่ยมด้วยความรักและความจริงใจ คำขอที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของครอบครัวที่พังทลาย ความเจ็บปวดที่พ่อแม่ต้องเผชิญ และความแค้นที่เคยกัดกินใจ ก็ยังคงฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดบาปยังคงตามหลอกหลอน“หนิงหนิง…เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ” เสียงนุ่มนวลของ มู่หลัน ดังขึ้น มู่หลันเดินเข้ามาพร้อมถ้วยชาอุ่นๆ วางลงบ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 45 ศึกสุดท้าย…รักครั้งสุดท้าย

    เสียงกลองศึกที่ดังกึกก้องยังคงกัมปนาทไปทั่วสมรภูมิทางเหนือ เลือดสีแดงฉานเจิ่งนองพื้นดินดุจสายน้ำ หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นดิน พิษร้ายจากลูกธนูและคมดาบกัดกินร่าง แผลที่ต้นขาและแผ่นหลังยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่หยุดหย่อน ใบหน้าคมคายของเขาซีดเผือดราวกั

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 44 ข้าขอเลือกทั้งแผ่นดิน…และเจ้า

    ท้องพระโรงหลวงสว่างไสวด้วยแสงตะวันยามเช้า บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยความยินดีจากการประกาศอภิเษกสมรสระหว่างแม่ทัพใหญ่ หลี่เหวินเจี๋ย กับ ซูหนิงหนิง บุตรีหมอหลวงผู้กล้าหาญ คำสาบานที่หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวต่อหน้า องค์ฮ่องเต้ ยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของทุก

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 42 ข้าสั่งให้เจ้ามีชีวิต

    เสียงกลองศึกที่ดังกึกก้องยังคงสั่นสะเทือนไปทั่วสมรภูมิทางเหนือ เลือดสีแดงฉานเจิ่งนองพื้นดินดุจสายธาร กองทัพของ หลี่เหวินเจี๋ย และแคว้นอริปะทะกันอย่างบ้าคลั่งหลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก แม้จะบาดเจ็บสาหัสจากพิษธนูและคมดาบ แต่จิตใจของเขากลับมุ่งมั่นกว

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 41 เลือดไม่หยุด…แต่หัวใจไม่แพ้

    เสียงปืนใหญ่ที่คำรามกึกก้องผสานกับเสียงโห่ร้องของทหารยังคงดังก้องไปทั่วสมรภูมิทางเหนือ เลือดสีแดงฉานเจิ่งนองพื้นดินดุจสายน้ำ หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก นอนหายใจรวยรินอยู่ภายในกระโจมบัญชาการชั่วคราว พิษร้ายจากลูกธนูยังคงกัดกินร่าง แผลที่ต้นขายังคงมีเลือดซึมออกมาไม่หยุดหย่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status