Masuk“ผู้หญิงที่นายต้องการพร้อมแล้วครับ” ต้นกล้าเดินเข้ามารายงานเจ้านายที่กำลังยืนสูบบุหรี่มองดูทิวทัศน์ยามสนธยาอย่างสบายอารมณ์
ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป มือข้างหนึ่งยกขึ้นปัดไปมาเพียงนิดเพื่อไล่ลูกน้องคนสนิทออกไป
ยังไม่ถึงเวลา เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่รีบ
ตอนนี้น้องครีมของเขากำลังทำอะไรอยู่นะ ได้แต่เท้าคางอย่างใช้ความคิดและจินตนาการไปเรื่อยเปื่อย
ผ่านไปนานนับชั่วโมง เตโชจึงเดินไปยังห้องนอนส่วนตัว หยิบเอาอุปกรณ์ที่ต้องการ แล้วเดินไปยังห้องนอนอีกห้องที่ลูกน้องจัดเตรียมผู้หญิงมาให้บริการ
ดวงตาคมปลาบมองสำรวจผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมกับผ้าคลุมหน้าสีดำ สัดส่วนรูปร่างของเธอถือว่าใช้ได้ทีเดียว สีผิวกับส่วนสูงก็น่าจะใกล้เคียงกับดารินทร์อยู่ไม่น้อย
จัดว่าลูกน้องคนสนิทสามารถหาผู้หญิงมาได้ถูกใจเขาจริง ๆ
เตโชจับแยกข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงเข้ากับหัวเตียง ระหว่างที่ปลดกระดุมเสื้อออกให้ผู้หญิงตรงหน้า ในใจก็ได้แต่คิดว่าถ้าเป็นดารินทร์เขาจะมีความสุขแค่ไหน
นึกถึงรอยยิ้มหวานนั่นทีไร ความเป็นชายของเขาที่กำลังหลับไหลก็ตื่นขึ้นมาแสดงอิทธิฤทธิ์ทันที มันปวดหนึบจนอยากปลดปล่อยออกมาเดี๋ยวนั้น
หลังจากปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนหมด เตโชหยิบถุงยางอนามัยมาสวมใส่ แล้วค่อย ๆ ดื่มด่ำเรือนร่างนั้นอย่างมีความสุข ในหัวก็เอาแต่คิดถึงรอยยิ้มของดารินทร์ จินตนาการว่าคนใต้ร่างคือเธอ
“น้องครีมของเฮีย” ขณะที่กำลังถูไถท่อนเอ็นลำใหญ่เสียดสีไปมากับกลีบอวบอูมสองด้านเฉอะแฉะ เสียงครางกระเส่าก็ดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ
“อื้อ” คนที่หลับไปด้วยฤทธิ์ยาก่อนหน้านี้ร้องอื้อด้วยอาการสะลึมสะลือ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ รู้สึกได้ว่ามือทั้งสองถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยวัตถุเย็นเฉียบ
เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยก็รับรู้ว่ามีใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่บนร่างกายของเธอ แม้จะยังไม่มีสิ่งใดรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่สงวน แต่ด้วยความตกใจเธอจึงร้องตะโกนเสียงดังและพยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากพันธนาการ
“ช่วยด้วย...อื้อ” มือหนาปิดปากเสียงร้องนั้นเอาไว้ เนื่องจากไม่ต้องการได้ยินมัน ตอนนี้เขากำลังจะได้รับการปลดปล่อย อีกแค่นิดเดียว ใกล้จะเสร็จแล้ว
“อ๊าส์ น้องครีม!” เตโชคำรามเสียงดังลั่นในห้วงนาทีสุดท้าย ก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามลงถุงยางอนามัย เขาถอดมันออกแล้วโยนลงถังขยะที่อยู่ไม่ไกลจากเตียงนัก “สะ..เสร็จแล้ว น้องครีมของเฮีย”
ใครกันที่เรียกชื่อเธอ
เสียงนั้นช่างคุ้นหูเหลือเกิน
“อื้อ” ดารินทร์พยายามออกแรงดิ้นสุดกำลังอีกครั้ง ด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิดและสองมือที่ถูกพันธนาการอยู่กับหัวเตียง ส่งผลให้เธอพ่ายแพ้ต่อคนบนร่างอย่างเลี่ยงไม่ได้
เด็กสาวพยายามดูหน้าของคนที่กำลังทำอนาจารกับเธอ แต่กลับเห็นเพียงรอยสักนกฟีนิกซ์อยู่ตรงกลางอกของเขา ทว่าฤทธิ์ยาที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอหมดสติไปอีกครั้ง
หลังจากเสร็จสมอารมณ์หมาย เตโชปลดกุญแจที่พันธนาการข้อมือของเธอออก เขาโยนผ้าห่มบาง ๆ หนึ่งผืนปิดเรือนร่างนั้นเอาไว้ ก่อนจะเดินมานั่งสูบบุหรี่บนโซฟาอย่างสบายใจ เพียงไม่นานก็เรียกให้ลูกน้องมาเอาตัวผู้หญิงบนเตียงออกไป
ต้นกล้าเดินนำหน้าลูกน้องอีกสองคนเข้ามาภายในห้อง หนึ่งในบอดี้การ์ดมองดูสภาพของเด็กสาวแล้วก็อดเวทนาไม่ได้ ทั้งที่เคยดูเธอไลฟ์สดร้องเพลงทุกคืนแท้ ๆ ไม่น่าเจอเรื่องแบบนี้เลย
เตโชพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างสบายใจขณะที่มองลูกน้องกำลังอุ้มร่างเด็กสาวออกไปจากห้อง ทว่าอยู่ ๆ ผ้าที่คลุมหน้าเธอไว้ดันหลุดออก เผยให้เห็นว่าใครคือคนที่เขาเพิ่งมีความสุขไปด้วยก่อนหน้านี้
“น้องครีม” เขาอุทานเรียกชื่อเธอเสียงเบาจนแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ ก่อนจะรีบสั่งให้ลูกน้องหยุดการกระทำทั้งหมด “พวกมึงหยุด!”
ทุกคนหันมามองเขาพร้อมเพรียงกัน เห็นใบหน้าของเจ้านายที่กำลังโมโหจัดก็พากันสะดุ้ง
เกิดอะไรขึ้น!
ทำไมอยู่ ๆ เจ้านายของพวกเขาก็อารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังดูอารมณ์ดีอยู่เลย
“คะ..ครับนาย?” ต้นกล้าที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดเอ่ยถามเจ้านายเสียงสั่น
“เอาเธอวางลงที่เตียงเหมือนเดิม” แม้จะไม่เข้าใจในคำสั่งนั้นแต่ทุกคนก็ยอมทำตามอย่างไม่อิดออด
เตโชทิ้งก้นบุหรี่ที่ดับสนิทแล้วเดินเข้าไปดูคนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงด้วยความร้อนใจ มือหนาลูบหน้าลูบผมที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อออกให้เด็กสาว นาทีแรกที่เขารู้ว่าเป็นเธอ เขาตกใจจนแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่
“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย”
“พวกมึงออกไป!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดทำเอาทั้งสามหนุ่มพากันผวา ก่อนจะรีบเผ่นออกไปจากห้องตามคำสั่งนั้นทันที
มาแล้วค๊าบบบ
ฉิบหายแล้วต้นกล้า 🤣🤣🤣
คอมเมนต์พูดคุยกันนะงับ เยิฟๆ 🥳
“พูดตอนไหน?”“เมื่อกี้ไง ที่ลินบอกเฮียว่ารอบนี้รอบสุดท้าย อึก! เฮียลืมเหรอ”“เฮียไปรับปากตั้งแต่เมื่อไหร่ ฮะ!” เขาจำได้ว่ายังไม่ได้รับปากเลย เธอพูดเองเออเองคนเดียว“ก็ที่เฮียจูบลินไง แปลว่าเฮียรับปากแล้ว”“อย่ามาเหลี่ยมกับเฮียนะน้องลิน!” เธอดึงเขาไปจูบเองแท้ ๆ นอกจากแรดแล้วยังเจ้าเล่ห์อีก “มานี่!”“ไม่เอา ๆ ฮือ ลินไม่อยากเอากับเฮียแล้ว” เอาดุขนาดนี้ใครมันจะไปทนไหว เป็นผัวประสาอะไรไม่เคยทะนุถนอมเมียตัวน้อย ๆ อย่างเธอเลย“อย่าคิดนะว่าเฮียจะปลอบ ไม่ปลอบหรอกอยากร้องก็ร้องไป” เขาคว้าแขนเธอหวังจะอุ้มไปกระแทกต่อที่เตียง แต่กลับถูกสะบัดมือทิ้งอย่างไม่ไยดี“อึก! เฮียทำลินร้องไห้ระวังมีผู้ชายคนอื่นทำให้ลินยิ้มได้นะ”“น้องลิน!” อังค์กูณฑ์ถลึงตาตะโกนเรียกชื่อแฟนสาวดังลั่น ทั้งที่เพิ่งโดนเขาลงโทษไปเอง ยังกล้าพูดถึงผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขาอีก มันน่านัก!ทว่าไพลินไม่อยู่ให้เขาได้ดุทัน เธอรีบหนีเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการทำความสะอาดหว่างขาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำรักอังค์กูณฑ์ที่วิ่งตามไปไม่ทันได้แต่จิ๊ปากอย่างเหลืออด เมียนิสัยแรดชอบทำให้หึงหวง ถ้าเขากำราบเมียแรด ๆ แบบเธอไม่ได้ ก็อย่ามาเรียกเขาว่าลูก
‘อังค์กูณฑ์ วงศ์วิหกอัคคี’ ลูกชายคนที่สองของบ้าน หล่อและฮอตที่สุดในบรรดาพี่น้อง นิสัยไม่ต้องพูดถึงนอกจากเบ้าหน้าก็ไม่มีความดีปรากฏให้เห็น โดยเฉพาะเรื่องชู้สาวมีมาให้พ่อแม่ปวดหัวเป็นประจำทำไงได้ก็คนมันหล่อแถมพ่อก็รวย ดีกรีนักดนตรีของโรงเรียนด้วย สกิลการเล่นเบสของเขาเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาว ๆ ได้อย่างท่วมท้นตั้งแต่มัธยมจนจบมหาลัย สายตาของอังค์กูณฑ์ไม่เคยได้ขาดแคลนคนสวยเลย อยากควงสาวคนไหนก็ควง อยากทิ้งใครตอนไหนก็ทิ้ง สาว ๆ ตบตีกันแย่งเขาเป็นเรื่องธรรมดาไปชื่อของอังค์กูณฑ์และพวกพ้องถูกพูดถึงจากรุ่นสู่รุ่น เพราะสร้างวีรกรรมและตำนานเอาไว้เยอะแต่ทว่าคนที่หล่อและฮอตขนาดนี้ ดันต้องมาชดใช้กรรมตั้งแต่ได้เธอมาเป็นแฟนปึก! ปึก! ปึก!“โอ๊ย! ฮือ ๆ ทำไมต้องทำแรงขนาดนี้ด้วย ลินเจ็บ!” คนถูกจับลงโทษตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วร้องโวยวาย สองมือเล็กค้ำพนักโซฟาตัวยาว แค่เผลอขยับหนีนิดเดียวก็โดนเขาเอ็ดยับ“แอ่นก้นมาดี ๆ อย่าให้เฮียต้องพูดหลายรอบ!” ไม่เพียงแต่เอ่ยเสียงดุ เอวสอบตามไปเสยร่องน้อย ๆ ของเธอไม่ยั้งในเมื่อกล้าสร้างเรื่องให้เขาขนาดนี้ก็ต้องทนรับแรงกระแทกจากเขาให้ได้“ฮือ ๆ ลินจุก...”“ก็ทำให้จุกจะได
กรี๊ดดดดด!อังค์กูณฑ์ยังคงเป็นหนุ่มฮอตที่สาว ๆ เห็นแล้วกรี๊ดกราดอยู่เหมือนเคยเวลาปรากฏตัว ยังดีที่มาแต่เสียงกรี๊ดไม่มีใครมารุ่มร่าม ไม่งั้นแฟนคนสวยของเขาต้องไม่สบายใจเป็นแน่“กูไปก่อนนะ เย็นนี้มีเดทกับผัว”“จ้า อวดผัวขิงพวกกูตลอด เดี๋ยวเถอะมึงอย่าให้กูมีบ้างนะ”ไพลินหัวเราะชอบใจใหญ่ เธอมักอวดแฟนกับเพื่อนที่ยังโสดเป็นกิจวัตร ก่อนจะสะบัดก้นเดินผ่ายสะโพกไปหาแฟนหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าคณะทันทีที่ไพลินเดินไปควงแขนอังค์กูณฑ์แล้วสะบัดหน้ามามองเชิ่ด เสียงกรี๊ดกร๊าดก็พลันเงียบหายไปอัตโนมัติหึ...รู้ก็ดีว่านี่คนของใครเดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวแม่จะจูบผัวโชว์ให้ดูเลยไพลินจัดการกับชะนีเหล่านั้นเสร็จ ก็หันมายิ้มหวานให้แฟนหนุ่ม ก่อนที่เขาจะเปิดประตูพาเธอขึ้นรถ แล้วเดินอ้อมไปนั่งตำแหน่งคนขับ“ฮอตไม่แผ่วเลยนะเฮีย ลินหวงนะ” ไพลินแซวแฟนหนุ่มยามอยู่ด้วยกันตามลำพังในรถ“น้องลินต้องภูมิใจสิที่มีแฟนฮอตแบบเฮีย คนหล่อยังไงก็หล่ออยู่วันยันค่ำ” อังค์กูณฑ์ยักไหล่ราวกับจะบอกว่าของมันแน่อยู่แล้ว จนไพลินอดหมั่นไส้ในความมั่นหน้าของแฟ
หนึ่งปีต่อมา...ไพลินลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด มือเรียวคว้าโทรศัพท์มาเปิดดูเวลา ยี่สิบสองนาฬิกาสี่สิบห้านาที เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เจ้าของร่างน้อยค่อย ๆ ขยับตัวลุกออกจากเตียงระหว่างที่เปลี่ยนชุด แต่งหน้า ทำผม ตาคู่สวยก็มองคนที่นอนหลับสนิทด้วยความระแวดระวัง เธอพยายามขยับร่ายกายให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้มือเรียวคว้ากระเป๋าใบสวยและถือรองเท้าส้นสูงคู่โปรดย่องไปทางประตูห้องนอน ทว่ายังไปไม่ถึงที่หมาย ไฟก็สว่างจ้าขึ้นมาพร้อมกับแฟนหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างสวิตซ์ไฟ“จะไปไหน!” เสียงห้าวร้องถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขากอดอกยืนอยู่อย่างนั้น รอฟังคำตอบจากแฟนสาวตัวดี“ปะ...เปล่าซะหน่อย ลินก็แค่ทดสอบดูว่าเฮียหลับสนิทจริงหรือเปล่าต่างหาก” ไพลินรู้ดีว่าเหตุผลของเธอมันคือการแก้ตัวแบบข้าง ๆ คู ๆ ในเมื่อคิดอะไรไม่ทันเธอก็พูดออกไปก่อน รอดไม่รอดค่อยว่ากันอีกที“มานี่!” อังค์กูณฑ์หรี่ตามองแฟนสาวอย่างจับผิด ก่อนจะเรียกให้เธอเดินเข้ามาหาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เฮียมีอะไรคะ” ไพลินทำใจดีสู้เสือ เธอไม่มีพิรุธซะอย่าง เขาจะทำอะไรเธอได้ดวงตาคม
เปรี๊ยง!อยู่ ๆ เสียงฟ้าผ่าก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ไพลินที่กำลังเคลิ้มหลับสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความตกใจและหวาดกลัวจนตัวสั่น อังค์กูณฑ์เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งไปหาเธออีกห้องทันทีก็อก! ก็อก! ก็อก!“น้องลินเปิดประตูให้เฮียหน่อย”“เฮีย...” ไพลินที่กำลังหวาดกลัว ได้ยินเสียงเรียกจากข้างนอกจึงรีบวิ่งไปเปิดประตู จังหวะนั้นฟ้าก็ผ่าลงมาอีกรอบจนเธอตกใจพุ่งตัวเข้าไปกอดอังค์กูณฑ์ไว้ด้วยอาการสั่นเทาอย่างหนัก“ไม่ต้องกลัวนะ เฮียอยู่นี่แล้ว” เขาปลอบโยนเธอก่อนจะช้อนร่างเล็กอุ้มไปนอนที่เตียง “วันนี้ให้เฮียนอนเฝ้าน้องลินได้ไหมหืม”ไพลินรีบพยักหน้า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเล่นตัว เธอกลัวจนไม่กล้าอยู่คนเดียวมากกว่า“เฮียอย่าไปไหนนะ อยู่กับลินก่อน อึก!” เธอกอดแขนเขาเอาไว้แน่น กลัวว่าเขาจะหายไปอังค์กูณฑ์ก้มจูบหน้าผากมนอย่างปลอบโยน ก่อนจะนั่งเฝ้าจนเธอหลับไปอีกครั้ง น่าเสียดายที่ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากการนั่งดูเธอหลับเมื่อเขาเริ่มง่วงจึงทิ้งตัวลงนอนพร้อมกอดเธอไว้อย่างหวงแหน ทว่ายังไม่ทันจะได้หลับสนิทความคิดบางอย่างก็ปะทุขึ้นมาใ
ทันทีที่รถจอดสนิทและประตูรถตู้ถูกเปิดออก ไพลินก็กระโดดลงมาพร้อมสับขาวิ่งหนีอังค์กูณฑ์ไปอย่างไม่คิดชีวิต“จะไปไหนน้องลิน!” อังค์กูณฑ์ตะโกนตามคนที่วิ่งหนีเขาไปจนแทบไม่มองทาง ถ้าวิ่งชนต้นไม้นะเขาจะเขกหัวซ้ำ“ให้พวกผมไปตามเธอไหมครับนาย” กันต์เอ่ยถาม ดูท่าวันนี้เขาและบรรดาลูกน้องด้วยกันคงได้วิ่งไล่จับเด็กทั้งวันแน่“ไม่ต้องตาม ขาสั้น ๆ แบบนั้นวิ่งไปไหนไม่ได้ไกลหรอก”อังค์กูณฑ์เดินเข้าบ้าน ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งจิบไวน์สบายใจเฉิบ พื้นที่ตรงนี้เป็นของตระกูลเขา นอกตัวบ้านโอบล้อมด้วยป่าเต็มไปหมด เธอหนีไปไหนไม่รอดหรอก ปล่อยให้เธอวิ่งจนเหนื่อยก่อน แล้วค่อยอุ้มเธอกลับมาทีเดียวเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...“ฮือ ๆ” ไพลินร้องห่มร้องไห้พลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย เนื่องจากวิ่งหนีได้ไม่ทันไรก็สะดุดล้มจนขาเป็นตะคริว อังค์กูณฑ์จึงต้องตามไปอุ้มเธอกลับมาดูแล“เฮียบอกแล้วว่าน้องลินหนีไปไหนไม่รอดหรอก”“ไม่ต้องมาพูด!” เธอไม่อยากฟังอะไรจากเขาทั้งนั้น เพราะเขาไม่ใช่หรือไงที่ทำให้เธอต้องวิ่งหนีจนขาเป็นตะคริวแบบนี้ เห็นหน้าเขาแล้วก็หมั่นไส้ มือ







