ณ.แคว้นเหยียนอันยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรือง เพราะมีองค์ฮ่องเต้เฉินอี้ซวนผู้ปรีชาสามารถและมีพระเมตตาปกครองแผ่นดินด้วยความเที่ยงธรรม
นอกจากที่แคว้นเหยียนจะรุ่งเรืองมากไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์แล้ว ทางการทหารก็ไม่เคยน้อยหน้าแคว้นไหนทั้งนั้น ชื่อเสียงของแคว้นเหยียนดังไปไกลทั่วทั้งแคว้นใกล้เคียง และหนึ่งในนั้นก็คือเสียงล่ำลือถึงความงามอันเป็นเลิศของท่านหญิงจางหว่านถิง พระธิดาบุญธรรมของฮ่องเต้เฉินอี้ซวน
นางได้รับการเอ็นดูจากพระองค์มากยิ่งกว่าพระธิดาที่เกิดจากเหล่าพระสนมเสียอีก นางมีใบหน้างดงามสะกดสายตา ตาที่กลมโตน่ารักแต่กลับแฝงไปด้วยเย่อหยิ่งจองหองไม่เคยเห็นผู้ใดในสายตานอกจากบุรุษที่นางตกหลุมรักเช่นท่านแม่ทัพหวังเทียนเฉิงผู้เดียว
เสียงผู้คนต่างพูดคุยกันจอแจมากไม่น้อยเพราะค่ำคืนนี้แคว้นเหยียนจัดงานโคมไฟประจำปี มีทั้งมหรสพอันรื่นเริงมากมายที่จัดแสดงให้แก่ชาวแคว้นเหยียนได้สำราญใจในคืนนี้
ทั้งเด็กและบุรุษสตรีต่างถยอยออกมาเที่ยวชมความงามของเทศกาลโคมไฟในคืนนี้กันอย่าคับคั่ง
ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่างและแสงจากโคมไฟในงานที่ห้อยเรียงรายตามแนวทางเดิน ช่วยส่งเสริมใบหน้าที่งดงามหาใดเปรียบของท่านหญิงจางหว่านถิงงดงามเสียจนนางเซียนบนสรวงสวรรค์ยังอายนาง
เหล่าบุรุษต่างมองตามนางตาละห้อย ทุกอย่าก้าวอันทรงพลังของนางสะกดสายตาจากทั้งเหล่าบุรุษและสตรีให้ต้องหันกลับมาทางนางดั่งต้องมนต์สะกดเอาไว้จากนาง
เพียงแค่โฉมงามปรากฏตัวที่ใด ที่นั้นจะต้องกลายเป็นจุดสนใจจากผู้คนรอบข้างทันที นางทั้งร่ำรวยงดงามเฉลียวฉลาดเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นเหยียน มิหน้ำซ้ำพี่ชายของนางยังเป็นถึงองครักษ์หลวงของฮ่องเต้ เฉินอี้ซวนอีกต่าง
แต่น่าเสียดายโฉมงามกลับไม่เคยชายตาแลมองบุรุษใดนอกจากท่านแม่ทัพหวังเทียนเฉิงผู้นั้น ผู้ที่ได้ฉายาว่าแม่ทัพปีศาจแห่งแคว้นเหยียน
หว่านถิงรีบรุดมาที่งานเทศกาลโคมไฟในคืนนี้ก็เพราะบุรุษที่นางรัก ในมืออันนุ่มนิ่มนั้นกำถุงผ้าปักเครื่องรางของวัดเฟิ่งจิ่ววัดที่เหล่าราชนิกุลต่างพากันไปกราบไหว้ขอพรแม้แต่องค์ฮ่องเต้กับฮองเฮาก็ยังให้ความเคารพต่อวัดเฟิ่งจิ่วแห่งนี้
ใบหน้างดงามอันเนียนใสดั่งเนื้อหยกชั้นดีรับกับริมฝีปากอันอวบอิ่มแย้มยิ้มชวนให้น่าหลงใหลไม่น้อย แต่แล้วสายตาของนางกลับต้องสั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง
หว่านถิงเผลอกำถุงเครื่องรางในมือของนางจนแน่นทั้งที่ตั้งใจจะเอามามอบให้แก่คนที่นางรักแท้ๆ เมื่อตรงหน้าของนางมันคือบุรุษที่นางหลงรักกับสตรีอีกคนที่นางนั้นแสนจะเกลียดมากกว่าผู้ใด
ท่านแม่ทัพเทียนเฉิงนั้นยืนเคียงข้างกับสตรีรูปร่างน่าทะนุถนอมนั่นก็คือ ไป๋จื่อลั่ว บุตรสาวของใต้เท้ากรมอาญาผู้ต่ำต้อยนางนั้น สายตาคมที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาของเขานั้นกลับมองไปที่ จื่อลั่วด้วยความอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยที่จะมองมาที่นางเลยสักนิด
ความเสียใจและความหึงหวงผสมไปกับความอิจฉาที่เห็นว่าท่านแม่ทัพรักเพียงแต่ไป๋จื่อลั่วไม่ใช่นาง มันทำให้หว่านถิงรู้สึกเสียใจและเสียหน้า ทั้งที่นางงดงามมากกว่าจื่อลั่ว ไหนจะฐานะที่คู่ควรกับเขามากกว่าแต่แม่ทัพเทียนเฉิงไม่คิดที่จะมองมาที่นางเลยสักนิด
สายตาคู่สวยที่เคยเปล่งประกายกลับแข็งกร้าวและแดงก่ำเพราะความโกรธและความหึงหวง ร่างอันสู่งศักดิ์เตรียมจะก้าวเท้าเข้าไปหาทั้งคู่
หมับ….แต่แล้วสาวใช้ของนางกลับคว้าดึงฝ่ามือของนางเอาไว้เสียก่อน ลู่จินส่ายหน้าให้กับท่านหญิงของนางด้วยแววตาที่เป็นห่วงเจ้านายของตนเอง
“อย่าเข้าไปเลยเจ้าคะท่านหญิงเชื่อบ่าวเถอะ เมื่อวานก่อนท่านหญิงเพิ่งจะมีเรื่องกับคุณหนูไป๋มา ท่านแม่ทัพทำเช่นไรกับท่านจำไม่ได้แล้วหรือ”
“ข้าจำได้ลู่จินแต่ข้าทนไม่ได้เจ้าก็รู้”
“แต่บ่าวเป็นห่วงท่าน อย่ายอมให้ท่านแม่ทัพมองมาที่ท่านหญิงของบ่าวด้วยความด้อยค่าเช่นนั้นอีกเลย”
หว่านถิงนั้นเข้าใจในความเป็นห่วงจากลู่จินสาวใช้ของนางดี แต่สายตาของนางนั้นก็ทนมองดูทั้งคู่กระหนุงกระหนิงมอบความรักให้แก่กันต่อหน้าต่อตาของนางไม่ได้จริงๆ
ส่วนทางแม่ทัพเทียนเฉิงนั้น เขาเอาแต่เฝ้ามองดูรอยยิ้มอันสดใสของไป๋จื่อลั่วตลอดเวลา นางทั้งอ่อนโยนน่ารักที่สำคัญไม่มีนิสัยที่เอาแต่ใจก้าวร้าวและเย่อหยิ่งชอบทำร้ายคนอื่นเช่นท่านหญิงจางหว่านถิงผู้นั้น
ฝ่ามือหนาหยิบดอกโบตั๋นที่เตรียมมาด้วยเสียบลงที่ใบหูของจื่อลั่วด้วยความอ่อนโยน ท่ามกลางแสงจากโคมไฟบรรยากาศช่างอบอวลไปด้วยกลิ่นไอแห่งความรักของคนหนุ่มสาว
เทียนเฉิงมองสบตาคู่สวยของจื่อลั่วอย่างสื่อความในใจต่อนาง จื่อลั่วนั้นก็มองสบตาคมของแม่ทัพเทียนเฉิงด้วยความสั่นไหวในแววตาของนางไม่ต่างกัน
แต่นางพยายามที่จะออกห่างต่อท่านแม่ทัพเทียนเฉิง นางเข้าใจที่เขาทำดีกับนางเพราะอะไร แต่จื่อลั่วพยายามที่จะเบี่ยงเบนต่อการสารภาพรักจากเขามาตลอด นางซึ้งใจที่เขาปกป้องนางอย่างดีและยังดีกับนางมากจริงๆ
แต่บุรุษที่นางนั้นรักไม่ใช่เขา นางยอมมากับเขาเพราะคิดกับเขาแค่พี่ชายบุรุษที่จื่อลั่วแอบหวั่นไหวคือบุรุษที่ช่างสูงศักดิ์จนเกินที่นางจะเอื้อมมือถึงต่างหาก นางหลงรักองค์ชายเจ็ด เฉินหยวนซินผู้เย็นชาไร้ใจคนนั้นต่างหาก
“จื่อลั่วข้า….”
“เอ่อ….ท่านแม่ทัพข้าหิวน้ำเจ้าคะ ท่านช่วยไปซื้อน้ำมาให้ข้าได้หรือไม่เจ้าค่ะ”
จื่อลั่วนางรู้ว่าเขาจะเอ่ยสารภาพรักต่อนาง จื่อลั่วจึงเปลี่ยนเรื่องทันที นางทำเพียงส่งยิ้มบางๆ ไปให้กับเขา และนางก็มองเห็นความผิดหวังในแววตาจากแม่ทัพเทียนเฉิงเช่นกัน แต่นางไม่อยากให้เขามารักนางเลยไหนจะที่นางต้องลำบากทนแบกรักโทสะจากท่านหญิงหว่านถิงที่หลงรักท่านแม่ทัพอีก นางช่างปวดหัวมากจริงๆ
“ได้สิ เช่นนั้นเจ้ารอข้าอยู่ที่นี้อย่าหายไปไหนเล่า ข้าเป็นห่วง”
“เจ้าคะ”
เทียนเฉิงยิ้มให้กับจื่อลั่ว เขาหันหลังจากนางมา ใบหน้าอันหล่อเหลาที่เคยยิ้มให้กับนางกลับดูหม่นหมองจนน่าใจหาย เทียนเฉิงที่ตั้งใจจะสารภาพรักต่อจื่อลั่วในคืนนี้กลับต้องผิดหวังอีกตามเคย
สายตาอันคมกริบของท่านหญิงจางหว่านถิงเห็นว่าท่านแม่ทัพเทียนเฉิงเดินจากจื่อลั่วไปอีกทาง ร่างอันบอบบางรีบเดินฉับๆๆ เข้าไปหาจื่อลั่วที่ยื่นอยู่เพียงลำพังทันที
“จื่อลั่ว”
อึก….จื่อลั่วขนหัวลุกขึ้นมาทันที เมื่อนางนั้นได้ยินน้ำเสียงอันแสนจะเย็นชาและน่ากลัวจากท่านหญิงหว่านถิง ใบหน้าของนางจึงเงยหน้าขึ้นมาจากโคมไฟที่ถืออยู่ในมือทันที สายตาของจื่อลั่วสั่นระริกเต็มไปด้วยความเกรงกลัวต่อท่านหญิงหว่านถิง
“ท่านหญิงหว่านถิง”
“ใช่ข้าเอง เจ้าคงไม่มีสมองสินะถึงฟังคำพูดของข้าไม่รู้เรื่องเหตุใดเจ้าถึงยังยุ่งกับท่านแม่ทัพเทียนเฉิงของข้าอีกห๊ะ…..”
หว่านถิงตะคอกใส่จื่อลั่วอย่างแรงตามแรงความหึงหวงของนาง ร่างอันบอบบางของท่านหญิงหว่านถิงค่อยๆ ก้าวเดินเข้าหาจื่อลั่วช้าๆ อย่างเอาเรื่องนางหวาดกลัวเดินถอยหลังหนีท่านหญิงหว่านถิงเช่นกัน
“ข้าไม่เคยคิดที่จะแย่งท่านแม่ทัพไปจากท่านหญิงเลย ข้ายังคงยืนยันคำเดิมของข้าว่าข้านั้นไม่ได้รักท่านแม่ทัพจริงๆ ข้าเห็นเขาเป็นดั่งพี่ชายของข้าเท่านั้น”
“ข้าไม่เชื่อในเมื่อเจ้ายังคงตามติดกับแม่ทัพเทียนเฉิงของข้าอยู่ร่ำไปจื่อลั่ว”
“ข้า…..”
จื่อลั่วหันหลังกลับไปมองที่ด้านหลังของนางด้วยความหวาดระแวงเมื่อด้านหลังของนางนั้นมันคือสระน้ำใจกลางของเมืองหลวงแคว้นเหยียนที่มีขนาดใหญ่และลึกพอสมควรและนางนั้นก็ว่ายน้ำไม่เป็น
กึก….ส้นเท้าของจื่อรั่วถอยจนมาถึงทางตันเมื่ออีกนิดเดียวนางก็จะถอยหลังตกลงไปในสระน้ำเสียแล้ว แต่ในตอนที่นางหันหน้ากลับมาทางท่านหญิงหว่านถิง มันกลับทำให้นางนั้นเสียการทรงตัวทันที
“อร้าย….ช่วยด้วย”
“จื่อลั่ว….”
หว่านถิงที่ตกใจเช่นกันเมื่อเห็นว่าจื่อลั่วเสียการทรงตัวขึ้นมาและด้านหลังของนางนั้นคือสระน้ำที่มีผู้คนกำลังลอยโคมไฟกระทงดอกบัวเพื่อขอพรกันอยู่ หมับ ……หว่านถิงรีบคว้าฉุดดึงแขนของจื่อลั่วที่ตกใจกลัวเอาไว้ได้ทัน
แต่ ตูม!!!!….จื่อลั่วที่กลัวตกน้ำดันดึงแขนของหว่านถิงจนทำให้ทั้งคู่พลาดตกสระน้ำไปพร้อมๆ กันทันที
“ว้าย…..ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยท่านหญิงของข้าที”
“ท่านหญิง ท่านหญิงเจ้าคะ”
“ตายแล้วมีคนตกน้ำช่วยด้วยเร็วเข้า ข้าว่ายน้ำไม่เป็น”
ลู่จินวิ่งเสียให้วุ่นเมื่อเห็นว่าท่านหญิงของนางนั้นตกน้ำไปพร้อมกับคุณหนูแซ่ไป๋ผู้นั้น
ผู้คนต่างรีบวิ่งเข้ามามุ่งดูสองสตรีที่ตกน้ำไปพร้อมกัน แต่ดูเหมือนว่าท่านหญิงหว่านถิงจะว่ายน้ำเป็น และเป็นนางที่พยายามที่จะยื่นมือไปดึงฉุดตัวของคุณหนูไป๋ผู้นั้นที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำอย่างเสียสติขึ้นมา
หว่านถิงถึงจะเป็นคนอารมณ์ร้ายเอาแต่ใจ แต่นางก็ไม่เคยคิดทำร้ายจื่อลั่วจนถึงแก่ความตาย และนางนั้นก็รู้ว่าภายใต้สระน้ำนี้มันลึกมากพอสมควร
ร่างอันบอบบางพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อฉุดดึงร่างของจื่อลั่วที่กำลังสติแตกว่ายเข้าฝั่ง แต่จื่ลั่วอที่กลัวจมน้ำกลับเป็นฝ่ายที่กดหัวของนางเพื่อขึ้นมาเอาอากาศหายใจเข้าปอด และนางกำลังจะแย่เพราะถูกจื่อลั่วกดหัวของนาง
และตอนนี้ผู้คนก็เอาแต่มุ่งดูความวุ่นวายตรงหน้าด้วยความสนใจ โดยที่ไม่มีใคคิดที่จะยื่นมือเข้าช่วยสักคน