Share

บทที่ 2

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-31 14:26:47

ท่านแม่ทัพเทียนเฉิงเดินถือกระบอกน้ำเดินมาตามทางที่จื่อลั่วรอเขาอยู่ด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อเขายิ่งเดินเข้าไปใกล้ สถานการณ์กับดูน่าเป็นห่วงมากขึ้นเมื่อผู้คนต่างมุ่งดูพุ่งเป้าไปที่สระน้ำใจกลางเมืองหลวง

เทียนเฉิงที่เห็นเช่นนั้นในใจของเขากระตุกวูบขึ้นมาเพราะความเป็นห่วงจื่อลั่ว ร่างสูงเผลอทิ้งกระบอกน้ำในมือลงพื้นทันที และรีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้าไปดูให้แน่ใจว่าจื่อลั่วจะไม่เป็นอะไรไป

“จื่อลั่ว…..”

แต่ภาพที่เทียนเฉิงเห็นมันคือสตรีสองคนที่ยื้อยุดชุดกระชากกันอยู่ในสระน้ำ เขาไม่รอช้ารีบกระโดดลงไปคว้าตัวจื่อลั่วขึ้นมาจากน้ำทันที ตูม!!!!….

ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่พวกเขาในสระน้ำด้วยความสนใจ มีใครบ้างในเมืองหลวงจะไม่รู้ถึงความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงของพวกเขาทั้งสามคน

“เฮือก……”

หว่านถิงกลับมาโผล่หัวพ้นน้ำหายใจได้สะดวกขึ้น เมื่อครู่นี้นางเกือบจะแบกรับตัวของจื่อลั่วไม่ไหวอยู่แล้ว

แต่สายตาของหว่านถิงกลับยิ่งต้องสั่นไหวมากขึ้นเมื่อนางเห็นว่าบุรุษที่นางหลงรักรีบเข้าช่วยเหลือแค่จื่อลั่วเพียงคนเดียว นางต้องทนเห็นว่าเขาเอาใจใส่แค่เพียงจื่อลั่ว สายตาคู่สวยหลั่งน้ำตามองตามแผ่นหลังอันองอาจของเทียนเฉิงที่กำลังพาจื่อลั่วขึ้นฝั่งโดยที่ไม่หันหลังมาสนใจนางสักนิด

“จื่อลั่ว”

“แคร่กๆๆๆ อึก….ท่านแม่ทัพรีบไปช่วยท่านหญิงก่อน”

เทียนเฉิงหัวเสียขึ้นมาทันทีเมื่อจื่อลั่วยังคิดที่จะออกตัวแทนสตรีที่ร้ายกาจคิดทำร้ายนางเช่นท่านหญิงหว่านถิงแบบนี้ สายตาคมเริ่มแข็งกร้าวขึ้นมาเพราะความไม่พอใจทันที

เขาไม่สนใจคำพูดของจื่อลั่วและรีบหยิบเอาเสื้อคลุมมาจากคนของเขายื่นส่งมาให้ทันที เพื่อใส่คลุมให้กับจื่อลั่ว

“ช่างนางสิ ในเมื่อเป็นนางใช่หรือไม่ที่คิดหาเรื่องเจ้าจนต้องพลัดตกน้ำไปทั้งสองคนเช่นนี้”

“ไม่ใช่ข้าจะตกไปในสระน้ำ ท่านหญิงต่างหากที่ยื่นมือเข้าช่วยข้า”

“สตรีเช่นนางน่ะหรือที่คิดจะหาเรื่องเจ้าจะใจดียื่นมือเข้าช่วยเหลือเจ้า จื่อลั่วเลิกพูดแทนนางสักทีมีข้าอยู่ใยต้องกลัวนางด้วยข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

“ท่านหญิงของข้าต่างหากที่ช่วยคุณหนูไป๋จากการจมน้ำ ทุกคนในที่นี้ต่างก็เห็นกันทั้งนั้น”

ลู่จินที่ทนฟังคำพูดไร้เยื่อใยจากท่านแม่ทัพเทียนเฉิงไม่ไหว รีบพูดขึ้นมาทันทีนางรีบเข้าไปยื่นมือให้ท่านหญิงของนางจับมือเพื่อขึ้นมาจากสระน้ำด้วยความเป็นห่วง

“ท่านหญิง ดีที่สวรรค์คุ้มครองท่านให้ปลอดภัย บ่าวผิดเองที่ว่ายน้ำไม่เป็นช่วยท่านหญิงก็ไม่ได้”

“ช่างมันเถอะลู่จิน เรากลับกันเถอะ”

“หยุดอยู่ตรงนั้น ท่านคิดว่าจะเข้ามาหาเรื่องจื่อลั่วได้ตามใจชอบแล้วคิดจะเดินหนีกันไปดื้อๆ เช่นนี้ได้หรือท่านหญิงจางหว่านถิง ท่านต้องขอโทษนางเดี๋ยวนี้”

“ท่านแม่ทัพเจ้าคะ มันไม่ใช่เช่นนั้นท่านใจเย็นๆ ก่อนเจ้าค่ะ”

“อย่าห้ามข้าจื่อลั่วข้าทนให้นางรังแกเจ้ามาหลายครั้งเกินไปแล้ว”

จื่อลั่วหันไปมองดูใบหน้างามของท่านหญิงหว่านถิง ที่เอาแต่มองมาที่นางกับท่านแม่ทัพนิ่งๆ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จากนางยิ่งทำให้จื่อลั่วยิ่งรู้สึกผิดหากไม่ใช่ท่านหญิงหว่านถิงรีบฉุดดึงตัวนางขึ้นมาพ้นเหนือน้ำป่านนี้นางคงสำลักน้ำตายไปแล้ว

ส่วนหว่านถิงนั้นรีบสลัดมือของลู่จินออกไปเมื่อนางเอาแต่ดึงรั้งแขนของนางเอาไว้เช่นนี้ ร่างอันบอบบางที่เนื้อตัวเปียกโชกจนเผยให้เห็นเสื้อผ้าอันบอบบางข้างในของตนเอง เดินเข้าไปเผชิญหน้ากับบุรุษที่นางรักตรงๆ อย่างไม่คิดถอย

“ใช่เป็นข้าที่คิดเข้ามหาเรื่องนาง แต่ข้าไม่ได้ทำให้นางตกน้ำ เมื่อครู่นี้ท่านตาบอดหรือใจกันแน่ที่มัดมืดบอด มองไม่เห็นหรือว่าข้าถูกจื่อลั่วกดหัวเพื่อให้ตัวเองหายใจได้จนข้าจะขาดอากาศหายใจตายอยู่แล้ว และเพราะเหตุใดที่ข้าจะต้องขอโทษนาง เพราะข้าต่างหากที่ช่วยนาง”

“แต่ท่านก็เข้ามาหาเรื่องนาง จื่อลั่วถึงต้องตกน้ำสตรีใจร้ายใจดำข้าเกลียดท่าน เมื่อไหร่สตรีที่ทุเรศเช่นท่านจะไปจากข้าสักทีข้าไม่เคยรักท่าน ออกไปซะท่านหญิงแล้วอย่ามาหาเรื่องจื่อลั่วขอข้าอีก”

หว่านถิงได้แต่ยืนกำหมัดจนแน่น นางมองดูแม่ทัพเทียนเฉิงโอบประคองจื่อลั่วเดินจากนางไปอย่างไร้เยื่อใยอีกตามเคย นางไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าน้ำตาของนางมันไหลลงมาตั้งแต่ตอนไหน

ฟึ่บ…..ใบหน้างามที่เศร้าเสียใจหลั่งน้ำตาอยู่ รีบหันหน้ามาทางด้านหลังของนางเมื่อจู่ๆ ก็มีเสื้อคลุมผ้าไหมปักลายมังกรถูกใส่คลุมให้กับนางแบบนี้

“องค์ชายเจ็ด”

“ใส่ไว้เถอะ ข้าอุจาดตาของข้าเสียจริง เสื้อของเจ้าเปียกจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนหมดแล้วหว่านถิง”

หว่านถิงเอาแต่นิ่งเงียบมองดูใบหน้าอันหล่อเหลาที่เย็นชาเบื่อโลกขององค์ชายเจ็ดนิ่งๆ แต่เหตุใดเมื่อนางมีภัยมักจะมีเขาคอยปรากฏยื่นมือช่วยเหลือนางด้วยนะ

“มองอะไรอย่าทำเป็นซึ้งใจใส่ข้าเช่นนี้น่าขนลุก และเลิกร้องไห้ได้แล้ว เจ้าร้องไห้ทีไรน่าเกลียดที่สุดหว่านถิง”

“อึก….ฮึก…ฮือ…”

“เอายังจะร้องอีกเงียบสิ”

หว่านถิงที่อยู่ในอารมณ์อ่อนไหวร้องไห้ออกมาทันที เมื่อองค์ชายเจ็ดพูดกับนางเช่นนี้ ถึงจะปากจัดชอบจิกกัดนางมากกว่าใคร แต่กลับเป็นเขาที่อยู่ข้างนางมากกว่าคนที่นางรักเสียอีก

“เลิกโง่สักทีสิหว่านถิง บนโลกใบนี้มีบุรุษเพียงแค่คนเดียวหรืออย่างไรมานี่ข้าจะพาเจ้ากลับจวนเอง”

หมับ….หว่านถิงเพียงมองดูฝ่ามือหนาขององค์ชายเจ็ดที่เอาแต่จับจูงมือของนางเดินไปพร้อมกันอย่างไม่เข้าใจ ว่าเขาจะดีกับนางหรือร้ายใส่นางกันแน่

ส่วนองค์ชายเจ็ดเฉินหยวนซินนั้นแอบเผยแววตาอันสั่นไหวของเขาที่มีต่อหว่านถิงออกมาครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บความรู้สึกรักและเป็นห่วงนางเอาไว้ให้ลึกสุดใจของเขา

เพราะเหตุใดหว่านถิงถึงยังเอาแต่ตามรักตามง้อเจ้าแม่ทัพเทียนเฉิงผู้คนเพียงคนเดียวมาตลอดสามปีเช่นนี้ให้ตัวเองดูไร้ค่าด้วย ทั้งที่ยังมีบุรุษสูงศักดิ์อีกมากที่ชอบนางและรับตัวตนที่นางเป็นอยู่ได้

และหนึ่งในนั้นมันคือเขา นางถูกนำตัวเข้ามาที่วังหลวงในฐานะพระธิดาบุญธรรมของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเขาก็คอยเลี้ยงดูนางคู่กับเขามาตลอดร่วมถึงเสด็จพี่องค์รัชทายาทอีกคน

ทั้งที่เขาเติบโตมาพร้อมกันกับนาง เหตุใดตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาหว่านถิงใยไม่เห็นว่าที่แท้จริงเขานั้นคิดกับนางมากกว่าน้องสาวสักที

หว่านถิงนั่งเงียบแม้จะอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวกับองค์ชายเจ็ดภายในรถม้าอันหรูหราของเขา แต่นางที่ยังจมอยู่กับความเสียใจก็ยังคงนั่งเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมายเช่นเดิม

สายตาคมขององค์ชายเจ็ดมองดูหว่านถิงด้วยความอ่อนโยน และมักจะแปลเปลี่ยนเป็นสายตาอันเย็นชาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่มีในใจต่อหว่านถิงเช่นนี้ตลอด

“เลิกรักคนที่เขาไม่เห็นค่าในตัวเจ้าสักทีหว่านถิง เจ้าจะด้อยค่าในตนเองเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่ตอบข้ามาสิ”

ควับ…..หว่านถิงตวัดสายตาที่นิ่งเรียบของนางมองสบตากับองค์ชายเจ็ดนิ่งๆ แต่ความเสียใจในแววตาของนางก็บ่งบอกถึงความรู้สึกในใจของนางได้เป็นอย่างดี

“ข้าโง่เองแล้วท่านจะตามมาเดือดร้อนไปกับข้าทำไมกันองค์ชายเจ็ด”

“ที่ข้าทำไปก็เพราะว่า…..”

ทั้งคู่เผลอมองสบตากันนิ่งๆ หว่านถิงก็เจ็บปวดเพราะความรักที่ไม่สมหวัง องค์ชายเจ็ดก็ไม่ต่างกันเพราะเขาก็ปวดใจที่ต้องเห็นว่านางเอาแต่ตามรักแค่เทียนเฉิงผู้เดียว

“เพราะอะไรท่านก็พูดออกมาสิ ท่านเองก็เลิกต่อว่าข้าสักทีข้ารู้ว่าข้ามันโง่ ก็คนมันรักไปแล้วนี่ตัดใจยากจะตายอึก….ฮึกๆ”

“ช่างเถอะกลับจวนไปรีบอาบน้ำอุ่นเปลี่ยนเสื้อผ้าหนาๆ หน่อยก็พออย่าลืมให้ลู่จินต้มยาแก้ไข้ให้ดื่มด้วยเล่า”

หมับ…..องค์ชายเจ็ดรีบคว้าร่างอันบอบบางที่เริ่มสั่นระริกเพราะความหนาวของหว่านถิงเข้ามาโอบกอดเอาไว้ และนางก็ตกใจหันกลับไปมองหน้าของเขาที่ทำเป็นนิ่งไม่สนใจนางอย่างที่ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาไม่ยอมปล่อยตัวนางเลย

หว่านถิงจึงปล่อยเลยตามเลยไปแบบนั้นเพราะนางกับเขาก็คุ้นเคยเพราะถูกฮองเฮาเลี้ยงดูมาพร้อมกับองค์ชายเจ็ดและองค์รัชทายาทตั้งแต่ยังเด็กๆ แล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หมดแรงรัก   บทที่ 26

    “รับผิดชอบเรื่องอะไรของท่านอีก” เมื่อหว่านถิงหันหน้ามาทางเขา เทียนเฉิงจึงรีบหลบสายตาคู่คมของตนเองที่มองเห็นหัวไหล่ขาวๆ กับเนินอกอวบๆ ของนางไปอีกทางด้วยความประหม่า หว่านถิงที่เห็นสายตาเลิ่กลั่กจากเทียนเฉิงจึงคว้าหยิบเสื้อของนางขึ้นมาสวมใส่ทับเอาไว้ทันที “ก็ที่ข้าช่วยรับเก้าอี้จากองค์หญิงซินอ้ายแทนเ

  • หมดแรงรัก   บทที่ 25

    จวนสกุลหวัง เทียนเฉิงกลับมาที่จวนสกุลหวังของตนเองในตอนนี้เขาถอดเสื้อให้จางจิ้งช่วยทายาแก้ฟกช้ำที่แผ่นหลังให้ ใบหน้าอันหล่อเหลาที่เคยเฉยชาในตอนนี้เทียนเฉิงเผลอสีหน้าอิ่มเอมใจออกมาโดยไม่รู้ตัวริมฝีปากแย้มยิ้มจ้องมองไปที่ฝ่ามือของตนเองที่มีผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยของหว่านถิงพันเอาไว้อยู่เช่นนั้น เทียนเฉิงไ

  • หมดแรงรัก   บทที่ 24

    “นี่เจ้าคะท่านหญิงเอาเลย” “เข้ามาสิซินอ้ายนี่แหน่ะ” ปึก…..โอ้ย…..ซินอ้ายหยุดลือลงเมื่อถูกหว่านถิงเขวี้ยงกระปุกแป้งใส่หัวของนางจนหน้าผากแตกเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย ทั้งยังมีผงแป้งหกใส่หัวของนางจนขาวโพลนเต็มไปด้วยผงแป้งจนมองดูแล้วน่าขันนัก “นังหว่านถิงแก…..” “ฮ่ะๆๆ ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า” องค์หญิงซินอ้

  • หมดแรงรัก   บทที่ 23

    หว่านถิงนั่งเขี่ยข้าวในถ้วยมาได้สักพักแล้ว ใบหน้างามเหม่อลอยคิดถึงเรื่องเมื่อคืนนั้นของนางกับเทียนเฉิง หว่านถิงก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงทำกับนางเช่นนี้ ทั้งที่ปากบอกไม่รักไม่สนใจแต่เหตุใดเมื่อคืนเขาถึงดูโหยหานางนัก “เฮ้อ……ลู่จินข้าอิ่มแล้ว” “แต่ท่านหญิงกินข้าวไปนิดเดียวเองนะเจ้าคะ อิ่มแล้วหรือ

  • หมดแรงรัก   บทที่ 22

    “อื้อ…อ่ะ…อร้าย….พอเถอะหยุดอย่าทำแบบนี้ อ่ะๆ อื้อ….” แพร๊บๆๆ เทียนเฉิงลงลิ้นร้ายกับติ่งเกสรเม็ดเล็กของหว่านถิงจนนางดิ้นพล่านเพราะความเสียวซ่านจากเทียนเฉิง ยิ่งนางพยายามจะดิ้นหนีสัมผัสจากเขาเทียนเฉิงก็ยิ่งเร่งความเร็วใส่ร่องรักของนางมากขึ้นจนสุดท้ายหว่านถิงหลั่งน้ำรักใสๆ ใส่ริมฝีปากของเขา เทียนเฉิงจ

  • หมดแรงรัก   บทที่ 21

    สายลมในยามค่ำคืนพัดเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกโบตั๋นลอยเข้ามาในเรือนของหว่านถิง โฉมสะคราญนั่งหวีผมทาเครื่องหอมบำรุงผิวพรรณก่อนจะเข้านอนจนร่างอันเย้ายวนใจลุกขึ้นไปมองดูที่นอกหน้าต่าง ดอกโบตั๋นคือดอกไม้ที่นางชอบมากและครั้งหนึ่งเทียนเฉิงก็เคยมอบปิ่นปักผมดอกโบตั๋นให้แก่นางในวันปักปิ่นของนางเมื่อในอดีตนั้นหว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status