จวนสกุลหวังของท่านแม่ทัพหวังเทียนเฉิง
หว่านถิงยืนถือตะกร้าใส่ขนมมาตั้งมายมาก นางยิ้มขึ้นมาด้วยความสุขที่ได้นำของที่นางตั้งใจทำมามอบให้แก่บุรุษที่นางรัก
แอ๊ด…..ไม่นานมากบ่าวในจวนสกุลหวังก็รีบมาเปิดประตูจวนสกุลหวังให้แก่ท่านหญิงหว่านถิงทันที
“คารวะท่านหญิงขอรับ”
“เอานี่ไปแบ่งกันกิน ท่านป้ากับท่านลุงอยู่ที่เรือนหรือไม่”
“อยู่ขอรับส่วนท่านแม่ทัพอยู่ที่เรือนกำลังฝึกวรยุทธ์อยู่ขอรับท่านหญิง”
“อื้ม….”
ลู่จินรีบส่งห่อขนมห่อใหญ่ให้แก่บ่าวรับใช้เช่นนี้จนชินตาไปแล้ว ท่านหญิงนั้นมาที่จวนสกุลหวังบ่อยตั้งแต่เด็กๆ พร้อมคุณชายใหญ่จนบ่าวไพร่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่ช่วงหลังมานี่ตลอดระยะเวลาสามปีต่างหากที่ท่านแม่ทัพห่างเหินจากท่านหญิงหว่านถิงไป
ร่างอรชรเดินตรงไปยังเรือนใหญ่เพื่อเข้าไปคารวะบิดาารดาของท่านแม่ทัพเทียนเฉิงก่อนที่จะไปหาเขาต่อ
“คารวะท่านลุงท่านป้าเจ้าคะ”
“อ้าวหว่านถิงเองหรอลูก นั้นเอาอะไรมาฝากลุงกับป้าอีกหรือ”
“ขนมน่ะเจ้าค่ะ มีหลายอย่างเชียว”
“เช่นนั้นนั่งกับป้าดื่มน้ำชาสักหน่อยเถิด เป็นเช่นไรบ้างวันก่อนนั้นได้ข่าวว่าเจ้าพลัดตกน้ำพร้อมจื่อลั่ว”
“ไม่เป็นอะไรมากเจ้าคะจับไข้เล็กน้อยดื่มยาก็หายดีแล้วเจ้าค่ะท่านป้า”
“เช่นนั้นที่เหลือคงเป็นของลูกชายตัวดีของลุงสินะ”
“เจ้าคะ”
หว่านถิงยิ้มแย้มตอบกลับบิดาของเทียนเฉิงไปตามตรง และนางก็มักจะได้รอยยิ้มอันเอ็นดูจากพวกท่านเสมอ ผิดกับเทียนเฉิงที่เอาแต่ทำตัวห่างเหินเย็นชาต่อนาง
“เช่นนั้นก็เอาไปให้พี่เขาเถอะ”
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะท่านลุงท่านป้า”
“ไปเถอะ”
นายท่านทั้งสองมองตามร่างอรชรของหว่านถิงไป นางไม่เข้าใจว่าเพียงแค่หว่านถิงตามเกี้ยวพาบุตรชายของพวกเขา เทียนเฉิงถึงกลับทำตัวเย็นชาใส่หว่านถิงมากขนาดนี้ได้ลงเช่นไรทั้งที่นางก็น่ารักไม่เคยเปลี่ยน
ส่วนตอนนี้นั้นหว่านถิงไม่รู้เลยว่าบุรุษที่นางรักนั้นมีสตรีอีกคนมาหาเช่นกัน ตอนนี้จื่อลั่วทำขนมมาฝากท่านแม่ทัพเทียนเฉิงอันที่จริงนางเพียงแค่ผ่านมาแถวจวนสกุลหวัง จึงแวะเอาขนมมาฝากเขาตามมารยาทเพราะเช่นไรเขาก็ปกป้องนางดีกว่าใครๆ
แต่ความหวังดีเช่นพี่น้องจากจื่อลั่วนั้นพาให้เทียนเฉิงคิดไปไกลว่านางก็ไม่ได้รังเกียจเขา แต่นางคงจะเขินอายจึงไม่ปล่อยจังหวะให้เขาได้สารภาพรักต่อนางสักที
“ขอบใจเจ้ามากจื่อลั่วอร่อยเช่นเดิมฝากขอบคุณท่านป้าด้วยที่อุตส่าห์ทำเพื่อข้าตั้งมากมาย”
“ไม่เป็นไรเจ้าคะท่านชอบก็ดีแล้วเอ่อ….ท่านแม่ทัพเจ้าคะอันที่จริงในวันงานโคมไฟท่านหญิงนางมาหาข้าก่อนจริง แต่เป็นข้าที่เดินถอยหลังจนพลัดตกสระน้ำไปเองและเป็นท่านหญิงหว่านถิง ที่ช่วยจื่อลั่วให้ไม่จมน้ำตาย ท่านแม่ทัพอย่าต่อว่าท่านหญิงเลยนะเจ้าค่ะ”
“หึ……เจ้าเลิกพูดแทนนางเถอะ ทำไมหรือจื่อลั่วนางขู่เจ้าว่าอย่างไรรีบบอกข้ามาเถอะ”
เทียนเฉิงทนไม่ได้และเขาที่เห็นกับตาตนเองมาบ่อยครั้งว่าจื่อลั่วนั้นถูกหว่านถิงรังแกมาตลอด เหตุใดจื่อลั่วถึงยังเอาแต่พูดแทนหว่านถิงด้วยเขาไม่เข้าใจจึงรีบคว้ากุมหัวไหล่บางของนางเอาไว้อย่างแรง
“เอ่อ….ข้าพูดความจริงถึงท่านหญิงหว่านถิงนางจะข่มขู่ข้าจริง แต่นางไม่เคยลงมือทำร้ายข้าเช่นผู้อื่นจริงๆ นะเจ้าค่ะ”
หว่านถิงที่เดินถือตะกร้ามาด้วยเดินเข้ามายังเรือนส่วนตัวของท่านแม่ทัพเทียนเฉิง และนางก็หยุดฝีเท้าลงเพราะภาพอันใกล้ชิดของทั้งคู่
“ท่านหญิงเรากลับจวนก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ลู่จินข้าจะสู้เพื่อเอาคนที่ข้ารักกลับคืนมาให้ได้”
“อ่ะเอ่อ….ท่านหญิง”
ไม่ทันเสียแล้วเมื่อท่านหญิงของลู่จินได้ก้าวเข้าไปในเขตเรือนของท่านแม่ทัพเทียนเฉิงเสียแล้ว คราวนี้คงได้เกิดเรื่องขึ้นอีกแน่ ลู่จินถึงกลับแอบปาดเหงื่อทันที
“ข้ามาขัดจังหวะหรือไม่เจ้าคะ”
ฟึ่บ…..จื่อลั่วที่เห็นว่าท่านหญิงหว่านถิงมาหาท่านแม่ทัพที่จวน นางจึงรีบลุกขึ้นยืนเดินออกห่างจากท่านแม่ทัพเพื่อที่จะทิ้งระยะห่างจากท่านแม่ทัพ และกลัวว่าท่านหญิงจะยิ่งเกลียดขี้หน้าของนางมากขึ้น
“ไม่เลยเจ้าคะ ข้ากำลังจะกลับจวนพอดีเชิญท่านหญิงตามสบายเลยเจ้าค่ะ”
จื่อลั่วเอ่ยเสียงตะกุกตะกักเพราะเกรงกลัวสายตาอันเชือดเฉือนจากท่านหญิง นางทำได้เพียงส่งยิ้มบางๆ ไปให้แก่ท่านหญิงก่อนจะรีบคว้าเอาตะกร้าของนางกลับจวนทันที
หมับ….เทียนเฉิงที่เห็นว่าจื่อลั่วกำลังจะหนีกลับจวนเพียงเพราะหว่านถิงมาตามตอแยเขาอีกแล้ว ใบหน้าอันหล่อเหลาจึงตวัดสายตาคมกริบที่แสนเย็นชาประชดใส่หว่านถิงทันที
“เหตุใดต้องรีบกลับด้วยจื่อลั่วเจ้าเพิ่งจะมาหาข้าได้ไม่นานเองนะ”
“ข้ามีธุระต่อเจ้าคะปล่อยข้าเถอะข้าสายแล้ว ท่านแม่คงรอข้าอยู่”
ฟึ่บ…..หว่านถิงที่ทนมองดูไม่ได้รีบเข้าไปดึงฝ่ามือของเทียนเฉิงออกจากฝ่ามือของจื่อลั่วอย่างไม่พอใจ และรีบเข้าไปกอดตัวของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา
“ปล่อยข้านะหว่านถิงสตรีไร้ยางอาย จื่อลั่วเดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป”
“ปล่อยนางไป นางก็บอกอยู่ว่ามีธุระสำคัญท่านจะรั้งนางเพื่ออะไรอีก”
“ปล่อยข้านะหว่านถิง”
แทนที่นางจะยอมปล่อยเขาแต่หว่านถิงยิ่งเข้าเบียดกายกระแซะกอดเขาแน่นขึ้น เต้านมนุ่มๆ ของนางเบียดกายเขาจนขนแขนลุกซู่ ไหนจะกลิ่นกายที่หอมรัญจวนใจจากหว่านถิงมันดันทำให้เทียนเฉิงสงบลง เพราะกลัวว่าจะเบียดถูกเต้านมของนางอีก
ใบหน้าอันหล่อเหลาเกิดเขินอายแดงก่ำขึ้นมา รีบหันหน้าหนีไปมองสิ่งอื่นแทน
“มาทำไมอีก”
“มาหาท่านข้าคิดถึงอยากมองหน้าอยากกอดไม่ได้หรือ”
“ปล่อยข้าไม่รู้จักอายบ้างหรือ”
“ก็ได้อ่ะนี่ข้าเอามาฝากท่าน”
เทียนเฉิงรับเอาตะกร้ามาจากหว่านถิง ก่อนจะโยนมันทิ้งอย่างไร้เยื่อใยต่อหน้าต่อตาของหว่านถิงด้วยความเย็นชา
หว่านถิงนั้นได้แต่ยืนอึ้งเผยแววตาที่สั่นไหวของนางออกมามองดูขนมที่หล่นจากตะกร้าจนเกลื่อนพื้นไปหมด ร่างเล็กรีบก้มไปเก็บขนมที่พื้นด้วยความลนลาน
ส่วนเทียนเฉิงที่คิดจะทำให้หว่านถิงเสียใจ มาตอนนี้เขาดันเกิดเห็นใจนางขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหว่านถิงรีบก้มลงเก็บขนมที่นางนำมามอบให้แก่เขา นางเอาแต่ปัดเศษดินออกจากขนมและเก็บเข้าในตะกร้าอยู่อย่างนั้นจนเขาทนดูต่อไปไม่ได้
“พอเถอะหว่านถิงก็เห็นอยู่ว่ามันเปื้อนดินจนกินต่อไม่ได้แล้ว เจ้าจะเก็บมันเพื่ออะไรกัน”
หมับ…..เทียนเฉิงรีบคว้าหยุดฝ่ามือของหว่านถิงที่เก็บขนมอยู่ทันที และเมื่อเขาเห็นดวงตาคู่สวยของนางแดงก่ำเพราะอดกลั้นน้ำตาเอาไว้เช่นนี้ในใจก็เกิดรู้สึกผิดขึ้นมา
“ท่านใจร้ายนักเทียนเฉิง ทีขนมของจื่อลั่วท่านยังกินได้ลงแต่ของข้าท่านกลับเขวี้ยงทิ้งไปอย่างไรเยื่อใย ข้าก็รู้ว่าท่านไม่เคยแตะต้องขนมที่ข้าเอามาให้เลยสักครั้ง แต่ถ้าหากท่านอยากจะปามันทิ้งก็ช่วยรอให้ข้ากลับไปก่อนไม่ได้หรือ เหตุใดต้องทำต่อหน้าของข้าเช่นนี้ด้วย”
“หว่านถิงข้า”
หว่านถิงเหมือนกลับพาตนเองมาให้เจ็บช้ำน้ำใจเสียเปล่าๆ นางเก็บขนมของนางจนหมดทุกชิ้นก่อนจะคว้าตะกร้าใส่ขนมเดินจากเทียนเฉิงไป
ร่างอรชรอดหันหลังกลับมาหาบุรุษที่นางรักเสียไม่ได้ หว่านถิงอดกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจจนริมฝีปากสั่นระริกอย่างน่าสงสาร
“ข้ารักท่านมาก รักตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ข้าทนเก็บเอาไว้นานมากจนข้าถึงวัยปักปิ่นจนถึงตอนนี้มันกี่ปีผ่านมาแล้วข้าก็ขี้เกียจจำเพราะข้าดันจำแต่สิ่งดีๆ ที่ท่านเคยมอบให้แก่ข้า แต่สุดท้ายคนที่ทำข้าเจ็บที่สุดมันคือท่านพี่เทียนเฉิง หากสักวันข้าหายไปท่านจะคิดถึงข้าบ้างหรือไม่”
หว่านถิงพูดจบนางก็รีบวิ่งหนีเทียนเฉิงไปด้วยน้ำตา ส่วนเทียนเฉิงนั้นช่างสับสนในใจตัวเอง หรือว่าเมื่อครู่นี้เขาจะทำเกินไปจริงๆ นางช่างน่าสงสารนัก
เทียนเฉิงไม่รู้ว่าเขากลายเป็นบุรุษใจร้ายเช่นนี้ไปตั้งแต่เมื่อใดกันแน่ และเป็นเขาเองใช่หรือไม่ที่กลายเป็นฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปเพียงเพราะเห็นว่าหว่านถิงชอบรังแกจื่อลั่วบ่อยครั้ง เขาจึงกลายเป็นบุรุษที่เย็นชาต่อต้านหว่านถิงทุกทางเช่นนี้
ส่วนหว่านถิงนั้นเริ่มท้อแท้ในจิตใจดวงน้อยๆ ของนางต่อเทียนเฉิงเข้าทุกวัน ความรักที่รักเขาข้างเดียวมันช่างเจ็บปวดทรมานเหลือเกิน หรือนางควรจะปล่อยวางความรักอันข่มขื่นนี่ลงสักที