ลู่จินเตรียมแต่งกายให้แก่ท่านหญิงหว่านถิงเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้อี้ซวนและฮองเฮาเย่าหลินตั้งแต่เช้า
คงจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนก่อนนั้นที่นางตกนำไปพร้อมกับจื่อลั่ว ฝ่าบาทจึงเป็นห่วงนาง ใบหน้างามมองดูความเรียบร้อยของตนเองก่อนจะลุกขึ้นเตรียมเข้าไปยังวังหลวง
“ไปเถอะลู่จิน”
“เจ้าคะ”
“ถิงถิง”
“พี่ใหญ่”
จางเหวินหลงรีบเข้ามาตรวจดูอาการของน้องสาวด้วยความเป็นห่วง หว่านถิงที่ถูกจับหมุนตัวถึงกับเวียนหัว
“พี่ใหญ่ข้าสบายดี”
“แต่เมื่อคืนพี่ได้ข่าวจากลู่จินว่าเจ้าตกน้ำกลับมาก็จับไข้หนาวสั่น พี่ติดภารกิจเป็นพี่เองที่ดูแลเจ้าได้ไม่ดีพอ”
หว่านถิงรีบคว้ากุมมือของพี่ชายนางเอาไว้ หว่านถิงยิ้มให้กับพี่ชายของนางเพื่อให้เขาสบายใจ
“เช่นนั้นก็หาเวลาไปกินข้าวกับข้าสักมื้อสิเจ้าคะ ข้าไม่อยู่ได้อยู่กับพี่ใหญ่นานมากแล้วข้าเหงาเบื่อจะตายอยู่แล้ว วันๆ ถ้าไม่ไปหาเรื่องใครก็มีแค่ลู่จินข้าเบื่อจริงๆ”
เหวินหลงขยี้กลุ่มผมของน้องสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ในใจของเขารู้สึกผิดที่ช่วงหลังๆ มาเขายุ่งจนไม่มีเวลาให้กับนางเลย
“ได้สิพี่จะพาเจ้าไปที่เหลาอาหารชื่อดัง กินได้ไม่อั้นดีหรือไม่”
“ดีเจ้าคะ ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทกับข้า”
“ห๊ะ….แต่พี่เพิ่งจะกลับออกจากวังเพื่อรีบมาหาเจ้า”
“มาเถอะฝ่าบาทรอข้าแล้ว”
หว่านถิงรีบรากแขนพี่ชายของนางไปเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้พร้อมกันทันที หว่านถิงที่คิดถึงพี่ชายมากเอาแต่กอดแขนของเขาจนแน่น ภาพพี่น้องรักใคร่กันช่างดูอบอุ่นเสียจริง
พระราชวังหลวง
ฮ่องเต้เฉินอี้ซวนและฮองเฮาเย่าหลินตั้งตารอคอยการมาถึงของพระธิดาบุญธรรมคนโปรด และเพียงไม่นานนางกับพี่ชายก็เดินทางมาถึงสักที
“ถวายพระพระฝ่าบาทเพคะ”
“ถวายพระพรฝ่าบาทพะย่ะค่ะ”
“ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
หว่านถิงเผยรอยยิ้มให้แก่ฮ่องเต้อี้ซวนและฮองเฮาเย่าหลิน นางรีบเดินเข้าไปหาทั้งสองพระองค์ทันที
“เหตุใดถึงตกน้ำได้เล่าถิงถิง”
“นั่นสิหากเจ้าเป็นอะไรไปข้ากับฝ่าบาทจะทำเช่นไร”
“คือว่าเรื่องมันยาวนะเพคะ อย่าทรงใส่พระทัยเลย”
“คงไม่ใช่ว่าเจ้าไปก่อเรื่องหรอกนะถิงถิง”
“เอ่อ….ก็ไม่เชิงหรอกเพคะฝ่าบาท”
หว่านถิงยิ้มแห้งให้แก่ฮ่องเต้อี้ซวนและฮองเฮาเย่าหลิน พี่ชายของนางที่ยืนข้างๆ นั้นยังส่ายหน้าให้กับวีรกรรมของน้องสาวที่ช่างหาแต่เรื่องสร้างแต่ศัตรูเสียจริง
“ต่อไปเจ้าจะคิดลงมือทำสิ่งใดก็ควรจะดูว่าตนเองจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรือไม่สิถิงถิง”
“นี่เสด็จพี่พระองค์กำลังให้ท้ายถิงถิงอยู่นะเพคะ”
ฮองเฮาเย่าหลินเอ่ยปรามต่อพระสวามีไปอย่างไม่จริงจังมากนัก ที่หว่านถิงกล้าลำพองใจเช่นนี้ก็เพราะถูกฝ่าบาทตามใจนั่นเองนางถึงกล้าต่อกรกับทุกคนเช่นนี้
“ก็ใช่นะสินั่นบุตรสาวข้าเชียวนะ นางทั้งงดงามและเฉลียวฉลาดกว่าพระธิดาคนไหนของข้า ข้าถึงรักนางไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยฮองเฮา”
“เฮ้อ…เจ้าดูเอาเถอะเหวินหลงฝ่าบาทของเจ้าให้ท้ายน้องสาวเจ้าดีจริงๆ เฮ้อ….”
“กระหม่อมเห็นด้วยกับฮองเฮานะพะย่ะค่ะ ถิงถิงใจกล้าสร้างแต่ศัตรูขึ้นทุกวัน”
“พี่ใหญ่”
“ก็มันจริงนี่”
“ฮ่ะฮ่าๆๆๆ เจ้าอยากทำสิ่งใดก็ทำเลยถิงถิงขอแค่ไม่ผิดต่อกฏหมายแคว้นเหยียนก็พอ หากใครมาทำเจ้าไม่พอใจบอกเสด็จพ่อของเจ้าคนนี้ได้เลย”
“เฮ้อ…ช่างเถอะๆ มานี่สิมาให้ข้าดูเจ้าสักหน่อยตัวร้อนจับไข้หรือไม่ ตกน้ำในค่ำคืนอากาศเย็นเช่นนั้น”
หว่านถิงรีบเข้าไปสวมกอดฮองเฮาเย่าหลินเอาไว้ พระนางเลี้ยงดูหว่านถิงมาพร้อมกับองค์ชายเจ็ดและองค์รัชทายาทหย่งฉิน หว่านถิงเองก็มองพระองค์ไม่ต่างจากมารดาแท้ๆ ของนาง
เหวินหลงที่เห็นว่าน้องสาวของเขากำลังมีช่วงเวลาที่อบอุ่นกับผู้มีพระคุณ เขาจึงล่าถอยออกมาเพื่อความเป็นส่วนตัวของฝ่าบาทและฮองเฮา
แต่ภายในอุทยานหลวงนั้นกลับมีร่างอันสูงศักดิ์ขององค์หญิงสิบเอ็ดเฉินซินอ้ายที่มีเหล่านางกำลังเดินตามต้อยๆ องค์หญิงซินอ้ายกำหมัดแน่นเมื่อเห็นว่าเสด็จพ่อเรียกหว่านถิงมาเข้าเฝ้าอีกแล้ว
อะไรๆ ก็มักจะเรียกหาแต่หว่านถิง ทั้งที่นางเองก็เป็นพระธิดาแท้ๆ ของพระองค์เช่นกัน แต่กลับได้รับคำชมและความโปรดปรานไม่เท่ากับบุตรบุญธรรมเช่นหว่านถิงเลยสักนิด
องค์หญิงเฉินซินอ้ายเกิดกับพระสนมซูเฟยเหมยลี่ นางเป็นศัตรู ตัวฉกาจของหว่านถิงเพราะว่านางนั้นก็แอบมีใจต่อท่านแม่ทัพรูปงามหวังเทียนเฉิงเช่นกัน
องค์หญิงซินอ้ายเกลียดชังทั้งหว่านถิงและไป๋จื่อลั่ว สตรีที่ท่านแม่ทัพมีใจให้ นางสบโอกาสเมื่อใดต้องจัดการทั้งสองคนนี้ให้จงได้
แต่สำหรับสตรีขี้กลัวต่ำต้อยเช่นจื่อลั่ว นางเล่นงานได้ไม่อยากแต่สตรีที่ทั้งร้ายกาจ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอย่างหว่านถิงตั้งหากที่ทำให้ องค์หญิงซินอ้ายต้องเสียหน้าเจ็บใจมานับครั้งไม่ถ้วน
“หึ….นังหว่านถิงสักวันเจ้าต้องพ่ายแพ้ก้มกราบแทบเท้าขอร้องอ้อนวอนขอชีวิตต่อข้าเช่นสุนัขจนตรอก”
ในตอนนี้องค์หญิงซินอ้ายรอคอยเวลาที่จะดักเล่นงานหว่านถิง เพียงแค่รอให้นางโผล่หัวออกมาจากตำหนักของเสด็จพ่อก็เท่านั้น
แต่ในตอนที่องค์หญิงซินอ้ายกำลังหงุดหงิดอารมณ์เสีย สตรีหน้าโง่ที่นางเกลียดชังอีกคนก็ดันโผล่หน้าเข้ามาที่วังหลวงให้นางได้จัดการถึงที่
“หึ….เช่นนั้นข้าจะเล่นสนุกกับจื่อลั่วรอเจ้าไปพรางๆ ก่อนก็แล้วกันนะหว่านถิง ข้าจะกำจัดพวกเจ้าทั้งสองคนทิ้งไปทีละคนอย่างแน่นอน”
องค์หญิงซินอ้ายกล่าวจบนางก็รีบพาคนของนางตรงดิ่งไปทางที่เห็นว่าจื่อลั่วกำลังเดินมาทันที
ส่วนจื่อลั่วนั้นไม่ได้รับรู้เลยว่าการเข้าวังมาถวายขนมกุ้ยฮวาให้แก่พระสนมกุ้ยเฟยลี่หลินในครั้งนี้นางจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
จื่อลั่วเดินถือกล่องใส่ขนมกุ้ยฮวามาอย่างดี นางแย้มยิ้มพูดคุยกับเหล่านางกำนัลของพระสนมกุ้ยเฟยลี่หลินอย่างเป็นกันเอง แต่แล้วทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
ผั๊วะ…..ฟึ่บ…..ปึก…..กล่องใส่ขนมกุ้ยฮวาที่จื่อลั่วตั้งใจทำมาเพื่อถวายแก่พระสนมกุ้ยเฟยลี่หลินถูกปัดจนร่วงหลุดมือของนางกระแทกสู่พื้นอย่างแรงจนกระจายเต็มไปหมดพื้นไปหมด
“ไม่น่ะขนมข้า”
“นังบ่าวชั้นต่ำเดินเช่นไรไม่มีตาดูหรือไงห๊ะ….เห็นหรือไม่ว่าเจ้าเดินชนข้าจนเสื้อผ้าของข้าเปื้อนเศษดินเศษฝุ่นจากสตรีชั้นต่ำเช่นเจ้าหมดเลย ลี่ถังไปตบมัน”
“เพคะองค์หญิง”
เพี๊ยะ….ยังไม่ทันที่จื่อลั่วจะหายตกใจ นางก็ถูกนางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงซินอ้ายตบหน้าของนางจนล้มพับไปกองอยู่กับพื้น
จื่อลั่วทั้งตกใจทั้งหวาดกลัว นางแตะที่ข้างแก้มตรงที่เพิ่งจะถูกตบมันช่างเจ็บแสบจนหน้าชาไปทั้งแทบ นางกำนัลของพระสนมกุ้ยเฟยลี่หลินรีบเข้ามาช่วยพยุงจื่อลั่วขึ้นมาจากพื้นทันที
แต่องค์หญิงซินอ้ายกับไม่พอพระทัย นางสั่งให้คนของนางจับตัวของจื่อลั่วเข้ามาตบอีกสามสี่ครั้ง เพี๊ยะ ๆ ๆ ฮ่ะๆๆๆ
น้ำเสียงอันแสบแก้วหูขององค์หญิงซินอ้ายหัวเราะอย่างพอพระทัยที่ได้ตบสั่งสอนสตรีที่ไม่รู้จักสำเหนียกในตนเองกล้าให้ท่าท่านแม่ทัพเทียนเฉิงที่นางหลงรักอย่างสะใจ
“องค์หญิงปล่อยคุณหนูไป๋จื่อลั่วเถอะเพคะ นางนำขนมกุ้ยฮวามาถวายแก่พระสนมกุ้ยเฟยลี่หลิน แต่ขนมตกพื้นหมดแล้วคราวนี้จะทำเช่นไรกันดี”
“พวกเจ้ากล้าออกคำสั่งต่อข้าหรือ นางกำนัลชั้นต่ำพวกเจ้าไปตบปากพวกนางเดี๋ยวนี้”
“เพคะ”
เพี๊ยะๆๆๆ จื่อลั่วที่ถูกนางกำนัลขององค์หญิงซินอ้ายจับตัวไว้ ได้แต่แอบขออภัยต่อนางกำนัลของพระสนมกุ้ยเฟยลี่หลินทั้งสามคนที่ถูกตบเพราะร้องขอให้องค์หญิงปล่อยตัวนาง ลำพังนางในตอนนี้ก็แย่เหลือเกิน
“องค์หญิงเพคะปล่อยพวกนางไปเถอะ อย่าทำพวกนางเลยหม่อมฉันขอร้องเถอะเพคะ”
“ได้เช่นนั้นเจ้าก็กระโดดลงไปในสระน้ำนั่นแล้วข้าจะปล่อยพวกนางไปดีหรือไม่จื่อลั่ว”
จื่อลั่วเผยแววตาอันสั่นไหวหวาดกลัวต่อองค์หญิงซินอ้ายขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในตอนนี้จื่อลั่วทั้งหน้าบวมปากแตก แต่นางก็สงสารทนเห็นเหล่านางกำนัลของพระสนมกุ้ยเฟยลี่หลินถูกกระทำอย่างไร้ความผิดไม่ได้จริงๆ
“ได้เพคะปล่อยพวกนางไป”
จื่อลั่วกัดฟันพูดออกรับแทนนางกำนัลทั้งสามคน ทั้งที่รู้ว่าตัวนางนั้นว่ายน้ำไม่เป็น ภาพจำเมื่อคืนที่นางพลัดตกน้ำไปพร้อมกับท่านหญิงหว่านถิงยังทำให้จื่อลั่วกลัวไม่หาย
“ไปสิชักช้าเสียจริง”
องค์หญิงซินอ้ายผลักแผ่นหลังอันบอบบางของจื่อลั่วเดินเข้าไปหาสระน้ำขนาดใหญ่ภายในอุทยานหลวงทันที สายตาของนางนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อจื่อลั่ว ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจต่อจื่อลั่วแต่อย่างใด