LOGINเวลา 12.00 น.
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
คนไข้คนสุดท้ายของตอนเช้าเพิ่งออกไป และพยาบาลผู้ช่วยในห้องตรวจก็ไปทานมื้อเช้าแล้วประตูห้องก็ดังขึ้นพร้อมถูกเปิดผลักเข้ามา
“ไปกินข้าวกันหมอหมา”
“เดี๋ยวปิดคอมแป๊บหมอแทน แต่ไปกินข้างนอกไม่ได้นะวันนี้ หมอมีประชุมตอนบ่ายกับคณะผู้บริหารน่ะ”
“ก็ไม่ได้จะชวนไปกินข้างนอกสักหน่อยหมอหมา หมอจะชวนไปกินที่โรงอาหารของเราเนี่ยแหละ”
อือ!
“รอข้างนอกนะ” แล้วนายแพทย์หนุ่มก็ปิดประตูห้องทำงาน
รอไม่ถึงห้านาที ทัชชกรก็ออกมาจากห้องตรวจ
“ไปกันเถอะหมอแทน”
แล้วนายแพทย์หนุ่มหล่อประจำโรงพยาบาลก็พากันเดินไปพร้อมกันและพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ทั้งสองเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน สมัยเรียนก็สนิทกัน พอมาทำงานที่เดียวกันก็ยิ่งสนิทกันเข้าไปใหญ่
“เดี๋ยวนี้ไม่เห็นไปเลาจน์ หรือเตรียมตัวจะแต่งงานล่ะ เห็นคุณหญิงป้าบอกว่าคู่หมั้นจะกลับมาแล้วนี่”
“คงงั้นมั้ง” ไม่อยากตอบความยาวสาวความยืด แทนยิ่งขี้ฉลาดอยู่ด้วย ถ้าตอบยาวกว่านี้ได้เผยพิรุธให้อีกฝ่ายสงสัยแน่
“ดีแล้วแหละ คือวันนี้มีเรื่องจะปรึกษาด้วยนะถึงมาชวนไปกินข้าว”
“เรื่องอะไร”
“ก็ว่าจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนน่ะ เจอสาวที่คิดว่าใช่แล้วน่ะ”
“ใครล่ะถึงทำให้หมอแทนอยากหยุดที่เธอได้”
“อยู่ในโรงพยาบาลเนี่ยแหละ หมอหมารู้จัก”
“หมอหรือพยาบาล”
“พยาบาลคู่หูของหมอหมา พยาบาลนิ่มน่ะ ได้ทำงานด้วยกันบ่อยหลังๆ นี้รู้สึกว่าเธอน่ารักดี” คำพูดของแทนทำให้ทัชชกรสะดุดลมหายใจไปชั่วครู่พร้อมสีหน้าเปลี่ยน แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้น
“นิ่มเขามีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่มีนะ ฉันถามเมื่อวานตอนทำงานด้วยกันน่ะ”
‘จะไม่มีแฟนได้ไง ทั้งๆ ที่มีผัวอยู่แล้วนิ่ม’ เขาพึมพำในใจแล้วฝืนยิ้มแห้งๆ ตอบเพื่อน
“เหรอ นึกว่ามีแฟนแล้วซะอีก”
“ยังน่ะสิ เลยจะปรึกษาหมอหมาเนี่ยแหละ ถ้าหมอจะจีบพยาบาลนิ่มจะติดไหม อีกอย่างอยากให้หมอหมาช่วยด้วย”
“ลองดูสิ” อยากรู้นักว่านวิยาจะทำยังไงหากโดนแทนตามจีบ
“ช่วยหมอด้วยนะหมอหมา”
“เออ! ไปสั่งข้าวเถอะ จะกินอะไรวันนี้” แล้วทัชชกรก็เอ่ยเปลี่ยนเรื่องเมื่อเดินมาถึงโรงอาหารที่ตอนนี้คนเต็มแน่นแทบจะไม่มีที่นั่งเหลือให้ตนสองคนนั่ง
“กินข้าวราดแกงเถอะ ประหยัดเวลา” แล้วแทนก็ดึงแขนเพื่อนพาไปยังหน้าร้านข้าวราดแกง
เวลา 13.40 น.
กว่าจะทำอะไรเสร็จก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง ตอนนี้เกือบบ่ายสองโมงแล้วก็รีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปซื้อของเข้าห้อง ทุกวันหยุดไม่เคยได้นอนพักผ่อน เพราะต้องทำงานบ้าน
ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!
เสียงสั่นเตือนโทรศัพท์ที่วางอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งดังขึ้นทำให้เธอที่กำลังจะเดินออกจากห้องเดินกลับมาหยิบและรับสาย หากไม่มีคนโทรหาคงลืมหยิบโทรศัพท์ไปด้วยแน่นอน
“คะ แม่เอื้อง”
‘เป็นยังไงมั่งลูก’
“สบายดีค่ะ แม่เอื้องกับพ่อแดงเป็นยังไงมั่งคะ ตอนนี้เจ้าหนี้มากวนไหมคะ”
‘ไม่แล้วลูก พอจ่ายหนี้มันหมดวันนั้น มันก็ฉีกสัญญาเงินกู้ทิ้งแล้ว วันนี้พ่อกับแม่ออกมาช่วยงานที่สวนของน้าพิมพ์กับน้าเดชน่ะ’
“ที่สวนเราแตงโมพอเก็บยังคะแม่เอื้อง”
‘ใกล้แล้วลูก พร้อมกันกับสวนของน้าพิมพ์ น้าเดชนั่นแหละ แม่ไม่กวนลูกแล้ว แค่นี้นะลูก คิดถึงนะนิ่ม’
“คิดถึงแม่เอื้องกับพ่อแดงเหมือนกันค่ะ”
‘แม่กับพ่อขอโทษนะที่ทำให้เราลำบาก’
“นิ่มต่างหากทำให้พ่อแม่ลำบาก แต่ไม่นานเราจะสบายค่ะ อดทนอีกนิดนะคะแม่ นิ่มใช้หนี้หมด นิ่มก็จะทำเรื่องย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลรัฐแถวบ้านเราค่ะ”
‘รักลูกนะ’
“รักแม่กับพ่อนะคะ” แล้วเธอก็กดวางสายจากแม่แล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าผ้าใบโปรด ไปไหนมาไหนก็มีแต่กระเป๋าผ้า เธอแต่งตัวเสื้อยืด กางเกงยีนขายาวเข้ารูปคล่องแคล่ว จะว่าไปเสื้อผ้าเธอก็มีไม่เยอะ เพราะวันๆ ทำแต่งาน ใส่แต่ชุดพยาบาล พอตรวจเช็กของในกระเป๋าเรียบร้อยก็พร้อมออกไปข้างนอก
“ค่ะ เราจะมีน้องให้โอทิสแล้ว อ่า...ลูคัส ฉันต้องการคุณค่ะ อื้อ...” เธอครางกระเส่าเสียวบิดเอวส่ายไปมาเมื่อใบหน้าหล่อของพ่อของลูกก้มซุกลงกลางหว่างขาตนเอง “ฉันก็ต้องการเธอพีช ต้องการมากๆ อ่า...” แล้วเขาก็ลากลิ้นสากกร้านเปียกแฉะกับความเปียกแฉะของปากทางรักที่กำลังหลั่งไหลน้ำเสียวออกมาให้ตนตวัดลิ้นกวาดต้อนเข้าปากกลืนกินความหวาน “อ่า...ไม่ไหวแล้วพีช ฉันต้องการความคับแน่นของเธอมายเลิฟ อื้อ...”“อื้อ...ฉันก็ต้องการคุณลูคัส อยากให้คุณสอดลึกในตัวฉัน อื้อ...” “เบบี้รู้ไหมว่าคุณสวยมากแค่ไหน อ่า...เสียวเป็นบ้า” แล้วเขาก็เคลื่อนตัวมาคร่อมทับแล้วกดกรีดอาวุธร้ายกลางหว่างขาตัวเองกระแทกลึกฝากฝังในกายฉ่ำแฉะแม่ของลูก “อะ...ลูคัสลึกอีก อ่า...ขยับ ได้โปรดลูคัส อ่า...” พิชาภัทรโอบกอดพ่อของลูกพร้อมกับแอ่นเด้งเอวเล็กตัวเองตอบสนองแรงขับเคลื่อนบุรุษเหนือร่างไปด้วย “อ่า...พระเจ้า แน่นดีเหลือเกิน ซี้ด...อื้อ...ลึกพอไหมมายเลิฟ อื้ม...” เขาถามแล้วก็จูบปิดปากแม่ของลูกพร้อมเคลื่อนไหวซอยเอวเร็วถี่เพื่อพาตัวเองและคนใต้ร่างไปพบพระเจ้าพร้อมกัน เสียงเคลื่อนไหวเสียงเตียงไหวโยกกับเสียงผิวเน
“แน่ใจนะที่พูดออกมา คุณกลับคำไม่ได้นะลูคัส” “ไม่กลับคำ แล้วสรุปจะอยู่ต่อหรือจะกลับ?”เขายังคงถามคำเดิม ที่เขากล้าตกลงกับสาวใต้ร่าง เพราะตลอดเวลาเกือบสามเดือนมานี้ เขาไม่มีผู้หญิงคนอื่น และผู้หญิงคนอื่นก็ไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ตัวของเขา เพราะเขาหวงเนื้อหวงตัวไว้ให้สาวเอเชียตัวเล็กใต้ร่าง ไม่อยากให้มีกลิ่นผู้หญิงคนอื่นติดตัวเวลามาหาตัวประกันสาวที่ห้องพักโรงแรม“อยู่เป็น ‘เมีย’ มาเฟียอย่างฉันต่อไหม?” เขาถามอีกเมื่อเธอเงียบยังไม่ตอบกลับตนเอง“ลูคัส...ก่อนที่ฉันจะตกลง ถ้าหากนะ ถ้าหากว่าฉัน ‘ท้อง’ คุณจะทำยังไง”“ก็ดีใจ” เขาตอบสั้นๆ แต่หัวใจของเขาก็เต้นแรงหากว่ามันเป็นจริง เขาจะดีใจมาก แม้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในแผนชีวิต แต่เขาก็ดีใจ เพราะเป็นชีวิตที่พระเจ้าส่งมาให้“ดีใจ?”“ใช่ ต้องดีใจอยู่แล้วถ้าเรามี ‘ลูก’ กันเบบี้ ทำไมเธอถึงถามแบบนี้ กลัวว่าฉันจะไล่ให้ไปเอาเด็กออกงั้นเหรอ ถึงสองมือฉันจะเปื้อนเลือด แต่ใช่ว่ามันจะชั่ว ‘ฆ่า’ ลูกตัวเองหรอกนะพีช ฉันไม่ใช่คนเลวขนาดนั้น อีกอย่างลูกคือสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ ฉันต้องดีใจอยู่แล้วที่เขาจะเกิดมาให้ฉันเลี้ยงดู อีกอย่างถ้าแม่ของลูกฉันคือเธอ ฉันจะ
เวลาเดียวกันนั้นไม่ใช่แค่ลูคัสที่นอนไม่หลับ ว่าที่คุณแม่เองก็นอนไม่หลับขยับพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนใหญ่ ปกติเตียงนอนจะดูเล็กแคบเมื่อมีร่างใหญ่นอนอยู่ด้วย แต่วันนี้เขาไม่อยู่บนเตียงด้วย เตียงเลยดูกว้างไปจนใจหวิว เฮ้อ! เธอถอนหายใจในความมืดพลิกตัวกลิ้งไปมาบนเตียงนอนกว้างแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “นอนได้แล้วพีช เธอต้องพักผ่อนได้แล้ว ดึกแล้ว เพื่อลูก เพื่อตัวเอง นอน อย่าไปคิดถึงเขา” เธอบอกตัวเองแบบนี้กี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ แต่ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี เฮ้อ! ลูคัสวิ่งที่สนามหญ้าจนเกือบเช้า วิ่งจนเหนื่อยก็ยังนอนไม่หลับ เขาจึงมาหาพิชาภัทรที่โรงแรมแต่เช้า พอเปิดประตูห้องเข้ามาก็เดินไปยังห้องนอนเห็นเธอกำลังงัวเงียตื่นก็กระโจนเข้าหาคนที่กำลังลุกขึ้นให้ล้มลงไปกับเตียงนอนอีกครั้ง “อื้อ...ลูคัส คุณเป็นอะไร?” เธอตื่นเต็มตาถามคนเหนือร่างด้วยความตกใจ “เธอทำให้ฉันนอนไม่หลับเบบี้ รู้ไหมว่าเธอทำให้ฉันมีเรื่องให้คิดมากมายแค่ไหนพีช อะ...อื้อ” แล้วเขาก็จูบปิดปากน้อยไม่ให้ตอบสวนตัวเองกลับ “อะ...อื้อ” พิชาภัทรตกใจกับจูบดุดันเหนือร่าง ปกติเขาไม่จูบเธอรุนแรงแบบนี
ลาสเวกัส สองสามวันมานี้คนโหดดูแปลกไปจากก่อนหน้านี้ เขาดูเย็นชา ไร้อารมณ์ขันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้เธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจรึเปล่าถึงได้เป็นแบบนี้ และเธอเองก็มีความลับปกปิดมาเฟียหนุ่มด้วยตอนนี้ ประจำเดือนของเธอไม่มาเดือนที่สองแล้ว วันนี้จึงให้มีอาแอบซื้อที่ทดสอบการตั้งครรภ์มาให้ตนทดสอบดู และผลก็ออกมาอย่างที่คิด เธอกำลัง ‘ตั้งครรภ์’ ลูกของมาเฟียโหด “วันนี้ฉันกลับบ้านนะ ไม่ได้กลับไปหาโอทิสหลายวันแล้ว” เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น “ค่ะ” พิชาภัทรตอบสั้นๆ เธอเองก็อยากมีเวลาส่วนตัวด้วยเหมือนกัน “ช่วงนี้ก็เตรียมเก็บกระเป๋าไว้ด้วยล่ะ เดี๋ยวพ่อเธอจะมาไถ่ตัวแล้ว” “ใกล้ครบสัญญาแล้วใช่ไหมลูคัส” “ใกล้ครบสัญญาและพ่อเธอก็มีเงินมาไถ่ตัวแล้ว วันนี้พ่อเธอติดต่อมาบอกดีนว่าจะมาลาสเวกัสไถ่ตัวเธอก่อนกำหนด” “จริงเหรอลูคัส” เธอเกาะแขนเขาถามด้วยความตื่นเต้นดีใจ “คงอยากไปจากที่นี่มากสินะ ถึงได้ดีใจแบบนี้” มือใหญ่แกะมือที่เกาะแขนตัวเองออก “ใช่ ฉันอยากไปจากที่นี่ อยากกลับบ้านของฉัน ฉันอยากมีอิสระไปไหนมาไหนไม่ต้องมีคนคอยตาม และอยู่ในสายตาของใครด้วย”
“บาดเจ็บแทนที่จะระวัง แล้วแน่ใจนะว่าไม่ต้องไปหาหมอ แล้วแผลเกิดจากอะไรคะ?” เธอถามเขาด้วยความเป็นห่วง ลูคัสก้มหน้าจ้องดวงตากลมโตคนตัวเล็กตรงหน้าที่แสดงความเป็นห่วงตัวเองออกทางสายตาชัดเจนก็ตอบกลับสั้นๆ “โดนยิงน่ะ” “โดนยิง!” “อือ...ฉันทำแผลแล้ว และตอนนี้ฉันอาบน้ำได้รึยังฮึ ไหนบอกหิวไง” “งั้นระวังด้วยนะคะ อย่าให้แผลโดนน้ำ” “พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลแล้วไม่โดนหรอกน่า ไปรอที่เตียง หรืออยากจะเข้ามาอาบน้ำให้ฉันล่ะ” “ไม่ๆ” แล้วเธอก็รีบหมุนตัววิ่งกลับไปยังเตียง หึหึ ลูคัสเดินถือผ้าเช็ดตัวกลับเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่ปิดประตูห้องน้ำเหมือนเดิม หากไม่มีสัญญาผูกมัดตัว ตอนนี้เธอกับเขาก็เหมือนคู่รักทั่วไปคู่หนึ่งเท่านั้น พิชาภัทรใช้ชีวิตที่ลาสเวกัสมาเกือบสามเดือนแล้ว อีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็จะครบสัญญาที่เขาต่อไว้กับพ่อของเธอแล้ว และไม่รู้ตอนนี้พ่อหาเงินถึงไหนแล้ว ติดต่อไปหาท่านก็เงียบราวกับว่าตัดขาดกับเธอแล้วอย่างงั้นแหละ ‘พ่อคะ หนูคิดถึงพ่อนะคะ พ่อตอบหนูสักคำได้ไหม’ เธอพิมพ์ข้อความส่งไปในไลน์ที่มีแต่เธอพิมพ์ส่งไป ท่านไม่แม้แต่จะเปิด
พออาบน้ำเสร็จออกจากห้องน้ำออกมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าที่ลูคัสให้คนมาจัดเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้าให้ตนเอง แต่งตัวเสร็จจึงออกจากห้องมาเพื่อจะตามเขาไปอาบน้ำเพื่อจะออกไปทานข้าวข้างนอกกัน พอออกมาก็เห็นเขาในห้องของเจ้าโอทิส เขากำลังก้มหน้าลงจุ๊บหัวของมัน “ฉันเสร็จแล้วลูคัส” ลูคัสหันไปมองคนที่เปิดประตูห้องนอนโอทิสมาตามตนเองไปอาบน้ำก็ส่งยิ้มให้คนตัวเล็กแล้วก็หันมาพูดกับเจ้าลูกชายตัวเอง “เป็นเด็กดีนะไอ้ลูกชาย” อือ! เจ้าโอทิสครางตอบรับทราบคำสั่งของพ่อมันแล้วก็พลิกขยับตัวเปลี่ยนท่านอนบนฟูกนอนนุ่มๆ ของตัวเอง “จะอยู่กับมันไหม หรือจะไปรอฉันที่ห้อง?”ลูคัสลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็กที่หน้าประตูห้อง “ถึงมันจะเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรู้ของคุณ แต่ฉันก็ไม่ไว้ใจมันอยู่ดีลูคัส”เธอตอบเขาแล้วก็หมุนตัวเดินนำหน้าเขากลับไปยังห้องนอนก่อนหน้านี้ “เธอกลัวแกว่ะโอทิส ไม่ต้องน้อยใจไปนะ เดี๋ยวพอคุ้นเคยกัน เธอจะไม่กลัวและระแวงแกแล้วโอทิส”มาเฟียหนุ่มหันไปบอกสัตว์เลี้ยงแสนรักตัวเอง และเหมือนมันจะเข้าใจก็ครางตอบกลับเขาแล้วลูคัสก็เดินออกจากห้องพ
ด้านฝั่งนายแพทย์หนุ่มพอปลายสายกดตัดสายตนโดยไม่รอฟังตนพูดตอบสวนกลับก็ขบกรามแน่น พยาบาลสาวของเขาดื้อแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน “เจอดีแน่นิ่ม!” เขาเอ่ยคาดโทษเธออย่างหมายมาดกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนแทบแตกละเอียดคามือแล้วก็ต้องรีบสงบส
เวลา 16.00 น. กว่าจะประชุมเสร็จก็เย็น วันนี้รองประธานอย่างแม่เขาก็มาประชุมด้วย พอประชุมเสร็จแม่ก็ชวนมาคุยต่อในห้องทำงาน “เดี๋ยวนี้พักที่ไหน คอนโดหรือห้องพักแพทย์หมอหมา&r
สิบนาทีกับการอาบน้ำแล้วแต่งตัว พอแต่งตัวเสร็จก็มาปกปิดรอยดูดเม้มของทัชชกรตามลำคอด้วยครีมรองพื้น พอจัดการปกปิดทุกอย่างเรียบร้อยร่างเล็กในชุดพยาบาลก็เดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นเขานั่งบนโซฟาเอนตัวพิงพนักโซฟาดูโทรทัศน์อยู่ ‘เขาคิดว่าเนี่ยคือห้องเขารึไงกัน ทำไมยังไม่กล
เวลา 07.00 น. ถึงจะเพิ่งได้นอนตอนตีสาม แต่เธอก็ยังคงตื่นเช้าเหมือนทุกวัน เจ็ดโมงเช้านวิยาตื่นลงจากเตียงแล้วมองดูคนที่นอนหลับสนิทบนเตียงเดียวกับตนเอง เธอไม่อยากเชื่อว่าเรื่องมันจะเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อวานยังคงเป็







