LOGINตลอดทางจากวัดมายังอนามัยบ้านห้วยขมิ้นมันราวกับพวกเขารู้ตัวว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้างในอนาคตไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่ศรันย์ที่ปกติพูดไม่หยุดก็ยังเงียบเพราะสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านเล่าไว้ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป...เมื่อมาถึงอนามัย ภาพตรงหน้ากลับทำให้ทุกคนชะงักชาวบ้านกว่าสิบคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ใต้ต้นมะขามใหญ่หน้าอนามัยหมอแขไทยืนคุมสถานการณ์อยู่ไม่ไกลทันทีที่เห็นหมอสิงห์และหมอทั้งสอง อาจารย์หมอก็ถอนหายใจโล่งอก เขากวักมือเรียกทุกคนทันทีที่พวกเขาก้าวลงจากรถ"มาสัก ทีรีบมาดูนี่หน่อย"ทุกคนรีบเดินเข้าไปตามคำเชิญ ก่อนจะพบกับกลุ่มคนที่ถูกมัดติดกับต้นไม้ด้วยเชือกหลายเส้นผู้ป่วยซูบผอมผิดปกติผิวหนังซีดราวกับไร้ซึ่งเลือดฟาด ดวงตาเบิกกว้างจนเห็นตาขาวมากกว่าปกติริมฝีปากแห้งแตกแต่ไม่มีบาดแผลไม่มีร่องรอยการถูกกัดไม่มีรอยฟกช้ำไม่มีเลือด...ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆก่อนส่งเสียงออกมา"อ่า...""...อ่า...""...อ่า..."ศรันย์ถึงกับหยุดเดิน"เดี๋ยวนะ...ทำไมฟังเหมือนซอมบี้เลย"ชาวบ้านคนหนึ่งพยักหน้าแรง"ใช่ครับหมอเมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลยดูหนังผีฝรั่งมันเหมือนเป๊ะ! เเต่นี่มันเหมือนคนมากกว่าไม่มีบาดแผล"
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านยอดไม้ใหญ่ภายในวัดบ้านห้วยขมิ้น แม้หมู่บ้านจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่ความหวาดกลัวจากสองคืนที่ผ่านมา ยังคงตกค้างอยู่ในหัวใจของผู้คนใบข้าวแทบวิ่งออกจากอนามัยทันทีที่จักรมาบอกข่าว ศรันย์วิ่งตามหลังมาติด ๆ ส่วนผู้กองฉัตรกล้าที่กำลังพูดคุยเรื่องเวรยามกับตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หน้าอนามัยก็รีบตามมาด้วยเช่นกันเมื่อทั้งสามมาถึงวัดสายตาของใบข้าวก็หันไปทางชายป่าท้ายวัดทันที แล้วหัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้น ร่างสูงในเสื้อม่อฮ่อมสีเข้มกำลังเดินออกมาจากแนวไม้แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนดินแม้จะมีรอยขาดจากกิ่งไม้แม้ใบหน้าจะดูอิดโรยจากการอดหลับอดนอน แต่หมอสิงห์ก็ยังคงเป็นหมอสิงห์ ชายหนุ่มผู้มีแววตาแน่วแน่เสมอ ใบข้าวไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังวิ่ง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา"คุณ!"หมอสิงห์ชะงักก่อนยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งใจของเขารู้สึกราวกับ มีแมลงบินอยู่ข้างในอก"หมอ"ใบข้าวมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าราวกับกำลังตรวจคนไข้"เจ็บตรงไหนไหมได้กินข้าวหรือเปล่าเป็นไข้ไหมมีแผลตรงไหนหรือเปล่า"คำถามรัวเร็วจนหมอสิงห์หัวเราะเบา ๆเขารู้สึกดีจนอธิบายไม่ถูก "ใจเย็นก่อนผมยังไม่
หลังจากที่ค่ำคืนอันปสนจะยาวนานผ่านพ้นไป สิงห์รับเร่งออกเดินทางทันทีที่แสงแรกของวันสาดลงสู่ผืนป่ากระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุดวงจิตพี่พรายถูกเก็บไว้ในย่ามอย่างทะนุถนอมส่วนจุกนั้นลอยนำทางอยู่ข้างหน้าอย่างตั้งใจคอยปัดเป่าเหล่าสัมภเวสีและไล่สัตว์มีพิษน้อยใหญ่ให้ ผู้ที่เขาเรียกว่าพ่อชายหนุ่มตั้งใจจะกลับถึงบ้านห้วยขมิ้นก่อนค่ำแต่ยิ่งเดิน...เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความผิดปกติผืนป่าเงียบเกินไปเงียบจนผิดธรรมชาติไม่มีเสียงนกไม่มีเสียงลิงแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ ก็แทบไม่ปรากฏให้เห็นราวกับทุกชีวิตกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง" พ่อ!!! มันมีบางอย่างแปลกๆ"จุกหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆลอยมาใกล้ๆชายหนุ่มไม่นานนักพวกเขาก็พบต้นเหตุ เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหน้า เงาดำหลายสิบร่างพุ่งผ่านแนวไม้ร่างกายของพวกมันบิดเบี้ยว บ้างไส้ทะลัก บ้างคอหัก บ้างกลางตัวเป็นรูโบ๋ กลิ่นสะอิสะเอียนลอยอวนอยู่ในอากาศ มันคือผีป่า แต่ไม่ใช่ผีป่าที่พวกเขาคุ้นเคย ดวงตาของพวกมันแดงฉาน สีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งบางตนไล่กัดกินกันเองบางตนร้องไห้คร่ำครวญบางตนพุ่งชนต้นไม้จนร่างแตกสลายราวกับมันกำลังเสียสติจุกหน้าซีด"พ่อ...พวกผีป่าเป็
สิงห์แทบไม่ได้หยุดพักเลยตั้งแต่ออกจากหมู่บ้าน เขาเดินฝ่าป่ามาสองวันเต็ม ข้ามลำห้วยปีนหน้าผาสูง ลัดเลาะไปตามทางสัตว์ จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่สอง เสียงน้ำตกก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า ดัง ซ่าๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาถึงที่หมายแล้ใจุกที่ลอยนำทางอยู่รีบหันกลับมาบอกอย่างตื่นเต้น"พ่อ!!...ถึงแล้วครับ"หมอสิงห์เร่งฝีเท้าทันที หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักม่านน้ำตกสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ละอองน้ำลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเป็นม่านหมอกในความฝัน แอ่งน้ำใสสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกาย ระยิบระยับ แต่สิ่งที่อยู่ริมแอ่งน้ำทำให้ชายหนุ่มหยุดนิ่ง ร่างเล็ก ๆ สีฟ้าจาง ๆ กำลังขดตัวอยู่ใต้ก้อนหินไม่มีรูปร่างเป็นหญิงสาวงดงามอีกแล้วไม่มีเส้นผมยาวสลวยไม่มีอาภรณ์งดงามเหลือเพียงก้อนพลังงานคล้ายสไลม์โปร่งแสงขนาดเท่าลูกมะพร้าว มันค่อย ๆ กระเพื่อมอยู่ช้า ๆ หมอสิงห์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด"พี่พราย..."เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับว่าหวาดกลัวว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะปลิงหายไปในทันที ก้อนพลังงานนั้นค่อย ๆ ขยับ ตอบสนองเสียงเรียก ก่อนจะมีดวงตาสองดวงปรากฏขึ้น ในก้อนนั้น มันมองมาที่เขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งเสียงแ
อนามัยบ้านห้วยขมิ้นยังคงสว่างไสว แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่เกือบเที่ยงคืนภายในห้องผู้ป่วย...ชายชราชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงให้น้ำเกลือ เขาถูกลูกหลานหามมาจากหมู่บ้านบนดอยเมื่อวานนี้ ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรงและไข้สูงหลายวันหมอใบข้าวนั่งเขียนเวชระเบียนอยู่หน้าโต๊ะส่วนหมอศรันย์กำลังตรวจวัดความดันผู้ป่วยซ้ำอีกครั้ง วันนี้ทั้งสองคนเข้าเวรพร้อมกันเพื่อให้เดือน กับดาวได้ลาพักหลังจากที่ทำงานเหนื่อยมานาน"ไข้ลดลงแล้ว"ศรันย์ถอนหายใจอย่างโล่งอกใบข้าวยิ้มบาง ๆ"อย่างน้อยคืนนี้ก็คงได้นั่งพักสัก..."ปัง!เสียงประตูอนามัยถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ยังไม่ทันที่ใบข้าวจะพูดจบเสียด้วยซ้ำทั้งสองสะดุ้งพร้อมกันต้วนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเป็นคนแรกในมือหอบหมอนกับผ้าห่มและตุ๊กตาหุ่นพยนต์ที่หมอสิงห์ให้เอาไว้ตามมาด้วยกุมารีแก้วและพี่ณีทว่าครั้งนี้...พี่ณีดูแปลกๆไป จากที่เป็นผีที่อารมณ์ดี ขี้เล่นและบรรยากาศของเธอจะสบายๆกว่าผีตนอื่นๆ แต่ตอนนี้เธอไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อยสีผิวซีดขาว...ใบหน้าเคร่งเครียด...ดวงตาคมกริบที่ไร้ตาขาวจับจ้องออกไปนอกอาคาร"หมอ!"เสียงของเธอดังหนักแน่นกว่าทุกครั้ง"รีบปิดประตู!ปิดห
ฤดูกาลหมุนเวียนผ่านไปอีกครั้ง...จากหน้าฝนสู่หน้าหนาวจากหน้าหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนกาลเวลาเงียบงัน แต่ก็เยียวยาบาดแผลของผู้คนไปพร้อมกันหมู่บ้านห้วยขมิ้นกลับมามีชีวิตชีวาดังเดิมทุกเช้า ควันไฟจากเตาถ่านลอยอ้อยอิ่งเหนือหลังคาเรือนไม้ เสียงไก่ขันปลุกชาวบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เด็ก ๆ สะพายกระเป๋านักเรียนเดินเรียงแถวผ่านสะพานไม้ไผ่เล็ก ๆ พร้อมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่เดินสวนทาง"สวัสดีครับลุง""สวัสดีค่ะป้า"เสียงทักทายดังแทบทุกเช้าแม่บ้านนั่งตำพริกแกงอยู่ใต้ถุนบ้าน เสียงครกกระทบกันเป็นจังหวะ ขณะที่ชายหนุ่มหลายคนช่วยกันซ่อมแห เตรียมลงหาปลาที่ลำห้วยลานวัดกลับมาคึกคักทุกเย็นเด็ก ๆ จะมารวมตัวเล่นซ่อนหา วิ่งไล่จับ และเตะลูกบอลผ้าจนเสียงหัวเราะดังไปทั่วหมู่บ้านบ้านห้วยขมิ้น...กลับมาเป็นบ้านห้วยขมิ้นอีกครั้งอนามัยประจำหมู่บ้านเองก็ไม่ต่างกันหมอใบข้าวกลายเป็นหมอประจำใจของชาวบ้านไปเสียแล้วไม่ว่าจะเด็ก คนแก่ หรือหญิงตั้งครรภ์ ต่างก็เรียกหา "หมอใบข้าว" เป็นคนแรกเสมอหลายครั้งที่คนไข้เอาผักสด ไข่ไก่ ปลาย่าง หรือกล้วยน้ำว้ามาฝาก จนห้องพักหมอเต็มไปด้วยของฝากจากน้ำใจของชาวบ้าน"หมอ...รับไว้เถอะ""ไม่รับ







