INICIAR SESIÓNหลังจากที่ค่ำคืนอันปสนจะยาวนานผ่านพ้นไป สิงห์รับเร่งออกเดินทางทันทีที่แสงแรกของวันสาดลงสู่ผืนป่ากระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุดวงจิตพี่พรายถูกเก็บไว้ในย่ามอย่างทะนุถนอมส่วนจุกนั้นลอยนำทางอยู่ข้างหน้าอย่างตั้งใจคอยปัดเป่าเหล่าสัมภเวสีและไล่สัตว์มีพิษน้อยใหญ่ให้ ผู้ที่เขาเรียกว่าพ่อชายหนุ่มตั้งใจจะกลับถึงบ้านห้วยขมิ้นก่อนค่ำแต่ยิ่งเดิน...เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความผิดปกติผืนป่าเงียบเกินไปเงียบจนผิดธรรมชาติไม่มีเสียงนกไม่มีเสียงลิงแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ ก็แทบไม่ปรากฏให้เห็นราวกับทุกชีวิตกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง" พ่อ!!! มันมีบางอย่างแปลกๆ"จุกหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆลอยมาใกล้ๆชายหนุ่มไม่นานนักพวกเขาก็พบต้นเหตุ เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหน้า เงาดำหลายสิบร่างพุ่งผ่านแนวไม้ร่างกายของพวกมันบิดเบี้ยว บ้างไส้ทะลัก บ้างคอหัก บ้างกลางตัวเป็นรูโบ๋ กลิ่นสะอิสะเอียนลอยอวนอยู่ในอากาศ มันคือผีป่า แต่ไม่ใช่ผีป่าที่พวกเขาคุ้นเคย ดวงตาของพวกมันแดงฉาน สีหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งบางตนไล่กัดกินกันเองบางตนร้องไห้คร่ำครวญบางตนพุ่งชนต้นไม้จนร่างแตกสลายราวกับมันกำลังเสียสติจุกหน้าซีด"พ่อ...พวกผีป่าเป็
สิงห์แทบไม่ได้หยุดพักเลยตั้งแต่ออกจากหมู่บ้าน เขาเดินฝ่าป่ามาสองวันเต็ม ข้ามลำห้วยปีนหน้าผาสูง ลัดเลาะไปตามทางสัตว์ จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันที่สอง เสียงน้ำตกก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า ดัง ซ่าๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาถึงที่หมายแล้ใจุกที่ลอยนำทางอยู่รีบหันกลับมาบอกอย่างตื่นเต้น"พ่อ!!...ถึงแล้วครับ"หมอสิงห์เร่งฝีเท้าทันที หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักม่านน้ำตกสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ละอองน้ำลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเป็นม่านหมอกในความฝัน แอ่งน้ำใสสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกาย ระยิบระยับ แต่สิ่งที่อยู่ริมแอ่งน้ำทำให้ชายหนุ่มหยุดนิ่ง ร่างเล็ก ๆ สีฟ้าจาง ๆ กำลังขดตัวอยู่ใต้ก้อนหินไม่มีรูปร่างเป็นหญิงสาวงดงามอีกแล้วไม่มีเส้นผมยาวสลวยไม่มีอาภรณ์งดงามเหลือเพียงก้อนพลังงานคล้ายสไลม์โปร่งแสงขนาดเท่าลูกมะพร้าว มันค่อย ๆ กระเพื่อมอยู่ช้า ๆ หมอสิงห์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด"พี่พราย..."เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับว่าหวาดกลัวว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะปลิงหายไปในทันที ก้อนพลังงานนั้นค่อย ๆ ขยับ ตอบสนองเสียงเรียก ก่อนจะมีดวงตาสองดวงปรากฏขึ้น ในก้อนนั้น มันมองมาที่เขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งเสียงแ
อนามัยบ้านห้วยขมิ้นยังคงสว่างไสว แม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่เกือบเที่ยงคืนภายในห้องผู้ป่วย...ชายชราชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงให้น้ำเกลือ เขาถูกลูกหลานหามมาจากหมู่บ้านบนดอยเมื่อวานนี้ ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรงและไข้สูงหลายวันหมอใบข้าวนั่งเขียนเวชระเบียนอยู่หน้าโต๊ะส่วนหมอศรันย์กำลังตรวจวัดความดันผู้ป่วยซ้ำอีกครั้ง วันนี้ทั้งสองคนเข้าเวรพร้อมกันเพื่อให้เดือน กับดาวได้ลาพักหลังจากที่ทำงานเหนื่อยมานาน"ไข้ลดลงแล้ว"ศรันย์ถอนหายใจอย่างโล่งอกใบข้าวยิ้มบาง ๆ"อย่างน้อยคืนนี้ก็คงได้นั่งพักสัก..."ปัง!เสียงประตูอนามัยถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ยังไม่ทันที่ใบข้าวจะพูดจบเสียด้วยซ้ำทั้งสองสะดุ้งพร้อมกันต้วนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเป็นคนแรกในมือหอบหมอนกับผ้าห่มและตุ๊กตาหุ่นพยนต์ที่หมอสิงห์ให้เอาไว้ตามมาด้วยกุมารีแก้วและพี่ณีทว่าครั้งนี้...พี่ณีดูแปลกๆไป จากที่เป็นผีที่อารมณ์ดี ขี้เล่นและบรรยากาศของเธอจะสบายๆกว่าผีตนอื่นๆ แต่ตอนนี้เธอไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อยสีผิวซีดขาว...ใบหน้าเคร่งเครียด...ดวงตาคมกริบที่ไร้ตาขาวจับจ้องออกไปนอกอาคาร"หมอ!"เสียงของเธอดังหนักแน่นกว่าทุกครั้ง"รีบปิดประตู!ปิดห
ฤดูกาลหมุนเวียนผ่านไปอีกครั้ง...จากหน้าฝนสู่หน้าหนาวจากหน้าหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนกาลเวลาเงียบงัน แต่ก็เยียวยาบาดแผลของผู้คนไปพร้อมกันหมู่บ้านห้วยขมิ้นกลับมามีชีวิตชีวาดังเดิมทุกเช้า ควันไฟจากเตาถ่านลอยอ้อยอิ่งเหนือหลังคาเรือนไม้ เสียงไก่ขันปลุกชาวบ้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เด็ก ๆ สะพายกระเป๋านักเรียนเดินเรียงแถวผ่านสะพานไม้ไผ่เล็ก ๆ พร้อมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่เดินสวนทาง"สวัสดีครับลุง""สวัสดีค่ะป้า"เสียงทักทายดังแทบทุกเช้าแม่บ้านนั่งตำพริกแกงอยู่ใต้ถุนบ้าน เสียงครกกระทบกันเป็นจังหวะ ขณะที่ชายหนุ่มหลายคนช่วยกันซ่อมแห เตรียมลงหาปลาที่ลำห้วยลานวัดกลับมาคึกคักทุกเย็นเด็ก ๆ จะมารวมตัวเล่นซ่อนหา วิ่งไล่จับ และเตะลูกบอลผ้าจนเสียงหัวเราะดังไปทั่วหมู่บ้านบ้านห้วยขมิ้น...กลับมาเป็นบ้านห้วยขมิ้นอีกครั้งอนามัยประจำหมู่บ้านเองก็ไม่ต่างกันหมอใบข้าวกลายเป็นหมอประจำใจของชาวบ้านไปเสียแล้วไม่ว่าจะเด็ก คนแก่ หรือหญิงตั้งครรภ์ ต่างก็เรียกหา "หมอใบข้าว" เป็นคนแรกเสมอหลายครั้งที่คนไข้เอาผักสด ไข่ไก่ ปลาย่าง หรือกล้วยน้ำว้ามาฝาก จนห้องพักหมอเต็มไปด้วยของฝากจากน้ำใจของชาวบ้าน"หมอ...รับไว้เถอะ""ไม่รับ
หลังจากเหตุการณ์นองเลือดผ่านพ้นไปได้เกือบหนึ่งเดือน หมู่บ้านห้วยขมิ้นก็ค่อย ๆ กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้งเสียงเด็ก ๆ วิ่งเล่นดังขึ้นทุกเช้า ควันไฟจากครัวเรือนลอยอ้อยอิ่งเหนือหลังคาไม้ ชาวบ้านต่างกลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเดิม ราวกับพายุร้ายที่พัดผ่านได้กลายเป็นเพียงฝันร้ายในอดีตที่อนามัยบ้านห้วยขมิ้น ผู้ใหญ่บ้านอาการดีขึ้นทุกวัน แม้จะยังเดินได้ไม่คล่องนัก แต่ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับมีรอยยิ้มให้เห็นบ่อยครั้งคนที่เฝ้าดูแลเขาแทบไม่ห่างกลับเป็นชัด...ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมือขวาของเสี่ยหงวนหลังจากเข้ามอบตัวกับผู้กองฉัตรกล้า เขาให้การทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง แต่เนื่องจากให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อีกทั้งผู้กองเองก็เห็นว่าเขาสำนึกผิดจริง จึงอนุญาตให้อยู่ภายใต้การควบคุมตัวภายในหมู่บ้าน โดยมีข้อแม้ว่าห้ามออกนอกพื้นที่ และต้องรายงานตัวทุกวันชัดไม่เคยบ่นแม้แต่คำเดียวทุกเช้าเขาจะช่วยป้อนข้าวพ่อ เปลี่ยนผ้าพันแผล พาแม่ออกมานั่งรับลมใต้ชายคา ก่อนจะกลับไปช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อนามัยแม่ของเขาเองก็มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากหมอใบข้าวและอาจารย์หมอแขไทร่วมกันรักษาอาการทางร่างกาย ขณะท
สายฝนยังคงโปรยลงไม่ขาดสายราวกับจะชะล้างสิ่งปฏิกูลออกไปจากหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ ผืนป่าทั้งผืนมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้เป็นบางครั้งหมอสิงห์ยืนหอบอยู่กลางทางเดินในป่ามีดหมอในมือยังเปื้อนเลือดสีเขียวหนืดๆของอสูรกายประหลาดเสื้อผ้าขาดวิ่นจากการต่อสู้อย่างหนักแต่ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังเงาร่างที่กำลังหนีสุดชีวิตอยู่เบื้องหน้าเสี่ยหงวน...มันกำลังหนีหนีแบบคนที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว"มันไปทางนั้น!"เสียงเจ้าป่าดังขึ้นจากยอดไม้ทันใดนั้น เถาวัลย์เส้นใหญ่ก็พุ่งลงมาขวางทางหนีของเสี่ยหงวน"โครม!"ร่างของมันล้มกลิ้งไปกับพื้นโคลนอย่างน่าเวทนาเสี่ยหงวนรีบลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลก่อนจะหันไปตะโกน"หมอ!"หมอผีสองคนที่ยังรอดอยู่รีบพุ่งเข้าขวางหมอสิงห์ทันทีทั้งคู่ร่ายอาคมใส่อย่างไม่คิดชีวิตยันต์สีดำปลิวว่อนกลางสายฝนอสูรกายที่เหลือเพียงไม่กี่ตนส่งเสียงคำรามก้องป่าหมอสิงห์ถอนหายใจเบา ๆ"ยังไม่เข็ดกันอีก..."เขากำลูกประคำแน่นก่อนยกมีดหมอขึ้นแสงสีทองสว่างวาบกลางความมืดเสียงคาถาดังก้องไปทั่วผืนป่าเพียงไม่กี่กระบวนท่า...อาคมของหมอผีก็แตกกระจายเจ้าป่าปรากฏกายขึ้นด้านหลังเสียงค







