LOGINติ้ง......
แกร๊ก...แอด แค่กดออดครั้งเดียวคนข้างในก็เปิดประตูทันทีเหมือนกับเขายืนรออยู่แล้ว แต่ฉันว่าไม่เหมือนหรอก เขายืนจับเวลารออยู่เลยต่างหาก เขาคอยจะเล่นงานฉันอยู่แล้วเพราะถ้าฉันมาไม่ตรงเวลาพายุจะเข้าอิงชาไม่ได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียว พรึบบ ปึก "อะ......จ๊วบ จ๊วบ อื้ม" "อ๊ะ อ๊ะ จุ๊บ" ทันทีที่ก้าวท้าวเล็กเข้ามาในคอนโดหรู ฉันก็โดนมือหนาดึงเข้าสู่อ้อมกอดแล้วถือวิสาสะลุกล้ำโดยไม่ให้เวลาฉันได้ตั้งตัวหรือพักหายใจเลยสักวินาทีเดียว ผลัก ปึก "โอ๊ย" เขาจูบฉันอยู่ตรงประตูห้องโดยไม่สนเลยว่าหลังฉันจะกระแทกกำแพงหรือประตูเจ็บแต่ไหน เขาจูบจนพอใจก็ลากฉันมาเหวียงบนโซฟาหนากลางคอนโดหรูถึงโซฟาจะหนานุ่มแต่แรงเขาเหวี่ยงเขาไม่ได้เบาก็ทำให้ฉันเจ็บจนจุกตัวงอได้เหมือนกัน ฉันจะรู้สึกอย่างไรจะเป็นอย่างไรเจ็บมากแค่ไหนเขาก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วเขาสนแค่ความต้องการของตัวเองเท่านั้น เขาผลักฉันหงายหลังอย่างแรงอีกครั้งตามด้วยร่างสูงที่ล้มลงมาใส่อย่างแรงแต่เป็นแค่ท่าทางที่เหมือนรุนแรงเท่านั้นที่จริงแล้วเขาไม่ได้ล้มใส่ฉันจริงๆ เค้าแค่ล้มมาค่อมบนตัวฉันเท่านั้นมือหนานิ้วเรียวสวยทั้งสองข้างของเขายันพื้นโซฟาข้างตัวฉันไว้ "จ๊วบ โอ๊ย อ่าส์" พรับ พรับ พรับ "โอ้ย เจ็บ หนูเจ็บ เบาๆ โอ้ยเจ็บ หนูเจ็บ อ๊ะ อ๊ะ โอ้ย ไม่ไหวแล้ว" พรับ พรับ พรับ "อ้ากรี๊ด.../อ่าส์" ผ่านมาเกือบ 1 ชั่วโมงก็จบเกมส์รักที่ร้อนแรงของเขา ฉันได้ยินเสียงของเขาแค่คำสุดท้ายเท่านั้น พรึบ ปัง ทุกคนอย่าคิดว่าทุกอย่างจะจบลงแค่นี้ ป่าวเลย เขาคนนี้ไม่เคยหยุดอยู่ที่คำว่าหนึ่ง ตอนนี้เขาลากฉันเข้ามาในห้องนอนแล้วเกมส์รักบทที่สอง สาม สี่ ก็ตามมา โดยที่เราทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยปากคุยกันแม้แต่คำเดียว ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงนาฬิกาปลุกหัวเตียงดังขึ้น ไม่ต้องดูก็รู้ว่านี่ 6 โมงเช้าแล้ว ทำไมถึงรู้นะหรอก็เพราะฉันเก่งไง ฮ่าฮ่า ยังจะตลกได้อีกนะอิงชาเอ้ย บ่นตัวเองได้นักเลงพอ ฉันที่พึ่งนอนไปได้ยังไม่ถึง 3 ชั่วโมงก็ต้องลุกขึ้นจากที่นอนซึ่งไร้เงาคนเมื่อคืน ลากสังขารด้วยแรงที่มีอันน้อยนิดเข้าห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัว เดินไปหยิบโทรศัพท์และซองสีขาวที่วางคู่กันไว้ แล้วรีบออกจากคอนโดหรูกลับสู่หอพักธรรมดาของเราเถอะอิงชา ทุกคนสงสัยกันใช่มั้ยว่าทำไมชีวิตฉันถึงเป็นแบบนี้ อิงชาคนนี้จะเล่าให้ฟังค่ะ ฉันอิงชาเด็กผู้หญิงบ้านนอกคนหนึ่งมาจากจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยที่บังเอิญสอบได้ทุนที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังในกรุงเทพมาแบบงงๆ ด้วยความที่บ้านเราไม่ได้ร่ำรวยมีเงินเหมือนใครๆ พ่อแค่ทำงานรับจ้างทั่วไป หลังบ้านมีสวนผักแปลงเล็กๆ ไว้แค่ได้กินได้ขายพอเป็นค่ากับข้าวของคนในครอบครัวเท่านั้น เมื่อพ่อกับแม่รู้ว่าลูกสาวคนโตของบ้านสอบได้ทุนที่กรุงเทพท่านดีใจมาก ถึงจะได้ทุนไม่ต้องเสียค่าเทอมก็จริง แต่เรื่องความเป็นอยู่ที่กรุงเทพก็ต้องใช้เงินเพราะอย่างนั้นพ่อกับแม่ต้องทำงานหนักมากขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงเวลานั้นแต่ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี ต้องไปขอกู้ยืมคนอื่นเขามาเพื่อให้พอกับค่าหอพักและการใช้ชีวิตในกรุงเทพช่วงแรกของฉัน เพราะอย่างนั้นตั้งแต่วันแรกที่ฉันเข้ามาอยู่ในกรุงเทพ ตั้งแต่ปี 1 จนตอนนี้ฉันอยู่ปี 4 แล้ว ฉันก็ยังทำงานพิเศษเหมือนกับตอนเข้ามาอยู่กรุงเทพใหม่ๆ ไม่เคยหยุดเลยสักวัน เพราะฉันต้องส่งเงินกลับไปที่บ้านเพื่อใช้หนี้และฉันก็ไม่อยากให้พ่อกับแม่ทำงานหนักไม่มากกว่านี้ และไหนจะค่าหอพัก ค่ากินของตัวเองอีก ผ่านมาจะ 4 ปีแล้ว ฉันก็ยังใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เรียน ทำงาน และก็นอน แต่จุดเปลี่ยนชีวิตอิงชาเกิดขึ้นเมื่อ ... 6 เดือนก่อน น้องชายคนเดียวของฉันโทรมาบอกว่าพ่อไม่สบายทำงานไม่ได้มาหลายวันแล้วที่บ้านแทบจะไม่ทีเงินติดบ้านกันแล้ว ฉันเลยโอนเงินเดือนทั้งหมดจากการเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารที่พึ่งได้รับมายังไม่ถึง 2 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ พอโอนไปแล้วตัวเองก็ต้องมาคิดต่อว่าจะทำอย่างไรกับเงินติดตัวแค่ 300 บาท แล้วจะใช้ชีวิตยังไงต่อล่ะอิงชาเอ้ย ด้วยโชคชะตาบังเอิญให้เดินไปเจอกับป้ายรับสมัครเด็กเสิร์ฟของผับแห่งหนึ่ง เป็นงานกลางคืนซึ่งก็เป็นเวลาหลังจากเลิกงานที่ร้านอาหารพอดี กินเหล้าเที่ยวผับ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเที่ยวไม่เคยดื่ม เพื่อนฉันนี่แหละตัวดีว่างเมื่อไหร่ต้องพามาทุกทีอย่างน้อยสองเดือนครั้ง แต่ที่ฉันเคยไปมา ไม่น่ากลัวเหมือนที่นี่เลยนะ ผับเหมือนกันแต่ทำไมบรรยากาศช่างแตกต่างกันมากขนาดนี้ แต่ความจนทำให้ฉันจำเป็นต้องมาทำงานกลางคืน ที่ผับกว่าฉันจะเอาตัวรอดออกมาได้แทบแย่ หลังจากรับเงินและทริปออกมายอมรับเลยว่าเงินดีมาก แค่วันเดียวได้ถึง 2,500 บาทแน่ะ โดยเฉพาะโต๊ะสุดท้ายก่อนผับปิดแลกกับการช่วยเขาดื่มเหล้าแค่ครึ่งแก้วแลกกับทริปตั้ง 1,000 บาทแน่ะ มีหรออิงชาจะไม่เอา เอาสิคะเหล้าแค่ครึ่งแก้วสบายมาก@ห้องฉุกเฉิน "ทะท่าน ท่านประธาน" จะติดอ่างทำไมครับคุณพนักงาน "สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ" ผมเดินตรงมายังห้องฉุกเฉินทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลตามที่ไอ้น้องรักลูกชายคนเล็กของพ่อผมมันสั่งนั่นแหละ ยังดีที่พยาบาลจัดห้องแยกเป็นสัดส่วนให้ไว้รองรับพวกผมแล้ว มาถึงพนักงาน 3 คน ดูตกใจนะแต่ก็ยังสวัสดีผม ผมแค่พยักหน้านิ่งๆ เอาจริงๆ ผมกับไอคินนิสัยไม่ได้ต่างกันมากนักหรอกแค่ผมก็ไม่ได้หน้านิ่งตลอดเวลาเหมือนมันเท่านั้นเอง ผมก็ไม่รู้นะว่าเรื่องเป็นมายังไงรู้แค่ว่าถ้าไม่สำคัญจริงๆ มันจะไม่เป็นแบบนี้ มันรักมันหวงชีวิตสงบของมันจะตายวันๆ อยู่แต่โรงพยาบาล หายใจเข้า หายใจออกนี่มีแต่คนไข้ โรงพยาบาลของตัวเองมีก็ไม่ไปดูแลบอกแต่ว่ายังไม่ถึงเวลาเท่านั้น แต่ถึงมันไม่สั่งผมก็ต้องจัดการอยู่ดี พนักงานมีการกลั่นแกล้งกันถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลกันขนาดนี้ปล่อยไว้ได้ไงล่ะครับ เออคุยตั้งนานลืมแนะนำตัว ผมวาคิว หรือไอ้เฮียที่ไอ้น้องบังเกิดเกล้าผมชอบเรียกนั่นแหละ เวลาขึ้นไอ้เฮียทีไรผมนี่สะดุ้งทุกทีไม่ได้กลัวมันนะ แค่กลัวมันออกเสียงเพี้ยนเท่านั้นเองแหละ "คุณออกไปรอข้างนอก" ผมบอกพนักงานชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย อยู่เพราะเป็นคนเ
ผมเดินเลี่ยงออกมาหลังจากที่เห็นว่ายาชา ยานอนหลับออกฤทธิ์แล้ว ตอนนี้อิงชากำลังสะลึมสะลือแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก"เฮียผมต้องการดูกล้องวงจรปิดตอนเกิดอุบัติเหตุหน้าบริษัทด่วน"(อุบัติเหตุอะไรวะ)"ก็ไม่รู้หาให้หน่อยด่วน"(เอ่อๆ แม่งน้องหรือพ่อกูวะ)"จะน้องหรือพ่อเฮียก็ต้องทำ" ผมกดวางสายไป'จริงหรอแฟนหมอนาคินจริงหรอ''เจ้าชายของฉันไม่โสดแล้ว''เป็นไรแก''อกหักหมอนาคินมีเมียแล้ว''เฮ้ยจริง''จริงอยู่ห้องฉุกเฉินตอนนี้ พี่ตาลบอกเองเลยหมอนาคินอาละวาดใหญ่เลย'ตลอดทางที่เดินสาบานว่าไม่ได้ยินเลยไม่ได้ยินเสียงคุยกันเรื่องอื่นเลยคุยกันแต่เรื่องกูเนี่ย ชัดทุกคำทุกประโยคเลย แต่อะไรผมยังไม่ได้อาละวาดอะไรเลยพูดกันเกินความจริงอีกแล้วนะเว้ยผมเดินเข้ามาในห้องฉุกเฉินเห็นอิงชาหลับไปแล้ว หมอรุ่นน้องกำลังเย็บแผลที่ขาอยู่ ยัยตัวเล็กเอ้ยคงเจ็บน่าดูตื่นมาจะตกใจแค่ไหนอยู่ดีๆ ต้องโดนเย็นถึง 3 แผลแถมยังต้องโดนผ่าตัดแขนที่หักจนผิดรูปอีก ถ้าบอกว่านี่คืออุบัติเหตุเล็กๆ ผมไม่เชื่อเด็ดขาด ต้องแรงขนาดไหนแขนถึงได้หักแบบนี้"คุณหมอนาคินจะผ่าเองมั้ยคะ" พยาบาลเดินเข้ามาถามผม ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ คงเป็นเ
ด้านหมอนาคินที่พึ่งออกมาจากห้องผ่าตัด เขาถูกเรียกตัวมาตอนตี 1 ทั้งๆ ที่พึ่งนอนไปได้แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง ไม่ได้ปลดปล่อยมานานได้โอกาสก็ขอจัดหนักจัดเต็มสักหน่อย ใจจริงอยากจะจัดให้หนักกว่านี้แต่ได้แค่ 2 ยกแม่คุณก็สลบไปซะก่อน ผมไม่ได้เลวขนาดเอาผู้หญิงหลับหรอกนะเลยปล่อยให้พักไปก่อน "หึหึ" หลังจากอยู่ในห้องผ่าตัดนานถึง 4 ชั่วโมงเต็มผมขอพักหน่อยแล้วกันก่อนจะต้องออกตรวจอีกในตอนสาย"คุณหมอนาคินคะคนไข้ห้องฉุกเฉินอุบัติเหตุแขนหักค่ะ" "ครับ" พึ่งออกจากห้องผ่าตัดยังไม่ทันจะได้เข้าห้องพักตัวเองก็ต้องเปลี่ยนทิศไปยังห้องฉุกเฉินทันที อย่างนี้แหละครับชีวิตหมอเวลาส่วนตัวหายากครับ"ฮือ ฮือ เจ็บ ฮือ ฮือ" เข้ามาในห้องฉุกเฉินก็จะดูวุ่นๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ที่เด่นสุดในตอนนี้ก็คงเป็นเตียงที่มีทั้งญาติ หมอ และพยาบาลยืนมุงกันอยู่ แถมยังมีเสียงร้องไห้ออกมาด้วยสงสัยจะเจ็บมาก เป็นธรรมดามากครับที่เป็นแบบนี้ใครบ้างที่มาอยู่ในห้องนี้แล้วไม่เจ็บ แต่ไหนล่ะคนไข้ผมอยู่เตียงไหน ผมมองกวาดไปทุกเตียง แต่ละเตียงก็มีคนไข้นอนรอการรักษากันเต็มทุกเตียง"เตียง 12 ค่ะคุณหมอนาคิน"ผมพยักหน้ารับรู้ เตียงนั้นสินะเตียงที่คนร
“นั่งพักบ้างเถอะเรา” ในดงกาที่คอยจิกก็ยังมีฝูงมดที่ยังคอยกัดเล็กๆ แทนฉันอยู่ คอยช่วยเหลือในบางครั้งที่พอช่วยได้ ฉันยิ้มให้กับพี่ๆ โต๊ะข้างๆ เขาชื่อพี่เชนกับพี่คิตตี้ พี่เชนพี่ใหญ่ในแผนกผู้ชายอบอุ่นใจดีกับทุกคนเสมอ พี่คิตตี้สาวสองที่สวยมากภายนอกดูร้ายๆ แต่นิสัยน่ารักมาก ทั้งแผนกสิบกว่าคนก็มีพี่สองคนนี้แหละที่คอยช่วยฉัน ที่เหลือก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มพวกพี่ผู้ชายไม่สนโลกไม่ยุ่งกับใครสนใจแค่งานของตัวเอง พวกผู้หญิงรวมทั้งผู้จัดการแผนกพวกนี้ฉันไม่รู้หรอกว่าไปทำอะไรให้ถึงแผ่รังสีแม่มดผู้ร้ายกาจออกมาซะชัดเจนขนาดนั้น ติ้ง ติ้ง นั่งทำงานมาจนจะใกล้เวลาเลิกงานแล้วเสียงข้อความไลน์ก็ดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์เครื่องบางไม่ได้หรูหราเหมือนใครๆ ขึ้นมาดูคิดว่าต้องเป็นพวกเพื่อนๆ เหมือนเช่นทุกวัน แต่มันไม่ใช่ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ใจบางๆ ของอิงชาเต้นไม่เป็นจังหวะ นับจากวันนั้นวันที่เขามาส่งเธอที่หน้าบริษัทวันนั้นเขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลย เกือบเดือนแล้วที่เขาหายไป และที่แปลกไปกว่านั้นเขาไม่เคยส่งข้อความหาเธอตอนกลางวันแบบนี้เลย ชั่งใจอยู่นานก็กดเปิดข้อความไลน์ของเขา พายุ: เลิกงานแล้วรีบลงมา พาย
เอ๊ะ นั่นมัน ใช่ ใช่เธอคนที่ทำให้ผมกำลังหงุดหงิดอยู่ตอนนี้ เธอนั่งหลับหัวพิงกระจกอยู่บนรถเมล์คันใหญ่ที่จอดอยู่ข้างๆ ผม หึ เราต้องคุยกัน ผมขับรถไปจอดหน้ารถเมล์ที่จอดรับผู้โดยสารอยู่ เปิดประตูเดินขึ้นรถเมล์คนขับมองหน้าผมแต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะหน้าผมตอนนี้พร้อมมีเรื่องมากชนิดที่ใครขัดกูสวนไม่ยั้ง แต่ผมไม่สนหรอกว่าใครจะเป็นยังไงใครจะมองก็ช่างผมสนแค่เธอคนเดียวและต้องคุยกันให้รู้เรื่อง พรึ่บ "โอ้ย!!" ผมเดินไปดึงแขนเธอทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่เธอคงร้องด้วยความเจ็บยอมรับว่าผมไม่ได้ออมแรงด้วยความโมโหมีแรงเท่าไหร่ผมใส่หมด "คุณ" เธอตกใจตาโตที่เห็นหน้าผม "....." ผมได้แต่มองเธอนิ่งๆ แล้วกระตุกแขนอีกครั้งให้ลุกเดินตามผมมา "โอ๊ะ" ปัง!!! เอ่อ ฉันตกใจมากที่อยู่เขาก็โผล่มาบนรถเมล์ แล้วก็กระชากลากฉันลงมาจากรถ หน้าตาน่ากลัวมากตั้งแต่รู้จักเขามาตั้งหลายเดือนฉันไม่เคยเห็นเขาน่ากลัวแบบนี้มาก่อนเลย ถึงเขาจะนิ่งจะเย็นชามากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยรุนแรงแสดงท่าทางน่ากลัวกับฉันแบบนี้เลย จะรอดมั้ยวะกูเนี่ย เขาลากฉันลงจากรถเมล์แล้วโยนใส่รถหรูแถมปิดประตูดังมาก ดังจนฉันสะดุ้งสุดตัว รถซุปเปอร์คาร์หรูมากแต่ฉันไม่มีเ
1 เดือนต่อมา"โอ้ย ปวดๆ ทำไมมันปวดแบบนี้เนี่ย" แค่ฝึกงานวันแรกมันต้องขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ทุกคนรู้มั้ยว่าวันนี้ฉันเจอกับอะไรมาบ้าง วันนี้เป็นวันที่โหดร้ายทีสุดอีกวันหนึ่งของฉันเลยไปฝึกงานอย่างกับไปออกรบ ตึกที่ฉันทำงานมี 8 ชั้น แผนกการตลาดที่ฉันทำงานอยู่ชั้น 4 แล้วบังเอิญว่าลิฟต์เสียไงคะทุกคน ใช้ได้แต่ลิฟต์ของผู้บริหารเท่านั้นซึ่งฉันมันแค่เด็กฝึกงานตัวเล็กๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปใช้ลิฟต์ผู้บริหารอย่างใครเค้า เดินขึ้นห้องทำงานแล้วเดินลงกลับห้องอิงชาสบายมากค่ะแค่นี้ แต่มันไม่ใช่แค่นั้นไง ฉันกลายเป็นเด็กเดินเอกสาร เด็กซื้อกาแฟ ซื้อน้ำ ซื้อข้าว เดี๋ยวคนนั้นก็เรียกคนนี้ก็เรียก บางครั้งไปส่งเอกสารชั้น 7 กลับมายังไม่ได้นั่งลงมาชั้น 2 เดินขึ้นชั้น 4 เดินลงชั้น 3 เดินขึ้นชั้น 6 กลับมาชั้น 4 เดินลงชั้น 1 กลับขึ้นชั้น 4 เดินขึ้นชั้น 5วันเดียวไปทั่วตึกแล้วมีชั้นเดียวที่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับผู้บริหารเท่านั้นคือชั้น 8 วันทั้งวันฉันเดินขึ้นลงหลายสิบรอบ กว่าจะลากสังขารกลับหอได้แทบหมดลมหายใจ คิดว่าจะไม่รอดถึงห้องซะแล้วติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดควานหาที่มาของเสียง โอ้ย เหมือนพึ่งจะได้นอนต้องตื่นอีกแล้







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)