Share

บทที่ 6

Author: ม่านฝันจันทรา
ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ยืนขึ้น มองไปยังเหล่าลูกสะใภ้ที่ดีของนาง พยายามสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

โม่จิ่นยวนเม้มริมฝีปาก จากนั้นก็เอ่ยขึ้นโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “พี่สะใภ้ทุกท่าน ข้ากับท่านแม่หวังว่าพวกท่านจะฉีกทำลายหนังสือสมรสทิ้งเสีย ฉวยโอกาสที่ตอนนี้เรื่องราวยังไม่ถูกตัดสิน รีบออกจากจวนแม่ทัพไปในยามดึก”

พูดจบเขาก็หันไปมองมู่หนิง สายตาจับจ้องไปที่ท้องนูน ๆ ของนางอย่างอาลัยอาวรณ์ “มู่หนิง! เจ้ากำลังตั้งท้อง ยิ่งไม่สามารถติดตามข้ากับท่านแม่ไปตกระกำลำบากระหว่างทางเนรเทศได้ ในบรรดาพี่สะใภ้ของเจ้า นอกจากพี่สะใภ้สี่ที่ไม่มีวรยุทธ์แล้ว คนอื่น ๆ ก็พอมีวิชาอยู่บ้าง การจะพาเจ้าแอบหนีออกไปอย่างเงียบ ๆ ยังพอทำได้”

“ท่านแม่ ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ ได้โปรดอย่าขับไล่พวกเราไปเลย ก็แค่การเนรเทศมิใช่หรือ ต่อให้พรุ่งนี้ต้องขึ้นแท่นประหารตัดศีรษะ ข้าก็จะไม่ฉีกทำลายหนังสือสมรสเด็ดขาด”

พี่สี่พอได้ยินดังนั้น ก็รีบคุกเข่าลงมองฮูหยินผู้เฒ่าโม่พลางร้องไห้อ้อนวอน

แม้ว่านางจะขี้ขลาด แต่กลับไม่กลัวความลำบากแม้แต่น้อย ยิ่งไม่กลัวความตาย

“ท่านแม่! แม้ว่าข้าจะไม่เก่งกาจองอาจเหมือนท่านพี่ แต่ข้าก็ขออยู่ร่วมเป็นร่วมตายกับตระกูลโม่เจ้าค่ะ”

“ต่อให้พรุ่งนี้จะถูกตัดศีรษะ ข้าก็จะขอตายพร้อมกับคนตระกูลโม่”

“ข้ากับท่านพี่ได้ให้สัญญากันไว้นานแล้ว แม้ว่าจะไม่สามารถเกิดวันเดือนปีเดียวกันได้ และไม่สามารถตายวันเดือนปีเดียวกันได้ แต่ก็ขอเพียงได้ฝังในสุสานเดียวกันหลังความตาย”

“ก่อนที่ท่านพี่จะจากไป ข้าได้สัญญากับเขาไว้แล้วว่า ชาตินี้จะกตัญญูดูแลท่านเป็นอย่างดี ดังนั้นข้าก็จะไม่ไปเช่นกัน”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ประคองทุกคนให้ลุกขึ้นด้วยความเจ็บปวดใจ ในที่สุดก็มิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความซาบซึ้งไว้ได้อีก “เด็กดี พวกเจ้าล้วนเป็นลูกสะใภ้ที่ดีของตระกูลโม่ แม่ก็ตัดใจจากพวกเจ้าไม่ลงเช่นกัน แต่ว่าข้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ไม่ได้ กักขังพวกเจ้าไว้กับตระกูลโม่ไปชั่วชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นพวกเจ้าก็ยังไม่มีทายาทสืบสกุลเลยสักคน หากฉีกหนังสือสมรสทิ้งแล้วก็ยังสามารถแต่งงานใหม่ได้ ไปมีชีวิตที่ดียิ่งกว่า”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางก็หันไปมองมู่หนิงด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก “หากจะพูดว่าคนที่ข้ารู้สึกผิดด้วยมากที่สุด ก็คงจะเป็นเจ้า เพราะความเห็นแก่ตัวของพวกเรา บังคับอ้อนวอนให้เจ้าเก็บเด็กคนนี้ไว้ หลายปีมานี้แม่ยังพอมีเงินเก็บส่วนตัวอยู่บ้าง ถึงตอนนั้น ข้าจะแอบเอาออกมาแบ่งให้พวกเจ้าทั้งหมด พวกเจ้าจงเอาเงินติดตัวไป ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับจากนี้ก็ไปซ่อนเร้นตัวตนเปลี่ยนชื่อสกุล ใช้ชีวิตให้ดี”

“ท่านแม่ พวกเราไม่ไปเจ้าค่ะ หากท่านแม่ยังยืนกรานจะให้พวกเราจากไป พวกเราก็จะขอปลิดชีพตนเองที่จวนแม่ทัพเดี๋ยวนี้!”

ลูกสะใภ้หลายคนพร้อมใจกันหยิบกริชที่ซ่อนอยู่ออกมา จ่อไปที่ลำคอของตนโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“เกิดเป็นคนของตระกูลโม่ ตายก็เป็นผีของตระกูลโม่!”

เหล่าสะใภ้ตระกูลโม่ต่างมีเจตจำนงแน่วแน่ ไม่มีใครรักตัวกลัวตายแม้แต่คนเดียว สายตาของพวกนางเด็ดเดี่ยว ในแววตาไม่มีความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

“แม่ไม่ให้พวกเจ้าไปแล้ว รีบวางมีดลงเร็วเข้า”

การกระทำนี้ ทำเอาฮูหยินผู้เฒ่าโม่ตกใจจนเหงื่อเย็นไหลท่วมตัว รีบเกลี้ยกล่อมให้พวกนางวางกริชลง

“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”

ทุกคนเห็นว่าในที่สุดนางก็ไม่บีบบังคับให้พวกตนจากไปแล้ว จึงได้เก็บกริชกลับไปอีกครั้ง

ในขณะนั้น มู่หนิงที่นั่งอยู่บนเตียงและไม่พูดอะไรมาตลอด ก็ลุกขึ้นยืนแล้วลูบท้องของตนเบา ๆ อย่างอ่อนโยน “ข้าก็จะไม่ไปเช่นกัน ลูกต้องการพ่อแม่คอยอยู่เคียงข้าง เขาถึงจะเติบโตขึ้นมาได้อย่างมีความสุขและเบิกบาน แม้ว่าการเนรเทศจะลำบากไปบ้าง แต่พวกเราทุกคนต่างก็มีทักษะในการเอาชีวิตรอด เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ก็อาศัยความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ชีวิตความเป็นอยู่ก็คงจะไม่เลวร้ายนัก”

พี่สะใภ้ใหญ่เชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง กล่าวอย่างมั่นใจ “น้องเจ็ดพูดถูก นอกจากนางกับน้องสี่แล้ว พวกเราอีกห้าคนล้วนมีวรยุทธ์ หากถูกเนรเทศไปยังพื้นที่ภูเขาห่างไกล พวกเราก็สามารถล่าสัตว์ตัดฟืนเพื่อประทังชีวิตได้”

พี่สี่อวิ๋นชิงชิง เอ่ยขึ้น “แม้ว่าข้าจะไม่มีวรยุทธ์เก่งกาจเหมือนพวกพี่สะใภ้ แต่ข้าปักผ้าเป็น ข้าวาดรูปเป็น ถึงตอนนั้นก็สามารถอาศัยทักษะสองอย่างนี้หาเลี้ยงครอบครัวได้”

มู่หนิงมองภาพนี้ด้วยความซาบซึ้งใจเล็กน้อย ตระกูลโม่ช่างเป็นเหมือนที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้จริง ๆ ไม่เพียงแต่บุรุษทุกคนจะมีจิตใจเด็ดเดี่ยว พี่สะใภ้ทั้งหกก็ล้วนเป็นวีรสตรีผู้กล้าแกร่ง

ความสามัคคีเช่นนี้ ครอบครัวเช่นนี้ เป็นชีวิตแบบที่นางใฝ่ฝันหาอย่างยิ่งในชาติก่อน

ชาติที่แล้ว นางไร้บิดามารดา เพราะมีร่างกายที่พิเศษจึงถูกทางประเทศฝึกฝนจนเป็นประมุขสำนักมังกรเทวะ ตลอดชีวิตอุทิศตนเพื่อประเทศชาติ ไม่เคยได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของครอบครัวเลย

ถึงแม้นางจะเพิ่งทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้เมื่อวาน แต่ทุกการกระทำของคนตระกูลโม่ ล้วนซาบซึ้งกินใจอย่างยิ่ง

ดังนั้น นางจะไม่จากไป นางจะต้องเปลี่ยนแปลงชะตากรรมอันเลวร้ายของเหล่าพี่สะใภ้ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ให้ได้

“ดี ไม่ไป ไม่ไปกันทั้งนั้น”

ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ซาบซึ้งจนน้ำตาคลอเบ้า

“ท่านแม่! ความจริงข้า... ข้าก็มีเงินเก็บส่วนตัวอยู่บ้างเจ้าค่ะ น่าจะประมาณตั๋วเงินสองร้อยตำลึง”

พี่สี่อวิ๋นชิงชิงยืนออกมา กล่าวด้วยใบหน้าแดงก่ำตะกุกตะกัก

“ข้า... ข้าก็มีเจ้าค่ะ แต่ไม่มากเท่าพี่สี่ ข้ามี... ก็ประมาณตั๋วเงินหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึงกระมัง”

น้องหกยกมือขึ้น พูดออกมาอย่างหน้าแดงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เช่นกัน

“แล้วก็ข้า...”

มีคนหนึ่ง ก็มีคนที่สอง คนที่สาม

พี่สะใภ้ทั้งหกคนต่างพากันพูดออกมาว่าตนเองมีเงินเก็บส่วนตัวเท่าไร จากนั้นเมื่อรวมกับของฮูหยินผู้เฒ่าโม่แล้ว ก็มีตั๋วเงินเกือบหนึ่งพันหนึ่งร้อยตำลึง

“ในเมื่อเป็นการยึดทรัพย์สิน ถึงตอนนั้น พวกเราทุกคนจะต้องเปลี่ยนไปสวมชุดผ้าเนื้อหยาบที่ทางการนำมาให้ ดังนั้นตั๋วเงินพวกนี้พวกเราคงเอาไปด้วยไม่ได้”

โม่จิ่นยวนขมวดคิ้วแน่น ครุ่นคิดถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง

มู่หนิงยืนขึ้นอย่างไม่รีบร้อน เสนอแนะว่า “ทุกท่านไม่ต้องตื่นตระหนก ถึงแม้จะต้องสวมชุดผ้าเนื้อหยาบที่ทางการนำมาให้ แต่พวกเราก็สามารถใช้ช่วงเวลานี้โกงได้”

พี่รองฟางเหวินเอ่ยถามอย่างสงสัย “โกงอย่างไรหรือ?”

มู่หนิงยกยิ้มมุมปาก กล่าวความคิดของตนเองออกมา “โชคดีที่เงินเก็บส่วนตัวของพวกเราล้วนเป็นตั๋วเงิน หากเปลี่ยนเป็นเงินแท่งคงจะเอาติดตัวไปไม่ได้จริง ๆ แต่ตั๋วเงินทำมาจากกระดาษ มันซุกซ่อนได้ง่ายมาก พวกเราสามารถพับตั๋วเงินไว้ล่วงหน้า แล้วสอดเข้าไปไว้ในมวยผม เช่นนี้ก็สามารถนำติดตัวไปได้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครรู้”

“จริงด้วย พวกเราซ่อนไว้ในมวยผมได้ ต่อให้พวกเขาจะค้นตัวอย่างไร ก็ไม่มีทางคาดคิดว่าพวกเราจะซ่อนไว้ตรงนี้”

น้องหกมู่อวิ๋นชิงมองไปทางมู่หนิงอย่างยินดี กล่าวชื่นชม “น้องเจ็ด! เจ้าฉลาดจริง ๆ ”

โม่จิ่นยวนก็ส่งสายตาชื่นชมไปให้นางเช่นกัน

นาง ไม่ใช่มู่หนิงคนเดิมที่ไร้สมองเอาแต่ผลาญเงินคนนั้นอีกต่อไปแล้ว

หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว ภายในห้องก็พลันเงียบสงบลง

“เจ้า...”

โม่จิ่นยวนมองมู่หนิง อยากจะพูดอะไรบางอย่าง ผลลัพธ์คือเพิ่งจะขยับร่างกายเล็กน้อย ความเจ็บปวดราวกับร่างจะฉีกขาดก็แผ่ซ่านมาจากแผ่นหลัง

“บาดเจ็บอยู่ก็อย่าขยับไปมาสิ รีบถอดเสื้อผ้าออกแล้วนอนคว่ำทายาได้แล้ว”

มู่หนิงเหลือบมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

อย่าคิดว่านางทำเป็นไม่มีอะไรต่อหน้าท่านแม่และพวกพี่สะใภ้ นางยังไม่ลืมความจริงที่ว่า เมื่อวานโม่จิ่นยวนเกือบจะฆ่านาง

“ได้”

โม่จิ่นยวนเห็นใบหน้าที่งดงามอย่างยิ่งของนางบูดบึ้ง ก็รู้ได้ว่านางยังคงโกรธเขาอยู่

จึงได้แต่เชื่อฟัง ถอดเสื้อผ้าออกแล้วนอนคว่ำบนเตียงอย่างว่าง่าย

มู่หนิงแสร้งทำเป็นเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งของตนเอง เปิดกล่องใบเล็ก ๆ ออก จากนั้นก็หยิบขวดยาขวดหนึ่งออกมาจากมิติ

“ติ๊ง~”

ตอนที่โม่จิ่นยวนลุกขึ้นเพื่อจะแขวนเสื้อผ้า หยกแขวนข้างในก็พลันตกลงบนพื้น

มู่หนิงหันหน้าไปมอง

แม้ว่าบนหยกแขวนจะเปื้อนคราบเลือดอยู่บ้าง แต่นางก็จำได้ในทันทีว่าหยกแขวนชิ้นนี้ คือชิ้นที่นางประมูลได้จากโรงประมูล

“ท่านอย่าขยับ ข้าเก็บเอง”

มู่หนิงเห็นเขาก้มตัวอยากจะเก็บหยกแขวนขึ้นมาทั้งที่เจ็บจนหน้าเหยเก นางก็รีบพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบหยกแขวนขึ้นมา

ในชั่วพริบตาที่ถือมันไว้ในมือ นางก็สัมผัสได้อีกครั้งว่ามันมีความเชื่อมโยงกับมิติ จึงได้มองไปทางโม่จิ่นยวน แล้วเอ่ยถามหยั่งเชิง “หยกแขวนนี่ก็ดูสวยดี ท่านซื้อมาจากที่ใดหรือ?”

ในตอนนี้ นางสงสัยอย่างยิ่งว่า การที่ตนเองทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ก็เพราะถูกหยกแขวนชิ้นนี้พามา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 461

    “รางวัลอันใดหรือ?”ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างพากันกรูเข้ามา ล้อมหน้าล้อมหลังมู่หนิงเอาไว้จนไม่มีช่องว่างเย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ และซวนหยวนเฉินทั้งสามคน ประคองเอวและขาที่ปวดร้าว เบียดเสียดเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน“ท่านแม่ พวกข้าก็อยากฟังเจ้าค่ะ”บุตรสาวคนโตโม่ซีเหยียน และบุตรสาวคนรองโม่ซีเหยา ก็ชะโงกหน้าเข้ามา จ้องมองมู่หนิงตาเป็นประกายสีหน้าของโม่ซีเย่ยังคงราบเรียบเย็นชาเช่นเคย แต่ก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกันมู่หนิงมองทุกคน ยิ้มแล้วกล่าวว่า “มิติเปิดประตูเชื่อมกาลเวลาสู่บ้านเกิดของข้าในอนาคตได้แล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ข้าสามารถกลับบ้านได้ทุกเมื่อ อีกทั้งมิติในตอนนี้ ข้าสามารถพาคนเข้าไปพร้อมกันได้ถึงยี่สิบคน ดังนั้นพวกท่านก็สามารถไปเยี่ยมชมโลกที่ข้าเคยใช้ชีวิตมาก่อนได้เช่นกัน”ผ่านมาเนิ่นนานเพียงนี้ มู่หนิงยังคงปรารถนาที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนโลกในอีกพันปีข้างหน้าวันนี้ในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราออกเดินทาง ไปดูโลกเดิมของพี่หญิงมู่กัน”“ข้าอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว อยากจะเห็นนักว่าโลกอนาคตที่น้องเจ็ดเคยใช้ชีวิตอยู่นั้น จะเจริญรุ่งเรืองน่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด”“

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 460

    เย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ ซวนหยวนเฉิน จากเด็กน้อยไร้เดียงสาในวันวาน หลังจากผ่านไปสิบปี บัดนี้เติบโตกลายเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาและสง่างามเพียงแต่ยามเผชิญหน้ากับโม่จิ่นยวน ความกล้าหาญที่มีกลับกลายเป็นท่าทางของเด็กน้อยในชั่วพริบตาทว่ากระบี่ที่ชักออกมาจากฝักแล้ว ไหนเลยจะเก็บคืนได้ง่าย ๆ ?ทุกคน “...???”“พรูด~”มู่หนิงกำลังดื่มน้ำผลไม้ พอได้ยินประโยคนั้น ก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา“เจ้าว่าอะไรนะ?”โม่จิ่นยวนหรี่ดวงตาสีดำอันเฉียบคมลงเล็กน้อย มองไปที่ซวนหยวนเฉินและเจ๋ออวี่ทั้งสองคน พลางคาดคั้นว่า “พวกเจ้าเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเขาหรือ?”เย่อู๋เฉินและเจ๋ออวี่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่พอนึกถึงคำพูดของซวนหยวนเฉินก่อนหน้านี้ พวกเขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่แล้ว ตลอดหลายปีมานี้ พวกเราชอบพี่หญิงมาโดยตลอด ดังนั้นจึงอยากแต่งกับนาง นี่เป็นสาเหตุว่าเหตุใดจนป่านนี้แล้วถึงยังไม่แต่งงานมีลูกเสียที”“...”มู่หนิงกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงเจ้าเด็กบ้าพวกนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่กล้าพูดวาจาเช่นนี้ต่อหน้าโม่จิ่นยวน ไม่กลัวโดนซัดจนปางตายหรืออย่างไรพี่สะใภ้ทั้งหกได้ยิ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 459

    แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นในวังหลวง หรือจวนแม่ทัพ ย่อมมีห้องส่วนตัวสำหรับทั้งสองเสมอเดิมทีโม่ซีเย่คิดจะส่งคนมาช่วยจัดแจง แต่เนื่องจากมู่หนิงมีข้าวของจากยุคปัจจุบันมากมาย ไม่สะดวกให้ผู้คนรับรู้ จึงต้องรอให้พวกเขากลับมาจัดการกันเองมู่หนิงและโม่จิ่นยวนทั้งสองคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาสองปี ดังนั้นห้องของตนจึงไม่ต้องจัดเตรียมอะไรมาก ทั้งสองจึงไปช่วยจัดห้องให้คนอื่น ๆมู่หนิงไปเยือนห้องของใคร ก็จะนำเครื่องปรับอากาศ โคมไฟ ที่นอน ผ้านวมขนเป็ด ผ้าห่ม และเครื่องปั่นไฟพวกนี้ออกมาโชคดีที่ทุกคนคุ้นเคยกับข้าวของพวกนี้เป็นอย่างดี จึงจัดแจงได้อย่างรวดเร็วมาก ไม่ทันหมดช่วงบ่ายก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว“พี่หญิงมู่! ข้าพักที่ไหนหรือ?”ซวนหยวนเฉินเห็นมู่หนิงวิ่งวุ่นไปห้องของคนโน้นทีคนนี้ที แต่กลับไม่เห็นมาห้องของตน จึงได้แต่เดินเข้าไปหาด้วยความน้อยใจ มู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “วางใจเถิด ไม่ลืมเจ้าหรอก เพียงแต่เจ้ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับของในมิติของข้ามากนัก ข้าจึงรอให้จัดห้องของทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยไปช่วยเจ้าจัดห้องทีเดียว เช่นนี้จะรวดเร็วกว่ามาก”“ขอบคุณพี่หญิงมู่!”ซวนหยวนเฉินซาบซึ้งใจจนอยากจะเข้าไปก

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 458

    “เจ้าน่ะ ก็เอาแต่ตามใจนางอยู่นั่นแหละ ใครใช้ให้นางซุ่มซ่ามเดินไม่ดูทาง บ่นวันละแปดร้อยรอบก็ไม่จำ”มู่หนิงเดินเข้าไปดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ในใจก็รู้สึกโล่งอก จากนั้นจึงเอ่ยดุนางอย่างไม่สบอารมณ์บุตรสาวคนเล็กนี่ช่างแก่นแก้วเสียจริง ปีนต้นไม้ ล้วงรังนก ลงนาจับปลาไหล จับปลาช่อน แถมยังยิงหนังสติ๊กได้เก่งกาจสุด ๆบางครั้งก็น่าสงสัยจริง ๆ ว่า นางเป็นเด็กผู้ชายหรือไม่ประเด็นคือ นางฝีมือก็ไม่เอาไหนแต่ยังชอบเล่นนักเป็นประเภทที่ซื่อบื้อไม่รู้จักจำ เคยพลาดท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้เจ้าพร่ำบอกนางกี่ครั้ง นางก็ยังทำผิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ อยู่ดียกตัวอย่างเรื่องเล่นซน ปกติให้นางวิ่ง ก็ต้องระวังรอบข้าง ต้องระวังตัวให้ดี ๆ ไม่อย่างนั้นจะหกล้มหรือไม่ก็ชนข้าวของนี่อย่างไรเล่า ชนพี่ชายของนางเสียแล้ว“ท่านแม่~”โม่ซีเหยาเอ่ยเรียกมู่หนิงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาจนแทบจะแขวนเนื้อหมูได้สองชั่งอยู่แล้ว“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”โม่ซีเย่วางโม่ซีเหยาลงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายทั้งสองคน“เย่เอ๋อร์~”วินาทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นโม่ซีเย่ ก็ชะงักไปนาน ก่อนจะเข้า

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 457

    “อื้ม!”ฮูหยินโจวรับคำยามบ่ายตอนที่ครอบครัวของมู่หนิงออกเดินทาง เพิ่งจะออกจากประตูเมือง นายอำเภออวี๋ก็พาคนทั้งครอบครัวมารออยู่ที่นอกเมืองแล้วเพียงเพื่อมาส่งพวกนางจนกว่าจะลับสายตาไปอีกสักระยะหนึ่งมิใช่แค่นาง ยังมีสหายคนอื่น ๆ ในเมืองไถโจว เมื่อรู้ว่าพวกนางจะย้ายกลับแคว้นต้าโจว ต่างก็พากันมาส่งด้วยความอาลัยอาวรณ์“เดินทางปลอดภัยนะ”ฮูหยินโจวมองครอบครัวมู่หนิงที่จากไปไกลแล้ว แต่ก็ยังโบกมือให้พวกนางอย่างไม่อยากจากลา“ข้างนอกหนาว ทุกคนรีบกลับไปเถิด”มู่หนิงมองทุกคนด้วยความปวดใจ สุดท้ายจึงโบกมือลาอีกครั้ง พร้อมตะโกนบอกให้ทุกคนกลับไปเพิ่งจะพ้นผ่านเทศกาลตงจื้อ บนท้องฟ้ามีสายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ รวมถึงลมหนาวพัดผ่าน ความหนาวเย็นราวกับจะแทรกซึมลึกเข้าไปในกระดูกนางทนเห็นทุกคนยืนอยู่ข้างนอกต่อไปไม่ไหว จึงทำได้เพียงเตือนให้ทุกคนรีบกลับไปทว่าทุกคนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความอาลัยอาวรณ์ จนกระทั่งรถม้าของมู่หนิงเคลื่อนห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนลับสายตาไปในที่สุด จึงค่อยพากันกลับไป“เฮ้อ~”ความรู้สึกของทุกคนในตอนนี้ ช่างหนักอึ้งเหลือเกินไม่มีใครอยากจากบ้านที่ใช้ชีวิตมานานถึงสิบ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 456

    “เด็กบ้า ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ท่านยังคิดเรื่องนี้อยู่อีกหรือ”โม่จิ่นยวนส่ายหน้าด้วยความจนใจยิ่งนักมู่หนิงกลับมองซวนหยวนเฉินด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเอ่ยถาม “ท่านเอาจริงหรือ?”“แน่นอนว่าเอาจริง”ซวนหยวนเฉินพยักหน้ารัว ๆหากเขามีร้อยมือ ก็จะยกทั้งร้อยมือสนับสนุนอย่างแน่นอน“ได้ อีกสักพักท่านค่อยไปหารือกับเย่เอ๋อร์ด้วยตนเองเถิด”ครั้งนี้มู่หนิงไม่ได้ปฏิเสธเขาแล้วช่วงเวลาการรวบรวมเจ็ดแคว้นให้เป็นหนึ่งตามประวัติศาสตร์ได้มาถึงแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงให้มากอีก“พี่หญิงมู่! ท่านตกลงแล้วหรือ?”ซวนหยวนเฉินได้ยินดังนั้น ก็แอบดีใจจนเนื้อเต้นพลางหันไปมองนางมู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “ท่านคิดจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์อยู่ทุกวี่ทุกวัน หากข้ายังไม่ตกลง เกรงว่าท่านคงจะตรอมใจ”“แหะ~”ซวนหยวนเฉินหัวเราะแหะ ๆ ออกมาจากนั้นมู่หนิงก็เอ่ยเตือนอีกว่า “แม้ข้าจะเห็นด้วยที่ท่านจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์ แต่การรวมแคว้นฉู่เข้ากับแคว้นต้าโจวมิใช่เรื่องเล็ก แม้ว่าท่านจะเป็นฮ่องเต้ แต่ด่านแรกที่ต้องโน้มน้าวใจมิใช่พวกเรา และมิใช่เย่เอ๋อร์ ทว่าคือราษฎรของแคว้นฉู่ และเหล่าขุนนางของแคว้นฉู่ หากพ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 93

    สรุปแล้ว หลี่เฉิงหมิงคนนี้มิใช่คนดีแม้ว่าก่อนหน้านี้ เขาอาจจะมีจิตใจซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อโม่จิ่นยวนจริงแต่บนโลกนี้ น้อยคนนักที่จะอดทนต่อสิ่งยั่วยวนได้ในประวัติศาสตร์เหตุผลที่เขาแพร่งพรายข้อมูลของโม่จิ่นยวนออกไป ก็เพราะถูกล่อลวงด้วยการเลื่อนขั้น “น้องเจ็ด เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”อวิ๋นชิงชิ

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 84

    แม้นางจะทำให้ตนเองดำคล้ำ ทว่าท้องที่ตั้งครรภ์มาเป็นเวลาเจ็ดเดือนนั้นก็ดูสะดุดตาเกินไปจริง ๆ เพื่อความปลอดภัยแล้ว ในเวลานี้การเข้าไปในมิติจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด“พวกเจ้าสองคน หันมาทางนี้”ตอนที่ทหารสองสามนายขี่ม้าผ่านข้างกายหยางซูหว่านและฟางเหวิน พอเห็นว่ารูปร่างลักษณ์ของพวกนางคล้ายคลึงกับคนในป

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 91

    ทว่านางก็มิได้ตั้งใจสักหน่อยหลี่เชียนเชียนขอบตาแดงรื้น รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก แต่เรื่องนี้ตนเองก็ทำไม่ถูกต้องเหมือนกันไว้หาโอกาสเหมาะ ๆ จะต้องอธิบายกับพี่สะใภ้ให้ชัดเจน บอกให้นางรู้ว่า ตนเองมิได้คิดจะแย่งพี่ใหญ่โม่ไปโม่จิ่นยวนถึงกับเป็นใบ้ไป สุดท้ายก็ได้แต่กินมันลงไป“คุณหนู เมื่อครู่สาว

  • หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท   บทที่ 80

    “โดยเฉพาะโม่จิ่นยวน พวกเราควรฉวยโอกาสที่อาการบาดเจ็บของเขายังไม่หายดี ส่งยอดฝีมือที่มีวรยุทธ์สูงส่งไปจัดการพ่ะย่ะค่ะ หากปล่อยให้เขาฟื้นฟูกำลังภายในกลับคืนสู่จุดสูงสุด ประกอบกับมีอาวุธร้ายกาจเช่นนั้นอยู่ในมือ ถึงเวลานั้นทั่วทั้งใต้หล้า เกรงว่าจะหาคนมาต่อกรกับเขาได้ไม่กี่คนแล้ว”“เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status