Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-02-15 21:45:52

น้ำผึ้งแชมป์โลกมวยไทยหญิงลืมตาขึ้นมาในร่างที่ไม่ใช่ของตน เธอหายใจแรงหัวใจเต้นรัวกล้ามเนื้อทั้งร่าง ตึงเครียดโดยสัญชาตญาณนักสู้นี่ไม่ใช่ห้องของเธอ กลิ่นยาเสื้อผ้าโบราณและมือเล็ก ๆ ที่ไม่คุ้นเคยในขณะที่ทุกคนดีใจราวปาฏิหาริย์ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณหนูหยางรุ่ยหลินได้ตายไปแล้วจริง ๆ และผู้ที่กลับมาคือวิญญาณของหญิงแกร่งจากอีกโลกหนึ่งที่เพิ่งเริ่มต้นชะตาใหม่ในร่างลูกสาวเจ้าสำนักผู้อ่อนแอ

“หลินเอ๋อร์ลูกแม่...เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ ด้วย ฮึก ฮือ...ขอบคุณสวรรค์ ”

“ด เดี๋ยวนะ แม่เหรอ คุณเป็นใคร...แล้วที่นี่ที่ไหนเนี่ย โอ๊ย...ปวดหัว”

ในระหว่างที่น้ำผึ้งที่ปวดหัวอยู่นั้นความทรงจำมากมายของคุณหนูหยางรุ่ยหลินก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ราวกับมีการฉายภาพยนตร์ให้ดูเป็นฉาก ๆ จึงทำให้น้ำผึ้งรู้ตัวเองตายไปแล้ว แต่มาอยู่ในร่างของหยางรุ่ยหลินลูกสาวของท่านเจ้าสำนักหยางฟานไฉของสำนักสราญรมย์หนึ่งในสำนักใหญ่ของฝ่ายธรรมะ

หยางรุ่ยหลิน อายุ 18 ปี เป็นลูกสาวคนเดียวคนสุดท้องท่านเจ้าสำนัก มีชายสี่คนโตชื่อหยางห่าวตง อายุ 28 ปี คนที่สองหยางห่านฟาง อายุ 27 ปี คนที่สามห่าวอัน อายุ 25 ปี คนที่สี่หยางห่าวหมิง อายุ 22 ปี ทั้งสี่คนล้วนแต่มีวรยุทธเก่งกาจกันทั้งนั้น ขนาดท่านแม่หยางรุ่ยหนิงยังเป็นสตรีที่มีวรยุทธสูง อดีตเคยเป็นศิษย์เอกของสำนักง้อไบ๊

สักพักก็มีกลุ่มความทรงจำหนึ่งถาโถมเข้ามาอีกอย่างรุนแรงไม่ให้ตั้งตัว ภาพแรกคือลานฝึกวิชาเสียงกระแทกกลิ่นเลือดความเจ็บที่คุ้นเคยของน้ำผึ้ง แล้วทุกอย่างก็แตกกระจายภาพใหม่ซ้อนทับ ห้องที่เต็มไปด้วยคัมภีร์ ผ้าม่านแพรเสียงหญิงสาวร้องไห้คำว่า คุณหนูหยางรุ่ยหลิง ดังก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำผึ้งกุมศีรษะเสียงในหัวทับซ้อนกันจนแทบแตก ภาพชีวิตที่ไม่ใช่ของเธอไหลเข้ามาเหมือนน้ำป่า

เด็กสาวร่างอ่อนแอฝึกกำลังภายในไม่ผ่าน ถูกดูแคลนถูกกลั่นแกล้งล้มป่วยซ้ำแล้วซ้ำเล่าหัวใจที่แตกสลาย ความสิ้นหวังที่กัดกินจนวิญญาณถอยหนี นี่คือความทรงจำของหยางรุ่ยหลิงในวัยเด็ก น้ำผึ้งหายใจถี่พยายามตั้งสติแบบที่เคยทำบนเวที แต่แล้วภาพสุดท้ายก็พุ่งเข้ามาอย่างโหดร้าย

และยังมีอีกภาพเป็นห้องของเธอที่มีกระเป๋าเดินทาง เข็มขัดแชมป์พาดบนเตียงภาพตัวเองลุกขึ้น โลกเอียงร่างทรุดลงกับพื้นย้ำเตือนว่าเธอตายแล้วจริง ๆ หัวใจของน้ำผึ้งกระแทกแรงสัญชาตญาณนักสู้ตะโกนให้ลุก ให้ตั้งการ์ดแต่ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป เธอเงยหน้ามองมือเล็กซีดเสื้อผ้าโบราณกลิ่นยาสมุนไพรและที่เลวร้ายที่สุด ภาพคนเหาะการโคจรพลังเส้นลมปราณที่ไหลเวียนในกาย สิ่งที่เธอรู้ว่ามันมีอยู่ทั้งที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่

“ไม่จริง…”

น้ำผึ้งในร่างของรุ่ยหลินพึมพำเสียงสั่น

“นี่มันหนังจีน…ชัด ๆ ”

โลกหมุนคว้างภาพความทรงจำสองชีวิตชนกันอย่างรุนแรงจิตใจไม่อาจรับไหว แรงในขาหายไปสายตาพร่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ ก่อนที่น้ำผึ้งในร่างของหยางรุ่ยหลิงจะทรุดลงอีกครั้งสติขาดหาย ท่ามกลางยุคจีนโบราณที่เธอไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริง

หลังจากวันที่เขาฟื้นขึ้นมาก็สลบไปอีกรอบคราวนี้เขาหลับไปหนึ่งวันเต็ม ๆ พอฟื้นขึ้นก็เริ่มยอมรับได้แล้วว่าตัวเองทะลุมิติมาจริง ๆ และทำใจมีชีวิตอยู่ต่อไปในยุคที่ไร้เทคโนโลยีให้ แต่จะว่าไปก็รู้สึกเด็กลงไปหลายปีเพราะจากสาววัยเบญจาเพศกลับมาเป็นสาววัยสิบแปดอีกครั้ง แต่ร่างนี้ก็สวยมากเลยนะถึงจะอ่อนแอไปหน่อย ไม่เป็นไรของเวลาเดือนเดียวเท่านั้นเขามีวิธีทำให้ตัวเองในร่างนี้แข็งแรงใต้แน่นอน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 68

    ยามเย็นบนเกาะดอกท้อช่างงดงามราวความฝัน แสงอาทิตย์สีทองอ่อนสาดผ่านแนวต้นท้อ กลีบดอกสีชมพูปลิวล่องไปตามสายลม บรรยากาศสงบงดงามจนผู้คนบนเกาะต่างพากันหลงใหลแต่ในความงดงามนั้นสวีอี้เฉินกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ดวงตาคมนิ่งของเขามองไปยังศาลาริมน้ำไม่ไกล ตรงนั้นรุ่ยหลินกำลังหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะหวานใสดังขึ้นเป็นระยะ ขณะพูดคุยกับเสียนเฟิง หลานชายของเจ้าเกาะดอกท้อ“คุณหนูรุ่ยหลิน ท่านลองชิมชาดอกท้อนี่ดู ข้าชงเอง”เสียนเฟิงยิ้มอ่อนโยน พลางรินชาให้นางด้วยตัวเอง รุ่ยหลินรับถ้วยชามาอย่างเกรงใจ ก่อนยิ้มบาง ๆ“ขอบคุณท่านมาก”รอยยิ้มของนางอ่อนหวานและงดงามจนแม้แต่สายลมยังเหมือนหยุดนิ่ง แต่ยิ่งเห็นเช่นนั้นสวีอี้เฉินก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ โดยเฉพาะสายตาของเสียนเฟิงที่มองรุ่ยหลินอย่างชัดเจนเกินไป เขาไม่ใช่คนโง่ย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และนั่นทำให้บางอย่างในใจของเขาค่อย ๆ ปั่นป่วนขึ้นทีละน้อย“ศิษย์พี่”เสียงของรุ่ยหลินดังขึ้นเมื่อหันมาเห็นเขา ใบหน้างดงามของนางพลันมีรอยยิ้มทันที รอยยิ้มที่ต่างจากตอนอยู่กับเสียนเฟิง อ่อนโยนกว่า สดใสกว่า และนั่นกลับทำให้สวีอี้เฉินใจเต้นแรงขึ้นอีก เ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 67

    เกาะดอกท้อในยามสายงดงามราวภาพวาด กลีบดอกท้อสีชมพูปลิวตามสายลม บางเบาเหมือนความฝัน เสียงหัวเราะของเหล่าจอมยุทธ์และผู้มาเยือนดังสลับกับเสียงกลองประลองที่ดังก้องจากลานกลางเกาะ รุ่ยหลินเดินอยู่ท่ามกลางผู้คน ดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น“ที่นี่…สวยกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”สวีอี้เฉินเดินอยู่ข้าง ๆ สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่สายตากลับกวาดมองรอบด้านอย่างระมัดระวัง“ยิ่งสวย…ก็ยิ่งมีอะไรซ่อนอยู่มาก”“เจ้าพูดเหมือนทุกที่อันตรายหมดเลย” นางหัวเราะ“มันก็เป็นอย่างนั้น”รุ่ยหลินส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหยุดเมื่อได้ยินเสียงหนึ่ง“คุณหนูผู้นั้น…”เสียงนั้นนุ่มแต่ชัดเจนนางหันไปมอง ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เขาสวมชุดสีขาวสะอาดตา ผมยาวถูกรวบอย่างเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลาและแฝงรอยยิ้มอบอุ่น แววตาของเขาจ้องมาที่นางโดยตรง“เรียกข้าหรือ” รุ่ยหลินถามชายหนุ่มก้าวเข้ามาเล็กน้อย ก่อนจะยกมือคำนับอย่างสุภาพ“ขออภัยที่เสียมารยาท ข้าเพียงรู้สึกว่าคุณหนู…ไม่เหมือนผู้ใดในที่นี้”คำพูดนั้นทำให้นางชะงัก“ข้า” นางยกคิ้ว “ข้าก็แค่คนเดินทางธรรมดา”เขายิ้ม “คนธรรมดา…คงไม่มีสายตาเช่นนั้น”สวีอี้เฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองชายหนุ่มนิ่ง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 66

    ข่าวลือเรื่อง “งานประลองยุทธประจำปีของเกาะดอกท้อ” แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลินอันอย่างรวดเร็วราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ในโรงเตี๊ยมที่รุ่ยหลินและสวีอี้เฉินพักอยู่ เสียงพูดคุยของเหล่าจอมยุทธ์ดังไม่ขาดสาย“ปีนี้เกาะดอกท้อจัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี!”“ได้ยินว่ามีของรางวัลเป็นอาวุธโบราณ!”“ไม่ใช่แค่นั้น…มีคนลือว่าจะมีจอมยุทธ์ลึกลับปรากฏตัวด้วย!”คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูรุ่ยหลินอย่างไม่ตั้งใจ นางวางถ้วยชาลง ดวงตาเป็นประกายทันที“เกาะดอกท้อ…”สวีอี้เฉินนั่งอยู่ตรงข้าม ยังคงสงบนิ่ง แต่ก็ไม่ได้พลาดคำสนทนา“เจ้าสนใจ” เขาถาม“แน่นอน!” นางตอบทันที “งานประลองยุทธนะ! ต้องมีคนเก่ง ๆ มากมาย”“และอันตรายมากมายด้วย” เขาเสริมรุ่ยหลินยิ้ม “เจ้าพูดแบบนี้ทุกครั้ง”“เพราะมันจริง”นางหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย“แต่เจ้าก็จะไป…ใช่ไหม”เขามองนาง สายตานั้นนิ่ง…แต่ลึก“เจ้าจะไป”“ไป!” นางพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ข้าอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”ความเงียบเกิดขึ้นครู่หนึ่งก่อนที่สวีอี้เฉินจะถอนหายใจเบา ๆ“งั้น…เราก็ไป”รอยยิ้มของรุ่ยหลินกว้างขึ้นทันทีสองวันต่อมาทั้งสองเตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองหลินอัน เช้าวันนั้นฟ้ายัง

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 65

    หลังจากเหตุการณ์คัมภีร์วัดมังกรฟ้าสงบลง เมืองหลินอันก็กลับคืนสู่ความคึกคักเช่นเดิม ผู้คนเดินขวักไขว่ตามถนนสายหลัก เสียงพ่อค้าแม่ค้าดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย กลิ่นอาหารลอยคลุ้งไปทั่ว แต่ท่ามกลางความมีชีวิตชีวานั้นในใจของรุ่ยหลินกลับเริ่มมีบางสิ่งเปลี่ยนไปอย่างเงียบงันเช้าวันหนึ่งรุ่ยหลินนั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องพัก มองผู้คนด้านล่างที่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ แต่สายตาของนางไม่ได้จดจ่ออยู่กับภาพนั้นจริง ๆ“เหม่ออะไรอยู่”เสียงของสวีอี้เฉินดังขึ้นจากด้านหลัง นางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้ม “ไม่มีอะไร”เขาเดินเข้ามา วางถ้วยชาไว้ข้าง ๆ นาง“เจ้าช่วงนี้เงียบไป”“ข้า” นางยกคิ้ว “ก็เหมือนเดิม”“ไม่เหมือน”คำตอบนั้นสั้นแต่ตรงรุ่ยหลินหัวเราะเบา ๆ “เจ้าสังเกตเก่งขึ้นนะ”“ข้าเป็นแบบนี้อยู่แล้ว”นางไม่ตอบเพียงรับถ้วยชาขึ้นมาดื่ม แต่หัวใจของนางกลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มีเหตุผลหลังจากนั้นทั้งสองออกไปเดินในเมืองเหมือนเคย ถนนหลินอันยังคงงดงามผู้คนยังคงคึกคัก แต่สำหรับรุ่ยหลินทุกอย่างดูชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ สวีอี้เฉินยังคงเหมือนเดิมสงบ เย็นชา พูดน้อย แต่ยิ่งนางอยู่ใกล้เขามากเท่าไร นางย

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 64

    รุ่งอรุณของวันที่สามหลังเหตุคัมภีร์หายไป วัดมังกรฟ้ายังคงปกคลุมด้วยความตึงเครียด แม้หมอกเช้าจะลอยบางเบาเหนือยอดสนเหมือนทุกวัน แต่ในใจของผู้คนกลับหนักอึ้งราวมีเงามืดทับอยู่ในลานหินด้านหลังหอคัมภีร์ รุ่ยหลินยืนกอดอกสีหน้าครุ่นคิด ข้างกายนางคือสวีอี้เฉินที่กำลังก้มมองรอยฝุ่นบนพื้นอย่างละเอียด“เขาหนีไปทางนี้” เขาพูดเบา ๆรุ่ยหลินพยักหน้า “รอยเท้าเบาแบบนั้น…ไม่ใช่จะปลอมได้ง่าย”“และผงสีดำที่เขาใช้” สวีอี้เฉินหยิบเศษผงขึ้นมา “น่าจะเป็นยาพิษชนิดหนึ่งของพรรคมารหมื่นพิษ”“แสดงว่า…เขาต้องมีที่พักหรือฐานลับใกล้ ๆ เมือง” รุ่ยหลินกล่าวสวีอี้เฉินลุกขึ้น “และเขาไม่มีทางหนีไปไกลพร้อมคัมภีร์สองเล่ม”ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด พวกเขาต่างเข้าใจต้องลงมือทันทีไม่นานทั้งสองก็ออกจากวัดมังกรฟ้า มุ่งหน้าลงสู่เมืองหลินอันถนนยังคงคึกคัก แต่สำหรับพวกเขาทุกอย่างดูช้าลง สายตาของสวีอี้เฉินกวาดมองผู้คนอย่างระมัดระวัง“เจ้าคิดว่าเขาจะซ่อนตัวที่ไหน” รุ่ยหลินถาม“ที่ที่ไม่มีใครสงสัย” เขาตอบ “หรือไม่ก็…ที่ที่คนไม่กล้าเข้าใกล้”รุ่ยหลินคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูด “ตลาดสมุนไพร”“เพราะอะไร”“พรรคมารหมื่นพิษใช้พิษเ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 63

    หมอกยามเช้ายังไม่ทันจางหายจากลานหินของวัดมังกรฟ้า เมืองหลินอัน ความตึงเครียดก็ปกคลุมไปทั่วทุกอณูของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้หลังจากการตรวจค้นตลอดทั้งคืน เบาะแสที่กระจัดกระจายเริ่มถูกร้อยเรียงเข้าหากันทีละน้อย ราวกับเงาของความจริงที่ค่อย ๆ เผยตัวจากความมืดภายในหอคัมภีร์พระอาวุโสและผู้ดูแลวัดต่างรวมตัวกัน สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รุ่ยหลินยืนอยู่ด้านหนึ่ง มือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว สวีอี้เฉินยืนข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่แววตากลับเฉียบคม“ตรวจสอบคนในทั้งหมดแล้วหรือยัง” สวีอี้เฉินเอ่ยพระชราที่เป็นผู้ดูแลวัดพยักหน้า “ตรวจแล้ว…แต่ไม่มีใครผิดปกติ”“ไม่มีใครผิดปกติ…นั่นแหละผิดปกติที่สุด” รุ่ยหลินพูดเบา ๆคำพูดนั้นทำให้หลายคนชะงักในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก“พบแล้ว!”ทุกคนหันไปมองมีพระหนุ่มรูปหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา หายใจหอบ “มีคน…พยายามหนีออกจากวัดเมื่อคืน แต่ถูกขวางไว้ทัน”“ใคร” พระอาวุโสถามทันที“เป็น…ศิษย์ดูแลหอคัมภีร์”บรรยากาศเงียบงันในพริบตาไม่นาน ชายคนหนึ่งก็ถูกพาตัวเข้ามา เขาสวมชุดพระเช่นเดียวกับคนอื่น ใบหน้าธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น แต่สายตาเย็นชาอย่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status