Share

บทที่7 พายุฝนถล่ม

last update publish date: 2026-02-09 18:28:58

ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่จัดการขยับที่กั้น ส่วนนางนั้งกินขนมวาฟเฟิลกับพี่ๆรอแล้วกัน

เหล่าบุรุษต่างลงไปช่วยขยับที่กั้นออก แล้วเคลื่อนขบวนผ่านไป

หมิงเอ๋อมองพี่สาวทั้งสองแล้วนึกถึงคำพูดของพวกโจร ถึงพี่สาวของนองนางจะยังเป็นแค่เด็กสาววัยยังไม่ปักปิ่น แต่ทั้งสองก็มีแววความงามเมื่อโต ไอ้พวกโจรมันคิดสกปรกของหญิงสาวเช่นนั้นหรือ

"ท่านพ่อ เดี๋ยวข้ามานะเจ้าคะ ต้องกลับไปเก็บกวาดให้เรียบร้อยก่อน"

"เจ้าไปคนเดียวจะไม่อันตรายหรือ ให้พ่อไปด้วยดีหรือไม่"

"ท่านอยู่คุ้มครองทางนี้ดีแล้วกันเจ้าคะ ข้าไปไม่นาน เช่นไรเดี๋ยวก็ต้องแวะพัก ข้าตามทันอยู่แล้วเจ้าคะ"นางพูดจบก็เดินหายไปในความมืด

"ข้าว่าตั้งแต่นางถูกตะขาบกัดครั้งนั้นนางก็แปลกไปนะเจ้าคะ"หมิงหลานเอ่ยขึ้น นางชอบน้องสาวในตอนนี้มากกว่า ดูเด็ดขาดดี แถมยังมีขนมมาแบ่งให้กินตลอด

เด็กสาวขี่เจ้าเสี่ยวเฮยกลับไปผาหินขาด พอถึงนางก็ลงแล้วหยิบปืนสั้นออกมาเดินตรวจชีพจรที่ละคน คนไหนที่ยังมีลมหายใจนางจะใช้ปืนเล็งที่หัวแล้วยิง นางทำแบบนี้จนไม่เหลือคนรอดชีวิต อยู่ไปก็เป็นภัยกับสตรี เช่นนั้นก็ไปเข้าแถวรอดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเถอะพวกเจ้า จัดการเรียบร้อยถึงขี่เจ้าเสี่ยวเฮยกลับไปที่ขบวน

พอถึงขบวนนางก็จะเก็บเจ้าเสี่ยวเฮย แต่มันกลับเดินไปหาเจ้าม้าสองตัว เจ้าม้าสองตัวพอเห็นเจ้าลูกลาก็พยักหน้ากระดิกหูให้เหมือนเป็นการตอนรับ

"เสี่ยวเฮย อยู่ข้างนอกไม่ได้นะ กลับเข้าไป ให้โตก่อนค่อยออกมาเล่น"เจ้าลูกลาก็เหมือนเข้าใจจึงเดินกลับมาหาเจ้านาย

"ตอนนี้ก็ยามโฉ่ว(01:00-02:59น)หมิงเอ๋อมานอนได้แล้วลูก" พ่อหลัวเรียกบุตรสาวให้มาพักผ่อน

นางจึงปีนบันไดขึ้นรถม้าเข้าไปนอนข้างพี่สาวทั้งสอง

ส่วนน้องๆของนางก็ตื่นนอนมากินนม การที่มีเปลทำให้ทารกน้อยทั้งสองนอนยาวขึ้น ดีว่าพวกนางมีผ้าห่มทำเป็นที่นอนรองเพื่อไม่ให้ทารกน้อยนอนตัวงอ

มารดากำลังป้อนนมหลีซาน ส่วนเหวยเหว่ยน้อยนอนอีกเปลมองหลังคารถม้า รอกินนมเพราะนางเพิ่งตื่น แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่งอแงเมื่อได้ยินมารดาบอกว่าพี่ชายกำลังกินอยู่เดี๋ยวรอพี่ชายอิ่มก็ถึงตานาง

บิดาเห็นบุตรสาวคนเล็กตื่นจึงขยับไปอุ้มนางขึ้นมาจากเปล

หมิงเอ๋อจับผ้าอ้อมของน้องๆก็รู้สึกว่าเต็มแล้วจึงหยิบผ้าอ้อมออกมาให้มารดาเปลี่ยนให้น้องๆ นางมีหน้าที่รอเก็บเอาไปทิ้งในมิติเท่านั้น

เมื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วสองพี่น้องก็อารมณ์ดีชวนบิดามารดาคุยอ้อแอ้

"จ๋าลูก คุยอะไรกัน"สองสามีภรรยาอุ้มบุตรทั้งสอง แล้วจับหอมแก้มด้วยความรัก เหวยเหว่ยหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อถูกบิดาหอมพุงน้อยๆ

เล่นจนพอใจสองพี่น้องก็เริ่มหาว ทั้งคู่จึงถูกวางลงที่นอนที่ปูไว้ที่สุดก็หลับลงบิดาจึงไปนอนตรงด้านหน้ารถม้าเพื่อระวังทั้งม้าและป้องกันภัยให้ครอบครัว เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องผ่านด้านเขาไปก่อน

พอเช้ามาทุกคนตื่นก็ออกมาเตรียมหุงหามื้อเช้ากัน บ้านหลัวเช้านี้หมิงเอ๋อเอาขนมปังใส้ต่างๆออกมาให้ทุกคน พร้อมซุปเห็ดกระป๋อง จนยามเฉิน(07:00-08:59น)หัวหน้าชุนถึงตะโกนให้ออกเดินทาง เพราะปกติจะออกเดินทางกันยามเหม่า( 05:00-06:59น)แต่เมื่อคืนเพราะต้องเดินทางยามค่ำคืนทำให้พักผ่อนกันน้อย เช้านี้หัวหน้าชุนจึงออกเดินทางให้สายหน่อยชาวบ้านจะได้พักเพิ่มอีกหน่อย แต่เรื่องนี้ไม่เป็นผลกับบ้านหลัว

ระหว่างเดินทางลมก็พัดดี ทำให้ไม่รู้สึกร้อน แต่ลมกับเริ่มพัดแรงขึ้นจนขบวนต้องหยุดพัก

"ดูทรงเหมือนจะมีพายุ ขอให้ทุกคนหามุมหลบให้ดี "เสียงหัวหน้าชุนตะโกนบอกแข่งกับลม เดินมาถึงท้ายขบวนแล้วมั่นใจว่าลูกขบวนได้ยินกันครบก็วิ่งไปที่รถม้าตนเองแล้วบังคับหาที่หลบพายุ

แล้วทุกคนก็ต่างหาที่หลบพายุฝน ไม่ถึงหนึ่งชัวยามพายุฝนก็ตกลงมาถล่มขบวนลี้ภัย ครอบครัวหลัวเอาผ้าใบออกมาคุมหลังคารถกันน้ำซึ่ม แล้วยังผูกทำเป็นหลังคาให้เจ้าม้าทั้งสอง พวกมันก็ยืนหลบฝนในผ้าใบเงียบๆอยู่ข้างรถม้าเพราะพ่อหลัวทำหลังคาข้างรถม้าทำให้พวกมันไม่โดนลมฝนมาก

ระหว่างรอฝนหยุด คนในครอบครัวก็นอนฟังเสียงลมพายุกัน

"ฝนตกหนักมากนะเจ้าคะ"หนิงเหม่ยฟังแล้วก็รู้สึกกลัวนิดๆ

"ไม่มีอะไรหลอก เจ้าไม่ต้องกลัว"พ่อหลัวพูดปลอบใจบุตรสาวคนโต บุตรสาวทั้งสองขยับมาใกล้บิดาเหมือนต้องการที่ปลอดภัย

แล้วคืนนั้นพายุก็ถล่มทำให้หลังคาเกวียนหลายครอบครัวถูกพัดทำลาย กว่าพายุจะหยุดก็เสียหายไปไม่ใช่น้อย บางครอบครัวต้องเอาตัวบังเสบียงไม่ให้เกิดความเสียหาย แต่ก็ไม่มาก เพราะเสบียงหลายครอบครัวเริ่มหมดลงแล้ว รอไปถึงเมืองข้างหน้าถึงจะแวะซื้อเสบียงเพิ่ม

บ้านหลงก็ได้รับความเสียหาย แม่หลงถูกหลังคาฟาดใส่ตอนที่มันหลุดออกจากรถม้า ทำให้แม่หลงได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนัก เช้ามาฝนก็ยังไม่หยุด พ่อหลัวและชายในขบวนอีกหลายคนไปช่วยชาวบ้านทำหลังคารถใหม่ กว่าจะช่วยสร้างเสร็จครบทุกคันก็ใช้เวลาไปเกือบวัน เพราะอุปสรรคคือฝนที่ตกไม่ได้หยุด

ในรถม้าบ้านหลัว ทุกคนนั้งช่วยกันเลี้ยงหลีซานกับเหวยเหว่ย ทารกน้อยทั้งสองได้ยินเสียงฝนก็นอนหลับเงียบ ดีว่าที่นอนในเปลค่อนข้างอุ่นทำให้ทั้งสองไม่หนาว

หลายครอบครัวกลัวสัตว์เลี้ยงจะโดนฝนหนักก็ได้หาตามซุ้มไม้เพื่อนำพวกมันไปผูกในร่มเพื่อให้พวกมันหลบฝน

พ่อหลัวที่กลับมาถึงหมิงเอ๋อก็พาเข้ามิติไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะพาออกมานั้งร่วมกับทุกคน

"เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะท่านพ่อ"หนิงเหม่ยถามบิดา มือก็คอยปัดไล่แมลงให้น้องๆที่นอนนี้นำผ้ามาปูเป็นที่นอนแล้วให้ทั้งสองนอนเล่น ด้วยว่ารถม้าจอดเฉยๆไม่ได้สะเทือนอะไร จึงให้ทั้งคู่มานอนกับพื้นได้

"เสียหายหลายครอบครัวเหมือนกัน ดีว่าส่วนใหญ่เสบียงเริ่มจะหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นคงเสียหายหนัก"

"แล้วเราจะเดินทางได้เมื่อไรหรือพ่อ?"

"เห็นหัวหน้าชุนบอกพรุ่งนี้ถ้าฝนตกเบาแบบนี้เราก็สามารถเดินทางได้ เพราะเดินไปอีกไม่เกินครึ่งวันก็ถึงเมืองกุ้ยหลิน"

"เช่นนั้นก็ดีเจ้าคะ ข้ากำลังอยากจะไปขายของอยู่พอดี เงินเราเหลือน้อยเต็มที"

"ได้..เราจะได้ซื้อพวกธัญพืชด้วย มันเหลือน้อยแล้ว"หมิงหลานเอ่ยออกมา

"เมื่อถึงเมืองข้างหน้าลูกกับท่านพ่อจะไปขายยา เสร็จแล้วจะซื้อเสบียงกลับมาเจ้าคะ"

"ถ้าเงินเหลือซื้อผ้ามาด้วยนะ หลีซานกับเหวยเหว่ยไม่มีเสื้อผ้าใส่"

"อื่อ...ข้าจะซื้อมาให้"

คืนนั้นทุกคนก็นอนในถุงผ้าอย่างอบอุ่น ส่วนทารกน้อยก็ให้ห่มผ้าถึงอก

เช้ามาทุกคนก็ได้รับข่าวร้าย แม่หลงที่บาดเจ็บจากการตกม้าได้เสียชีวิตลง พ่อหลงแค่เอาศพไปทิ้งในป่าข้างทางโดยไม่คิดจะขุดหลุมฝัง

เรื่องนี้สร้างความหดหู่ให้หมิงเอ๋อไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะขบวนออกเดินทางแต่เช้า แถมฝนก็ยังตกตลอด

เดินทางมาได้ครึ่งวันก็ถึงเมืองกุ้ยหลิน ขบวนก็แวะจอดข้างกำแพงเมือง

บางครอบครัวก็เข้าเมืองเพื่อจะไปซื้อเสบียง และไม่ลืมซื้อผ้าที่เคลือบเทียนไขทำให้น้ำไม่สามารถเข้าถึงได้

ส่วนบ้านหลัวเลือกเข้าเมืองแค่สองพ่อลูก แล้วให้มารดากับพี่สาวอยู่แต่ในรถม้าห้ามออกมาให้ใครเห็น

จ่ายค่าผ่านประตูเมืองก็เดินหาร้านโอสถ ครั้งนี้นางจะขายเครื่องดื่มชูกำลังให้มากหน่อย

พอเจอร้านขายยาทั้งคู่ก็เดินเข้าไป อาจเพราะวันนี้ทั้งสองแต่งตัวสะอาดสะอ้านไม่มอมแมมแบบเก่า

หลงจู้ที่เห็นคนเข้าร้านก็เข้ามาตอนรับ

"มิทราบว่าจะซื้อยาอะไรหรือขอรับ"น้ำเสียงถามด้วยความนอบน้อม

"เรามียาเพิ่มกำลังมาขายขอรับ รับรองไม่เหมือนใครแนนอน"

"ยาเพิ่มกำลังหรือขอรับ"

"ใช่แล้วขอรับ เช่นไรท่านรองดื่มดูก่อนได้"พูดแล้วพ่อหลัวก็หยิบขวดออกมาหมุนเปิดให้หลงจู้ดื่ม

หลงจู้มองขวดแก้วใสแถมฝาเปิดยังแปลกอีกด้วย เมื่อรับมาแล้วก็ดื่ม ทันทีที่ยาผ่านลำคอเขาก็รู้สึกถึงความสดชื่น

"ยาดี..ไม่ทราบว่าท่านจะขายเท่าไรหรือขอรับ?"

"เชิญท่านหลวจู้เสนอราคามาก่อนขอรับ"

หลงจู้คำนวณ'ยาดีแบบนี้ต้องขายได้ราคาแน ดีไม่ดีเขาอาจจะส่งไปขายที่เมืองหลวงอาจได้กำไรหลายเท่า'

"ข้าให้ขวดละ600อีแปะ มีเท่าไรข้ารับหมด"

เมื่อได้ยินราคาสองพ่อลูกก็มองหน้ากันก่อนที่พ่อหลัวจะไปพยักหน้าตอบตกลง

"พวกเราพ่อลูกมีมา300ขวด ไม่ทราบว่าท่านจะรับหมดหรือไม่"

"ดีเลย..ข้ารับหมด"

"ยาของข้าค่อนข้างแรง ดื่มไม่ควรเกินวันละสองขวดนะขอรับ ไม่เช่นนั้นหัวใจจะเต้นเร็วผิดปกติ อาจเกิดอันตรายได้ขอรับ"พ่อหลัวไม่ลืมเตือนตามที่บุตรสาวบอก

พอได้รับเงิน180ตำลัง หมิงเอ๋อก็เป็นคนเก็บเอาเข้ากระเป๋าย่ามเพราะนางจะได้เก็บในมิติ

เมื่อได้เงินแล้วทั้งสองก็เดินออกไปเตรียมซื้อเสบียงและผ้าให้มารดา

"ร้านแรกที่เราไปขายโกงราคาเราชัดๆ ข้าขาดทุนไปตั้งหลายตำลึง ดีนะขายให้แค่100ขวด ไม่เช่นนั้นข้าต้องกระอักเลือดเป็นแน"หมิงเอ๋อพูดพร้อมยกกำปั่นมาทำท่าบีบไปมา พ่อหลัวสายหัวพร้อมขำการกระทำของบุตรสาว

เมื่อซื้อเสบียงแล้วก็แวะซื้อผ้า ในขนาดที่หมิงเอ๋อกำลังเลือกชุดสำเร็จให้ทุกคนพร้อมรองเท้าอีกคนละคู่ นางแอบเห็นรองเท้าของพี่สาวทั้งสองขาดหมดแล้ว ตอนกำลังจะเดินไปจ่ายเงินก็ได้ยินคนในร้านคุยกััน

"ท่านอ๋องมีคำประกาศออกมาว่าใครสามารถรักษาองค์ชายน้อยให้หายได้จะจ่ายให้ถึงหนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะ"ฺฮูหยินผู้หนึ่งพูดขึ้น

"แล้วองค์ชายน้อยเป็นอะไรทำไมถึงรักษาไม่หายละ"เถ้าแกเนี้ยร้านผ้าถามด้วยความอยากรู้

"ได้ข่าวมาว่าองค์ชายน้อยสุขภาพไม่แข็งแรงแต่เยาว์วัย เนื้อตัวซีดเซียวเรี่ยวแรงก็ไม่มี ต้องประทับอยู่แต่ในห้องบรรทมตลอด"

หมิงเอ๋อฟังแล้วก็นึกอะไรออก นางมีอ่างน้ำวิเศษ ที่สามารถรักษาได้ทุกโรค ขนาดบิดาขาหักผิดรูปยังสามารถรักษาให้กลับมาเดินได้ปกติขากลับมาตรงเหมือนเดิม

แถมเหวยเหว่ยที่ตอนแรกเหมือนจะไม่รอดพอได้กินน้ำในอ่างก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

เมื่อคิดได้ดั่งนั้นนางจึงซื้อของเสร็จก็ชวนบิดาไปรักษาคน

"ท่านพ่อ..เราไปหาเงินหมื่นกันเจ้าคะ"

"หื่อออ..ไปหาจากไหนกัน"

"ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องอะไรนั้นหาคนรักษาลูกชายอยู่ ถ้าหายจะจ่ายให้หนึ่งหมื่นตำลึงเจ้าคะ"

"แล้วท่านอ๋องที่ว่านั้นอยู่ไหนหรือ?"

"แฮแฮ..ข้าก็ไม่รู้เจ้าคะ ท่านพ่อรอข้าแปบนะเจ้าคะ"นางบอกบิดาแล้วก็วิ่งกลับไปในร้านผ้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่154 งานแต่งที่รอคอย [จบ]

    อินฮวาทอผ้าผืนพิเศษให้หมิงเอ๋อโดยเฉพาะ นางใช้ใยบัวที่นางให้สามีเข้าไปขุดในมิติเพื่อเลี้ยงบัวจันทราโดยเฉพาะ บัวชนิดนี้นางเพิ่งได้มาเมื่อไม่นานจากหมิงเอ๋อ เพราะนางได้มาจากคู่หมั้น ไม่คิดว่าปลูกแค่4เดือนก็สามารถนำใยบัวมาปั่นเป็นด้ายได้แล้ว นางลองเอามาทอก็ได้ผ้าที่สวยแปลกตาแถมยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวอีกด้วยผืนแรกนางส่งไปประมูล แต่ผืนนี้นางจะตัดเป็นชุดเจ้าสาวให้หลานสาว นางช่วยเหลือครอบครัวมัวไว้มากจริงๆ ส่วนหนิงเหม่ยพอรู้ข่าวก็ส่งจดหมายมายินดีด้วย แต่ว่าตัวคงมาไม่ได้เพราะติดที่มีบุตรสาวต้องดูแล ไหนจะแม่ทัพเซียะไม่อาจทิ้งหน้าที่ได้ นางได้แต่ส่งหมอนคู่ยวนยางคู่กัน ใจจริงนางจะไปด้วยตนเองกับลูกๆ แต่สามีไม่ให้พวกนางแม่ลูกเดินทางเพราะห่วงความปลอดภัย เขาไปเขียนจดหมายกล่าวขอโทษพ่อตาไปแล้วด้านหมิงหลานก็เจอปัญหาไม่ต่างกัน แล้วไหนจะบุตรทั้ง4ที่อายุได้เกือบ5เดือนกำลังเริ่มคล่ำได้แล้ว ถ้าตอนงานแต่งคงกำลังคลานแน จึงงดมาร่วมแสดงความยินดี แต่ก็ส่งจิ้งจอกลีลาบนเขาหิมะมาให้คู่หนึ่ง เพราะคิดว่าน้องสาวต้องชอบแน เพราะหน้าตามันดูเบื่อโลกสุดๆ ตลกมากแต่พอของขวัญส่งมาถึงจริงๆ คนที่กริ้ดกลับเป็นหลีซานกับเหวยเห

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่153 มกล้เป็นเจ้าสาส

    เช้าของอีกวัน แม่หลัวก็เตรียมมื้อเช้าไว้รับรองแขกเช่นเดิมมีทั้งโจ๊กข้าวโพด ที่นำข้าวโพดมาบดมาต้มจนเป็นเนื้อข้น พร้อมแผ่นแป้งทอด มียำผักดองใส่ไก่ฉีกไว้กินคู่กับแผ่นแป้งเหลืองกรอบตอนที่สวี่กวนซางมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นมื้อเช้าที่หน้าตาน่ากิน พร้อมเห็นสองลูกศิษย์นั่งตักโจ๊กข้าวโพดกินพร้อมกัดแผ่นแป้งที่มีใส้อยู่ข้างใน ทั้งสองกินจนแก้มยุ้ย พอเห้นอาจารณ์ของตนเองก็เอ่ยชวน"ท่านอาจารณ์กินโจ๊กขอรับ""โจ๊กท่านแม่อาหย่อยที่สุดเจ้าค่ะ"สองฝาแฝดอวดฝีมือมารดา"เช่นนั้นอาจารณ์ต้องขอชิมเสียหน่อยแล้ว"เห็นสองหนูน้อยกินแล้วก็ทำให้ท้องเขาร้องเหมือนกัน ที่สุดชายหนวดยาวก็กินโจ๊กข้าวโพดไปถึงสองถ้วยสวี่กวนซางอยู่สอนวิชาบนเขาเหลียนซาน ขั้นต้นเขาให้เด็กๆฝึกความพร้อมของร่างกาย แต่สิ่งที่ชายหนวดยาวสอนก่อนเขาจะกลับขึ้นเขาคือ การเขียนอักขระบังตา "พวกเจ้าจงฝึกร่ายคาถานี้ เพื่อซ่อนของวิเศษที่อาจารณ์ให้พวกเจ้า ถึงกับคนทั่วไปจะไม่มีปัญหา แต่กับคนที่ฝึกยุทธ มันอาจนำปัญหามาให้พวกเจ้า เพราะฉะนั้น จงฝึก อาจารณ์มาครั้งหน้าพวกเจ้าต้องร่ายคาถานี้ได้""ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ""เจ้าตัวเล็กทั้งสองยังไม่ต้องฝึกมากก็ได้ แค่ท่องค

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่152 ถึงเวลาแต่งงาน

    เมื่อเสร็จพิธีรับลูกศิษย์ หมิงเอ๋อก็ชวนท่านลุงเข้าบ้าน "พรุ่งนี้เช้ามาหาข้าที่นี้ ข้าจะแจกป้ายประจำตัวให้"ในยามมีครบหรือเปล่าต้องไปรื่อดูก่อน "ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ"หนูน้อยทั้ง9พนักหน้าเป็นไก่จิกก่อนจะกลับไปสนใจสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของสหาย ก่อนจะชวนกันกลับไปเล่นกันต่อ หมิงเอ๋อพาท่านลุงเข้าไปในบ้าน นางเห็นบิดากำลังเดินไปที่โรงเครื่องเรือนกับหม่าฉิวเวิน ที่ตอนนี้สามารถฝึกทำเครื่องเรือนได้หลายชิ้นแล้ว เพราะพ่อหลัวให้โอกาสคนงานได้แสดงฝีมือเต็มที่ ถ้ามีจุดไหนที่ไม่เรียบร้อยเขาจะช่วยแนะนำให้ "ท่านพ่อ..ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยเรียกบิดา "บุตรสาวของพ่อกลับมาแล้ว"เมื่อเห็นบุตรสาวก็ทักทายพร้อมมองไปที่ข้างกายบุตรสาว พอบุตรสาวเห็นก็หันมาแนะนำ "ท่านนี้เป็นท่านลุงสวี่กวนซางเป็นท่านลุงของพี่ฮวนเจ้าค่ะ ท่านลุงซาง คนนี้คือบิดาของข้าเจ้าค่ะ มีนามว่าหลัวหวังเหว่ยเจ้าค่ะ" พ่อหลัวเมื่อเห็นมีแขกมาบ้านก็เดินเข้ามาทักทาย "คารวะพี่สวี่ขอรับ เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เชิญนั่งพักก่อนขอรับ" "เดินทางมาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ต้องขออภัยด้วย" "ไม่กล้าๆ..บ้านหลัวของเรายินดีตอนรับขอรับ"พ่อหลัวผู้มีอัธยาศัยดีก็เต

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่151 มาหาลูกศิษย์

    ตลอดงานประมูล หมิงเอ๋อยืนคู่เจ้าของหออี้เฟินเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตนเองก็เป็นเจ้าของหอประมูล และเป็นผู้ที่ปรุงยาต่างๆออกมาประมูล สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อย ชิวไซซียิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นไปอีก เพราะนางไม่สามารถเทียบกับสตรีผู้นั้นได้ แถมคุณชายซงยังปล่อยให้นางผู้นั้นแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของหออี้เฟิน "ที่แท้ยาที่นำมาประมูลก็เป็นของท่านหมอน้อยนี้เอง นิน่าถึงมีสรรพคุณเหนือใคร"นายท่านฝูถามขึ้น "แล้วท่านกับคุณชายซง..?"นายท่านโจวคิดสงสัย เพราะทั้งสองดูใกล้ชินกันเกินกว่าปกติ "นางเป็นคู่หมั้นข้าเองขอรับ"ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูจากชุดและเครื่องประดับที่ถึงแม้จะน้อย แต่กลับดูล่ำค้ามาก ปิ่นหยกม่วงชิ้นนี้เป็นของหายาก เพราะเป็นหยกที่จะเกิดที่หุบเขาลึกลับทางใต้ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่มีอากาศน้อยแล้วค่อยๆหา ไม่ใช่ว่าขึ้นไปแล้วจะเจอเลย ต้องขุดหาอีกหาอย่างยากลำลาก ซึ่งต้องเป็นคนที่มีความชำนานถึงจะสามารถขุดได้ ไม่เช่นนั้นอาจเอาชีวิตไปทิ้งบนยอดเขา เนื้อหยกจะมีความวาวใสเปร่งประกายสีม่วงในตัวโดยไม่ต้องทำอะไรมาก แถมหยกชนิดนี้ยังสามารถเป็นที่ตรวจพิษได้อีกด้วย การเจอครั้งหนึ่งก็จะได้ขนาดไม่ใหญ่ม

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่150 ใครกล้า

    หลังจากนำสัตว์เลี้ยงไปส่งให้เหลียนฮวาแล้ว ซงซุยฮวนก็กลับจวนซงไปหามารดากับผู้เป็นลุง "กว่าจะได้เจอตัวเจ้าหลานชายนะ ไม่รู้ข้าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยกหอประมูลให้เจ้าดูแล ตั้งแต่เจ้าไปดูแลก็ไม่ค่อยได้กลับจวนสกุลซงเลย" หลานชายคารวะผู้เป็นลุงก่อนจะก่อนจะนำชุดหมากล้อมชุดใหม่ที่สวี่กวนซางฝากมาให้ ส่วนเสี่ยวเฟิงก็วิ่งไปโดดขึ้นตักซงอี้เฟิน หมากล้อมชุดนี้เวลาเล่นจะช่วยทำให้จิตสงบ เล่นไปจะจะค่อยๆเพิ่มพลังภายใน และทำให้ร่างกายแข็งแรง "ท่านลุงซางฝากมาให้ท่านลุงขอรับ"พอรู้ว่าสหายฝากมาก็ดีใจ "แล้วเขาไม่มีอะไรมาฝากแม่เลยหรือ?"ซงอี้เฟินรีบถาม พี่ชายนางจะมีของฝากเพียงคนเดียวได้ยังไงกัน ซงซุยฮวนยิ้มบางๆเมื่อเห็นมารดากับท่านลุงมองหน้าอย่างไม่ยอมกัน "ท่านลุงบอก ว่าที่ลูกสะใภ้ท่านแม่ให้ของดีมาเยอะแล้ว แต่ท่านลุงก็ฝากดอกกล้วยไม้หมื่นลี่มาให้ท่านได้ดูเล่นขอรับ" "สหายผู้นี้ช่างพูดจาเข้าหู ตอนท่านลุงมาหาลูก เจ้าต้องดูแลท่านเป็นอย่างดีนะ พี่ซางนะชอบกินของอร่อยเป็นที่สุด ใช่มั้ยพี่ใหญ่" "ใช่แล้ว..เพราะตอนอยู่บนเขาต้องฝึกตนถือศิล พอลงมาจากเขาจึงสรรหาของอร่อยกิน " "แล้วนี้แค่เอาของมาให้พวกแม่หรือมีอะไรมั้ยลู

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่149 พังพอนขาวของเหลียนฮวา

    ซงซุยฮวนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะคิดว่าตนเองพูดไปชัดเจนแล้ว แต่คุณหนูชิวผู้นั้นก็ยังคงมาหาเขาไม่เลิก เช่นวันนี้ที่นางถือวิสาสะมาที่หอประมูลเพื่อนำของกินมาให้เขา "คุณชายซง วันนี้ข้าทำน้ำแกงบำรุงสุขภาพมาฝากท่านเจ้าค่ะ" หญิงสาวให้สาวใช้นำเถาใส่น้ำแกงมาวางไว้ที่โต๊ะ ชายหนุ่มไม่คิดตอบอะไร เขายังคงนั่งทำงานต่ออย่างเงียบๆไม่คิดสนใจสตรีในห้อง ชิวไซซีเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบก็ไม่คิดอะไร ยังคงนั่งเฝ้าชายหนุ่มจนเย็น นางทำเช่นนี้อยู่เป็นเดือนก็ยังคงได้รับความเฉยเมย เจ้าของหออี้เฟิงก็ไม่ได้คิดสนใจ นางอยากมานั่งก็นั่งไป คืนนี้มีการจัดการประมูล ครั้งนี้เขามีเขากว้างอี้เทียนที่มีความเชื่อว่าใครมีครอบครองจะนำความโชคดีและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ ไหนจะผ้าของสกุลมัวที่จะนำมาประมูลตลอด ผ้าที่นำมาประมูลจะไม่มีขายในร้านผ้าสกุลมัว เพราะถือเป็นผ้าแบบพิเศษ และด้วยเหลียนฮวางอแงอยากได้สัตว์เลี้ยงแบบหมิงเอ๋อ มัวจือผิงจึงเดินทางมาหาซงซุยฮวนเพื่อถามว่าเขาไปซื้อเจ้าเสี่ยวสุยมาจากไหน "คุณชาย นายท่านมัวมาขอพอขอรับ"ลูกน้องรีบเข้ามารายงานเจ้านาย เพราะรู้ว่านายท่านมัวสนิทกับคุณชาย เจ้าของหอประมูลไม่พูดอะไร

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่109 หาเรืองกับเด็ก

    สตรีในงานต่างส่งเสียงฮือฮาเมื่อได้เห็นภาพที่สะใภ้เซียะนำมาถวายแด่องค์ไทเฮา แม่แต่องค์ฮองเฮายังมองด้วยความตื่นเต้น"เอามาให้เราดูใกล้ๆสิ"ไทเฮาถึงกลับขยับตัวเพื่อให้เห็นภาพตรงหน้าชัดๆด้ายไหมที่เงางามพอนำมาปักเป็นภาพอุทยานที่มีทั้งดอกไม้และผีเสื้อบินตอม ทั้งการไล่สีและวางตำแหน่งช่างน่ามองมิใช้น้อย "

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่103 คิดจัจับคนบ้านหลัวนั้นไม่ง่าย

    การที่แม่ทัพไป๋มาพักที่บ้านหลัว ทำให้หมิงหลานรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น ไป๋เยี่ยนฟางอยู่คอยช่วยคู่หมั้นเลี้ยงน้องๆ แม่ทัพหนุ่มเหมือนได้มาเติมพลัง การเล่นกับสองฝาแฝด ทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีความคิดอยากมีลูกเป็นของตนเองมากขึ้น "หลานเอ๋อ""เจ้าค่ะ""เจ้าอยากแต่งงานหรือยัง?"แม่ทัพหนุ่มถามคู่หมั้นสาวในขนาดที

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่62 เดินทางไปเมืองหลวง

    "ข้ามีเรื่องอยากคุนกับคุณหนูรองเป็นการส่วนตัว มิทราบว่าคุณหนูรองจะสะดวกหรือไม่"อยู่ๆแม่ทัพหนุ่มก็พูดขึ้นมา หมิงหลานมองแม่ทัพหนุ่มก่อนจะหันไปมองบิดา เมื่อบิดาพยักหน้า นางก็เดินออกไปคุยกับแม่ทัพหนุ่ม"เราคุยเรื่องสินสอดเลยมั้ยเจ้าค่ะ"ฮูหยินไป๋พูดพร้อมยิ้มเต็มใบหน้า"ท่านแม่ใจเย็นเจ้าค่ะ"ฉีหลิงบุตรสา

  • หมิงเอ๋อทะลุมิติมาหนีสงคราม   บทที่32 ชือเสียงเริ่มโด่งดัง

    "นางยังสลบอยู่ ข้าผ่าคลอดให้นาง เพราะฉะนั้นต้องอยู่รักษาที่บ้านข้าสักหลายวัน เพื่อเฝ้าดูบาดแผล ข้าขอเข้าไปดูนางก่อนนะเจ้าคะ"นางอธิบายให้สามีคนไข้ก่อนจะเดินกลับเข้าไปดูอาการคนไข้ซุนถานฟงเดินเข้าไปดูบุตรชายทั้งสองที่ตอนนี้ตัวอมชมพูโดยที่ไม่รู้ว่าตอนคลอดเนื้อตัวซีดเขียวเหมือนจะไม่รอด ชายหนุ่มมองบุตรช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status