LOGINนางไม่รู้เลยว่า หมู่บ้านป่าหมอกที่นางเดินทางข้ามเวลามานั้นเป็นเพียงโลกคู่ขนานที่นางบังเอิญหลงทางมาเท่านั้น อีกไม่นานนางก็จะจากไปและที่แห่งนี้จะไม่มีเด็กผู้หญิงที่ชื่อหยางจื้อซีที่มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอีกต่อไป ส่วนเจ้าของร่างเดิมจะถูกเหวี่ยงกลับมาที่เดิม และได้รับสืบทอดความสามารถด้านพละกำลังของนาง
ทำให้หลังจากที่วิญญาณของนางกลับมาเข้าร่าง นางจะสามารถนำพาครอบครัวให้รอดพ้นจากญาติที่เหมือนกับปลิงดูดเลือดที่คอยเอารัดเอาเปรียบครอบครัวสาขาสามของนาง ในอนาคตข้างหน้าครอบครัวสาขาสามจะเจริญรุ่งเรืองจนพ่อเฒ่าหยางกับแม่เฒ่าหยางนึกเสียใจจนไส้เขียว เสียใจที่ตัวเองขับไล่ให้หยางซานหลางแยกบ้านออกไป เสียใจที่ข่มเหงรังแกสะใภ้สาม และเสียใจที่ปฏิบัติกับลูก ๆ ของหยางซานหลางอย่างเลวร้าย ถึงแม้จะเสียใจมากขนาดไหนก็ทำได้แค่ยอมรับมันเท่านั้น
หยางจื้อซีแบ่งเงินให้กับตู้หยวนหนึ่งร้อยตำลึง ส่วนสือโถวนั้นนางให้ไปเพียงห้าสิบตำลึงเท่านั้น และทั้งสองคนได้แพะป่าคนละหนึ่งตัว หยางจื้อซีกำชับให้พวกเขาปิดปากให้สนิทและปิดปากคนในครอบครัวของพวกเขาด้วย ซึ่งทั้งสองคนเองก็รับปากว่าจะไม่มีทางแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเป็นแน่
ทั้งสามคนแบกซากสัตว์เดินลงมาจากภูเขา ถึงแม้ว่าแพะป่าจะตัวไม่ใหญ่มากนักแต่มันก็มีน้ำหนักถึงหนึ่งร้อยชั่ง ตู้หยวนกับสือโถวนั้นแบกแพะป่าลงมาจากภูเขาอย่างทุลักทุเลต่างจากหยางจื้อซี ถึงแม้ว่ากวางป่าจะตัวใหญ่มาก แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของกวางที่แบกอยู่เลย เมื่อทั้งสามคนลงมาถึงหมู่บ้าน ก็เป็นเวลาที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ออกไปทำงานในแปลงนา มีเพียงหญิงชราเพียงไม่กี่คนที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กเล็ก ๆ เท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาต้องการซ่อนตัวจากสายตาของชาวบ้าน แต่ความจริงแล้วในหมู่บ้านป่าหมอกที่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่เคยมีใครซ่อนตัวจากสายตาของเพื่อนบ้านได้ตลอดเวลา
“สือโถว พวกเราแยกกันตรงนี้ ข้ากับตู้หยวนจะกลับไปที่บ้านก่อน ส่วนแพะป่าของเจ้าจะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่เจ้า”
“ข้าคิดว่าจะนำไปขาย หาไม่แล้วครอบครัวเราคงหาข้ออ้างเรื่องเงินจำนวนนั้นไม่ได้ เจ้าเองก็รู้ว่าคนในหมู่บ้านเป็นเช่นไร”
“ข้าสองคนเข้าใจ เช่นนั้นพวกข้ากลับบ้านก่อน”
หยางจื้อซีแบกกวางป่ากลับบ้าน ส่วนตู้หยวนแบกแพะป่า ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้าไปยังท้ายสุดของหมู่บ้านโดยไม่สนใจสายตาของชาวบ้าน เมื่อกลับถึงบ้านทั้งน้องสาวและน้องชายของนางต่างดีใจและประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดว่าพี่ใหญ่จะมีโชคใหญ่ในวันนี้
“พี่ใหญ่เจ้าคะ นี่มันกวางป่าตัวใหญ่มาก พวกเราเอาไปขายกันดีกว่าเจ้าค่ะ จะได้มีเงินซื้อยาให้ท่านแม่” หยางอัน
“เงินซื้อยาให้ท่านแม่ย่อมมีอยู่แล้ว ส่วนเงินที่ซื้อข้าวของและซ่อมแซมบ้านย่อมต้องมี พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น หากบ้านใหญ่มารังแกพวกเราก็แค่เอาไม้ฟาดกลับไป อย่าได้ยอมให้พวกเขารังแกอีก คนอย่างพวกเขาไม่สมควรได้รับความกตัญญูอะไรทั้งนั้น คนเราจะกตัญญูนั้นก็ย่อมได้ แต่อย่ากตัญญูอย่างโง่เขลา”
“ข้าจะจำเอาไว้เจ้าค่ะ”
“เอาล่ะ เจ้าช่วยไปก่อไฟต้มน้ำ เราจะทำความสะอาดกวางกัน เราจะแบ่งเนื้อไปขายบ้าง ส่วนหนังเอาไว้ทำรองเท้าให้น้องสาม เงินที่ข้าหามาได้ข้าจะให้น้องสามไปเรียนที่สำนักศึกษา หากว่าท่านพ่อกลับมาในครั้งนี้ ข้าจะไม่ให้ท่านพ่อออกไปทำงานนอกบ้านอีกแล้ว ข้าสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้จากการล่าสัตว์ ท่านแม่กับพวกเจ้าต้องการคนปกป้อง รวมถึงข้าด้วย”
“เป็นเช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ”
หยางอันเดินเข้าห้องครัวไปต้มน้ำตามที่พี่สาวต้องการ ในใจนางกำลังคิดว่าเหตุใดพี่สาวของนางถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ แต่เปลี่ยนไปแบบนี้ก็ดีแล้ว ในที่สุดพวกนางบ้านสามก็ได้รู้จักคำว่าสาแก่ใจแล้ว สำหรับหยางอันนั้นความจริงแล้วนางมีความแค้นกับป้าสะใภ้ใหญ่อยู่มาก เป็นเพราะพวกคนเหล่านั้นรังแกพ่อแม่ของนาง รังแกพี่น้องของนาง แต่ตอนนี้พี่สาวของนางเปลี่ยนไปแล้ว เป็นอย่างที่พี่สาวว่ามา หากใครมาหาเรื่องก็แค่เอาไม้ทุบตีพวกเขาออกไป หยางอันต้มน้ำไปพลางยิ้มกว้างไปพลาง การที่พี่สาวสูญเสียความทรงจำเป็นเรื่องน่ายินดีจริง ๆ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่หยางจื้อซีจับบ้านใหญ่โยนลงแม่น้ำในวันนั้น คนบ้านใหญ่ก็ไม่กล้ามาหาเรื่องพวกนางพี่น้องอีก เงินที่ได้จากม่อหลิงเจ๋อ นางนำไปซื้อยาให้ท่านแม่ และเตรียมตัวส่งน้องชายเข้าสำนักศึกษา วันนี้เป็นวันที่ม่อหลิงเจ๋อตกลงกับนางว่าจะให้คนนำเงินมาให้นาง หลังจากกินมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว หยางจื้อซีก็ขึ้นเขาไปยังจุดนัดพบทันที เมื่อนางไปถึงก็พบว่ามีคนมารอนางอยู่ก่อนแล้ว
“แม่นางจื้อซี นี่เป็นตั๋วเงินทั้งหมดที่ท่านแม่ทัพของพวกเราได้เตรียมเอาไว้ให้ท่าน ท่านลองนับดูก่อนว่าครบหรือไม่”
“ข้าไม่จำเป็นต้องนับ ข้าเชื่อในตัวท่านแม่ทัพ”
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน แม่นางจื้อซีรักษาตัวด้วย”
“ท่านเองก็เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ หากมีเรื่องต้องการให้ข้าช่วย มาหาข้าที่หมู่บ้านได้เลย หากเป็นเรื่องที่ข้าสามารถช่วยได้ ข้าย่อมยินดีช่วยเจ้าค่ะ ฝากท่านขอบคุณท่านแม่ทัพแทนข้าด้วย”
“ได้ ข้าขอตัว”
หลังจากได้เงินมามากมาย หยางจื้อซีคิดว่าอันดับแรกคือต้องซื้อที่ดินเพิ่ม เพียงแต่นางไม่ต้องการทำตัวตระการตาเกินไป ในเมื่อนางมีมากที่สุดคือพละกำลัง เช่นนั้นก็เปิดพื้นที่รกร้างทางด้านหลังบ้านที่ติดกับเชิงเขาย่อมดีที่สุด เปิดพื้นที่รกร้าง สามปีแรกละเว้นภาษี หยางจื้อซีหวังว่าหยางซานหลางท่านพ่อของนางจะกลับมาในเร็ววันนี้
ในโลกคู่ขนานอันไกลโพ้นอีกมิติหนึ่ง หยางจื้อซีเจ้าของร่างเดิมที่วิญญาณหลุดลอยออกจากร่างได้เดินทางข้ามเวลาไปอยู่ในร่างของเด็กหญิงที่มีชื่อเดียวกับนาง หยางจื้อซีที่ป่วยติดเตียงมานับสิบปี ในหมู่บ้านป่าหมอกเช่นเดียวกับที่นางจากมา เพียงแต่ว่านางไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้ และนางเป็นตัวภาระของพ่อแม่และพี่ชายน้องชายมานานหลายปี หยางจื้อซีรู้สึกเสียใจมาก นางอยากกลับไปหาพ่อแม่ของนาง กลับไปหาน้องสาว ถึงแม้ว่าครอบครัวนี้จะไม่มีปู่ย่าตาทวดที่คอยข่มเหงรังแก
แต่ทว่าที่แห่งนี้ครอบครัวหยางสุดแสนจะยากจน ยากจนกว่าครอบครัวเดิมของนาง ในโลกใบนี้ พ่อของนางไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้านในที่ห่างไกล พ่อของเจ้าของร่างเดิมเป็นเพียงชาวนาผู้ซื่อสัตย์ ท่านแม่ของนางไม่ได้ป่วยเหมือนโลกที่นางจากมา เพียงแต่ทำงานหนักและมีอาหารไม่เพียงพอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่ายาและเงินทั้งหมดจ่ายไปกับค่าหมอค่ายาของนาง หยางจื้อซีคิดว่าตัวเองช่างโชคร้ายเสียเหลือเกิน นางอยากกลับบ้าน อยากกลับบ้านเหลือเกิน นางไม่อยากเป็นคนป่วยที่นอนเป็นผัก ไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้เช่นนี้
“ว่าแล้วเชียว วันนี้ถึงไม่เห็นลูก ๆ มาเรียกข้า นี่ท่านกางเขตแดนกั้นลูกชายของท่านหรือ ระวังว่าพวกเขาจะเกลียดท่านพ่ออย่างท่านเข้าสักวัน”“ใครจะเกลียดข้าก็ช่าง ข้าไม่สน ขอเพียงแค่เจ้าไม่เกลียดข้าก็พอ ข้าจะพาเจ้าไปอาบน้ำ”“ข้าอาบเองได้ ท่านออกไปก่อนเจ้าค่ะ”“ไม่เอา ข้ากลัวเจ้าลื่นล้ม ให้ข้าอาบให้นะ”และแล้วมังกรเฒ่าก็จัดการอาบน้ำให้ภรรยาทั้งภายนอกและภายใน จากนั้นก็แวะไปทักทายลูกสาว หยางจื้อซีรู้สึกว่าการอาบน้ำของนางนั้นไม่ง่ายเลย กว่าจะได้อาบน้ำจริง ๆ ก็ถูกมังกรเฒ่าจับกินอยู่หลายรอบ ถึงแม้ว่าปากนางจะบ่น แต่นางกลับพอใจที่สามีรักใคร่ในตัวนาง หนิงเทียนหลงปรนเปรอนางจนรู้สึกอิ่มเอมและนางพอใจมาก“ท่านพี่ อ๊ะ อ๊าา เบา ๆ เจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจะกระทบไปถึงลูก”“ข้าจะระวัง ขอโทษ ข้าอดใจเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว ข้าจะอ่อนโยนให้มากขึ้น”หลังจากนั้นหนิงเทียนหลงก็ลงมือกลืนกินภรรยาคนงามไปทั่วทั้งห้อง เขาปรนนิบัติภรรยาทุกกระบวนท่า เมื่อเห็นว่าภรรยาเข้าสู่ประตูสวรรค์แล้วก็เป็นทีของเขาที่ต้องปลดปล่อย การได้ร่วมรักกับภรรยาทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมที่สุด ในชีวิตนี้เขาไม่สามารถแตะต้องหญิงอื่นได้อีกแล้ว“ท่านน้า วิธีนี้จะได
“ใช่แล้ว ไปกัน ไปหาท่านน้า ท่านน้าจะต้องช่วยพวกเราคิดแผนดี ๆ ได้แน่นอน” หนิงเฟิงหลงเองก็เห็นด้วยกับน้องชาย“ได้ ไปก็ไป ข้าเองก็ไม่ขัด” หนิงชิงหลงเองก็ไม่ขัดข้อง เขาชอบบ้านท่านยายที่สุด ท่านทวดใจดีมีขนมอร่อย ๆ ให้เขากินมากมาย“นายน้อย พวกท่านจะไปที่ใดขอรับ แต่เช้าเช่นนี้” ห่าวเทียนที่กลับมาจากจัดการงานข้างนอกพอดีเห็นทั้งสามคนจูงมือกันกำลังเดินลงจากเนินเขา“ฮึ้ย ก็ไปบ้านท่านตาน่ะสิ พวกเราจะไปหาท่านน้า ท่านพ่อแย่งท่านแม่ไปแถมยังไม่ให้พวกเราเข้าห้องอีก” หนิงชิงหลงทำปากมุ่ยกระทืบเท้า“อ้อ เป็นเช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นเดินระวัง ๆ ด้วยนะขอรับ ระวังอย่าให้หกล้มเสียเล่า”“พวกเรารู้แล้วน่า ลุงห่าวเทียนบ่นเป็นตาแก่ไปได้ หรือว่าติดเชื้อแก่มาจากท่านพ่อกัน” หนิงหยางหลงเป็นตัวป่วน ตัวแสบที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งสาม“นายน้อยรอง เหตุใดถึงพูดเยี่ยงนั้นเล่าขอรับ คำว่าแก่ พูดเบา ๆ ก็เจ็บ”“พวกเราไม่คุยกับลุงห่าวเทียนแล้ว ไปกันเถอะ” หยางต้าจู้ที่กลับมาจากโรงงานแปรรูปอาหารยังไม่ทันจะได้เข้าบ้านก็เห็นหลานน้อยทั้งสามคนเดินจูงมือกันมา ดูจากสีหน้าของทั้งสามคนแล้วคงจะโกรธลูกเขยตัวดีของเขาเป็นแน่ ยิ่งตอนนี้ลูกสาวขอ
หยางจื้อซีร้องห้ามปรามเสียงแผ่วแหบพร่าในทันทีที่หนิงเทียนหลงปลดปล่อยเรียวปากบางเลื่อนลงกดแนบชิดกับลำคอระหงขาวเนียน เพียงแต่นางร้องห้ามทว่าร่างกายกลับตื่นตัวตอบสนอง ยามที่ชายหนุ่มขยับมือลงสอดผ่านกางเกงตัวบางสัมผัสเนินเนื้อสาว สองขาของหยางจื้อซีก็พลันขยับเข้าหากันในทันที“ซีเอ๋อร์ ให้ข้าสัมผัสเจ้า ให้ข้าได้กลืนกินทุกส่วนของเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้าล้วนเป็นของข้า ข้าสัญญาข้าจะอ่อนโยน ข้ารักเจ้าที่สุด ข้ารักเจ้าคนเดียว”เสียงออดอ้อนกระซิบอยู่บนอกอวบอิ่มที่ยามนี้ไร้เอี๊ยมบดบัง ทำให้หยางจื้อซีอ่อนระทวยราวขี้ผึ้งถูกไฟลน ขยับแยกเรียวขาให้เขาสอดแทรกมือเข้าสัมผัสลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว“อ่ะ! ท่านพี่ ข้าเจ็บ!...” “อย่างนั้นก็อ้าขาให้กว้างอีกหน่อย”ร่างสูงใหญ่ไม่เพียงไม่ถอนมือออกจากกลางกายสาว แต่ยังใช้สองขาของเขาขยับแทรกแยกเรียวขาเล็กให้กว้างมากขึ้น หยางจื้อซีแหงนหน้าเม้มริมฝีปากบาง ความรู้สึกเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน ความปรารถนามากมายก่อเกิดจนเผลอขยับเอวบางตอบรับนิ้วยาวของหนิงเทียนหลง “ท่านพี่ข้า... ท่านเร่งมือเร็วอีกได้หรือไม่”ได้ยินหญิงอันเป็นที่รักร้องขอถึงเพียงนี้แน่นอนว่าหนิงเทียน
หลังจากวันที่หยางจื้อซีแต่งงาน ตอนนี้เวลาก็ผ่านมานับสองเดือนแล้ว ชีวิตประจำวันของนางก็คือต้องคอยปรนเปรอสามีเฒ่า ในแต่ละวันก็แทบไม่มีเวลาออกจากห้อง อย่าว่าแต่ออกจากห้องเลย แค่จะลงจากเตียงยังนับว่าหาได้ยาก ไม่รู้ว่าหนิงเทียนหลงตาเฒ่าน่าตายคนนี้ไปอดอยากปากแห้งที่ไหนมา วันนี้ทั้งสองคนไปกินมื้อเที่ยงที่บ้านใหญ่หยางตามปกติ ขากลับหยางจื้อซีไปเดินเล่นที่แม่น้ำอวิ๋น นางหวนนึกถึงวันแรกที่มายังโลกแห่งนี้และชีวิตในแต่ละวัน ในที่สุดนางก็ผ่านพ้นความยากลำบากมาได้ นางเป็นลูกสาวที่พ่อแม่รักมากที่สุด เป็นน้องสาวที่พี่ชายทั้งสองตามใจ เป็นหลานสาวคนสำคัญของท่านปู่ท่านย่า ตอนนี้นางยังเป็นพี่สาวคนสวยของน้องชายฝาแฝดทั้งสอง สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้นางยังเป็นภรรยาที่สามีรักและตามใจมาก หยางจื้อซีไม่คิดว่าเรื่องราวสุดมหัศจรรย์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง นางตายไปแล้วถึงสองครั้ง การเกิดใหม่ของนางนับว่าไม่เลวร้ายเลย ในทางกลับกัน การเกิดใหม่ครั้งนี้ทำให้นางได้พบกับผู้ชายที่อดทนรอนางมาถึงแสนปี หากเป็นยุคปัจจุบันที่นางจากมา คงจะเป็นหนึ่งในผู้ชายล้านคนที่จะยึดมั่นในรักแท้ นางเห็นมานักต่อนักการทรยศหักหลังระหว่างสามีภรรย
“หากเจ้ากินข้าวไม่อิ่มกินข้าก็ได้นะ”“หนิง เทียน หลง หุบปาก”“ขอรับ ภรรยา”หยางจื้อซีไม่เคยรู้เลยว่าตาเฒ่าแสนปีจะมีนิสัยแบบนี้ ปกติเห็นทำหน้านิ่งเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี แต่พอมาอยู่กับนางสองคนแล้วเหตุใดถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ หรือว่าที่ผ่านมาเขาเสแสร้งแกล้งทำเป็นเย็นชาเพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหวาดกลัวกัน นางมองยังไงหนิงเทียนหลงก็เป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เท่านั้น หากนางเผลอพลาดท่าเสียทีเกรงว่าวันนี้คงลุกขึ้นจากเตียงไม่ได้เป็นแน่ หยางจื้อซีกินอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความรวดเร็ว นางหิวมาก ตั้งแต่เช้ามืดลุกขึ้นมาแต่งตัว จนถึงเวลาส่งตัวนางไม่มีข้าวตกถึงท้องเลยนอกจากซาลาเปาก้อนเล็ก ๆ เพียงก้อนเดียว หลังจากกินอาหารบนโต๊ะจนหมด หยางจื้อซีนั่งพักผ่อนเพื่อรอให้อาหารที่กินลงไปย่อย หนิงเทียนหลงลุกขึ้นเก็บถ้วยชามออกไปไว้ในห้องครัวและต้มน้ำหม้อใหญ่ ความจริงแล้วเขาไม่จำเป็นที่จะต้องก่อไฟเองด้วยซ้ำ เพียงแค่ใช้เวทย์ไฟจุดเตาก็ได้แล้ว แต่เขาไม่ทำอย่างนั้นยังคงใช้ตะบันไฟจุดไฟเช่นชาวบ้านทำกัน หนิงเทียนหลงล้างจานเสร็จน้ำที่ต้มไว้ก็เดือดได้ที่พอดี จากนั้นก็ยกน้ำร้อนไปเทในถังอาบน้ำขนาดใหญ่ที่เขาสั่งทำมาเป็นพิเศ
หากวันนี้นางไม่บังเอิญพบเขาตอนออกมาซื้อของและแอบติดตามเขามา นางคงไม่รู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว เซี่ยหยวนหลินรู้สึกเสียใจที่นางหน้ามืดตามัว ดวงตามืดบอด เห็นโคลนตมเป็นของมีค่า ไม่ว่านางจะเสียใจมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอันใดได้ ในเมื่อเรื่องมันกลายมาเป็นเช่นนี้ไปแล้ว แต่สำหรับกู้เยี่ยน นางไม่มีทางยอมให้เขาทำเช่นนั้นเป็นแน่ ในเวลาต่อมา เซี่ยหยวนหลินได้รู้ว่าหยางจื้อหมิงสามารถสอบผ่านถงเซิงและได้อันดับหนึ่ง นางรู้สึกเสียใจจนไส้เขียว เพราะนางหลงใหลในชื่อเสียงเงินทองจนหน้ามืดตามัว ท่านแม่ของนางเห็นแก่เงินสินสอด แต่ตอนนี้เสียใจก็ไม่ทันแล้ว นางไม่มีวาสนากับหยางจื้อหมิงแล้ว แต่พอมาคิดดูอีกที ใครจะไปคิดว่าบ้านหยางที่ครอบครัวยากจนในตอนนั้นจะกลายมาเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยมากเสียกว่าบ้านสกุลกู้ในตอนนี้อีก ทางด้านหยางจื้อซีไม่ได้สนใจว่าเซี่ยหยวนหลินจะมีความคิดเห็นเช่นไร แต่ตอนนี้นางรู้สึกสาแก่ใจมาก สำหรับคนที่ดูถูกดูแคลนพี่ชายและครอบครัวของนาง ตอนนี้นางถือได้ว่าเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองฝูจิงก็เป็นได้ เช้าวันต่อมาก็เป็นวันประกาศผลสอบ และผลที่ออกมาก็เป็นไปตามที่หยางจื้อซีคิดเอาไว้ พี่ใหญ่ของนางเป็นอันดับ







