مشاركة

บทที่ 14

last update تاريخ النشر: 2025-02-27 22:33:56

หลังจากที่ท่านปู่หยางไห่ร้องถามด้วยเสียงอันดังทำเอาเด็ก ๆ ถึงกับตกอกตกใจ จะไม่ให้หยางไห่ตกใจได้อย่างไร ในเมื่อคำว่าเห็ดเยื่อไผ่นี้ไม่ได้ยินมานานแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เขาได้ยินเรื่องเห็ดเยื่อไผ่นี้เวลาก็ผ่านมานับสามสิบกว่าปี ว่ากันว่าเห็ดเยื่อไผ่เป็นของดีมีราคาแพง เพราะสามารถนำไปทำยาได้ ทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายด้วย ตั้งแต่ย้ายมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านลี่จวงแห่งนี้ ก็ไม่เคยพบเห็นเยื่อไผ่เลย นี่ไม่ใช่ว่าหลาน ๆ ของเขาไปพบเข้ากับขุมสมบัติมาหรือยังไง

“พวกเจ้าว่าอะไรนะ เห็ดเยื่อไผ่หรือ ไหนเอามาให้ปู่ดูใช่เห็ดเยื่อไผ่จริง ๆ ใช่หรือไม่”

“ท่านปู่ทำไมต้องเสียงดังด้วยขอรับ พวกข้าตกใจแทบแย่” หยางอิน

“นั่นสิ ท่านปู่ทำอย่างกับไม่เคยเจอเห็ดอย่างนั้นแหละ” หยางชิง

“ใช่ข้าเห็นด้วย ท่านปู่ร้องเสียงดังเล่นเอาข้าตกใจแทบตาย ก็แค่เห็ดไม่ใช่หรือไง วันหลังคงต้องให้ท่านพี่พาท่านปู่เข้าป่าไปเก็บเห็ดเสียบ้าง จะได้รู้ว่ายังมีเห็ดอีกมากมายเกิดในป่า อย่างเช่นเห็ดหอม เห็ดหูหนูดำ เห็ดแตร เห็ด..” ยังไม่ทันที่หยางเสียนจะทันได้พูดจบหยางไห่ก็ร้องขึ้นหนึ่งเสียง

“ยังมีเห็ดหอมอีกเรอะ เห็ดหูหนูดำด้วย”

“ก็มีน่ะสิขอรับ ท่านพี่เก็บกลับมาที่บ้านของข้า ท่านแม่ยังตากเอาไว้ตั้งเยอะ” หยางเสียน

“ที่บ้านเราก็มีขอรับท่านปู่ อาเสี้ยวแบ่งให้ข้าเอากลับไปให้ท่านแม่ตากแห้งเอาไว้กินตอนหน้าหนาว”

“เพ้ย เจ้าเด็กตัวเหม็นพวกนี้ กิน กิน จะกินเข้าไปได้อย่างไร ของดีมีราคาทั้งนั้น รีบ ๆ เอามาให้ปู่ดู ใช่เห็ดเยื่อไผ่แน่หรือไม่” หยางไห่รู้สึกว่าตัวเองหน้ามืดตาลายขึ้นมาทันที

“ท่านพ่อ ใจเย็น ๆ ขอรับ” หยางเทียน

“นั่นสิท่านพ่อท่านตื่นเต้นมากไปแล้ว” หยางเทา

“นี่ขอรับท่านปู่ เห็ดเยื่อไผ่” หยางเสี้ยวยื่นตะกร้าเห็ดให้กับหยางไห่ดู พอได้เห็นเห็ดเยื่อไผ่สีขาวอยู่เต็มตะกร้าหยางไห่อดยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจไม่ได้ ไหนจะมีส่วนหมวกของเห็ดที่แยกเอาไว้ต่างหากอีก นี่มันเงินทั้งนั้น

“ท่านพ่อ ตกลงว่าใช่หรือไม่” หยางเทา

“นั่นสิท่านปู่ท่านรีบพูดมาเถอะ ข้าหิวข้าวแล้วขอรับ” หยางอิน

“ไอ้เด็กตัวเหม็นพวกนี้นี่กล้าพูดจาแบบนี้กับปู่เรอะ คันก้นแล้วใช่หรือไม่”

“ท่านพ่อ ตกลงว่าใช่หรือไม่ขอรับ” หยางเทียนรีบขัดขึ้นก่อนที่หยางไห่จะไล่ตีก้นเด็ก ๆ ขึ้นมาจริง ๆ

“อื้ม ใช่แล้ว มันคือเห็ดเยื่อไผ่ สมัยพ่อเป็นเด็กได้กินอยู่เพียงครั้งเดียว ตั้งแต่ย้ายมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านแห่งนี้พ่อก็ไม่เคยพบเห็นเห็ดเยื่อไผ่อีกเลย อาเสี้ยวช่างโชคดีจริง ๆ”

“เสี่ยวไป๋ต่างหากที่เจอ แล้วเรียกท่านพี่ไปดู เสี่ยวไป๋ของข้าเก่งที่สุด” หยางเสียน

“ทำไมท่านปู่ถึงได้ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านในหุบเขาแห่งนี้ล่ะขอรับ ทางเข้าออกหมู่บ้านก็มีทางเดียว”

“ก็เพราะสงครามระหว่างแคว้นน่ะสิ ไหนจะสงครามภายในอีก ปู่ทวดของหลานก็เลยพาพวกเราเดินทางรอนแรมมาถึงที่นี่ นอกจากปู่แล้วยังมีพี่ชายของปู่อยู่อีกคน ตอนนี้อยู่อีกเมืองหนึ่งน่ะ ตอนนั้นพี่ชายของปู่แต่งเข้าบ้านภรรยา ทำเอาท่านย่าทวดของเจ้าโมโหจนล้มป่วยไปเลยทีเดียว แต่พี่ใหญ่ก็ยังยืนยันว่าจะแต่งเข้าบ้านภรรยา ท่านพ่อเองก็ไม่อยากจะบังคับ เห็นว่าครอบครัวพี่สะใภ้ไม่มีใครแล้วนอกจากตัวนางกับแม่ที่แก่แล้วและน้องชายที่อายุยังน้อยอยู่”

“แล้วท่านพ่อไม่ได้เจอท่านลุงเลยหรือขอรับ พวกเราไม่เห็นรู้เลยว่ามีญาติอยู่ที่ต่างเมือง”

“เจอกันครั้งสุดท้ายก็ตอนที่เจ้าใหญ่เกิด แต่ว่าตอนนี้ไม่รู้ว่าจะยังสบายดีหรือเปล่าน่ะสิ บ้านเราก็ยากจน พ่อเองก็ไม่มีเงินที่จะเดินทางไปเมืองทางเหนือหรอกนะ เดินทางแต่ละครั้งใช้เงินไม่น้อยเลยในการเดินทาง”

“ท่านปู่ เอาไว้พวกเรามีเงินแล้วค่อยไปเยี่ยมบ้านปู่ใหญ่ยังได้ ไม่ต้องทุกข์ใจไปขอรับ ตอนนี้กลับบ้านกันเถอะ น้อง ๆ คงหิวแล้วจริง ๆ ท่านดูหน้าอาเสียนกับอาอินสิ” หยางเชวียน

“ไป ไป กลับ กลับ พวกเจ้าเดินนำหน้าไปก่อน ปู่กับพ่อของพวกเจ้ายังต้องขนไม้ไผ่ไปด้วย”

“ขอรับท่านปู่”

หยางเสี้ยวเดินนำหน้าพี่ชายน้องชายกลับบ้าน โดยมีพวกท่านปู่เดินตามหลัง แต่ละคนแบกไม้ไผ่เอาไว้คนละห้าท่อน ระหว่างทางก็พบกับชาวบ้านที่กลับจากขุดผักป่าหลายคน หนึ่งในนั้นมีสหายของหยางเทียนอย่างลู่คง

“อาเทียนพวกเจ้าตัดไม้ไผ่ไปทำอะไรรึ” ลู่คงถามออกมาด้วยความสงสัย

“อ่อ ข้าจะซ่อมบ้านน่ะ ถ้าหากไม่ซ่อมให้ดีกลัวว่าหากฝนตกลงมาแล้วจะไม่มีที่นอนกัน หลังคาก็ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ เลยคิดว่าจะตัดไม้บนเขามาเปลี่ยนคานน่ะ แล้วนี่เจ้าไปขุดผักป่ามาหรือ”

“ใช่แล้วล่ะ ชาวบ้านยากจนอย่างพวกเราก็อาศัยของป่าเพื่อประทังชีวิตทั้งนั้น พรุ่งนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะมาช่วยนะ เหตุใดเจ้าไม่บอกข้าล่ะ หากว่าข้าไม่บังเอิญพบเจ้าวันนี้ เจ้าคงจะไม่บอกพวกข้างั้นสิ”

“ข้าเกรงใจน่ะ”

“จะเกรงใจไปทำไมคนกันเองแท้ ๆ หรือว่าเจ้าไม่เห็นข้าเป็นสหายเล่า”

“เจ้าอย่าคิดไปเอง ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น”

“ไม่ได้คิดก็ดีแล้ว ตกลงว่าพรุ่งนี้ข้าจะมาช่วย”

เมื่อทุกคนกลับมาถึงบ้านเวลาก็ล่วงเลยยามอู่ไปแล้ว เสิ่นซื่อกับหานซื่อแม่สามีกับลูกสะใภ้เมื่อเห็นทุกคนกลับมาจากตัดไม้แล้วก็รีบยกอาหารขึ้นโต๊ะทันที หยางเสี้ยวรีบนำหมวกเห็ดที่เขาแยกเอาไว้ไปตากแห้งทันที เขาไม่รู้ว่ามันจะขายได้หรือไม่ ทำได้แค่ลองดูเท่านั้น ส่วนเห็ดเยื่อไผ่เขานำไปตากแห้งทั้งหมด หลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จแล้วเด็กชายตั้งใจจะไปขุดหน่อไม้และเก็บเห็ดเยื่อไผ่อีกครั้ง

“ท่านพ่อ พรุ่งนี้ลู่คงกับพี่ชายลู่จื้อจะมาช่วยนะขอรับ แล้วก็รบกวนท่านแม่ทำอาหารเพิ่มมากขึ้นสักหน่อย” หยางเทียน

“อ่อ เด็กบ้านลู่จะมาช่วยเหรอ นับว่าลูกมีสหายที่ดี สองคนนั้นเป็นเด็กดีกตัญญู”

“ส่วนเรื่องอาหาร แม่กับสะใภ้รองจะจัดการเอง เสี้ยวเอ๋อร์หลานแน่ใจหรือว่าจะไม่แบ่งปลาไปขาย”

“แน่ใจขอรับท่านย่า เอามาทำอาหารให้ท่านเลี้ยงท่านลุงบ้านลู่ที่จะมาช่วยงานพรุ่งนี้เถอะขอรับ คนเขามีน้ำใจมาช่วยเราจะปล่อยให้ท้องคนเขาหิวไม่ได้นะขอรับ กินไม่อิ่มจะมีแรงที่ไหนมาทำงานกัน ส่วนเรื่องเงิน ไม่ใช่ว่าที่บ้านพอมีเงินอยู่นิดหน่อยหรือขอรับถ้าไม่พอเดี๋ยวข้าจะหาเพิ่มเอง”

“ทำไมฟังดูแล้วพ่อกลายเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนเลยล่ะ ต้องให้ลูกชายมาหาเงินเลี้ยงครอบครัวทั้งที่ลูกชายยังเด็กขนาดนี้ พ่อรู้สึกละอายใจเลยนะเนี่ย” หยางเทียน

“น้องรอง ถ้าจะพูดแบบนั้น ข้าที่เป็นลุงก็ละอายใจเหมือนกันที่ให้ลูกกับหลานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ข้าเป็นทั้งพี่ ทั้งพ่อ ทั้งสามีและลูกที่ไม่เอาไหนยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก” หยางเทา

“พอแล้ว พวกเจ้ามันไม่ได้เรื่องทั้งสองคนนั่นล่ะ สู้หลานข้าก็ไม่ได้ รีบ ๆ กินจะได้ไปตัดไม้มาไว้ให้มากหน่อย” หยางไห่ห้ามปรามลูกชายทั้งสองก่อนที่จะพูดกันจนเลยเถิดไปมากกว่านี้

“ท่านพ่อกับท่านลุงคิดมากไปแล้ว ข้าก็แค่ทำหน้าที่ลูกที่ดี หาเงินเลี้ยงครอบครัวแล้วพวกท่านจะรู้สึกผิดทำไม” หยางเสี้ยว

“ตกลง ๆ พ่อขอโทษ พ่อจะไม่โทษตัวเองอีก ต่อไปพ่อต้องเรียนรู้จากลูกชายให้มาก” หยางเทียนรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าลูกชายไม่ดี

“ลุงก็ขอโทษ”

“ข้าก็บอกแล้วให้คิดก่อนพูด” หยางเชวียน

“เพ้ย เจ้าลูกคนนี้นี่” หยางเทาถลึงตาใส่ลูกชาย

หลังจากกินมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้วหยางอินกับหยางเสียนถูกห้ามไม่ให้ไปป่าไผ่ด้วยเพราะได้เวลานอนกลางวันแล้ว หยางเสี้ยวกับหยางเชวียนเอาตะกร้าไม้ไผ่ขนาดใหญ่กว่าตัวเองสะพายขึ้นหลังไป

หยางชิงเอาตะกร้าของเขาและยังเอาตะกร้าของหยางอินมาด้วย สามพี่น้องขุดหน่อไม้ไปพร้อม ๆ กับเก็บเห็ดเยื่อไผ่ไปด้วย รอบนี้พวกเขาได้เห็ดเยื่อไผ่มาเพียงสองตะกร้าใหญ่เท่านั้น หยางเสี้ยวคิดว่าถ้าเกิดมีฝนตกลงมาค่อยกลับมาดูอีกครั้ง

ตอนนี้เห็ดเยื่อไผ่ยังมีไม่มาก หยางชิงแบกตะกร้าใส่หน่อไม้ที่ปอกแล้วเดินนำหน้าพี่ชายกลับบ้านก่อนพวกท่านปู่ หยางเสี้ยวเหลือเห็ดเอาไว้ทำอาหารเย็นส่วนหนึ่ง ที่เหลือเขานำไปตากแห้งทั้งหมด

“ข้าหวังว่ามันจะทำเงินให้ครอบครัวเราได้นะ ในเมื่อท่านปู่บอกว่ามันหายาก” หยางเชวียน

“ข้าก็หวังเอาไว้เช่นนั้นขอรับ พรุ่งนี้เราจะขึ้นเขาอู๋หลงกันนะ เราจะไม่ไปตัดไม้กับพวกท่านปู่ ข้าว่าจะแวะไปดูผูเถาสักหน่อยใกล้จะสุกหรือยัง”

“ตกลง พรุ่งนี้ให้อาชิงไปกับพวกเราด้วย จะได้ช่วยกันเก็บผักป่ามาให้มากหน่อย”

“ได้ เดี๋ยวพวกเราเอาหน่อไม้พวกนี้ไปต้มกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยเอาไปตากทำเป็นหน่อไม้ตากแห้ง ส่วนพวกนี้ทำหน่อไม้ดองเปรี้ยว”

วันรุ่งขึ้นพี่น้องบ้านลู่ก็มาช่วยตัดไม้ตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ พวกเขาตัดไม้ไผ่อยู่ 3 วัน จากนั้นขึ้นเขาไปตัดไม้เพื่อทำคาน หลังจากมีคนมาช่วยการซ่อมบ้านก็เร็วขึ้น

หยางเสี้ยว หยางเชวียน และหยางชิง ยังคงขึ้นเขาอู๋หลงไปเก็บผักป่าทุกวัน นอกจากนี้หยางเสี้ยวยังได้สอนหยางชิงวางกับดักอีกด้วย เด็กทั้งสามคนได้ไก่ฟ้าหรือไม่ก็เป็นกระต่ายป่ากลับมาทุกวัน พี่น้องบ้านลู่มองเด็กชายทั้งสามคนด้วยความตกตะลึง เด็กสามคนยังล่าสัตว์ได้มากกว่าเขาที่เป็นผู้ใหญ่เสียอีก

“อาเทียน ลูกชายเจ้าเก่งกาจนัก เสียดายที่ลูกชายข้าเพิ่ง 4 ขวบ”

“ทำไมรึ เกี่ยวอะไรกับลูกชายของเจ้า”

“ก็ถ้าโตกว่านี้หน่อยข้าจะให้มาเรียนรู้การวางกับดักกับอาเสี้ยวน่ะสิ ข้าโตมาขนาดนี้ยังอายหลานเลย” ลู่คง

“อย่าว่าแต่เจ้าอายเลย พวกข้าพี่น้องก็อายเหมือนกัน” หยางเทา

“ฮ่า ฮ่า ไม่เห็นต้องอาย ข้าหน้าหนา เอาไว้ข้าจะขอมาเรียนการวางกับดักกับหลานชายหลังจากช่วยพวกเจ้าซ่อมบ้านเสร็จ” ลู่จื้อ

เพราะมีคนมาช่วยในที่สุดบ้านก็ซ่อมเสร็จ รวมเวลาที่ทำรั้วใหม่เข้าไปด้วยก็รวมทั้งสิ้นสิบวัน หยางเสี้ยวมีห้องของตัวเอง หยางเสียนเอาเจ้าเสี่ยวไป๋ไปนอนในห้องด้วย ห้องเก็บของที่ต่อเติมให้มีขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม และมีการขุดห้องใต้ดินเอาไว้อีกด้วย การขุดห้องใต้ดินเป็นความคิดของหยางเสี้ยว เอาไว้เก็บซ่อนอาหารเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

เพราะพี่น้องบ้านลู่มาช่วยซ่อมบ้าน หยางเสี้ยวจึงช่วยพวกเขาเก็บผักป่าเป็นการตอบแทน ทั้งสองคนเป็นแรงงานหลักของบ้าน พ่อเฒ่าลู่เสียชีวิตไปนานแล้ว ลู่จื่อกับลู่คงสองพี่น้องเพราะครอบครัวยากจนจึงทำให้แต่งงานช้า ตอนนี้ภรรยาของลู่จื้อกำลังตั้งครรภ์ที่สอง ลูกชายคนโตเพิ่งจะ 6 ขวบเท่ากับหยางเสียน

ส่วนลู่คงแต่งงานช้ากว่าพี่ชายหนึ่งปี และมีลูกเพียงคนเดียวอายุได้ 4 ขวบ ส่วนแม่เฒ่าลู่สุขภาพไม่แข็งแรง ล้มป่วยอยู่บ่อยครั้ง แรกเริ่มเดิมทีลู่คงกับลู่จื้อจะไม่รับผักป่าจากบ้านหยาง แต่หยางเทียนไม่ยอม หากว่าวันนี้ไม่รับผักป่าก็จะไม่ให้ทั้งสองคนช่วยซ่อมบ้านแล้ว ลู่คงเข้าใจความหวังดีของสหาย เขาจึงไม่คัดค้านอีก เพียงได้แต่ขอบใจหยางเสี้ยวซ้ำไปซ้ำมาเท่านั้น
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 311

    “อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 310

    หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 309

    “พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 308

    เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 307

    “ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ

  • หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง   บทที่ 306

    หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status