แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ลมใต้รู้ใจ
ซูย่างหยุดก้าว สีหน้าเรียบเฉย แต่ไม่ได้ยื่นมือกลับไปจับ

สีหน้าของกู้อวี่หนิงแข็งกระด้างไปเล็กน้อย

ฝู่เฉินซีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นมาช่วยให้เธอคลายสถานการณ์ น้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “คุณปู่รู้เรื่องของเราแล้ว ท่านเลยให้เธอไปทานข้าวด้วยกันคืนนี้ มือถือเธอดันปิดเครื่องไว้ ฉันเลยมารับเอง”

“ฉันรู้แล้ว” ซูย่างก้มมองมือถือ เห็นว่าปิดเครื่องอยู่จริง ๆ จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ขอฉันชาร์จแบตแป๊บนะ เดี๋ยวจะตามไป”

ความหมายก็คือ เธอไม่คิดจะไปพร้อมกับพวกเขา

ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “งั้นให้ฉันรอเธอก่อนก็ได้…”

ซูย่างยิ้มพลางขัดขึ้นว่า “ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปเองก็ได้”

เห็นเขาเงียบไป ซูย่างก็หันไปมองกู้อวี่หนิงแล้วพูดว่า“แล้วก็พรุ่งนี้เก้าโมง ถ้าคุณสะดวก เราไปเอาใบหย่ากันเถอะ”

ฝู่เฉินซีไม่รู้ทำไม ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย “ต้องรีบขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ซูย่างพยักหน้า สีหน้าจริงจัง “ใช่ รีบมาก”

ฝู่เฉินซีพูดไม่ออกกับคำตอบของเธอ สีหน้าหม่นหมองลง แล้วจูงกู้อวี่หนิงเดินออกไป

เดินไปได้ไม่กี่ก้าว กู้อวี่หนิงก็พูดอะไรบางอย่างกับฝู่เฉินซีด้วยท่าทีสนิทสนม แล้วจึงหันกายกลับมาเดินตรงมาหาซูย่าง ดวงตาอ่อนโยนพลางกล่าวว่า “คุณซู ไม่ว่าจะอย่างไร ฉันก็ต้องขอบคุณคุณ”

ซูย่างงุนงงเล็กน้อย “ขอบคุณเรื่องอะไร?”

กู้อวี่หนิงหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนั้น พลางเสยปอยผมข้างหู ยิ้มหวานเจือแววทั้งรำลึกทั้งสะท้อนใจ “เมื่อก่อนฉันกับเฉินซีต้องพลัดพรากกันเพราะเหตุบังเอิญต่าง ๆ พอกลับมา ฉันก็คิดว่าเราไม่มีวันได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว ฉันรู้ว่าคุณรักเขามาก ถ้าไม่ใช่เพราะคุณสละให้ เราสองคนก็คงไม่มีโอกาสได้กลับมาอยู่ด้วยกัน”

“เธอคิดผิดแล้ว” ซูย่างเงยหน้าขึ้น “ฉันหย่ากับเขา ไม่ใช่เพราะอยากสละให้พวกเธอ ฉันไม่ได้มีใจกว้างอะไรขนาดนั้น การที่ฉันหย่ากับเขา ก็เพราะฉันไม่อยากรักเขาอีกต่อไปแล้ว และจะไม่มีวันรักเขาอีก”

เธอใช้เวลาสามปี พยายามทำหน้าที่เป็นคุณนายฝู่ให้ดีที่สุด แต่ก็ล้มเหลว

มีเวลาตั้งสามปี บางทีซื้อลอตเตอรี่ยังอาจถูกรางวัลใหญ่ได้เลย แต่เธอกลับไม่สามารถทำให้ฝู่เฉินซีรักเธอได้ แล้วจะฝืนไปทำไม

ตั้งแต่วินาทีที่เธอตัดสินใจหย่า เธอก็ควรจะวางมันลงแล้ว

เธอทำอะไรหลายอย่างเพื่อฝู่เฉินซี แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการที่เขาจูงมือผู้หญิงคนอื่นมาอยู่ตรงหน้าเธอ แต่ซูย่างก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรให้น่าเสียใจเลย

กู้อวี่หนิงชะงักไปเล็กน้อย

ซูย่างครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนก้มตาพูดอย่างเย็นชา “ส่วนเรื่องระหว่างพวกเธอ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”

มื้อค่ำเริ่มตอนสองทุ่มครึ่ง ตอนที่ซูย่างมาถึงอพาร์ตเมนต์เพิ่งเลยหนึ่งทุ่มไปไม่นาน

อาจเพราะได้ออกมาจากตระกูลฝู่ ซูย่างถึงได้รู้สึกโล่งใจเป็นครั้งแรก หลังอาบน้ำเสร็จ เธอเสียบชาร์จมือถือไว้ เวลาก็ยังไม่ดึกนัก

ซูย่างหยิบชุดกระโปรงสีแดงกุหลาบที่เธอชอบแต่ไม่ได้ใส่มานาน แล้วเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์ จากนั้นก็แต่งหน้า

นี่เป็นสิ่งที่เธอแทบไม่เคยทำตอนอยู่ที่บ้านตระกูลฝู่

ตอนเพิ่งแต่งเข้าบ้านไปใหม่ ๆ เธอก็ยังแต่งหน้าอยู่บ้าง แต่แม่ฝู่กลับรังเกียจหาว่าเธอเป็นพวกเจ้าเสน่ห์ ไม่รู้จักความเป็นแม่บ้านแม่เรือน ส่วนฝู่เฉินซีก็ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเลย

ตอนนี้เธอทำตามใจชอบ เลือกสิ่งที่ตัวเองพอใจตามธรรมชาติ พอเปลี่ยนชุดแต่งหน้าเสร็จ ซูย่างก็นั่งรถแท็กซี่ไปยังคฤหาสน์เก่าของตระกูลฝู่

“คุณนายรอง เชิญทางนี้ครับ”

พอเห็นท่าทางของซูย่าง พ่อบ้านก็แปลกใจอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังคงนอบน้อมเชิญเธอเข้าไปทานอาหาร

พอได้ยินว่าเขายังไม่เปลี่ยนคำเรียก ซูย่างก็รู้ในใจว่าคุณปู่ฝู่น่าจะไม่อยากให้เธอกับฝู่เฉินซีหย่ากัน

เป็นอย่างที่คิด

ตอนที่เธอเดินเข้าไป ในโต๊ะอาหารนอกจากฝู่เฉินซีแล้ว กู้หยี่หนิงก็นั่งอยู่ด้วย คุณปู่ฝู่ทำหน้ามืดเงียบไม่เอ่ยอะไร บรรยากาศดูอึมครึมกดดัน

พอเห็นเธอ สีหน้าของคุณปู่ฝู่ก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ท่านยิ้มอย่างอบอุ่นเรียกเธอว่า “ย่างย่าง เร็วเข้า นานแล้วนะที่หนูไม่ได้มานั่งกินข้าวกับปู่”

ฝู่เฉินซีเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว สายตาหยุดที่ซูย่าง หัวใจก็พลันสะดุดขึ้นมา

ซูย่างถอดแว่นออก ดวงตายาวรีหางตาเชิดก็เผยให้เห็น แววตาเจิดจ้าเป็นประกาย ประกอบกับสีแดงกุหลาบ ยิ่งขับให้ดูอ่อนหวานเย้ายวนและหยิ่งสง่า

ช่างต่างจากภาพจำของเขา ที่มีต่อผู้หญิงคนนั้น คนที่เอาแต่เชื่อฟัง ว่าง่าย และพูดแต่คำว่า “ได้ค่ะ” …อย่างสิ้นเชิง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 425

    หรงอวี้ฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัย บนหน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดซึม“หรงอวี้!” เธอร้องเรียกชื่อหรงอวี้อย่างหมดเรี่ยวแรงกระจกหน้าต่างรถคาเยนแตกละเอียด แถมประตูรถก็ยุบตัวลึกลงไปเป็นวงกว้างถุงลมนิรภัยในรถของหรงอวี้พองตัวออก อัดร่างเขาติดอยู่ภายในห้องโดยสาร“หรงอวี้! รีบตื่นสิ!”ภายใต้เสียงตะโกนเรียกนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด หรงอวี้ก็ลืมตาขึ้น เขาขยับตัวเล็กน้อยการขยับตัวขณะถูกอัดด้วยถุงลมนิรภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าวบริเวณต้นขาเหลือเกินเขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ย่างย่าง ผมไม่เป็นไร แล้วคุณล่ะ?”ตอนนี้ ซูย่างหลงลืมเรื่องราวที่ผ่านมาหมดสิ้น ดวงตาของเธอแดงเรื่อขณะจ้องมองหรงอวี้ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณจะออกมายังไง?”“โทรขอความช่วยเหลือหรือยัง?” หรงอวี้ถามเมื่อซูย่างหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก็พบว่าไม่มีสัญญาณ จึงโทรขอความช่วยเหลือไม่ได้“ไม่มีสัญญาณเลยค่ะ” เมื่อครู่ตอนอยู่บนสะพาน สัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็ขาด ๆ หาย ๆ อยู่แล้วรถยนต์ที่ขับไล่ล่าเธอนั้น คันหนึ่งร่วงตกเหวไปแล้ว ส่วนอีกคันก็ถูกชนจนพลิกคว่ำ ในรถสองคันนี้คงต้องติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณเอาไว้แน่ซูย่างมองไ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 424

    ซูย่างขับรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มอัตรา ส่วนด้านหลังก็ยังมีรถสีดำสองคันขับตามมาติด ๆเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด เธออยากรับสายใจจะขาด แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นจนน่าขนลุกตลอดทางมีแต่ฝุ่นควันฟุ้งตลบ รถคันหลังยังคงพุ่งชนรถของเธออย่างไม่คิดชีวิต คล้ายกับพร้อมจะตกตายไปตามกัน เธอมั่นใจว่าคนที่โทรหาเธอขณะนี้จะต้องเป็นหรงอวี้แน่ เมื่อกี้พอได้ยินเธอบอกไปแบบนั้น หรงอวี้คงร้อนใจไม่ใช่น้อยแต่รถยนต์คันหลังก็ยังคงไล่ล่าไม่ลดละ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เธอไม่อาจชะล่าใจได้เลยแม้แต่นิดเดียวเพียงแต่เธอประเมินความดื้อรั้นของคนพวกนั้นต่ำเกินไป เมื่อมาถึงบริเวณหัวโค้งแห่งหนึ่ง สติของซูย่างก็เริ่มเลื่อนลอย ความคิดความอ่านสับสน เธอขบกรามกรอด บังคับตัวเองให้ตั้งสติอีกครั้งถนนบนภูเขาทั้งคดเคี้ยว คับแคบและสูงชัน หากไม่ทันระวังก็อาจตกถนน และถ้ารถพลิกคว่ำตกลงไป นั่นก็หมายถึงความตายอย่างไม่ต้องสงสัยท้องฟ้ามืดแล้ว ถนนบนภูเขาที่ไร้ซึ่งเสาไฟฟ้ายิ่งทวีความอันตราย รถคันหลังเปิดไฟสูงสาดส่องมาโดยตรง พร้อมทั้งกะพริบไฟเป็นร

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 423

    ฝู่หยาฮุ่ยคิดไม่ถึงว่าคนเป็นแม่จะพูดเช่นนี้ จึงถอนหายใจด้วยความจนปัญญา แม่ฝู่มองออกว่าลูกสาวตัดสินใจแน่วแน่ แต่ในท้องของกู้อวี่หนิงก็คือทายาทตระกูลฝู่ หากกู้อวี่หนิงติดคุกขึ้นมาจริง ๆ เด็กน้อยก็ต้องเกิดมาพร้อมตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิตทันใดนั้น แม่ฝู่ก็มองฝู่หยาฮุ่ยก่อนคุกเข่าลงหัวใจของฝู่หยาฮุ่ยกระตุกวูบ เธอไม่อยากเห็นแม่ฝู่ต้องยอมทำถึงขั้นนี้เพื่อเด็กคนหนึ่งเลยจริง ๆ“แม่คะ หนูยอมแล้ว!” เธอกัดฟันกรอดพูดออกไปตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองยินดีสละได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อเห็นแม่ฝู่คุกเข่าลงตรงหน้า เธอก็ยังไม่อาจควบคุมตัวเองได้อยู่ดีหลังงานเทศกาลโคมไฟจบลง ซูย่างก็รู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ ซึ่งเมื่อก่อนเธอไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เธอเพียงไม่รู้ว่าควรจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับหรงอวี้อย่างไร ความเย็นชาในอดีตราวกับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่หลังงานเทศกาลโคมไฟ มันคืออารมณ์ที่สลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างความอยากถอยห่างกับความกระตือรือร้นซูย่างขับรถไปบนสะพานข้ามเมือง ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองหนานเฉิงกับเกาะซงอู้ด้วยความที่เกาะซงอู้ถูกทิ้งร้างมานาน สะพานข้ามเมืองแ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 422

    แม่ฝู่พลันชี้หน้าคำรามใส่ซูย่างทันที "นังแพศยา! นี่แกตั้งใจแกล้งกันชัด ๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอวี่หนิงเองก็เป็นเหยื่อ เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนังผู้หญิงที่ชื่อเวินจ่านคนนั้น! ทำไมถึงไม่ไปแจ้งความจับหล่อนล่ะ? หรือว่าแกเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น?"ซูย่างแค่นหัวเราะ "คุณไม่รู้หรือไงคะว่าคนที่ปล่อยหลักฐานมัดตัวกู้อวี่หนิงจนดิ้นไม่หลุดน่ะก็คือเวินจ่าน? จะว่าไปตัวการใหญ่ในเรื่องนี้ก็คือเวินจ่านไม่ใช่เหรอ? คุณนายฝู่เอาแต่วิ่งโร่มาหาฉัน แต่กลับไม่ไปหาหล่อน หรือเป็นเพราะเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเหมือนกันล่ะคะ?""นี่แก!" แม่ฝู่โกรธจัดจนหน้าซีด ซูย่างไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้จับผิดต่อ จึงจ้องมองแม่ฝู่ด้วยความเย็นชาห่างเหิน "เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ"แม่ฝู่ทิ้งท้ายไว้อีกประโยคหนึ่งก่อนไปว่า "แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"ภายในโรงพยาบาลจิตเวช ฝู่หยาฮุ่ยเพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จ เธออยู่ที่นี่มาหลายวันจนเริ่มเกิดความคุ้นชิน และตั้งแต่ที่แม่ฝู่เที่ยวมาเซ้าซี้ให้เธอยอมรับผิดแทนคนอื่น ฝู่หยาฮุ่ยก็เลิกหวังที่จะได้ออกไปจากที่นี่แล้วเธอถึงขั้นเริ่มกลัวว่าจะมีใครมาเยี่ยม เพราะไม่อยากได้ย

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 421

    ซูย่างรับแบบทดสอบมาดู และหยิบปากกาหมึกแดงขึ้นมาตรวจแก้ด้วยความตั้งใจไม่นาน เธอก็นำแบบทดสอบอีกชุดมาวางลงตรงหน้าหรงอวี้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เดี๋ยวคุณตอบคำถามฉันพร้อมกับทำแบบทดสอบชุดนี้ไปด้วยนะคะ หนึ่งคำถามต่อหนึ่งข้อ”ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบนาฬิกาจับเวลาขึ้นมาถือถึงหรงอวี้จะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยังพยักหน้าตอบรับด้วยความมึนงงซูย่างมองดูเขาก้มหน้าลงมือทำอย่างตั้งใจ แบบทดสอบชุดนี้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ระดับสูงทั่วไป แม้ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่ก็ต้องอาศัยความรอบคอบและระมัดระวัง หากเหม่อลอยเพียงนิดก็อาจตอบผิดได้ทันทีเธอถามว่า “เมื่อสามปีก่อน คุณมีแฟนไหม?”ปลายปากกาของหรงอวี้สั่นไหว นึกไม่ถึงเลยว่าพอเริ่มมาก็... เข้าประเด็นทันทีเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบ “มีครับ”ซูย่างมองเขาทำโจทย์ข้อแรกเสร็จ ก็กดนาฬิกาจับเวลาเพื่อบันทึกเวลาไว้เมื่อหรงอวี้เริ่มลงมือทำโจทย์ข้อที่สอง ซูย่างก็ถามต่อ “บอกฉันหน่อยสิ แฟนของคุณคือเวินจ่านใช่ไหม?”“ไม่ใช่!” เขาตอบกลับด้วยความหนักแน่น“งั้นคุณรู้จักฉันหรือเปล่า?” เธอถามขึ้นอีกครั้งหรงอวี้เขียนตัวหนังสือลงไปบรรทัดหนึ่ง “ไม่ทำแล้วครับ”เขาค่อย ๆ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 420

    สีหน้าเธอผ่อนคลายลง ขณะมองฝู่เฉินซีด้วยความเคร่งขรึมพลางกล่าว “ถึงฉันจะรวบรวมหลักฐานเอาผิดเมียคุณได้แล้วจริง ๆ แต่ฉันยังไม่ทันได้ส่งให้ตำรวจ เมียคุณก็ถูกจับไปซะก่อน”กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กู้อวี่หนิงถูกจับกุมในครั้งนี้ฝู่เฉินซีเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหมายความว่าคนที่ไปแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่ซูย่างงั้นเหรอ? แล้วมันจะเป็นใครไปได้ล่ะ?“แต่นอกจากคุณที่มีเหตุผลให้แจ้งความแล้ว คนอื่นก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมายุ่งเรื่องชาวบ้านสักหน่อย” ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่นซูย่างหัวเราะหยัน “ฝู่เฉินซี อย่าลืมสิว่ากู้อวี่หนิงยังมีศัตรูคนอื่นอยู่อีกนะ เช่น คุณหนูเวินจ่านที่คิดใช้เมียคุณเป็นแพะรับบาปนั่นไง”ฝู่เฉินซีพลันเข้าใจขึ้นมาในทันใด ใช่แล้ว! ยังมีเวินจ่านอีกคน! เขาหวนนึกถึงคำพูดของกู้อวี่หนิง เวินจ่านคงกลัวว่าอีกไม่นานซูย่างต้องสืบสาวมาถึงตัวแน่ จึงได้พยายามหาวิธีทำให้กู้อวี่หนิงกลายเป็นแพะรับบาปแบบนี้ฝู่เฉินซีทอดถอนใจ ก่อนพูดกับซูย่างด้วยความรู้สึกผิด “ซูย่าง เรื่องก่อนหน้านี้กู้อวี่หนิงทำไม่ถูกจริง ๆ ฝ่ายหยาฮุ่ยเองก็ผิดต่อคุณมาก แต่ตอนนี้หยาฮุ่ยเข้าไปอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 219

    หลังวางสายแล้ว กู้อวี่หนิงก็ถามไถ่เขาด้วยความห่วงใย "เฉินซี มีอะไรเหรอคะ?""บริษัทเกิดเรื่องแล้วน่ะสิ"ฝู่เฉินซีทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคนี้ก่อนจากไปทันที ตอนนี้ เขาไม่อาจข่มใจให้สงบ แทบอยากจะเหาะกลับไปที่บริษัทเสียเดี๋ยวนี้เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ เมื่อวานยังคิดอยู่เลยว่าทำไมหรงอวี้ถึง

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 186

    เมื่อกู้อวี่หนิงเห็นปฏิกิริยาของฝู่เฉินซี ก็ให้รู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร"เธอต่างหากที่ไร้ยางอาย! คนอะไรหน้าด้านจริง ๆ ! พวกเรามาครั้งนี้ก็ตั้งใจมาไกล่เกลี่ยกับเธอนะ อยากได้เงินไม่ใช่หรือไง? ก่อนหน้านี้อุตส่าห์ให้เงินไปตั้งเยอะแถมยกบ้านให้อีกก็ยังไม่พอใจใช่ไหม? สรุปว่าเธอต้องการเท่

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 287

    ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะการต้องเผชิญหน้ากับหรงอวี้ในสภาพนี้ด้วยเวินจ่านคีบอาหารให้หรงอวี้ พลางพูดคุยกับเขาอย่างสนิทสนมด้วยถ้อยคำที่เธอฟังไม่เข้าใจความอึดอัดถาโถมเข้ามาต่อเนื่อง ซูย่างยกชาขึ้นจิบ ชาของภัตตาคารหมิงเจินช่างหอมกรุ่นดีแท้หลังเธอย้ายมานั่งด้วย

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 255

    ทันทีที่ของประมูลชิ้นที่สี่ถูกนำออกมาโชว์ บรรดาสุภาพสตรีทั่วทั้งงานต่างพากันสูดหายใจเฮือกใหญ่ ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบเพชร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเป็นเพชรสีม่วงเหล่าคุณนายและคุณหนูไฮโซในงานต่างรู้ซึ้งถึงมูลค่าของเพชรแฟนซีเป็นอย่างดี เพชรสีม่วงเม็ดใหญ่ที่สุดที่เคยมีการค้นพบในโลกนั้นหนักเจ็ดกะรัต ส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status