แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: ลมใต้รู้ใจ
ขนตาของซูย่างสั่นไหวเล็กน้อย

ถ้าเมื่อก่อนเธอไม่ได้คบกับฝู่เฉินซี ป่านนี้ก็คงได้เป็นนักจิตบำบัดไปแล้วจริง ๆ เพียงแต่พอเวลาผ่านไปหลายปี แม้ว่าในสายงานเธอจะไม่ได้มีความบกพร่องใด ๆ แต่เธอจะสามารถกลับไปทำอาชีพที่ถนัดได้อีกครั้งจริงเหรอ?

ศาสตราจารย์เวินก็สังเกตเห็นความลังเลในใจของเธอ จึงพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องรีบหรอก แต่ถ้าเธอมีความตั้งใจจริง อาจารย์ก็ยินดีที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว”

“ขอบคุณค่ะ ศาสตราจารย์”

หัวใจของซูย่างอบอุ่นขึ้นมา

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่มีเวลาไปเยี่ยมศาสตราจารย์ คิดไม่ถึงว่าศาสตราจารย์เวินยังคงห่วงใยศิษย์คนนี้อยู่

ซูย่างเอ่ยถามอาการป่วยของศาสตราจารย์เวินด้วยความห่วงใย ทั้งยังนั่งพูดคุยกับท่านอยู่นาน ศาสตราจารย์เวินถึงกับเชิญให้เธออยู่ร่วมทานอาหารด้วยอย่างอบอุ่น

จนกระทั่งบ่าย ซูย่างถึงได้ออกจากบ้านตระกูลเวิน

เพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องออกล่าสัตว์ ซูย่างจึงตั้งใจหยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่เตรียมไว้แล้วออกมา

วันถัดมา หลินลู่ซีขับรถไปรับซูหย่าง พอขับมาถึงเขาหมิง ทั้งสองก็มาถึงค่อนข้างเร็ว เห็นเพียงไม่กี่ใบหน้าที่ไม่คุ้นตา ไหนจะเพราะการล่าครั้งนี้จัดโดยตระกูลหรง ทำให้มีคนหลากหลายปะปนกันไป ซูย่างจึงไม่ค่อยมีอารมณ์ทักทายใครนัก เดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเลือกปืนล่าสัตว์ทันที

พอเธอออกมา ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยพอดี

พี่ฝู่ พี่อวี่หนิง พวกพี่มาได้ยังไง? พวกพี่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เหรอ?

“อวี่หนิงบอกว่าของป่าที่นี่รสชาติดี ออกมาเดินเล่นพอดี ๆ

หัวใจของซูย่างสะดุดวูบ ผลักประตูเดินออกไป เห็นเพียงเพื่อนสนิทของฝู่เฉินซีกำลังทักทายทั้งสองคนด้วยท่าทีอบอุ่น

พอเห็นเธอออกมา ชายคนนั้นก็อุทานอย่างแปลกใจว่า “พี่สะใภ้... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่เหมือนกันล่ะ?”

พูดจบ เขาก็แอบรู้สึกเสียใจ พลางเหลือบมองสีหน้าของฝู่เฉินซี

ซูย่างรวบผมขึ้น หน้าตาเปลือยเปล่าไร้เครื่องสำอาง แว่นตาถูกถอดออกแล้วเปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์ บนร่างสวมชุดล่าสัตว์ลายพราง เรียบง่ายคล่องตัว แต่กลับดูสง่างามเท่ห์อย่างยิ่ง

ฝู่เฉินซีไม่เคยเห็นเธอในลักษณะนี้มาก่อน เขาขมวดคิ้วทันทีแล้วพูดว่า “ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”

หลินลู่ซีที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว มองฝู่เฉินซีด้วยสายตาไม่พอใจ พลางเม้มปากพูดว่า “ทำไมล่ะ อนุญาตแต่คุณพากิ๊กไปเที่ยวเล่นได้ แต่ห้ามให้ย่างย่างออกมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างรึไง!”

“คุณหลิน เฉินซีไม่ได้หมายความแบบนั้น เพียงแต่เฉินซีกับคุณซูหย่ากันแล้ว คุณหนูซูไม่ถนัดการล่าสัตว์ แต่กลับตั้งใจมาที่เขาหมิงเพื่อคอยจับตามองเฉินซี แบบนี้ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก”

ทันทีที่กู้อวี่หนิงพูดจบ ไม่เพียงแต่ในแววตาของฝู่เฉินซีจะมีแววรังเกียจเพิ่มขึ้น แม้แต่รอบข้างก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา โดยส่วนใหญ่ต่างก็คิดว่าซูย่างเป็นฝ่ายตื๊อไม่เลิก ตามฝู่เฉินซีมาถึงเขาหมิงซานเอง

รอบด้านล้วนเป็นคนตระกูลใหญ่ ที่ต่างก็รู้อะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับเรื่องของฝู่เฉินซีกับซูย่างอยู่บ้าง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฝู่เฉินซีไม่เคยพาซูย่างออกงานเลย เท่ากับว่าไม่เคยยอมรับสถานะความเป็นภรรยาของตน และตอนนี้ทั้งคู่ก็หย่ากันแล้ว แต่ซูย่างยังตามตื๊อไม่เลิก แบบนี้ก็ช่างไม่รู้จักอายอยู่บ้างเลย

หลินลู่ซีฟังแล้วถึงกับโมโหจัด รีบจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องกับกู้อวี่หนิงพลางตะโกนด่าออกมา “แม่งเอ๊ย……”

ซูย่างรีบคว้าแขนเสื้อของหลินลู่ซีไว้ห้ามไม่ให้พุ่งเข้าไป ก่อนจะหันไปยิ้มให้กู้อวี่หนิงและฝู่เฉินซีพลางพูดว่า “ขอโทษนะคะ พวกคุณคิดมากไปเองแล้ว ฉันตั้งใจมาล่าสัตว์จริง ๆ …”

เธอขึ้นลำปืนล่าสัตว์อย่างคล่องแคล่ว เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า “ฉันไม่เพียงแค่ยิงสัตว์ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นนักล่าที่ชำนาญอีกด้วย คุณฝู่ คุณกู้ ถ้าไม่เชื่อ จะลองดูก็ได้…”

พอพูดจบ อยู่ ๆ ผู้คนรอบข้างก็พากันเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงฝีเท้าเบา ๆ เท่านั้น แล้วก็เห็นหรงอวี้ ที่เพิ่งมาถึงสนามล่าสัตว์ เดินยิ้มมองมาที่เธอ พร้อมก้าวตรงเข้ามา

เขาหยิบปืนล่าสัตว์รุ่นใหม่ที่เจ้าหน้าที่ด้านหลังเตรียมไว้ แล้วยื่นให้ซูย่างพร้อมพูดว่า “ปืนรุ่นใหม่ล่าสุดครับ ผมจะรอดูฝีมือของคุณซู…”

ดวงตาสีดำของเขาลึกซึ้งชวนหลงใหล รอยยิ้มตรงมุมปากเต็มไปด้วยความหมายแฝง แต่ออกจะยั่วยวนและล่อลวงใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 207

    แม่ฝู่มองซูย่างด้วยท่าทียิ้มย่อง รอดูว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้อย่างไรซูย่างผายมือไปทางซ่งเจ๋อ “คุณซ่งเจ๋อคือดุษฎีบัณฑิตด้านจิตวิทยาที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขามีผลงานความสำเร็จมากมาย ทั้งยังสร้างสรรค์วิทยานิพนธ์และทฤษฎีที่มีชื่อเสียงไว้หลายฉบับ ฉันในฐานะที่ปรึกษาด้านจิตวิทยา ก็ต้องให้ความสนใจในตัวคุณซ่งเจ๋อเป็นธรรมดาค่ะ”ชายหนุ่มผู้ถูกเอ่ยชื่อมองซูย่างพลางยิ้มเล็กน้อย เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามขณะยื่นมือออกมา “คุณซู สวัสดีครับ”ซูย่างยื่นมือออกไปจับเช่นกัน “คุณซ่ง ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณมาเห็นเรื่องตลกแบบนี้”กู้อวี่หนิงเขย่าแขนฝู่เฉินซีเบา ๆ “เรื่องนี้พักไว้ก่อนเถอะค่ะ อีกอย่างฉันเป็นคนเชิญคุณซูมาเอง ฉันติดใจก็แค่เรื่องรูปแต่งงานกับทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกทิ้งเท่านั้น”เธอวางรูปใบแรกลงบนโต๊ะ ตามด้วยรูปใบที่สอง รูปใบนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นตรงที่ดวงตาถูกระบายจนดำสนิท แม้แต่ริมฝีปากก็ยังมีรอยลิปสติกกากบาททับไว้แม่กู้พูดด้วยความเดือดดาลใจ “ซูย่าง เธอทำเกินไปแล้วนะ!”ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่น “ซูย่าง นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”“ถ้าจะดูว่าคนที่ขึ้นไปบนชั้นสองใช่ฉันหรือเปล่าก็ไม่ใช่

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 206

    ทั้งงานตกอยู่ในความเงียบงันขณะทุกสายตาพากันจับจ้องมองมา ซ่งเจ๋อยิ่งมีสีหน้าสงสัยเมื่อมองดูซูย่างสมาชิกตระกูลฝู่และคนตระกูลกู้ต่างเดินเข้ามา ฝู่เฉินซีคว้าตัวกู้อวี่หนิงไว้ "อวี่หนิง เป็นอะไรไป?""เฉินซี เธอฉีกทะเบียนสมรสของพวกเรา แล้วยังฉีกรูปแต่งงาน แถมยังขีดหน้าฉันจนเละเลยค่ะ"เธอหยิบทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกเป็นสองส่วนออกมา ส่วนในมือแม่กู้ก็คือรูปแต่งงานซึ่งใบหน้าเจ้าสาวถูกขีดเขียนจนไม่เหลือชิ้นดีทั้งงานฮือฮาขึ้นมาทันที ทุกคนพลันนึกขึ้นได้ว่าซูย่างเป็นอดีตภรรยาของฝู่เฉินซี"ไม่เห็นจะแปลก เมียเก่ามาร่วมงานแต่งก็คงมาเพื่อล่มงานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?""ถึงงั้นตอนนี้ก็ไม่ควรทำแบบนี้ ขายขี้หน้าชะมัด! มิน่าล่ะฝู่เฉินซีถึงได้หย่ากับหล่อน!""เจ้าสาวร้องไห้จนหน้าเปื้อนหมดแล้วเนี่ย น่าสงสารจริง ๆ "กู้อวี่หนิงยังคงร้องไห้ขณะพูดต่อ "คุณซู ฉันหวังดีเชิญคุณมาร่วมงานด้วย ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้คะ? ตอนหย่าคุณก็ได้เงินกับทรัพย์สินไปตั้งเยอะ เฉินซีไม่เคยปฏิบัติต่อคุณไม่ดี ถ้าคุณไม่พอใจอะไร ก็มาลงที่ฉันสิ จะตบจะตีฉันก็ได้ แต่ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย?"แม่ฝู่ชี้หน้าด่าซูย่าง "เชิญเธอมานี่มันตัวซวยช

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 205

    ฝู่หยาฮุ่ยแค่นเสียงเย็นชา เธอก็แค่อยากให้แน่ใจว่าซูย่างจะมาปรากฏตัวในงานนี้เท่านั้น เพราะเธอต้องการให้ซูย่างเห็นกับตาว่าเวลาที่พี่ชายเธอแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นนั้นเป็นอย่างไร ดูซิว่านังนั่นจะยังกล้าทำเป็นเชิดอยู่อีกไหม!แล้วคนที่ถูกนึกถึงก็เดินเข้ามา ซูย่างจัดการมอบเงินใส่ซองก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเดินเข้าไปในงาน เลือกหาที่นั่งแบบไม่ได้เจาะจงอะไร โดยมีคนแปลกหน้ารายล้อมอยู่รอบกายหลังนั่งลง เธอก็กวาดสายตามองซ้ายมองขวาคล้ายกำลังมองหาซ่งเจ๋อ เพราะในข่าวเมื่อวานนี้มีการเปิดเผยหน้าตาของเขาออกมาแล้วผู้คนรอบข้างต่างพากันจับจ้องมองซูย่าง แขกเหรื่อในงานไม่ใช่น้อยล้วนเคยมาร่วมงานแต่งของฝู่เฉินซีกับซูย่างเช่นกัน จึงอดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่อดีตภรรยามาร่วมงานแต่งอดีตสามีกันอย่างสนุกปากไม่ได้ฝู่หยาฮุ่ยรีบสะกิดแม่ฝู่ทันที "แม่คะ! มันมาจริงด้วย!"แม่ฝู่ถลึงตาใส่ "แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้แกเป็นบ้าอะไรถึงได้เชิญหล่อนมา ตัวเสนียดแท้ ๆ !"บนโต๊ะจัดเลี้ยงมีของว่างวางเรียงรายอยู่มากมาย แต่ซูย่างไม่มีกะจิตกะใจจะมองสิ่งอื่นใด ระหว่างกำลังเดินหาคนอยู่นั้น ก็ถูกฝู่เฉินซีผู้ยืนอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 204

    เขาจำไม่ได้จริง ๆ ว่าชุดแต่งงานที่ซูย่างสวมใส่หลังจากนั้นมีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร และก็จำไม่ได้อีกเช่นกันว่ามันงดงามแค่ไหน เขาจำได้เพียงยามเธอเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้น พวงแก้มก็แดงระเรื่อ ทั้งดูเขินอายและน่ารักเหลือเกินหัวใจเขาบีบรัดรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อได้สติกลับคืน ก็พบว่ากู้อวี่หนิงกำลังมองมาด้วยความสงสัย "เฉินซีคะ?"ฝู่เฉินซีรีบแค่นยิ้มตอบว่า "สวยมากครับ"ช่วงกลางดึก ซูย่างเพิ่งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก็มีสายเรียกเข้าจากอีกฟากฝั่งของมหาสมุทร เป็นสายจากหลินจิ่น"รุ่นพี่เหรอคะ?" เธอรู้สึกประหลาดใจ ขณะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาและเปิดโทรทัศน์ ซึ่งกำลังมีรายการข่าวรอบดึก"คุณซู รุ่นพี่ฉันจะกลับประเทศพรุ่งนี้ ฉันคุยเรื่องคุณกับเขาแล้ว รวมถึงเล่าสถานการณ์ของหรงอินให้เขาฟังคร่าว ๆ แล้วด้วย ถึงตอนนั้นคุณก็ติดต่อไปหาเขาได้เลยนะ" เสียงของหลินจิ่นนั้นอ่อนโยนแต่ก็แฝงด้วยความหนักแน่นในโทรทัศน์กำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับการแต่งงานของฝู่เฉินซีกับกู้อวี่หนิง "ตามรายงานข่าว ดร.ซ่งเจ๋อ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากประเทศเอ็ม จะเดินทางกลับประเทศเร็ว ๆ นี้ และจะเข้าร่วมพิธีวิวาห์ในครั้งนี้ด้วย..."ซูย่าง

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 203

    เช้าวันนี้ บังเกิดข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการสื่อ เรื่องราวการแต่งงานครั้งใหม่หลังหย่าร้างของฝู่เฉินซีได้แพร่สะพัดออกไปแล้วนับแต่เช้ามืดจนถึงตอนนี้ กระแสความสนใจของผู้คนก็ยังคงพุ่งกระฉูด ตอนที่ซูย่างเห็นข่าวนี้ เธอก็มาถึงห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเอแล้วเธอเพียงกวาดตามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หญิงสาวคนหนึ่งก็พลันก้าวเข้ามาในห้องให้คำปรึกษาของเธอพอดีเป็นกู้อวี่หนิง!"คุณกู้คะ ห้องให้คำปรึกษาของเราเปิดให้บริการเฉพาะคนในมหาวิทยาลัยเท่านั้นค่ะ" ซูย่างพูดด้วยเสียงเย็นชากู้อวี่หนิงยิ้มหวาน "คุณซู อย่าตั้งแง่รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยค่ะ ที่ฉันมาครั้งนี้ก็เพื่อจัดการเรื่องพักการเรียนให้หยาฮุ่ยต่างหาก""ถ้ามาทำเรื่องพักการเรียน ก็เดินออกจากประตูนี้ไปแล้วเลี้ยวขวานะคะ ตึกที่สองจะเป็นฝ่ายธุรการค่ะ พอดีฉันต้องทำงานแล้ว" ซูย่างกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดข้าวของ ไม่สนใจกู้อวี่หนิงอีก"คุณซูคะ เรื่องพักการเรียนฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ที่แวะมาหาคุณ ก็แค่อยากจะมอบของสิ่งหนึ่งให้เท่านั้น" กู้อวี่หนิงหยิบการ์ดเชิญสีแดงเข้มใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ก่อนวางลงบนโต๊

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 202

    หรงอินพูดด้วยความโกรธแค้นว่า “คนตระกูลฝู่นี่น่ารังเกียจจริง ๆ ! ต้องเป็นฝีมือฝู่เฉินซีกับแม่เขาแน่”“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ยังไงก็ต้องรบกวนคุณหรงแล้วละ” เธอหันไปยิ้มให้หรงอวี้พอเห็นว่าเธออารมณ์ดีขึ้นแล้ว หรงอินก็รีบชี้ไปที่กล่องบนโต๊ะก่อนพูดว่า “พี่ซูย่าง พี่ดูนี่เร็ว!”หรงอวี้พยักหน้าให้เธอเช่นกัน กล่องใบนั้นดูมีความคลาสสิกอยู่ในตัวหญิงสาวเปิดกล่องออกดู ด้านในกลับกลายเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง“นี่คือสร้อยที่พี่เขาประมูลได้จากในงานเลยนะคะ สวยใช่ไหมละ มันชื่อว่าดวงใจภูเขาไฟ ไม่เคยเห็นเพชรสีแดงเม็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยเนอะ!”จุดเด่นของสร้อยเส้นนี้นอกจากเพชรสีแดงแล้ว ก็ยังอยู่ที่การออกแบบ ซึ่งเป็นผลงานของเฟย์แมน ปรมาจารย์ด้านอัญมณีชั้นนำผู้ล่วงลับผู้ที่เคยครอบครองคนก่อนคือเจ้าพ่อวงการการเงิน นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะมาอยู่ที่งานประมูลในเมืองหนานเฉิงเช่นนี้“สวยจังเลย”“พี่คะ รีบสวมให้พี่ซูย่างสิ” หรงอินร้องเตือนหรงอวี้หยิบสร้อยคอขึ้นมา ก่อนรวบผมของซูย่างขึ้นด้วยความอ่อนโยน จากนั้นจึงบรรจงสวมใส่ให้เธอ สร้อยเพชรสีแดงที่รายล้อมไปด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆ นั้นช่วยขับเน้นให้ไหปลาร้าของเธอดูขาวผ่อง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status