แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: ลมใต้รู้ใจ
ขนตาของซูย่างสั่นไหวเล็กน้อย

ถ้าเมื่อก่อนเธอไม่ได้คบกับฝู่เฉินซี ป่านนี้ก็คงได้เป็นนักจิตบำบัดไปแล้วจริง ๆ เพียงแต่พอเวลาผ่านไปหลายปี แม้ว่าในสายงานเธอจะไม่ได้มีความบกพร่องใด ๆ แต่เธอจะสามารถกลับไปทำอาชีพที่ถนัดได้อีกครั้งจริงเหรอ?

ศาสตราจารย์เวินก็สังเกตเห็นความลังเลในใจของเธอ จึงพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องรีบหรอก แต่ถ้าเธอมีความตั้งใจจริง อาจารย์ก็ยินดีที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว”

“ขอบคุณค่ะ ศาสตราจารย์”

หัวใจของซูย่างอบอุ่นขึ้นมา

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่มีเวลาไปเยี่ยมศาสตราจารย์ คิดไม่ถึงว่าศาสตราจารย์เวินยังคงห่วงใยศิษย์คนนี้อยู่

ซูย่างเอ่ยถามอาการป่วยของศาสตราจารย์เวินด้วยความห่วงใย ทั้งยังนั่งพูดคุยกับท่านอยู่นาน ศาสตราจารย์เวินถึงกับเชิญให้เธออยู่ร่วมทานอาหารด้วยอย่างอบอุ่น

จนกระทั่งบ่าย ซูย่างถึงได้ออกจากบ้านตระกูลเวิน

เพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องออกล่าสัตว์ ซูย่างจึงตั้งใจหยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่เตรียมไว้แล้วออกมา

วันถัดมา หลินลู่ซีขับรถไปรับซูหย่าง พอขับมาถึงเขาหมิง ทั้งสองก็มาถึงค่อนข้างเร็ว เห็นเพียงไม่กี่ใบหน้าที่ไม่คุ้นตา ไหนจะเพราะการล่าครั้งนี้จัดโดยตระกูลหรง ทำให้มีคนหลากหลายปะปนกันไป ซูย่างจึงไม่ค่อยมีอารมณ์ทักทายใครนัก เดินตรงเข้าไปในตัวบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเลือกปืนล่าสัตว์ทันที

พอเธอออกมา ก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยพอดี

พี่ฝู่ พี่อวี่หนิง พวกพี่มาได้ยังไง? พวกพี่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เหรอ?

“อวี่หนิงบอกว่าของป่าที่นี่รสชาติดี ออกมาเดินเล่นพอดี ๆ

หัวใจของซูย่างสะดุดวูบ ผลักประตูเดินออกไป เห็นเพียงเพื่อนสนิทของฝู่เฉินซีกำลังทักทายทั้งสองคนด้วยท่าทีอบอุ่น

พอเห็นเธอออกมา ชายคนนั้นก็อุทานอย่างแปลกใจว่า “พี่สะใภ้... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่เหมือนกันล่ะ?”

พูดจบ เขาก็แอบรู้สึกเสียใจ พลางเหลือบมองสีหน้าของฝู่เฉินซี

ซูย่างรวบผมขึ้น หน้าตาเปลือยเปล่าไร้เครื่องสำอาง แว่นตาถูกถอดออกแล้วเปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์ บนร่างสวมชุดล่าสัตว์ลายพราง เรียบง่ายคล่องตัว แต่กลับดูสง่างามเท่ห์อย่างยิ่ง

ฝู่เฉินซีไม่เคยเห็นเธอในลักษณะนี้มาก่อน เขาขมวดคิ้วทันทีแล้วพูดว่า “ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”

หลินลู่ซีที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว มองฝู่เฉินซีด้วยสายตาไม่พอใจ พลางเม้มปากพูดว่า “ทำไมล่ะ อนุญาตแต่คุณพากิ๊กไปเที่ยวเล่นได้ แต่ห้ามให้ย่างย่างออกมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างรึไง!”

“คุณหลิน เฉินซีไม่ได้หมายความแบบนั้น เพียงแต่เฉินซีกับคุณซูหย่ากันแล้ว คุณหนูซูไม่ถนัดการล่าสัตว์ แต่กลับตั้งใจมาที่เขาหมิงเพื่อคอยจับตามองเฉินซี แบบนี้ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก”

ทันทีที่กู้อวี่หนิงพูดจบ ไม่เพียงแต่ในแววตาของฝู่เฉินซีจะมีแววรังเกียจเพิ่มขึ้น แม้แต่รอบข้างก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา โดยส่วนใหญ่ต่างก็คิดว่าซูย่างเป็นฝ่ายตื๊อไม่เลิก ตามฝู่เฉินซีมาถึงเขาหมิงซานเอง

รอบด้านล้วนเป็นคนตระกูลใหญ่ ที่ต่างก็รู้อะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับเรื่องของฝู่เฉินซีกับซูย่างอยู่บ้าง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฝู่เฉินซีไม่เคยพาซูย่างออกงานเลย เท่ากับว่าไม่เคยยอมรับสถานะความเป็นภรรยาของตน และตอนนี้ทั้งคู่ก็หย่ากันแล้ว แต่ซูย่างยังตามตื๊อไม่เลิก แบบนี้ก็ช่างไม่รู้จักอายอยู่บ้างเลย

หลินลู่ซีฟังแล้วถึงกับโมโหจัด รีบจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องกับกู้อวี่หนิงพลางตะโกนด่าออกมา “แม่งเอ๊ย……”

ซูย่างรีบคว้าแขนเสื้อของหลินลู่ซีไว้ห้ามไม่ให้พุ่งเข้าไป ก่อนจะหันไปยิ้มให้กู้อวี่หนิงและฝู่เฉินซีพลางพูดว่า “ขอโทษนะคะ พวกคุณคิดมากไปเองแล้ว ฉันตั้งใจมาล่าสัตว์จริง ๆ …”

เธอขึ้นลำปืนล่าสัตว์อย่างคล่องแคล่ว เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า “ฉันไม่เพียงแค่ยิงสัตว์ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นนักล่าที่ชำนาญอีกด้วย คุณฝู่ คุณกู้ ถ้าไม่เชื่อ จะลองดูก็ได้…”

พอพูดจบ อยู่ ๆ ผู้คนรอบข้างก็พากันเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงฝีเท้าเบา ๆ เท่านั้น แล้วก็เห็นหรงอวี้ ที่เพิ่งมาถึงสนามล่าสัตว์ เดินยิ้มมองมาที่เธอ พร้อมก้าวตรงเข้ามา

เขาหยิบปืนล่าสัตว์รุ่นใหม่ที่เจ้าหน้าที่ด้านหลังเตรียมไว้ แล้วยื่นให้ซูย่างพร้อมพูดว่า “ปืนรุ่นใหม่ล่าสุดครับ ผมจะรอดูฝีมือของคุณซู…”

ดวงตาสีดำของเขาลึกซึ้งชวนหลงใหล รอยยิ้มตรงมุมปากเต็มไปด้วยความหมายแฝง แต่ออกจะยั่วยวนและล่อลวงใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
วิภาวรรณ เหรียญทอง
ชอบแนวนี้มากค่ะขอบคุนนะค่ะสู้ไปค่ะ
goodnovel comment avatar
วรรณา เสาระวะ
อ่านแล้วสนุกดี
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 425

    หรงอวี้ฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัย บนหน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดซึม“หรงอวี้!” เธอร้องเรียกชื่อหรงอวี้อย่างหมดเรี่ยวแรงกระจกหน้าต่างรถคาเยนแตกละเอียด แถมประตูรถก็ยุบตัวลึกลงไปเป็นวงกว้างถุงลมนิรภัยในรถของหรงอวี้พองตัวออก อัดร่างเขาติดอยู่ภายในห้องโดยสาร“หรงอวี้! รีบตื่นสิ!”ภายใต้เสียงตะโกนเรียกนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด หรงอวี้ก็ลืมตาขึ้น เขาขยับตัวเล็กน้อยการขยับตัวขณะถูกอัดด้วยถุงลมนิรภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าวบริเวณต้นขาเหลือเกินเขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ย่างย่าง ผมไม่เป็นไร แล้วคุณล่ะ?”ตอนนี้ ซูย่างหลงลืมเรื่องราวที่ผ่านมาหมดสิ้น ดวงตาของเธอแดงเรื่อขณะจ้องมองหรงอวี้ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณจะออกมายังไง?”“โทรขอความช่วยเหลือหรือยัง?” หรงอวี้ถามเมื่อซูย่างหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก็พบว่าไม่มีสัญญาณ จึงโทรขอความช่วยเหลือไม่ได้“ไม่มีสัญญาณเลยค่ะ” เมื่อครู่ตอนอยู่บนสะพาน สัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็ขาด ๆ หาย ๆ อยู่แล้วรถยนต์ที่ขับไล่ล่าเธอนั้น คันหนึ่งร่วงตกเหวไปแล้ว ส่วนอีกคันก็ถูกชนจนพลิกคว่ำ ในรถสองคันนี้คงต้องติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณเอาไว้แน่ซูย่างมองไ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 424

    ซูย่างขับรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มอัตรา ส่วนด้านหลังก็ยังมีรถสีดำสองคันขับตามมาติด ๆเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด เธออยากรับสายใจจะขาด แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นจนน่าขนลุกตลอดทางมีแต่ฝุ่นควันฟุ้งตลบ รถคันหลังยังคงพุ่งชนรถของเธออย่างไม่คิดชีวิต คล้ายกับพร้อมจะตกตายไปตามกัน เธอมั่นใจว่าคนที่โทรหาเธอขณะนี้จะต้องเป็นหรงอวี้แน่ เมื่อกี้พอได้ยินเธอบอกไปแบบนั้น หรงอวี้คงร้อนใจไม่ใช่น้อยแต่รถยนต์คันหลังก็ยังคงไล่ล่าไม่ลดละ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เธอไม่อาจชะล่าใจได้เลยแม้แต่นิดเดียวเพียงแต่เธอประเมินความดื้อรั้นของคนพวกนั้นต่ำเกินไป เมื่อมาถึงบริเวณหัวโค้งแห่งหนึ่ง สติของซูย่างก็เริ่มเลื่อนลอย ความคิดความอ่านสับสน เธอขบกรามกรอด บังคับตัวเองให้ตั้งสติอีกครั้งถนนบนภูเขาทั้งคดเคี้ยว คับแคบและสูงชัน หากไม่ทันระวังก็อาจตกถนน และถ้ารถพลิกคว่ำตกลงไป นั่นก็หมายถึงความตายอย่างไม่ต้องสงสัยท้องฟ้ามืดแล้ว ถนนบนภูเขาที่ไร้ซึ่งเสาไฟฟ้ายิ่งทวีความอันตราย รถคันหลังเปิดไฟสูงสาดส่องมาโดยตรง พร้อมทั้งกะพริบไฟเป็นร

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 423

    ฝู่หยาฮุ่ยคิดไม่ถึงว่าคนเป็นแม่จะพูดเช่นนี้ จึงถอนหายใจด้วยความจนปัญญา แม่ฝู่มองออกว่าลูกสาวตัดสินใจแน่วแน่ แต่ในท้องของกู้อวี่หนิงก็คือทายาทตระกูลฝู่ หากกู้อวี่หนิงติดคุกขึ้นมาจริง ๆ เด็กน้อยก็ต้องเกิดมาพร้อมตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิตทันใดนั้น แม่ฝู่ก็มองฝู่หยาฮุ่ยก่อนคุกเข่าลงหัวใจของฝู่หยาฮุ่ยกระตุกวูบ เธอไม่อยากเห็นแม่ฝู่ต้องยอมทำถึงขั้นนี้เพื่อเด็กคนหนึ่งเลยจริง ๆ“แม่คะ หนูยอมแล้ว!” เธอกัดฟันกรอดพูดออกไปตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองยินดีสละได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อเห็นแม่ฝู่คุกเข่าลงตรงหน้า เธอก็ยังไม่อาจควบคุมตัวเองได้อยู่ดีหลังงานเทศกาลโคมไฟจบลง ซูย่างก็รู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ ซึ่งเมื่อก่อนเธอไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เธอเพียงไม่รู้ว่าควรจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับหรงอวี้อย่างไร ความเย็นชาในอดีตราวกับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่หลังงานเทศกาลโคมไฟ มันคืออารมณ์ที่สลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างความอยากถอยห่างกับความกระตือรือร้นซูย่างขับรถไปบนสะพานข้ามเมือง ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองหนานเฉิงกับเกาะซงอู้ด้วยความที่เกาะซงอู้ถูกทิ้งร้างมานาน สะพานข้ามเมืองแ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 422

    แม่ฝู่พลันชี้หน้าคำรามใส่ซูย่างทันที "นังแพศยา! นี่แกตั้งใจแกล้งกันชัด ๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอวี่หนิงเองก็เป็นเหยื่อ เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนังผู้หญิงที่ชื่อเวินจ่านคนนั้น! ทำไมถึงไม่ไปแจ้งความจับหล่อนล่ะ? หรือว่าแกเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น?"ซูย่างแค่นหัวเราะ "คุณไม่รู้หรือไงคะว่าคนที่ปล่อยหลักฐานมัดตัวกู้อวี่หนิงจนดิ้นไม่หลุดน่ะก็คือเวินจ่าน? จะว่าไปตัวการใหญ่ในเรื่องนี้ก็คือเวินจ่านไม่ใช่เหรอ? คุณนายฝู่เอาแต่วิ่งโร่มาหาฉัน แต่กลับไม่ไปหาหล่อน หรือเป็นเพราะเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเหมือนกันล่ะคะ?""นี่แก!" แม่ฝู่โกรธจัดจนหน้าซีด ซูย่างไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้จับผิดต่อ จึงจ้องมองแม่ฝู่ด้วยความเย็นชาห่างเหิน "เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ"แม่ฝู่ทิ้งท้ายไว้อีกประโยคหนึ่งก่อนไปว่า "แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"ภายในโรงพยาบาลจิตเวช ฝู่หยาฮุ่ยเพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จ เธออยู่ที่นี่มาหลายวันจนเริ่มเกิดความคุ้นชิน และตั้งแต่ที่แม่ฝู่เที่ยวมาเซ้าซี้ให้เธอยอมรับผิดแทนคนอื่น ฝู่หยาฮุ่ยก็เลิกหวังที่จะได้ออกไปจากที่นี่แล้วเธอถึงขั้นเริ่มกลัวว่าจะมีใครมาเยี่ยม เพราะไม่อยากได้ย

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 421

    ซูย่างรับแบบทดสอบมาดู และหยิบปากกาหมึกแดงขึ้นมาตรวจแก้ด้วยความตั้งใจไม่นาน เธอก็นำแบบทดสอบอีกชุดมาวางลงตรงหน้าหรงอวี้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เดี๋ยวคุณตอบคำถามฉันพร้อมกับทำแบบทดสอบชุดนี้ไปด้วยนะคะ หนึ่งคำถามต่อหนึ่งข้อ”ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบนาฬิกาจับเวลาขึ้นมาถือถึงหรงอวี้จะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยังพยักหน้าตอบรับด้วยความมึนงงซูย่างมองดูเขาก้มหน้าลงมือทำอย่างตั้งใจ แบบทดสอบชุดนี้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ระดับสูงทั่วไป แม้ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่ก็ต้องอาศัยความรอบคอบและระมัดระวัง หากเหม่อลอยเพียงนิดก็อาจตอบผิดได้ทันทีเธอถามว่า “เมื่อสามปีก่อน คุณมีแฟนไหม?”ปลายปากกาของหรงอวี้สั่นไหว นึกไม่ถึงเลยว่าพอเริ่มมาก็... เข้าประเด็นทันทีเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบ “มีครับ”ซูย่างมองเขาทำโจทย์ข้อแรกเสร็จ ก็กดนาฬิกาจับเวลาเพื่อบันทึกเวลาไว้เมื่อหรงอวี้เริ่มลงมือทำโจทย์ข้อที่สอง ซูย่างก็ถามต่อ “บอกฉันหน่อยสิ แฟนของคุณคือเวินจ่านใช่ไหม?”“ไม่ใช่!” เขาตอบกลับด้วยความหนักแน่น“งั้นคุณรู้จักฉันหรือเปล่า?” เธอถามขึ้นอีกครั้งหรงอวี้เขียนตัวหนังสือลงไปบรรทัดหนึ่ง “ไม่ทำแล้วครับ”เขาค่อย ๆ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 420

    สีหน้าเธอผ่อนคลายลง ขณะมองฝู่เฉินซีด้วยความเคร่งขรึมพลางกล่าว “ถึงฉันจะรวบรวมหลักฐานเอาผิดเมียคุณได้แล้วจริง ๆ แต่ฉันยังไม่ทันได้ส่งให้ตำรวจ เมียคุณก็ถูกจับไปซะก่อน”กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กู้อวี่หนิงถูกจับกุมในครั้งนี้ฝู่เฉินซีเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหมายความว่าคนที่ไปแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่ซูย่างงั้นเหรอ? แล้วมันจะเป็นใครไปได้ล่ะ?“แต่นอกจากคุณที่มีเหตุผลให้แจ้งความแล้ว คนอื่นก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมายุ่งเรื่องชาวบ้านสักหน่อย” ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่นซูย่างหัวเราะหยัน “ฝู่เฉินซี อย่าลืมสิว่ากู้อวี่หนิงยังมีศัตรูคนอื่นอยู่อีกนะ เช่น คุณหนูเวินจ่านที่คิดใช้เมียคุณเป็นแพะรับบาปนั่นไง”ฝู่เฉินซีพลันเข้าใจขึ้นมาในทันใด ใช่แล้ว! ยังมีเวินจ่านอีกคน! เขาหวนนึกถึงคำพูดของกู้อวี่หนิง เวินจ่านคงกลัวว่าอีกไม่นานซูย่างต้องสืบสาวมาถึงตัวแน่ จึงได้พยายามหาวิธีทำให้กู้อวี่หนิงกลายเป็นแพะรับบาปแบบนี้ฝู่เฉินซีทอดถอนใจ ก่อนพูดกับซูย่างด้วยความรู้สึกผิด “ซูย่าง เรื่องก่อนหน้านี้กู้อวี่หนิงทำไม่ถูกจริง ๆ ฝ่ายหยาฮุ่ยเองก็ผิดต่อคุณมาก แต่ตอนนี้หยาฮุ่ยเข้าไปอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 322

    หรงอวี้ขมวดคิ้ว "ใครเป็นคนบอกเรื่องพวกนี้กับคุณ?""นอกจากหวานใจวัยเด็กของคุณแล้ว ยังจะมีใครได้อีกล่ะ?" ซูย่างแค่นหัวเราะเย็นชา"ย่างย่าง นั่นมันเรื่องโกหกทั้งนั้น คุณน่าจะเข้าใจความรู้สึกของผมดีนะ"ดวงตาของซูย่างมีน้ำตาเอ่อคลอ "ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้ คำพูดพวกนี้คุณเคยพูดกับเวินจ่านบ้างหรือเปล่า? หรือว่

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 328

    หลังหรงอวี้ทานอาหารเสร็จและกลับมาถึงบ้าน เขาก็พบว่าหรงอินเองก็กำลังถือการ์ดเชิญใบหนึ่งด้วยท่าทางตื่นเต้นเช่นกัน ทันทีที่เห็นเขาเธอก็เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น “พี่คะ พี่ว่าฉันควรจะส่งของขวัญอะไรให้พี่ซูย่างดี? ดูเหมือนพี่เขาจะไม่ขาดเหลืออะไรเลยนะ” หรงอวี้ได้แต่ยิ้มขมขื่นแล้วเดินเข้าห้องทำงานไปเพื่อเคล

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 302

    แม่ฝู่ขอบตาแดงก่ำ ดึงฝู่หยาฮุ่ยเข้ามากอดในอ้อมอก พลางพูดด้วยความปวดใจ "หยาฮุ่ย ทั้งหมดเป็นเพราะแม่ไม่ดีเอง ถึงปล่อยให้นังแพศยานั่นรังแกลูกมาตลอด! ไม่รู้ตระกูลเราไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ไปยุ่งกับตัวหายนะอย่างนังซูย่างมันแบบนี้!"ฝู่เฉินซีหัวเราะด้วยความโมโห "แม่ครับ ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะซูย่าง ป

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 294

    กลิ่นเหล้าคลุ้งเชียว เขาดื่มมาสินะเมื่อเธอช่วยประคองไปนั่งบนโซฟา มือของหรงอวี้ก็คว้าหมับเข้าที่แขนของซูย่าง ขณะปากพึมพำเรียกหา "ย่างย่าง...""คุณมาทำอะไรที่เซนต์น็อก? แล้วนี่มาหาฉันทำไม?" เธอถามสิ่งที่รู้ดีว่าคงไม่มีการตอบรับหรงอวี้ขมวดคิ้วมุ่น คล้ายกำลังฝันร้าย เอาแต่เรียกชื่อเธอไม่หยุดปาก"อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status