Share

บทที่ 6

Author: ลมใต้รู้ใจ
คุณปู่ฝู่วางถ้วยชาลงอย่างแรง แววตาลึกซึ้งปนเศร้า “เธอแต่งเข้ามาในบ้าน แม่ของแกกลับทำตัวเย็นชาไม่เห็นใจ เวลาป่วยหรือไม่สบาย มีครั้งไหนบ้างที่ไม่ใช่เธอเป็นคนไปหาหมอให้ หยาฮุ่ยชอบอะไร อยากได้อะไร มีครั้งไหนบ้างที่ไม่กลายเป็นเธอต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ มีครั้งไหนบ้างที่แกกลับบ้านดึก แล้วไม่ใช่เธอที่คอยรอแก คอยทำอาหารไว้ให้แกกิน ตอนที่แกเป็นโรคกระเพาะเพราะกู้อี่หนิง ก็เป็นเธอนั่นแหละที่ต้มซุปให้ จนมือโดนน้ำร้อนลวกแดงไปทั้งแถบ”

เขาถอนหายใจ แล้วพูดว่า “ตอนที่พ่อเธอเสียไป ต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน เธอก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ อาซี…ย่างย่างทำเพื่อแกมามากมายเหลือเกิน ให้เท่าไหร่ก็ไม่เคยปฏิเสธ แต่กู้อวี่หนิงแค่ตักน้ำซุปให้แกหนึ่งชาม แกก็กลับรู้สึกซาบซึ้งกินใจแล้วเหรอ?”

ฝู่เฉินซีฟังแล้ว มือค่อย ๆ กำแน่น ความหม่นมืดในดวงตาเอ่อพลุ่งพล่านราวกับหมึกดำที่กำลังปั่นป่วน

ซูย่างไม่รู้เลยว่าคุณปู่พูดอะไรออกมาบ้าง เธอได้หลับสนิทอย่างที่หาได้ยาก

เช้าวันถัดมา เวลาแปดโมงครึ่ง เธอโทรหาฝูเฉินซีเพื่อปรึกษาเรื่องการไปรับใบสมรส

“คุณฝู่ ถ้าสะดวก ตอนเก้าโมงรบกวนมาที่สำนักงานทะเบียนนะคะ ฉันกำลังรอคุณอยู่ที่หน้าประตู”

ฝู่เฉินซีกำโทรศัพท์ไว้ในมือ พูดเสียงเรียบว่า “เดี๋ยวฉันมีประชุม ไม่มีเวลา รอสักสองสามวันค่อยว่ากันเถอะ”

พูดจบ เขาก็ตัดสายโทรศัพท์ทันที

ซูย่างชะงักไปเล็กน้อย ถ้าจำไม่ผิด เมื่อวานเธอยังอุตส่าห์เตือนฝู่เฉินซีเอาไว้แล้ว

คนสำคัญย่อมงานรัดตัว ซูย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้โทรกลับไป เพียงรอให้อีกสองสามวันให้ท่านผู้ยุ่งท่านนี้สะสางงานเสร็จแล้วค่อยว่ากัน

ระหว่างเดินกลับ พอนึกถึงเรื่องที่หลินลู่ซีเอ่ยถึงศาสตราจารย์เวินเมื่อวาน ซูย่างจึงโทรศัพท์ไปตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมศาสตราจารย์

พอไปถึงบ้านตระกูลเวิน คนรับใช้ก็พาซูย่างไปที่ห้องหนังสือ

ซูย่างยังไม่ทันก้าวเข้าไป ก็ได้ยินเสียงศาสตราจารย์เวินดังขึ้นว่า “อาอวี้ เรื่องน้องสาวของนาย ฉันหมดปัญญาแล้ว การบำบัดทางจิตใจนั้นใช้เวลายาวนาน ที่สำคัญที่สุดคือห้ามล้มเลิกกลางคัน แต่สุขภาพของฉันตอนนี้เกรงว่าจะกระทบต่อการรักษา”

ซูย่างชะงักไป ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยตามมา “สุขภาพของท่านสำคัญที่สุด หากมีผู้ที่เหมาะสม รบกวนท่านช่วยแนะนำให้ผมด้วย”

ศาสตราจารย์เวินเพิ่งพยักหน้า คนรับใช้ก็เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา “คุณท่าน คุณซูมาแล้วค่ะ”

ศาสตราจารย์เวินพูดยด้วยความดีใจว่า “ซูย่าง รีบเข้ามาสิ”

ซูย่างเงยหน้าขึ้น แล้วจึงได้เห็นชัด ๆ ว่าผู้ชายที่พูดเมื่อครู่มีหน้าตาเป็นเช่นไร

เจ็ดส่วนหล่อเหลาราวปีศาจ สามส่วนอ่อนโยนนุ่มนวล

ใบหน้าของเขาช่างโดดเด่นสะดุดตาเหลือเกิน

โครงหน้าคมชัด อวัยวะบนใบหน้าได้สัดส่วนงดงาม ดวงตาสีเข้มลึกล้ำแฝงด้วยความเย็นชาและเฉยเมย ร่างพิงอยู่ในเงามืด ออร่าชัดเจนว่าอันตราย แต่กลับสงบนิ่งและถ่อมตนราวกับงานศิลป์ชิ้นหนึ่ง

เมื่อได้ยินว่ามีคนมา ชายหนุ่มก็เพียงเอ่ยลาศาสตราจารย์เวินอย่างสงบว่า “งั้นวันหลังผมจะหาโอกาสมาเยี่ยมใหม่นะครับ”

หัวใจของซูย่างสะดุ้งวูบ แต่ในใจก็พอจะเดาออกแล้วว่าชายคนนั้นเป็นใคร

ไม่เกินความคาดหมายของเธอ ก็ได้ยินศาสตราจารย์เวินเอ่ยด้วยความทอดถอนใจว่า “ตระกูลหรงเองก็ไม่ง่ายเลย หากเด็กสาวคนนั้นยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่า…”

เป็นไปตามคาด

หรงอวี้ คุณชายสามตระกูลหรง ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง

ตระกูลหรงในฐานะตระกูลอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเมืองหนานเฉิง ตลอดหลายปีที่ผ่านมายิ่งทรงอิทธิพลไม่อาจต้านทานได้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานของประธานบริษัทหรงซื่อกรุ๊ป หรงอวี้

ยิ่งไปกว่านั้น ตามข่าวลือเล่ากันว่าหรงอวี้มีรูปลักษณ์งดงามเกินใคร แต่การกระทำกลับเด็ดขาดเฉียบขาด อีกทั้งยังวางตัวเรียบง่ายลึกลับ ทำให้หลายคนต่างใฝ่ฝันอยากเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาสักครั้ง

ซูย่างไม่คิดเลยว่าจะมาพบหรงอวี้ที่บ้านศาสตราจารย์ นึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่หลินลู่ซีกล่าวถึงเรื่องการล่าพรุ่งนี้ ว่าหรงอวี้ก็จะไปด้วย

ซูย่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย เพราะดูแค่รูปลักษณ์แล้ว หรงอวี้ช่างไม่เหมือนผู้ชายที่น่าจะชื่นชอบกิจกรรมทำนองนี้เลย

ด้านข้าง ศาสตราจารย์เวินเมื่อได้ยินเรื่องที่เธอหย่า ก็อดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้

เมื่อครั้งซูย่างยังเรียนมหาวิทยาลัย เธอเป็นศิษย์คนโปรดของเขา ต่อมาได้ยินว่าเธอแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะผู้ชายคนหนึ่ง ทำจนหยุดก้าวหน้าในสายวิชาจิตวิทยา ซึ่งในใจเขานั้นรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง

ตอนนี้ซูย่างหย่าขาดแล้ว แต่กลับไม่แสดงท่าทีหดหู่หรือหมดหวังให้เห็นเลย ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอยู่ในใจ

“เมื่อครั้งนั้น เธอคือหนึ่งในนักศึกษาที่เก่งกาจที่สุดของภาควิชาจิตวิทยา หากไม่สะดุดกลางคัน บางทีตอนนี้เธอคงสร้างผลงานในแวดวงจิตวิทยาไปแล้วก็ได้ ตอนนี้พอมีเวลาว่างขึ้น เธอเคยคิดบ้างไหมว่าจะลองทำงานด้านจิตวิทยาอีกสักครั้ง?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 387

    ความทรงจำพรั่งพรูท่วมท้นจิตใจ ความเจ็บปวดรุกเร้าเข้ามาประหนึ่งกำลังสาวเส้นไหมออกจากรัง ซูย่างคิดว่าชั่วชีวิตนี้เพียงเปิดประตูห้องนอนใหญ่ ก็จะจมดิ่งลงไปในห้วงเวลาแห่งอดีต เธอจึงปิดประตูห้องแน่น ราวจะกักขังความเจ็บปวดเอาไว้ที่หลังประตูบานนั้นซูย่างกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง ครั้งก่อนเธอบังเอิญเจอรูปถ่ายใบนั้นในหนังสือเล่มหนึ่ง จึงรื้อค้นหนังสือทุกเล่มบนชั้นวาง แต่ก็ไม่พบรูปถ่ายใบที่สองซูย่างเปิดกล่องเครื่องประดับที่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า กล่องนี้เป็นของขวัญที่พ่อกับแม่เคยให้ ข้างในยังมีเครื่องประดับที่แม่ทิ้งไว้เมื่อเปิดออกดู นอกจากกำไลหยกโบราณเหล่านั้นแล้ว เธอก็พบสร้อยข้อมือแปลกตาเส้นหนึ่งวางอยู่ที่ชั้นล่างสุดซูย่างหยิบสร้อยข้อมือเส้นนั้นขึ้นมาดู สีบนโลโก้ปั๊มทองสัญลักษณ์แบรนด์คาร์เทียร์หลุดลอกไปแล้วเครื่องประดับที่เป็นงานฝีมือประเภทนี้ จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างดีทุกวันถึงจะคงสภาพสมบูรณ์งดงามได้ดังเดิม แต่สร้อยข้อมือเส้นนี้กลับถูกทิ้งขว้างให้อยู่ในกล่องเครื่องประดับอันเย็นเยียบมานานถึงสามปีเต็มเพียงแต่ว่า เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสร้อยข้อมือเส้นนี้เลยจริง ๆเดี๋ยวก่อ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 386

    แม่ฝู่ตรงเข้ากุมมือเธอทันที "หยาฮุ่ย แม่ขอโทษนะลูก""แม่คะ แม่พูดเรื่องอะไรกันแน่?" ผู้เป็นลูกสาวนึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาชอบกลและก็เป็นไปตามคาด แม่ฝู่พูดเสียงสั่นเครือ "หยาฮุ่ย แม่กับพี่แกผิดต่อแกเหลือเกิน แต่เรื่องที่หมู่บ้านลู่หลิง แกยอมรับผิดเถอะนะ"ฝู่หยาฮุ่ยจ้องมองมารดาด้วยความตื่นตะลึง เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าประโยคนี้จะหลุดออกมาจากปากของคนเป็นแม่"แม่คะ แม่พูดเรื่องอะไร? แม่รู้เรื่องที่หมู่บ้านลู่หลิงแล้วเหรอ? งั้นแม่ก็ควรรู้สิว่าเรื่องนี้หนูไม่ได้เป็นคนทำ! เป็นฝีมือกู้อวี่หนิงต่างหาก หล่อนจงใจใส่ร้ายหนู!" ฝู่หยาฮุ่ยเบิกตากว้างขอบตาของแม่ฝู่แดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริกขณะพูด "หยาฮุ่ย คิดซะว่าแกทำเพื่อตระกูลฝู่แล้วกัน...""หึ เพื่อตระกูลฝู่เหรอคะ? ที่แท้แม่ก็ตั้งใจจะเสียสละหนูสินะ? เป็นเพราะซูย่างใช่ไหม? เพราะนังนั่นใกล้หาหลักฐานเจอแล้ว เพื่อปกป้องกู้อวี่หนิง พวกแม่ถึงได้ยอมเสียสละหนูใช่ไหม?" หยดน้ำตาของฝู่หยาฮุ่ยร่วงเผาะเธอเพิ่งตระหนักได้ในเวลานี้เองว่าตนเองนั้นช่างน่าหัวเราะแค่ไหน หลงนึกว่าตนเป็นลูกที่แม่รักมากที่สุด และท่านก็ต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเธอออกไป แต่ใครจะไปคิด

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 385

    หลังเหตุการณ์ที่สนามม้า เมื่อซูย่างได้รับความช่วยเหลือ เวินจ่านก็ระบายโทสะด้วยการขอซื้อม้าตัวที่ซูย่างขี่ แล้วสั่งให้ถลกหนังมันทั้งเป็นและหลังจบเหตุการณ์ที่หมู่บ้านลู่หลิง เวินจ่านก็จัดการซ้อมคนของตัวเองที่ส่งเข้าไปในบ้านหลังนั้นจนปางตายวิธีการที่อำมหิตผิดมนุษย์เช่นนี้ กู้อวี่หนิงย่อมไม่กล้าทำ!เธอปาดน้ำตา โยนโทรศัพท์มือถือไปอีกทาง คนเดียวที่เธอพึ่งพาได้ในเวลานี้ ก็มีเพียงฝู่เฉินซีเท่านั้นก่อนออกจากบ้าน เธอจงใจทิ้งของสิ่งหนึ่งไว้ให้แม่ฝู่ ป่านนี้อีกฝ่ายน่าจะใกล้เห็นแล้วตระกูลฝู่ แม่ฝู่กำลังทานมื้อค่ำ วันนี้ทั้งวันเธอไม่เห็นหน้ากู้อวี่หนิง เห็นก็แต่เพียงฝู่เฉินซีเดินไปเดินมาเท่านั้น “อวี่หนิงล่ะ? ทำไมวันนี้ไม่เห็นหน้าเลย?”สีหน้าของฝู่เฉินซีดูย่ำแย่ “เธอกลับไปบ้านตระกูลกู้แล้วครับ”แม่ฝู่มองลูกชายด้วยแววตาลุ่มลึก “แกจะปกป้องอวี่หนิงให้ดีใช่ไหม?”เมื่อเห็นลูกชายพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น แม่ฝู่ถึงได้วางใจเมื่อเดินไปที่ห้องรับแขก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะวางของ หลังคลี่ออกดูถึงได้รู้ว่าเป็นผลตรวจครรภ์ของกู้อวี่หนิงด้วยความที่กู้อวี่หนิงจ้างแพทย์ส่

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 384

    ประธานลู่บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ซูย่างฟังโดยละเอียด แม้จะไม่ครบถ้วนทุกถ้อยคำ แต่เนื้อหาใจความส่วนใหญ่เขาก็จำได้แม่นซูย่างรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสนใจไม่น้อย "ประธานลู่กำลังจะบอกว่า ลู่ซือเฉิงลูกชายของคุณชอบพออยู่กับกู้อวี่หนิงงั้นเหรอคะ?"ประธานลู่พยักหน้าด้วยแววตาเคร่งขรึม "เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ เพราะถึงยังไงตอนนี้คุณหนูกู้เธอก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ขืนพูดออกไปก็มีแต่จะขายหน้ากันเปล่า ๆ ""เรื่องนั้นไม่น่าเป็นอะไรมั้งคะ ไม่ทราบว่าประธานลู่ทำเรื่องนี้เพราะเห็นแก่หน้าคุณหนูกู้ หรือว่าเพราะมีเหตุผลอื่นกันแน่?"เธอไม่เชื่อหรอกว่าลำพังกู้อวี่หนิงคนเดียว จะสามารถควบคุมผู้คนทั้งตระกูลลู่ได้อยู่หมัดคนร้ายตัวจริงผู้อยู่เบื้องหลังยังไม่ถูกกระชากหน้ากากออกมาต่างหาก!ในใจเธอมีผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง เพียงแต่ยังคิดไม่ตกว่าตระกูลลู่จะไปมีความเกี่ยวข้องกับเวินจ่านได้อย่างไรประธานลู่หลบสายตา กล่าวเพียงว่า "คุณหนูซู สิ่งที่คุณอยากฟังผมก็บอกไปหมดแล้ว เรื่องที่เหลือไม่เกี่ยวกับผมแล้วนะ"ซูย่างพยักหน้ารับ รู้ดีว่าไม่ควรต้อนคนให้จนตรอกเกินไปเมื่อเดินออกมาจากบริษัทลู่ซื่อ เธอก็หยิบปากกาบันทึกเสีย

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 383

    "เฉินซี... ฉันรู้ว่าคุณยังโกรธเพราะเรื่องนั้น" ดวงตาของกู้อวี่หนิงแดงเรื่อ ขณะมองดูฝู่เฉินซีด้วยแววตาน่าสงสารฝู่เฉินซีเห็นภรรยาเป็นเช่นนี้ ก็ค่อย ๆ ใจอ่อนลง"ขอโทษที ผมแค่...""ฉันเข้าใจค่ะ คุณไม่ต้องพูดอะไรหรอก เฉินซี ที่คุณโทษฉันมันก็ถูกแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะฉันทำเรื่องผิดพลาดลงไป หยาฮุ่ยก็คงไม่ต้องไปอยู่ในที่แบบนั้น"กู้อวี่หนิงโถมตัวเข้าสู่อ้อมอกของฝู่เฉินซี แล้วกอดเขาไว้แน่นฝู่เฉินซีถอนหายใจเบา ๆ ก่อนโอบกอดเธอตอบเช่นกันบริษัทลู่ซื่อบริเวณหน้าประตูใหญ่ หญิงสาวคนหนึ่งในชุดทำงานสไตล์เรียบหรู สวมแว่นกันแดด และสะพายกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดเดินเข้ามา แต่ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเข้าลิฟต์ก็ถูกพนักงานต้อนรับขวางเอาไว้ "คุณคะ ไม่ทราบว่ามาพบใครคะ?"ซูย่างถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าอันหมดจดงดงาม "ฉันมาพบประธานลู่""ขอประทานโทษด้วยค่ะ ไม่ทราบว่านัดไว้หรือเปล่าคะ?"ซูย่างส่ายหน้า "ตอนนี้ลู่ซื่อไม่น่าจะมีอะไรให้ยุ่งแล้วมั้งคะ? บอกประธานลู่ไปว่าคนที่จะขอพบคือซูย่าง เขาต้องยอมให้พบแน่"สีหน้าของพนักงานต้อนรับเปลี่ยนไปทันที เธอรีบโทรศัพท์แจ้งขึ้นไป ผ่านไปไม่กี่นาทีจึงรีบพาซูย่างขึ้นลิฟต์

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 382

    ขณะหลงนึกว่าตนเองได้พบเจอกับคนปกติเข้าแล้วจริง ๆ ผู้ป่วยคนนั้นกลับแย่งส้อมในมือเธอไปหน้าตาเฉย แถมยังพูดกับส้อมคันนั้นด้วยว่า "สหาย ไม่ต้องกลัวนะ ฉันมาช่วยนายแล้ว"ผู้หญิงคนนั้นราวกับถูกผีเข้า เริ่มพูดคุยกับเครื่องครัวทุกชิ้นในโรงอาหาร"คนบ้า!" ฝู่หยาฮุ่ยอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัวผู้ป่วยประเภทนี้พบเห็นได้ทั่วไปในโรงพยาบาลจิตเวช เธอแทบไม่ต้องเสาะหาเลยด้วยซ้ำเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น ทางโรงพยาบาลก็จะเป็นฝ่ายนำอาหารเข้ามาให้เองฝู่หยาฮุ่ยนั่งอยู่บนขอบเตียงอย่างสงบเสงี่ยม ในมือประคองชามข้าวใบหนึ่งขณะพยาบาลเปิดประตูเดินเข้ามา ก็พบว่ามีเงาร่างหนึ่งเดินตามเข้ามาด้วยฝู่หยาฮุ่ยจ้องมองไป ปรากฏว่าเป็นผู้ป่วยที่พบเจอเมื่อตอนบ่ายคนนั้น นึกไม่ถึงเลยว่าจะพักอยู่ชั้นเดียวกันกับเธอ"ออกไปนะ! ออกไปให้พ้น!" ในมือเธอตอนนี้ไม่มีอาวุธอย่างช้อนส้อมอยู่เสียด้วยสิอาหารของโรงพยาบาลนั้นเรียบง่าย เสียแต่ว่าไม่มีอาหารจีน มีแต่มันฝรั่งกับผักใบเขียว ซึ่งผักพวกนี้ก็น่าจะเอาไปทำเป็นอาหารอย่างอื่นได้ไม่ใช่หรือ?ฝู่หยาฮุ่ยเคยถามพยาบาลแล้ว แต่พยาบาลไม่อยากตอบตกดึกก็นอนไม่หลับ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ผู้ป่วยจิตเวชใน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status