Share

บทที่ 6

Penulis: ลมใต้รู้ใจ
คุณปู่ฝู่วางถ้วยชาลงอย่างแรง แววตาลึกซึ้งปนเศร้า “เธอแต่งเข้ามาในบ้าน แม่ของแกกลับทำตัวเย็นชาไม่เห็นใจ เวลาป่วยหรือไม่สบาย มีครั้งไหนบ้างที่ไม่ใช่เธอเป็นคนไปหาหมอให้ หยาฮุ่ยชอบอะไร อยากได้อะไร มีครั้งไหนบ้างที่ไม่กลายเป็นเธอต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ มีครั้งไหนบ้างที่แกกลับบ้านดึก แล้วไม่ใช่เธอที่คอยรอแก คอยทำอาหารไว้ให้แกกิน ตอนที่แกเป็นโรคกระเพาะเพราะกู้อี่หนิง ก็เป็นเธอนั่นแหละที่ต้มซุปให้ จนมือโดนน้ำร้อนลวกแดงไปทั้งแถบ”

เขาถอนหายใจ แล้วพูดว่า “ตอนที่พ่อเธอเสียไป ต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน เธอก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ อาซี…ย่างย่างทำเพื่อแกมามากมายเหลือเกิน ให้เท่าไหร่ก็ไม่เคยปฏิเสธ แต่กู้อวี่หนิงแค่ตักน้ำซุปให้แกหนึ่งชาม แกก็กลับรู้สึกซาบซึ้งกินใจแล้วเหรอ?”

ฝู่เฉินซีฟังแล้ว มือค่อย ๆ กำแน่น ความหม่นมืดในดวงตาเอ่อพลุ่งพล่านราวกับหมึกดำที่กำลังปั่นป่วน

ซูย่างไม่รู้เลยว่าคุณปู่พูดอะไรออกมาบ้าง เธอได้หลับสนิทอย่างที่หาได้ยาก

เช้าวันถัดมา เวลาแปดโมงครึ่ง เธอโทรหาฝูเฉินซีเพื่อปรึกษาเรื่องการไปรับใบสมรส

“คุณฝู่ ถ้าสะดวก ตอนเก้าโมงรบกวนมาที่สำนักงานทะเบียนนะคะ ฉันกำลังรอคุณอยู่ที่หน้าประตู”

ฝู่เฉินซีกำโทรศัพท์ไว้ในมือ พูดเสียงเรียบว่า “เดี๋ยวฉันมีประชุม ไม่มีเวลา รอสักสองสามวันค่อยว่ากันเถอะ”

พูดจบ เขาก็ตัดสายโทรศัพท์ทันที

ซูย่างชะงักไปเล็กน้อย ถ้าจำไม่ผิด เมื่อวานเธอยังอุตส่าห์เตือนฝู่เฉินซีเอาไว้แล้ว

คนสำคัญย่อมงานรัดตัว ซูย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ไม่ได้โทรกลับไป เพียงรอให้อีกสองสามวันให้ท่านผู้ยุ่งท่านนี้สะสางงานเสร็จแล้วค่อยว่ากัน

ระหว่างเดินกลับ พอนึกถึงเรื่องที่หลินลู่ซีเอ่ยถึงศาสตราจารย์เวินเมื่อวาน ซูย่างจึงโทรศัพท์ไปตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมศาสตราจารย์

พอไปถึงบ้านตระกูลเวิน คนรับใช้ก็พาซูย่างไปที่ห้องหนังสือ

ซูย่างยังไม่ทันก้าวเข้าไป ก็ได้ยินเสียงศาสตราจารย์เวินดังขึ้นว่า “อาอวี้ เรื่องน้องสาวของนาย ฉันหมดปัญญาแล้ว การบำบัดทางจิตใจนั้นใช้เวลายาวนาน ที่สำคัญที่สุดคือห้ามล้มเลิกกลางคัน แต่สุขภาพของฉันตอนนี้เกรงว่าจะกระทบต่อการรักษา”

ซูย่างชะงักไป ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยตามมา “สุขภาพของท่านสำคัญที่สุด หากมีผู้ที่เหมาะสม รบกวนท่านช่วยแนะนำให้ผมด้วย”

ศาสตราจารย์เวินเพิ่งพยักหน้า คนรับใช้ก็เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา “คุณท่าน คุณซูมาแล้วค่ะ”

ศาสตราจารย์เวินพูดยด้วยความดีใจว่า “ซูย่าง รีบเข้ามาสิ”

ซูย่างเงยหน้าขึ้น แล้วจึงได้เห็นชัด ๆ ว่าผู้ชายที่พูดเมื่อครู่มีหน้าตาเป็นเช่นไร

เจ็ดส่วนหล่อเหลาราวปีศาจ สามส่วนอ่อนโยนนุ่มนวล

ใบหน้าของเขาช่างโดดเด่นสะดุดตาเหลือเกิน

โครงหน้าคมชัด อวัยวะบนใบหน้าได้สัดส่วนงดงาม ดวงตาสีเข้มลึกล้ำแฝงด้วยความเย็นชาและเฉยเมย ร่างพิงอยู่ในเงามืด ออร่าชัดเจนว่าอันตราย แต่กลับสงบนิ่งและถ่อมตนราวกับงานศิลป์ชิ้นหนึ่ง

เมื่อได้ยินว่ามีคนมา ชายหนุ่มก็เพียงเอ่ยลาศาสตราจารย์เวินอย่างสงบว่า “งั้นวันหลังผมจะหาโอกาสมาเยี่ยมใหม่นะครับ”

หัวใจของซูย่างสะดุ้งวูบ แต่ในใจก็พอจะเดาออกแล้วว่าชายคนนั้นเป็นใคร

ไม่เกินความคาดหมายของเธอ ก็ได้ยินศาสตราจารย์เวินเอ่ยด้วยความทอดถอนใจว่า “ตระกูลหรงเองก็ไม่ง่ายเลย หากเด็กสาวคนนั้นยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่า…”

เป็นไปตามคาด

หรงอวี้ คุณชายสามตระกูลหรง ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง

ตระกูลหรงในฐานะตระกูลอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเมืองหนานเฉิง ตลอดหลายปีที่ผ่านมายิ่งทรงอิทธิพลไม่อาจต้านทานได้ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานของประธานบริษัทหรงซื่อกรุ๊ป หรงอวี้

ยิ่งไปกว่านั้น ตามข่าวลือเล่ากันว่าหรงอวี้มีรูปลักษณ์งดงามเกินใคร แต่การกระทำกลับเด็ดขาดเฉียบขาด อีกทั้งยังวางตัวเรียบง่ายลึกลับ ทำให้หลายคนต่างใฝ่ฝันอยากเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาสักครั้ง

ซูย่างไม่คิดเลยว่าจะมาพบหรงอวี้ที่บ้านศาสตราจารย์ นึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่หลินลู่ซีกล่าวถึงเรื่องการล่าพรุ่งนี้ ว่าหรงอวี้ก็จะไปด้วย

ซูย่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย เพราะดูแค่รูปลักษณ์แล้ว หรงอวี้ช่างไม่เหมือนผู้ชายที่น่าจะชื่นชอบกิจกรรมทำนองนี้เลย

ด้านข้าง ศาสตราจารย์เวินเมื่อได้ยินเรื่องที่เธอหย่า ก็อดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้

เมื่อครั้งซูย่างยังเรียนมหาวิทยาลัย เธอเป็นศิษย์คนโปรดของเขา ต่อมาได้ยินว่าเธอแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะผู้ชายคนหนึ่ง ทำจนหยุดก้าวหน้าในสายวิชาจิตวิทยา ซึ่งในใจเขานั้นรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง

ตอนนี้ซูย่างหย่าขาดแล้ว แต่กลับไม่แสดงท่าทีหดหู่หรือหมดหวังให้เห็นเลย ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอยู่ในใจ

“เมื่อครั้งนั้น เธอคือหนึ่งในนักศึกษาที่เก่งกาจที่สุดของภาควิชาจิตวิทยา หากไม่สะดุดกลางคัน บางทีตอนนี้เธอคงสร้างผลงานในแวดวงจิตวิทยาไปแล้วก็ได้ ตอนนี้พอมีเวลาว่างขึ้น เธอเคยคิดบ้างไหมว่าจะลองทำงานด้านจิตวิทยาอีกสักครั้ง?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
petchara kusumapinan
น่าติดตาม แต่ยาวมาก ไม่รุจะอ่านไหวมั้ย
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 425

    หรงอวี้ฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัย บนหน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดซึม“หรงอวี้!” เธอร้องเรียกชื่อหรงอวี้อย่างหมดเรี่ยวแรงกระจกหน้าต่างรถคาเยนแตกละเอียด แถมประตูรถก็ยุบตัวลึกลงไปเป็นวงกว้างถุงลมนิรภัยในรถของหรงอวี้พองตัวออก อัดร่างเขาติดอยู่ภายในห้องโดยสาร“หรงอวี้! รีบตื่นสิ!”ภายใต้เสียงตะโกนเรียกนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด หรงอวี้ก็ลืมตาขึ้น เขาขยับตัวเล็กน้อยการขยับตัวขณะถูกอัดด้วยถุงลมนิรภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าวบริเวณต้นขาเหลือเกินเขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ย่างย่าง ผมไม่เป็นไร แล้วคุณล่ะ?”ตอนนี้ ซูย่างหลงลืมเรื่องราวที่ผ่านมาหมดสิ้น ดวงตาของเธอแดงเรื่อขณะจ้องมองหรงอวี้ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณจะออกมายังไง?”“โทรขอความช่วยเหลือหรือยัง?” หรงอวี้ถามเมื่อซูย่างหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก็พบว่าไม่มีสัญญาณ จึงโทรขอความช่วยเหลือไม่ได้“ไม่มีสัญญาณเลยค่ะ” เมื่อครู่ตอนอยู่บนสะพาน สัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็ขาด ๆ หาย ๆ อยู่แล้วรถยนต์ที่ขับไล่ล่าเธอนั้น คันหนึ่งร่วงตกเหวไปแล้ว ส่วนอีกคันก็ถูกชนจนพลิกคว่ำ ในรถสองคันนี้คงต้องติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณเอาไว้แน่ซูย่างมองไ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 424

    ซูย่างขับรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มอัตรา ส่วนด้านหลังก็ยังมีรถสีดำสองคันขับตามมาติด ๆเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด เธออยากรับสายใจจะขาด แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นจนน่าขนลุกตลอดทางมีแต่ฝุ่นควันฟุ้งตลบ รถคันหลังยังคงพุ่งชนรถของเธออย่างไม่คิดชีวิต คล้ายกับพร้อมจะตกตายไปตามกัน เธอมั่นใจว่าคนที่โทรหาเธอขณะนี้จะต้องเป็นหรงอวี้แน่ เมื่อกี้พอได้ยินเธอบอกไปแบบนั้น หรงอวี้คงร้อนใจไม่ใช่น้อยแต่รถยนต์คันหลังก็ยังคงไล่ล่าไม่ลดละ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เธอไม่อาจชะล่าใจได้เลยแม้แต่นิดเดียวเพียงแต่เธอประเมินความดื้อรั้นของคนพวกนั้นต่ำเกินไป เมื่อมาถึงบริเวณหัวโค้งแห่งหนึ่ง สติของซูย่างก็เริ่มเลื่อนลอย ความคิดความอ่านสับสน เธอขบกรามกรอด บังคับตัวเองให้ตั้งสติอีกครั้งถนนบนภูเขาทั้งคดเคี้ยว คับแคบและสูงชัน หากไม่ทันระวังก็อาจตกถนน และถ้ารถพลิกคว่ำตกลงไป นั่นก็หมายถึงความตายอย่างไม่ต้องสงสัยท้องฟ้ามืดแล้ว ถนนบนภูเขาที่ไร้ซึ่งเสาไฟฟ้ายิ่งทวีความอันตราย รถคันหลังเปิดไฟสูงสาดส่องมาโดยตรง พร้อมทั้งกะพริบไฟเป็นร

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 423

    ฝู่หยาฮุ่ยคิดไม่ถึงว่าคนเป็นแม่จะพูดเช่นนี้ จึงถอนหายใจด้วยความจนปัญญา แม่ฝู่มองออกว่าลูกสาวตัดสินใจแน่วแน่ แต่ในท้องของกู้อวี่หนิงก็คือทายาทตระกูลฝู่ หากกู้อวี่หนิงติดคุกขึ้นมาจริง ๆ เด็กน้อยก็ต้องเกิดมาพร้อมตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิตทันใดนั้น แม่ฝู่ก็มองฝู่หยาฮุ่ยก่อนคุกเข่าลงหัวใจของฝู่หยาฮุ่ยกระตุกวูบ เธอไม่อยากเห็นแม่ฝู่ต้องยอมทำถึงขั้นนี้เพื่อเด็กคนหนึ่งเลยจริง ๆ“แม่คะ หนูยอมแล้ว!” เธอกัดฟันกรอดพูดออกไปตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองยินดีสละได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อเห็นแม่ฝู่คุกเข่าลงตรงหน้า เธอก็ยังไม่อาจควบคุมตัวเองได้อยู่ดีหลังงานเทศกาลโคมไฟจบลง ซูย่างก็รู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ ซึ่งเมื่อก่อนเธอไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เธอเพียงไม่รู้ว่าควรจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับหรงอวี้อย่างไร ความเย็นชาในอดีตราวกับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่หลังงานเทศกาลโคมไฟ มันคืออารมณ์ที่สลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างความอยากถอยห่างกับความกระตือรือร้นซูย่างขับรถไปบนสะพานข้ามเมือง ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองหนานเฉิงกับเกาะซงอู้ด้วยความที่เกาะซงอู้ถูกทิ้งร้างมานาน สะพานข้ามเมืองแ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 422

    แม่ฝู่พลันชี้หน้าคำรามใส่ซูย่างทันที "นังแพศยา! นี่แกตั้งใจแกล้งกันชัด ๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอวี่หนิงเองก็เป็นเหยื่อ เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนังผู้หญิงที่ชื่อเวินจ่านคนนั้น! ทำไมถึงไม่ไปแจ้งความจับหล่อนล่ะ? หรือว่าแกเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น?"ซูย่างแค่นหัวเราะ "คุณไม่รู้หรือไงคะว่าคนที่ปล่อยหลักฐานมัดตัวกู้อวี่หนิงจนดิ้นไม่หลุดน่ะก็คือเวินจ่าน? จะว่าไปตัวการใหญ่ในเรื่องนี้ก็คือเวินจ่านไม่ใช่เหรอ? คุณนายฝู่เอาแต่วิ่งโร่มาหาฉัน แต่กลับไม่ไปหาหล่อน หรือเป็นเพราะเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเหมือนกันล่ะคะ?""นี่แก!" แม่ฝู่โกรธจัดจนหน้าซีด ซูย่างไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้จับผิดต่อ จึงจ้องมองแม่ฝู่ด้วยความเย็นชาห่างเหิน "เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ"แม่ฝู่ทิ้งท้ายไว้อีกประโยคหนึ่งก่อนไปว่า "แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"ภายในโรงพยาบาลจิตเวช ฝู่หยาฮุ่ยเพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จ เธออยู่ที่นี่มาหลายวันจนเริ่มเกิดความคุ้นชิน และตั้งแต่ที่แม่ฝู่เที่ยวมาเซ้าซี้ให้เธอยอมรับผิดแทนคนอื่น ฝู่หยาฮุ่ยก็เลิกหวังที่จะได้ออกไปจากที่นี่แล้วเธอถึงขั้นเริ่มกลัวว่าจะมีใครมาเยี่ยม เพราะไม่อยากได้ย

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 421

    ซูย่างรับแบบทดสอบมาดู และหยิบปากกาหมึกแดงขึ้นมาตรวจแก้ด้วยความตั้งใจไม่นาน เธอก็นำแบบทดสอบอีกชุดมาวางลงตรงหน้าหรงอวี้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เดี๋ยวคุณตอบคำถามฉันพร้อมกับทำแบบทดสอบชุดนี้ไปด้วยนะคะ หนึ่งคำถามต่อหนึ่งข้อ”ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบนาฬิกาจับเวลาขึ้นมาถือถึงหรงอวี้จะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยังพยักหน้าตอบรับด้วยความมึนงงซูย่างมองดูเขาก้มหน้าลงมือทำอย่างตั้งใจ แบบทดสอบชุดนี้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ระดับสูงทั่วไป แม้ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่ก็ต้องอาศัยความรอบคอบและระมัดระวัง หากเหม่อลอยเพียงนิดก็อาจตอบผิดได้ทันทีเธอถามว่า “เมื่อสามปีก่อน คุณมีแฟนไหม?”ปลายปากกาของหรงอวี้สั่นไหว นึกไม่ถึงเลยว่าพอเริ่มมาก็... เข้าประเด็นทันทีเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบ “มีครับ”ซูย่างมองเขาทำโจทย์ข้อแรกเสร็จ ก็กดนาฬิกาจับเวลาเพื่อบันทึกเวลาไว้เมื่อหรงอวี้เริ่มลงมือทำโจทย์ข้อที่สอง ซูย่างก็ถามต่อ “บอกฉันหน่อยสิ แฟนของคุณคือเวินจ่านใช่ไหม?”“ไม่ใช่!” เขาตอบกลับด้วยความหนักแน่น“งั้นคุณรู้จักฉันหรือเปล่า?” เธอถามขึ้นอีกครั้งหรงอวี้เขียนตัวหนังสือลงไปบรรทัดหนึ่ง “ไม่ทำแล้วครับ”เขาค่อย ๆ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 420

    สีหน้าเธอผ่อนคลายลง ขณะมองฝู่เฉินซีด้วยความเคร่งขรึมพลางกล่าว “ถึงฉันจะรวบรวมหลักฐานเอาผิดเมียคุณได้แล้วจริง ๆ แต่ฉันยังไม่ทันได้ส่งให้ตำรวจ เมียคุณก็ถูกจับไปซะก่อน”กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กู้อวี่หนิงถูกจับกุมในครั้งนี้ฝู่เฉินซีเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหมายความว่าคนที่ไปแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่ซูย่างงั้นเหรอ? แล้วมันจะเป็นใครไปได้ล่ะ?“แต่นอกจากคุณที่มีเหตุผลให้แจ้งความแล้ว คนอื่นก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมายุ่งเรื่องชาวบ้านสักหน่อย” ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่นซูย่างหัวเราะหยัน “ฝู่เฉินซี อย่าลืมสิว่ากู้อวี่หนิงยังมีศัตรูคนอื่นอยู่อีกนะ เช่น คุณหนูเวินจ่านที่คิดใช้เมียคุณเป็นแพะรับบาปนั่นไง”ฝู่เฉินซีพลันเข้าใจขึ้นมาในทันใด ใช่แล้ว! ยังมีเวินจ่านอีกคน! เขาหวนนึกถึงคำพูดของกู้อวี่หนิง เวินจ่านคงกลัวว่าอีกไม่นานซูย่างต้องสืบสาวมาถึงตัวแน่ จึงได้พยายามหาวิธีทำให้กู้อวี่หนิงกลายเป็นแพะรับบาปแบบนี้ฝู่เฉินซีทอดถอนใจ ก่อนพูดกับซูย่างด้วยความรู้สึกผิด “ซูย่าง เรื่องก่อนหน้านี้กู้อวี่หนิงทำไม่ถูกจริง ๆ ฝ่ายหยาฮุ่ยเองก็ผิดต่อคุณมาก แต่ตอนนี้หยาฮุ่ยเข้าไปอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 322

    หรงอวี้ขมวดคิ้ว "ใครเป็นคนบอกเรื่องพวกนี้กับคุณ?""นอกจากหวานใจวัยเด็กของคุณแล้ว ยังจะมีใครได้อีกล่ะ?" ซูย่างแค่นหัวเราะเย็นชา"ย่างย่าง นั่นมันเรื่องโกหกทั้งนั้น คุณน่าจะเข้าใจความรู้สึกของผมดีนะ"ดวงตาของซูย่างมีน้ำตาเอ่อคลอ "ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้ คำพูดพวกนี้คุณเคยพูดกับเวินจ่านบ้างหรือเปล่า? หรือว่

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 328

    หลังหรงอวี้ทานอาหารเสร็จและกลับมาถึงบ้าน เขาก็พบว่าหรงอินเองก็กำลังถือการ์ดเชิญใบหนึ่งด้วยท่าทางตื่นเต้นเช่นกัน ทันทีที่เห็นเขาเธอก็เอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น “พี่คะ พี่ว่าฉันควรจะส่งของขวัญอะไรให้พี่ซูย่างดี? ดูเหมือนพี่เขาจะไม่ขาดเหลืออะไรเลยนะ” หรงอวี้ได้แต่ยิ้มขมขื่นแล้วเดินเข้าห้องทำงานไปเพื่อเคล

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 302

    แม่ฝู่ขอบตาแดงก่ำ ดึงฝู่หยาฮุ่ยเข้ามากอดในอ้อมอก พลางพูดด้วยความปวดใจ "หยาฮุ่ย ทั้งหมดเป็นเพราะแม่ไม่ดีเอง ถึงปล่อยให้นังแพศยานั่นรังแกลูกมาตลอด! ไม่รู้ตระกูลเราไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ไปยุ่งกับตัวหายนะอย่างนังซูย่างมันแบบนี้!"ฝู่เฉินซีหัวเราะด้วยความโมโห "แม่ครับ ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะซูย่าง ป

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 294

    กลิ่นเหล้าคลุ้งเชียว เขาดื่มมาสินะเมื่อเธอช่วยประคองไปนั่งบนโซฟา มือของหรงอวี้ก็คว้าหมับเข้าที่แขนของซูย่าง ขณะปากพึมพำเรียกหา "ย่างย่าง...""คุณมาทำอะไรที่เซนต์น็อก? แล้วนี่มาหาฉันทำไม?" เธอถามสิ่งที่รู้ดีว่าคงไม่มีการตอบรับหรงอวี้ขมวดคิ้วมุ่น คล้ายกำลังฝันร้าย เอาแต่เรียกชื่อเธอไม่หยุดปาก"อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status