FAZER LOGINสีหมิงซานพูดตาม “ทำแผลก่อนดีกว่า! จะได้ไม่ทิ้งแผลเป็นเอาไว้”เซิ่งถิงเชินมองคราบเลือดบนหน้าผากหรงซูด้วยสายตาเคร่งขรึม ริมฝีปากบางขยับ แล้วพูดแค่ไม่กี่คำ “ห้านาที” สั้นกระชับได้ใจความ แต่แฝงไว้ด้วยพลังที่ไม่ยอมให้โต้แย้งหลูเสวี่ยพยักหน้า จากนั้นพาอันน่าออกไปก่อน หลี่เฉินเฮ่อตามไปด้วยเซิ่งถิงเชินสังเกตเห็นกล่องยาบนโต๊ะน้ำชา และผ้าก๊อซบนมือเธอ เลยประคองเธอไปนั่งลง “มือก็บาดเจ็บเหรอ?” สีหมิงซานอธิบายสาเหตุ แล้วขอโทษหรงซูอีกครั้ง เธอรับความผิดเรื่องนี้เอาไว้เอง บอกว่าเป็นเพราะคนของเธอทำงานไม่ได้เรื่องขณะที่พูด เธอจับสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเซิ่งถิงเชินแม้ปกติตอนเซิ่งถิงเชินมาร่วมงานรวมตัว จะใช้เวลากับทุกคนอย่างสงบสุข แต่ในใจพวกเขาต่างรู้ดี เซิ่งถิงเชินไม่ใช่คนที่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้นเพราะรู้เรื่องนี้ดี ตอนพวกเขาคบหากับเขาต้องรู้จักกาลเทศะ ไม่กล้าล่วงเกินเขาเลยสักนิดเซิ่งถิงเชินสีหน้าเรียบเฉย ทำให้อ่านอารมณ์ไม่ค่อยออกทำให้สีหมิงซานเองก็ไม่มั่นใจชายหนุ่มนำน้ำยาฆ่าเชื้อและก้านสำลีออกมาจากกล่องยา แต้มน้ำยาด้วยการกระทำแผ่วเบา แล้วพูดขึ้นช้า ๆ “หมิงซาน เรื่องหลี่อันน่า
พอเห็นการกระทำของเขา สีหน้าหลี่เฉินเฮ่อเยือกเย็นลงทันที นิ้วมือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว แววตามีความระแวงฉายผ่านสีหมิงซานเห็นอย่างนั้น รีบก้าวเข้าไปห้ามเขาไว้ น้ำเสียงยิ่งจริงใจ “คุณซู วันนี้อันน่าทำไม่ถูกก็จริง แต่ให้ฉันจัดการเรื่องนี้ดีกว่า ฉันจะให้คำตอบที่คุณและคุณเอเวอลินพอใจแน่นอน ได้ไหมคะ? วันนี้คุณเพิ่งมาครั้งแรก ไม่สามารถดูแลคุณให้ดี เป็นเพราะฉันทำหน้าที่ไม่ดีพอเอง ฉันต้องขอโทษคุณด้วยค่ะ”แม้สีหมิงซานเพิ่งเคยเจอซูชิงจือครั้งแรก แต่ได้ยินชื่อเสียงเขามานานแล้ว สามารถคบหากับเซิ่งถิงเชินได้แน่นแฟ้นขนาดนี้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเขาเริ่มจากเป็นหมากตัวหนึ่งที่ไม่สะดุดตาของตระกูลอัน จนมาถึงวันนี้ที่แม้แต่ตระกูลอันยังต้องเกรงใจเขา ฝีมือและความสามารถของเขา ไม่ใช่สิ่งที่หลี่เฉินเฮ่อจะเทียบได้แน่นอนที่ผ่านมาเขาไม่เคยร่วมงานส่วนตัวของชนชั้นสูงในเมืองจิงเลย แต่วันนี้กลับมาร่วมงาน ทำให้สีหมิงซานแปลกใจมากตอนนี้เขาปกป้องเอเวอลินขนาดนี้ ยิ่งทำให้เธอสงสัยว่าตกลงทั้งสองคนเกี่ยวข้องกันยังไง ถ้าเอเวอลินไม่ใช่คนของเซิ่งถิงเชิน เธอยังนึกว่าซูชิงจือชอบเอเวอลินซูชิงจือเหลือบมองสีหมิงซ
จากนั้น เธอเหน็บแนมพร้อมยิ้ม กล่าวว่า “ฉันว่าพวกเธอสองคนเหมาะสมกันมาก ไพร่ก็ควรคู่กับไพร่ ล้วนแต่เป็นพวกชั้นต่ำที่น่าอับอายเหมือนกันทั้งนั้น!”พูดจบ หลี่อันน่าหันหลังเตรียมจากไปน้ำเสียงที่เยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลังทันที “ถ้าคุณก้าวออกไปจากที่นี่ทั้งอย่างนี้ ผมรับรองว่าจะทำให้หลี่เฉินเฮ่อต้องคุกเข่าขอร้องแน่นอน”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวที่ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง สายตายิ่งแฝงความเหี้ยมเกรียมที่น่ากลัวหรงซูได้ยินคำพูดพวกนี้ของเขา ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว แล้วชำเลืองมองซูชิงจือเธอไม่เคยเห็นเขาที่เสียมารยาทแบบนี้มาก่อน ที่ผ่านมาเขามักจะสุขุม การที่ปกป้องเธอโดยไม่มีสาเหตุแบบนี้ มีแต่จะทำให้เธอรำคาญอย่างอธิบายไม่ถูกพอหลี่อันน่าได้ยินคำพูดของซูชิงจือ ก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน ตัวแข็งทื่อไปสองวินาทีถึงได้สติกลับมาแล้วหันไปมองซูชิงจืออย่างเดือดดาล ต่อให้ตอนนี้ในใจจะหวาดกลัวกระวนกระวาย แต่เธอจะยอมแพ้เขาได้ยังไง เลยแค่นเสียงเย็น แล้วพูดเสียงแหลม “ก็แค่หมาตัวหนึ่งของตระกูลอันเท่านั้น อาศัยว่าเซิ่งถิงเชินให้เกียรติแกอยู่บ้างแล้วจะมาวางอำนาจบาตรใหญ่งั้นเหรอ? ซูชิงจือ แกมีอะไรน่าอวดดี คิดว่า
ต่อให้สีหมิงซานจะรู้สึกดีกับหรงซูขนาดไหน แต่ยังไงก็เพิ่งจะรู้จักกันเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นตอนแรกก็แค่เห็นแก่หน้าของเจี่ยงเวยหยางเท่านั้นวันนี้หรงซูปรากฏตัวพร้อมเซิ่งถิงเชิน เธอเองก็รู้สึกประหลาดใจมากนึกไม่ถึงว่าเซิ่งถิงเชินจะคบกับเธอ แล้วพอมองท่าทีที่เหมยเหม่ยทำกับเธอ ยากมากที่จะไม่สงสัยว่าเซิ่งถิงเชินทำเพราะเหมยเหม่ยตอนที่อันชิงเยว่ยังคบกับเซิ่งถิงเชิน เหมยเหม่ยยังไม่ยอมรับเธอเลย ทว่าภายในเวลาที่สั้นขนาดนี้ เหมยเหม่ยกลับชอบเอเวอลินมากเซิ่งถิงเชินปกป้องเหมยเหม่ยเป็นอย่างดีมาโดยตลอด แต่เอเวอลินก็อยู่กับเหมยเหม่ยจนเกิดความผูกพันทว่าตอนนี้กลับเห็นเธอแสดงท่าทีเย็นชากับเซิ่งถิงเชิน ส่วนเซิ่งถิงเชินกลับใส่ใจเธอมากเป็นพิเศษ เมื่อก่อนไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนจัดการเซิ่งถิงเชินจนอยู่หมัดตอนนี้เมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเอง กลับรู้สึกเหลือเชื่อจึงเห็นได้ว่าเอเวอลินไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปสำหรับเรื่องที่หลี่อันน่าทำในวันนี้ เธอย่อมต้องรู้แล้วแน่นอน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โวยวายจนเกิดเรื่องอะไรเลยวันนี้หรงซูเพิ่งจะมาร่วมงานรวมตัวของพวกเขาเป็นครั้งแรก ถือว่ารู้จักกันไม่มาก สีหมิงซานย่อมต้อ
ซูชิงจือมองแผ่นหลังของหรงซู เขายืนอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนทำอะไรไม่ถูกและโดดเดี่ยวอ้างว้างขณะนั้นเสียงสั่นของมือถือเขาดังขึ้น เขาหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วหันหลังเดินออกจากห้องครัวจากนั้นก็กดรับสายระหว่างกำลังคุยสายจู่ ๆ ภายในห้องครัวก็มีเสียงวุ่นวายอึกทึกดังออกมาสีหน้าซูชิงจือตึงเครียด เขากดวางสาย แล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้องครัวคนรับใช้คนหนึ่งล้มลงบนพื้น บนพื้นมีน้ำเดือดซึ่งมีไอร้อนคุกรุ่นนองอยู่ หรงซูยืนอยู่ด้านข้าง ยังคงตกใจไม่หายซูชิงจือก้าวเข้าไป “เสี่ยวซู!” ขณะที่ลนลานเขาเรียกชื่อเธอออกไปโดยไม่ทันคิดหรงซูได้สติท่ามกลางความลนลานซูชิงจือเดินไปข้างกายเธอ แล้วถามอย่างร้อนใจ “ไม่เป็นไรนะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”หรงซูไม่ตอบ แต่กลับจ้องมองเขาซูชิงจือสบเข้ากับสายตาพินิจของหรงซู เห็นได้ชัดว่าเขาหลบเลี่ยงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เขาสำรวจเธอหนึ่งรอบ บนตัวไม่มีคราบน้ำกระเซ็น มีเพียงหลังมือที่โดนน้ำร้อนจนแดง หัวใจที่บีบรัดถึงได้ผ่อนคลายเมื่อครู่คนรับใช้มายกน้ำร้อนแล้วไม่ระวังจนหกล้ม กะละมังในมือสาดมาทางหรงซูพอดี โชคดีที่เธอตอบสนองอย่างรวดเร็ว จึงไม่โดนน้ำร้อนสาดใส่ร่างกา
หลี่อันน่าได้ยินแบบนั้น หน้าบึ้งโดยไม่รู้ตัว ไม่สามารถโต้แย้งคำพูดของหลูเสวี่ยผ่านไปสักครู่เธอผ่อนลมหายใจ “มิน่าเสี่ยวเสวี่ยถึงกลายเป็นผู้ช่วยของเซิ่งถิงเชิน แต่เสี่ยวเสวี่ย เธอคิดจะเป็นผู้ช่วยเขาไปตลอด ไม่กลับไปรับช่วงกิจการของพ่อแม่เหรอ?”หลูเสวี่ยกล่าว “ยังไงก็ต้องมีความสามารถมากพอค่อยกลับไปรับช่วงต่อ พ่อแม่ฉันก็อยากให้ฉันฝึกฝนอีกสองสามปีค่อยว่ากันค่ะ”หลี่อันน่ากล่าว “ฉันเทียบกับเธอไม่ได้ ด้วยความสามารถของเธอ วันหน้ารับช่วงต่อบริษัทของพ่อแม่น่าจะไม่มีปัญหา แต่ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินเธอบอกว่าอยากไปหรงเอินนี่”หลูเสวี่ยกล่าว “อวิ๋นซานก็เหมือนกันค่ะ”หลี่อันน่าไม่ได้ถามต่อไป“พวกเราไปกันเถอะ!”ทั้งสองคนจากไปส่วนทางสนามก็แข่งกันจนถึงเซตที่หกก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะขณะนี้เป็นช่วงเย็นห้าโมงครึ่งแล้วพวกเด็ก ๆ เหนื่อยกันนานแล้ว และถูกพาออกจากสนามแล้วตอนพวกเซิ่งถิงเชินมาที่สนาม เริ่มการแข่งเซตสุดท้ายเพื่อตัดสินแพ้ชนะแล้วซูชิงจือเป็นคนเสิร์ฟยี่สิบนาทีต่อมาซูชิงจือตีลูกออกนอกเส้นทำให้เฉิงซินกับฟู่สิงโจวชนะไปสุดท้ายเมื่อการแข่งขันจบลง ทั้งสี่คนเหนื่อยมากจริง ๆซูชิงจือผ่อน







