เข้าสู่ระบบวันเกิดอายุสิบปีของฟู่นันนัน จัดขึ้นที่วิลล่าตากอากาศส่วนตัวของตระกูลฟู่ในฐานะคุณหนูตระกูลฟู่ฟู่สิงโจวกับเจี่ยงเวยหยางให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเธอ เค้กวันเกิดมูลค่าหลายล้าน สลักเป็นรูปร่างของปราสาท พร้อมตกแต่งด้วยดอกไม้สดราคาแพงที่นำเข้าทางเครื่องบินจากต่างประเทศ...เมื่อฟู่นันนันสวมชุดเดรสเจ้าหญิงสั่งตัด ค่อย ๆ เดินเข้ามาจากประตูสไตล์ยุโรปสองบานที่เปิดออก แววตาของสองสามีภรรยาคือความเอ็นดูอ่อนโยนที่ปิดไม่มิดฟู่นันนันเต้นรำมาตลอดทางจนขึ้นไปบนเวที เธอสวยงามสดใสเต็มไปด้วยความมั่นใจคนที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างเอามือถือออกมาถ่ายคลิปวิดีโอเหมยเหม่ยซบเซิ่งถิงเชิน พูดอย่างดีใจ “พี่นันนันสวยมากเลยค่ะ”เซิ่งถิงเชินอุ้มเธอเอาไว้เมื่อบทเพลงหนึ่งจบลงฟู่นันนันโค้งตัวทำความเคารพแขกเหรื่อด้านล่างเวทีฟู่สิงโจวกับเจี่ยงเวยหยางเข้าไปจูงมือลูกสาว และร่วมกันร้องเพลงให้ลูกสาวหนึ่งเพลง ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม ในแววตามีกันและกันบรรยากาศแห่งความสุขและความอบอุ่น ถูกส่งต่อให้ทุกคนในงานด้านล่างเวทีเหมยเหม่ยซบอยู่ในอ้อมกอดพ่อ จู่ ๆ ก็รู้สึกเศร้าเซิ่งถิงเชินมองเธอ แล้วถามว่า “เหมยเหม่ยเป็นอะไรไป?”
น้ำเสียงเซิ่งถิงเชินต่ำและเย็น “เธอยังไม่มีปัญญาทำแบบนั้นครับ เรื่องหย่าคุณปู่กับคุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง ผมรู้อยู่แก่ใจดี”“คุณพ่อ”จู่ ๆ เหมยเหม่ยวิ่งกลับมาที่ห้องรับแขกคุณนายใหญ่เซิ่งกับคุณท่านเซิ่งเลยไม่พูดถึงเรื่องนี้ต่อเหมยเหม่ยโผเข้าหาอ้อมกอดคุณพ่อ “คุณพ่อ โทรหาคุณแม่สิคะ คืนนี้ให้คุณแม่มาทานข้าวเย็นที่บ้านคุณปู่ทวดกับคุณย่าทวดดีไหมคะ?”เซิ่งถิงเชินลูบหัวน้อย ๆ ของลูกสาว บอกว่า “ไว้วันอื่นดีกว่า! คืนนี้พ่อมีธุระ”เหมยเหม่ยบ่น “แต่คุณน้าเอเวอลินจะเป็นคุณแม่ให้เหมยเหม่ยแค่อาทิตย์เดียวเองนะคะ”น้ำเสียงเซิ่งถิงเชินอ่อนโยน “ถ้าอย่างนั้นลูกก็ให้คุณน้า ยืดเวลาเป็นคุณแม่ของลูกออกไปสิ”เหมยเหม่ยกังวลเล็กน้อย “คุณน้าเอเวอลินจะรับปากเหรอคะ จะคิดว่าเหมยเหม่ยเอาแต่ใจเกินไปหรือเปล่า?”“ไม่หรอก”เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อ ในที่สุดเหมยเหม่ยก็วางใจ“ถ้างั้นคืนนี้หนูจะลองถามคุณน้าเอเวอลินดูค่ะ”“ได้”หรงซูคิดอยู่หนึ่งวันสุดท้ายตัดสินใจไปต่างประเทศ พอดีจะได้ไปจัดการงานที่บริษัทเคยูตอนไปทำงานวันจันทร์ เธอพูดเรื่องนี้กับเจียงหวยซวี่เจียงหวยซวี่เห็นด้วย “ออกไปเที่ยวที่ต่างประเทศก็ดี เรื
ช่วงเที่ยงซ่งเหยียนมาเยี่ยมเจียงหวยซวี่ทั้งสามคนเลยกินมื้อกลางวันด้วยกันหรงซูกับซ่งเหยียนอยู่ไม่นาน เมื่อเวลาพอสมควรก็ออกจากโรงพยาบาลหรงซูกลับไปบ้านพอรถขับไปถึงหน้าประตูวิลล่าตระกูลหรงก็มีรถมาเซราติสีขาวคันหนึ่งขับสวนมาขณะเดียวกันซูจิ่นซีที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถมาเซราติ มองหรงซูที่อยู่ในรถคันที่ขับสวนมาตรงหน้า ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเมื่อหรงซูกลับมาถึงบ้านก็เห็นหรงชิงเหวินนั่งอยู่บนโซฟาคนเดียว เผยหลานหัวกับเสี่ยวเป่าไม่อยู่ทั้งคู่“พ่อคะ”หรงซูเรียกเขาหรงชิงเหวินได้สติกลับมา ปรับอารมณ์แล้วหันมองหรงซู “เสี่ยวซู ลูกกลับมาแล้วเหรอ”หรงซูเดินเข้าไป ถามว่า “แม่กับเสี่ยวเป่าล่ะคะ?”หรงชิงเหวินตอบ “กำลังกล่อมเสี่ยวเป่านอนอยู่ข้างบน วันนี้ลูกกลับมา แล้วเหมยเหม่ยล่ะ?”“เหมยเหม่ยไปบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่งค่ะ”หรงชิงเหวินพยักหน้าเบา ๆ “เสี่ยวซู ลูกมานั่งสิ”หรงซูนั่งลงบนโซฟาด้านข้าง “พ่อคะ มีอะไรคะ?”หรงชิงเหวินมองหรงซู พูดด้วยความหวังดี “เสี่ยวซู ลูกคิดจะกลับอเมริกาอีกหรือเปล่า?”หรงซูสงสัย “พ่อคะ ทำไมถึงถามแบบนี้?”“พ่อแค่คิดว่า ตอนนั้นที่ลูกอยู่อเมริกาไม่ต้องติดต่อกับเซิ่งถ
เซิ่งถิงเชินเดินไปถึงล็อบบีก็เห็นสองคนที่เดินเข้าประตูมาในมือหรงซูถือถังหูลู่ไม้หนึ่งซึ่งกำลังกินอยู่ มือหนึ่งของเจียงหวยซวี่ช่วยเธอถือถุงของกินเล่น อาจเพราะถังหูลู่ลูกซานจาเปรี้ยวเกินไป เธอกินไปแค่หนึ่งลูกก็ไม่อยากกินแล้วเจียงหวยซวี่อยากลองกินดูสักลูกหรงซูเลยยื่นไม้เสียบไปให้เขา ตอนแรกนึกว่าเขาจะใช้มือดึงออกไปลูกหนึ่ง แต่เจียงหวยซวี่ก้มหน้าลง แล้วใช้ปากกัดถังหูลู่หนึ่งลูกตอนที่เขาก้มหน้าระยะห่างของทั้งสองใกล้กันมากทำให้หรงซูชะงักไปครู่หนึ่งอย่างลืมตัวเจียงหวยซวี่เหมือนไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ กัดถังหูลู่เอาไว้ พร้อมหลุบตามองเธอ ยิ้มแล้วบอกว่า “ก็รู้สึกว่าใช้ได้นะ ถ้าเธอไม่กิน เอาให้ฉันดีกว่า จะได้ไม่สิ้นเปลือง”หรงซูเพิ่งได้สติกลับมา ยิ้มแล้วตอบว่า “อย่าเลยค่ะ โรคกระเพาะของศาสตราจารย์ยังไม่หายดี ชิมให้รู้รสชาติแค่หนึ่งลูกก็พอแล้ว”“งั้นก็ได้”ทั้งสองคนพูดคุยกันขณะเดินไปข้างหน้าแม้จะห่างกันระยะหนึ่งก็สังเกตเห็นคนตรงหน้าฝีเท้าหรงซูหยุดชะงัก รอยยิ้มละมุนในดวงตาตอนแรก เย็นชาลงทันที แต่เธอปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางลิฟต์พร้อมกับเจียงหว
ภายในห้องผู้ป่วยเจียงหวยซวี่กำลังพิงเตียงทำงาน ตอนเห็นหรงซูเข้ามา แม้จะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าก็เข้าใจว่าใครบอกเรื่องนี้กับเธอ“เสี่ยวซู เธอมาแล้วเหรอ”หรงซูวางช่อดอกไม้กับตะกร้าผลไม้ไว้บนโต๊ะน้ำชา หันไปมองสีหน้าขาวซีดของเจียงหวยซวี่ “ศาสตราจารย์ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยังคะ?”เจียงหวยซวี่ตอบ “ดีขึ้นมากแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง”หรงซูเดินเข้าไป มองดูโน้ตบุ๊กและเอกสารที่วางตรงหน้า “พักผ่อนสักวันเถอะค่ะ บริษัทน่าจะไม่ถึงขั้นล้มละลาย!”เจียงหวยซวี่ยิ้มจาง ๆ ยื่นมือไปถอดแว่นตา แล้วมองหรงซู “ฉันนึกว่าในความเข้าใจของเธอ ทำงานตอนป่วยก็เป็นเรื่องปกติซะอีก”หรงซูหัวเราะอย่างอดไม่ได้ในห้าปีนั้น ทำงานหรือเรียนตอนป่วยถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ ใครเตือนก็ไม่มีประโยชน์ทั้งสองคนพูดคุยกัน เจียงหวยซวี่จึงวางงานในมือก่อนวันนี้อากาศดีตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นจนถึงตอนนี้ เจียงหวยซวี่ยังไม่ได้ออกจากห้องผู้ป่วย เลยอยากออกไปเดินเล่นหรงซูจึงออกไปเป็นเพื่อนเขาสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลใช้ได้ ทั้งสองเดินเล่นข้างต้นอู๋ถง[1] เมื่อลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน เสียงใบอู๋ถงดังซา ๆ“วันนี้ไม่ต้องอยู่เป็นเพื
เซิ่งถิงเชินยิ้ม “มากินเค้กกับเหมยเหม่ยเถอะ!”เซิ่งถิงเชินวางกล่องเค้กไว้บนโต๊ะน้ำชาแล้วแกะออก เหมยเหม่ย “ขอบคุณค่ะคุณพ่อ”หยาหย่า “ขอบคุณค่ะคุณอา”“ไม่ต้องขอบคุณหรอก”เซิ่งถิงเชินหันไปมองหรงซูที่นั่งเงียบอยู่บนโซฟา บอกว่า “ไม่รู้ว่าพวกเธอจะกินรสชาติอะไร เลยซุ่มซื้อมาสองอัน”เจียงอวี่มองเซิ่งถิงเชิน แม้จะพูดจาสุภาพ แต่คิ้วและดวงตาที่ละสายตาจากเด็กทั้งสอง มองไปที่หรงซูเย็นชาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า รู้สึกว่าเซิ่งถิงเชินเกลียดหรงซูแน่นอนว่าคนนอกดูไม่ออก คงนึกว่าเขาเป็นสามีดีที่เอาใจใส่ครอบครัวมุมปากเจียงอวี่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เธอยิ้มจาง ๆ พร้อมกล่าวขอบคุณเซิ่งถิงเชินพยักหน้าเบา ๆ แล้วถามว่า “มื้อเย็นหยาหย่าอยากกินอะไรบอกแม่บ้านได้เลยนะ”เจียงอวี่ตอบกลับ “ค่ะ”เซิ่งถิงเชินไม่ว่าอะไรอีก ก้าวขาขึ้นไปชั้นบนเย็นนั้นเจียงอวี่กับหยาหย่าอยู่กินมื้อเย็นด้วย หลิวลี่หัวนำอาหารเย็นไปส่งให้เซิ่งถิงเชินที่ห้องทำงานกลางดึกฝนตกหนักมากหรงซูตกใจตื่นกลางดึก เลยไปเข้าห้องน้ำทันใดนั้น ไฟหน้ารถกวาดผ่านหน้าต่าง ต่อมาคือเสียงเครื่องยนต์หรงซูเดินไปตรงหน้าต่าง เ







