Share

บทที่ 3

Penulis: เหยียนอี่เฟย
เมื่อเจียงหวยซวี่เงยหน้ามองเห็นหญิงสาวตรงทางเข้า เขาชะงักไป เพราะชั่วขณะนั้นจำไม่ได้ จนกระทั่งหรงซูเอ่ยปาก “ศาสตราจารย์เจียง”

เจียงหวยซวี่เก็บสายตาอย่างแนบเนียน “มาแล้วเหรอ”

หรงซูดึงหน้ากากอนามัยออกแล้วเข้าไปในห้องทำงาน

“ศาสตราจารย์เจียงไม่พบกันนานแล้วนะคะ”

เจียงหวยซวี่ยิ้มอ่อนโยน “ไม่พบกันนานแล้วนะ เกือบจะจำไม่ได้”

หรงซูยิ้มมุมปากเยาะเย้ยตัวเอง “ฉันในสภาพนี้ เกือบจะไม่กล้ามาพบคุณแล้วค่ะ”

เจียงหวยซวี่ลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะทำงาน “พอท้องแล้วรูปร่างเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติ รอให้ลูกคลอดก็จะดีขึ้นเอง”

“นั่งสิ”

หรงซูนั่งลงบนโซฟา

เจียงหวยซวี่รินน้ำอุ่นให้เธอหนึ่งแก้ว “อบอุ่นร่างกายหน่อย”

หรงซูรับมา “ขอบคุณค่ะ”

เจียงหวยซวี่กวาดมองท้องน้อยที่นูนขึ้นของเธอแวบหนึ่ง “กี่เดือนแล้ว?”

หรงซูตอบ “ยี่สิบห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”

เจียงหวยซวี่ “ถ้างั้นปีหน้าเดือนหนึ่งตอนเปิดเทอม ถึงจะเป็นกำหนดคลอดของเธอ”

หรงซูขอร้องอย่างจริงจัง “ฉันอยากไหว้วานให้ศาสตราจารย์ช่วย ให้ฉันเลื่อนเวลาเข้าเรียนได้ไหม?”

การคลอดลูกเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเลือก แต่เธอก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้จริง ๆ

เจียงหวยซวี่ถามจริงจัง “ทำไมถึงอยากไป?”

หรงซูหลุบตาลง “รอให้ลูกคลอดออกมา เซิ่งถิงเชินเตรียมจะหย่ากับฉัน เวรกรรมแบบนี้ฉันก็ไม่อยากให้ดำเนินต่อไป ฉันอยากเริ่มต้นชีวิตของฉันใหม่ค่ะ”

เวลาหกเดือนจะว่านานก็ไม่นาน จะว่าสั้นก็ไม่สั้น แต่สำหรับเธอยาวนานเหมือนผ่านมาทั้งชีวิต

เจียงหวยซวี่ขมวดคิ้วอย่างลืมตัว หญิงสาวที่เคยสดใสน่ารัก ภายในเวลาสั้น ๆ สภาพเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เห็นได้ว่าเธอทรมานทั้งกายใจมากขนาดไหน

“เธอคิดได้และลุกขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง ฉันดีใจมาก เธอไม่เหมาะกับเซิ่งถิงเชินจริง ๆ ต่อไปต้องได้เจอคนที่รักเธออย่างจริงใจแน่นอน”

หรงซูหลุบตาแล้วพยักหน้า

ตอนแรกเจียงหวยซวี่ก็ไม่เห็นด้วยที่เธอจะไปเป็นผู้ช่วยเซิ่งถิงเชิน แต่เห็นเธอยืนกราน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความเจ็บปวดพังพินาศ

เธอถามกะทันหัน “ในสายตาศาสตราจารย์ ตกลงเซิ่งถิงเชินเป็นคนยังไงเหรอคะ?”

เจียงหวยซวี่เงียบไปสักครู่ พูดเชื่องช้า “เป็นคนที่บรรลุเป้าหมายโดยไม่สนใจวิธีการ ผลประโยชน์สำคัญที่สุด น่าจะไม่มีความรัก”

“ใช่ไหมคะ”

แต่ความอ่อนโยนที่เขามีต่อหญิงสาวคนนั้นไม่ได้เสแสร้ง อาจเพราะรักมากก็เลยยอมทำให้สินะ!

มีเพียงหญิงสาวที่งดงามถึงจะคู่ควรกับเขา

หรงซูไม่ได้ถามต่อ

“ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ถึงตอนนั้นฉันสามารถช่วยขอเลื่อนการเข้าเรียนได้”

“ขอบคุณค่ะศาสตราจารย์”

เจียงหวยซวี่ให้เธอกรอกใบสมัครชุดหนึ่ง

หรงซูเขียนเสร็จแล้ว

“พอลูกคลอดแล้วจะให้อยู่ที่ตระกูลเซิ่งเหรอ?” อยู่ ๆ เจียงหวยซวี่ก็ถามขึ้น

หรงซูยิ้มมุมปากอย่างจนใจ ต่อให้เธออยากพาลูกไปก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอคงต้องผิดต่อลูกคนนี้แล้ว “ตระกูลเซิ่งน่าจะดูแลเธอเป็นอย่างดี”

เจียงหวยซวี่ไม่ถามต่อ “พอดีฉันต้องการผู้ช่วยคนหนึ่ง ทำแค่หนึ่งเดือนก็พอ เธอจะลองดูไหม?”

หรงซูตอบรับโดยไม่ลังเล

“ค่ะ”

ตั้งแต่เธอตั้งท้อง เซิ่งถิงเชินก็ย้ายเธอไปฝ่ายเลขาในตำแหน่งที่ไม่มีความสำคัญ จากผู้ช่วยท่านประธานไปเป็นคนไร้ตัวตนในชั่วข้ามคืน ความพยายามทั้งหมดของเธอพังทลาย

ตอนนี้เธอจำเป็นต้องการงานใหม่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง เพื่อให้ชีวิตของตัวเองขับเคลื่อนต่อไปอีกครั้ง

พอดีจะได้เตรียมตัวสำหรับการเรียนในอนาคต

ยังไงวันนี้เธอก็ลางานแล้ว

หรงซูเลยอยู่ที่นี่ต่อแล้วเริ่มทำงานผู้ช่วยของศาสตราจารย์ เดิมทีเธอก็เป็นนักเรียนของเจียงหวยซวี่อยู่แล้ว บวกกับช่วงก่อนที่อยู่กับเซิ่งถิงเชินได้ทำงานที่มีความยากสูงมาระยะหนึ่ง ต่อให้หมดไฟไปหลายเดือน แต่เธอก็กลับมาคล่องอย่างรวดเร็ว จัดการงานได้อย่างสบาย

วินาทีนี้

หรงซูเหมือนได้กลับไปเป็นตัวเองอีกครั้ง เหมือนได้พบคุณค่าของการดำรงอยู่อย่างแท้จริง

เหมือนที่เจียงหวยซวี่บอก เธอควรจะเฉิดฉายในหน้าที่การงาน ความรักไม่ใช่สิ่งเดียวในชีวิต

คืนนั้น

เซิ่งถิงเชินไม่กลับบ้านเหมือนที่แล้วมา เขาแค่กลับบ้านเป็นครั้งคราวเท่านั้น

เพียงแต่เธอไม่สนใจแล้ว

วันรุ่งขึ้น

เธอเตรียมจดหมายลาออกเรียบร้อย

เซิ่งถิงเชินรับช่วงดูแลกิจการด้านการเงินภายใต้เซิ่งซื่อกรุ๊ป รวมถึงธนาคารและบริษัทบริหารกองทุน เมื่อต้องอยู่ในสังคมที่แก่งแย่งชิงดีแสวงหาผลประโยชน์ เขาใช้ความสามารถของตัวเองรับช่วงกิจการที่เป็นหัวใจสำคัญของเซิ่งซื่อกรุ๊ป หนำซ้ำยังรวบและขยายกิจการไม่หยุด จะเห็นได้ว่าเขาไม่เพียงมีมันสมองที่ฉลาดและฝีมือที่เด็ดขาด ยิ่งต้องมีหัวใจที่เย็นชาเลือดเย็น

ตอนหรงซูมาถึงบริษัท พอดีเจอกับเซิ่งถิงเชินที่กำลังลงรถ

รูปร่างสง่า สวมสูทภูมิฐาน หน้าตาหล่อเหลาเข้มงวด บวกกับทรัพย์สินและหน้าที่ตำแหน่ง ทำให้เขาเต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างผู้ใหญ่ไม่มีสิ้นสุด

“ประธานเซิ่ง”

พนักงานต่างพยักหน้าทักทาย

หรงซูได้สติ จึงรีบก้มหน้าลง แล้วถอยหลังไปสองก้าว

ชายหนุ่มทำเหมือนไม่เห็นเธอ ก้าวเข้าไปในบริษัท

หรงซูยื่นจดหมายลาออกให้โจวซาน

โจวซานเป็นเลขาของเซิ่งถิงเชิน

ก่อนหน้านี้เป็นลูกน้องเธอ

ชีวิตคนเราไม่แน่นอน

ตอนนี้หรงซูกลายเป็นลูกน้องเธอ

ตอนแรกที่หรงซูถูกลดตำแหน่ง คนในแผนกแปลกใจกันมาก พอจบมหาวิทยาลัยหรงซูก็เป็นผู้ช่วยท่านประธาน

งานผู้ช่วยไม่เพียงแต่ต้องมีความสามารถ เงื่อนไขภายนอกก็สำคัญเหมือนกัน ส่วนหรงซูไม่ว่าหน้าตาหรือรูปร่างก็แสนจะธรรมดา แต่เธอก็ยังคงถูกเลือก นี่เพียงพอจะยืนยันว่าความสามารถของเธอ ทำให้มองข้ามเงื่อนไขภายนอกของเธอได้

ท่านประธานที่เข้มงวดมาตลอดยังเคยกล่าวชมเธอ

แต่โจวซานรู้ดี

หรงซูเป็นคางคกที่อยากกินเนื้อห่านฟ้า อยากใช้เรือนร่างไต่เต้า ต่อให้มีความสามารถขนาดไหนก็ไม่ใช่คนดี

เป็นเพราะเหตุนี้

ประธานเซิ่งจึงเกลียดเธอมาก

โจวซานมองจดหมายลาออกแวบหนึ่ง สายตากวาดมองท้องของเธอ มุมปากยกขึ้นแบบถากถาง “คนเรามีค่าเพราะรู้จักฐานะของตัวเอง ถ้าว่างมากก็ไปส่องกระจกดู อย่าคิดว่ามีลูกแล้วจะใฝ่สูงได้ เธอก็ไม่หัดดูซะบ้างว่าตระกูลเซิ่งเป็นที่แบบไหน แล้วตัวเธอมีฐานะยังไง”

ส่วนเรื่องที่เธอกับเซิ่งถิงเชินจดทะเบียนกันแล้ว ในบริษัทไม่มีใครรู้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 252

    “เมื่อห้าปีก่อนไปโดยไม่เหลือเยื่อใย ตอนนี้จะกลับมาทำไม?”หรงซูเดินเข้าไป วางกระเป๋าในมือลง แล้วนั่งลงบนโซฟาเสิ่นอวี้หรงมองการกระทำของเธอ พลันขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ต่อมาได้ยินหรงซูบอกว่า “แน่นอนว่ามาหย่ากับลูกชายคุณนะสิคะ” เสิ่นอวี้หรงได้ยินคำพูดแบบนี้ของเธอ ตกตะลึงทันทียังไงก็นึกไม่ถึงว่าคำว่าหย่าจะออกมาจากปากของหรงซูเองเมื่อเห็นท่าทางแบบนี้ของเธอ เสิ่นอวี้หรงไม่พอใจมากเธอยิ้มเยาะ แล้วบอกว่า “หย่าเหรอ? ทำไม คิดจะมาแบ่งสมบัติถิงเชินสินะ?”หรงซูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ก็ใช่นะสิคะ ยังไงอย่างน้อยต้องแบ่งทรัพย์สินหนึ่งในสามของเขาไปให้ได้ค่ะ”สีหน้าเสิ่นอวี้หรงเย็นชาทันที “เธอช่างกล้าคิดนะ”“นี่เป็นข้อเรียกร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ทำไมจะไม่กล้าคะ”เสิ่นอวี้หรงจ้องเธอ ลมหายใจหนักหน่วงตามไปด้วย “งั้นเหรอ งั้นต้องดูว่าเธอมีปัญญาหรือเปล่า ในเมื่อเธอเลือกที่จะไม่ยอมรับเหมยเหม่ย งั้นก็อย่าให้เหมยเหม่ยรู้ว่าเธอเป็นใครไปตลอดชีวิต”“นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับลูกสาวของฉัน ไม่รบกวนคุณนายเซิ่งต้องเป็นห่วงค่ะ”เสิ่นอวี้หรงได้ยินแบบนั้น สีหน้าย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม“ถ้าคุณนายเซิ่งไม่มีธุระอื่น ฉั

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 251

    “ผู้หญิงไม่มีใจ หัวใจผมได้รับบาดเจ็บ”“จะให้ฉันแนะนำหัวหน้าหมอโรคหัวใจให้คุณไหมล่ะ”“...”“รอให้คุณหย่าเสร็จแล้ว ผมค่อยมาหาคุณนะ จะได้ฉลองให้คุณได้เต็มที่”หรงซูยิ้มแล้วบอก “ได้แน่นอนค่ะ”วันนี้เดวิดโทรมาหา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการงานและชีวิตเธออย่างเป็นห่วงหรงซูรู้ว่าตอนนี้เขากำลังเข้าร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูงแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ เธอสงสัยว่าในงานแบบนี้เขายังมีเวลาโทรหาเธออีกเหรอพลันได้ยินเขาพูดว่า “ตอนนี้เซิ่งถิงเชินกำลังคุยกับคุณหนูตระกูลฟิกซ์อย่างมีความสุข ผมว่าคุณหนูตระกูลฟิกซ์เหมือนจะชอบเขามากจริง ๆ”เขาเพิ่งจะพูดถึงเซิ่งถิงเชินหรงซูก็ขัดขึ้น “เขาจะคุยกับผู้หญิงอีกสักแปดคนสิบคนอย่างมีความสุขก็ไม่เกี่ยวกับฉันเลย ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องของเขา”เดวิดอึ้งไปสักครู่ แล้วหัวเราะพร้อมบอกว่า “งั้นก็ได้!”ความจริงสายนี้ของเขา ก็จงใจจะฟ้องเหมือนกันไอ้ถิงเชินมันฮอตเหลือเกินจริง ๆเพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเกิดความกังวลกะทันหัน กลัวเอเวอลินจะหลงรักเขาอีกแล้วไม่ยอมหย่ากับเขา เพราะยังไงการที่ผู้หญิงจะหลงรักผู้ชายแบบนี้ เป็นเรื่องที่ง่ายดายมากจริง ๆแต่เมื่อได้ยินเอเวอลินยืนยันหนักแน

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 250

    วันหยุดสุดสัปดาห์สองวันนี้หรงซูดูแลเหมยเหม่ยอยู่ที่เฉียนสุ่ยวิลล์ พาเธอไปเดินเล่นซื้อของ เซิ่งถิงเชินหาเวลาวิดีโอคอลหาเหมยเหม่ยทุกวัน สองพ่อลูกจะคุยกันพักใหญ่ถึงวันจันทร์หรงซูไปส่งเหมยเหม่ยที่โรงเรียนอนุบาลวันนี้เป็นวันเปิดเทอม ส่วนใหญ่พ่อแม่จะพาลูก ๆ มาด้วยกัน เพียงแต่บรรยากาศในโรงเรียนมีแต่เสียงร้องไห้ระงมของเด็ก ๆ“เสี่ยวซู!”หรงซูได้ยินเสียงคุ้นเคย หันกลับไปมองก็เห็นเจียงอวี่กับหยาหย่าเด็กน้อยสองคนเจอกันก็ทักทายกันบังเอิญว่า หยาหย่ากับเหมยเหม่ยอยู่ห้องเดียวกันหรงซูกับเจียงอวี่คุยกับคุณครูประจำชั้นครู่หนึ่ง และแอดช่องทางการติดต่อไว้จากนั้นก็บอกลาเด็ก ๆเด็กน้อยสองคนกลับเชื่อฟังมาก ไม่ร้องไห้งอแง จูงมือกันเดินตามคุณครูเข้าห้องเรียนไปพอออกมาจากโรงเรียนอนุบาลเจียงอวี่ถาม “เธอตั้งใจจะให้เหมยเหม่ยรู้ว่าเธอเป็นแม่ตอนไหน”จู่ ๆ ก็รู้สึกสงสารเหมยเหม่ย ทั้ง ๆ ที่แม่ก็อยู่ข้าง ๆ แท้ ๆ แต่กลับเรียกแม่ไม่ได้ ทำได้เพียงเรียกคุณน้าแน่นอนว่าเธอรู้ว่าในใจของเสี่ยวซูต้องรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ ยังไงซะใครจะไปอยากได้ยินลูกสาวของตัวเองเรียกตัวเองว่าคุณน้าล่ะหรงซูถอนหายใจ “รอให้หย่า

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 249

    นัยน์ตาสีดำขลับภายใต้เลนส์แว่นจ้องมองอย่างลึกซึ้ง ในที่สุดก็นำตั๋วไปวางไว้ด้านข้างหรงซูขับรถมาถึงอวิ๋นซานกรุ๊ปลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในโถงล็อบบีของบริษัทเซิ่งถิงเชินพาเหมยเหม่ยลงมาพอดีเมื่อเห็นหรงซู เหมยเหม่ยก็วิ่งเข้าไปหาเธออย่างดีใจ “คุณน้าเอเวอลิน”หรงซูรีบก้าวเดินเข้าไปหาเหมยเหม่ยเดินเข้าไปสวมกอดต้นขาของเธอ เงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมองเธอด้วยรอยยิ้มเบิกบาน หรงซูลูบหัวเล็ก ๆ ของเหมยเหม่ยจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเซิ่งถิงเชินที่เดินมา สายตาเย็นชาขึ้นทันที เซิ่งถิงเชินมองเธอ ย่อมเห็นการเปลี่ยนแปลงในแววตาของเธออย่างชัดเจน เขาส่งกระเป๋านักเรียนของเหมยเหม่ยให้เธอ หรงซูยื่นมือไปรับมา เขาเอ่ยว่า “ฉันต้องไปทำงานต่างเมืองประมาณหนึ่งสัปดาห์ วันจันทร์ตอนไปส่งเหมยเหม่ยที่โรงเรียน เธอคุยกับคุณครูให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”การรับส่งเหมยเหม่ยในช่วงเปิดเทอมสัปดาห์แรก และสถานการณ์ที่โรงเรียน ให้เธอเพิ่มช่องทางการติดต่อกับคุณครูไว้ เพื่อที่คุณครูจะได้พูดคุยกับเธอได้ตลอดเวลา“งั้นคุณก็ต้องบอกคุณครูล่วงหน้าไว้หน่อยนะ”“โทรคุยกับคุณครูเรียบร้อยแล้ว”“...”น้ำเสียงที่ทั้งสองคนพูดคุยกันไม่มีความรู้สึกใด ๆ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 248

    เซิ่งถิงเชินรออยู่ในห้องนั่งเล่นเมื่อเห็นหรงซูอุ้มเหมยเหม่ยกลับมา เขาก็ลุกขึ้นก้าวเดินเข้าไปหา ยื่นมือไปรับเหมยเหม่ยมาจากอ้อมอกของหรงซูตอนที่เหมยเหม่ยซบลงบนอกของคุณพ่อ จู่ ๆ เธอก็ตื่นขึ้นมา ปรือตามองหรงซู อยากจะยื่นมือไปดึงเธอ หรงซูรีบยื่นมือไปกุมมือเล็ก ๆ ของเหมยเหม่ยไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เหมยเหม่ยพักผ่อนให้สบายนะ น้ากลับบ้านก่อนนะจ๊ะ”เหมยเหม่ยรีบจับมือหรงซูไว้แน่น พลางพูดว่า “คุณน้าเอเวอลินอย่าไปนะคะ”หรงซูลูบแก้มเล็ก ๆ ของเธอ ปลอบโยนว่า “พรุ่งนี้น้าต้องไปทำงาน รอให้น้าหยุดก่อนแล้วค่อยมาอยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยดีไหมจ๊ะ?”ตอนที่เธอเข้าไปใกล้เหมยเหม่ยชายหนุ่มก็ได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเธอ ระหว่างที่หลุบตามอง ก็เห็นดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายอ่อนโยนภายใต้ขนตาที่ยาวงอนราวกับขนนกของหญิงสาวตอนกลางคืนเวลาเข้านอนเหมยเหม่ยจะติดคนเป็นพิเศษ กล่อมยากมากเธอไม่ยอมให้หรงซูไป ยื่นมือจะให้หรงซูอุ้ม ดวงตาแดงก่ำหรงซูจึงต้องอุ้มเหมยเหม่ยกลับมาอีกครั้งเซิ่งถิงเชินกล่าว “เธอพาเหมยเหม่ยขึ้นไปชั้นบนก่อนเถอะ”ตอนนี้เหมยเหม่ยกอดหรงซูไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือหรงซูจึงทำได้เพียงพาเธอขึ้น

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 247

    เจียงอวี่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง หรงซูหันไปมองเธอ “เสี่ยวอวี่คุยอะไรอยู่ ไปกันได้แล้ว”“อ้อ ได้สิ”เจียงอวี่รีบตอบข้อความพี่ชายตัวเอง “แค่นี้ก่อนนะคะ”เจียงหวยซวี่ “อืม”วันนี้มีคนมาร่วมงานกิจกรรมที่สถานที่จัดงานเยอะมากตอนที่พาเหมยเหม่ยและหยาหย่าออกไปข้างนอก ก็สวมหน้ากากจิ้งจอกในเกมให้พวกเธอ เพราะวันนี้จะต้องมีการถ่ายรูปเยอะมากแน่ ๆ ไม่อยากให้ใบหน้าของเด็ก ๆ ถูกอัปโหลดลงบนอินเทอร์เน็ตตลอดเวลามีบอดี้การ์ดคอยตามประกบอยู่เสมอวันนี้มีคนที่ได้รับเชิญมาคอสเพลย์ไม่น้อย ทว่าวินาทีที่หรงซูปรากฏตัว ก็ดึงดูดสายตาและกล้องถ่ายรูปของทุกคนไปแทบทั้งหมดการแต่งตัวของเจียงอวี่ค่อนข้างเรียบง่าย ตลอดเวลาเธอจึงเอาแต่ถือกล้องถ่ายรูปกดถ่ายไม่หยุดเหมยเหม่ยและหยาหย่ามาร่วมงานแบบนี้เป็นครั้งแรก และได้เจอคนเยอะขนาดนี้หยาหย่ายังดีหน่อย ก่อนหน้านี้เจียงอวี่เคยพาเธอไปเที่ยวมาแล้วทั่วโลกเหมยเหม่ยถูกปกป้องมาอย่างดีตลอด ไม่เคยเจองานแบบนี้มาก่อน การติดต่อกับโลกภายนอกมีน้อยมาก แต่เธอกลับไม่กลัวเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน ราวกับได้ค้นพบโลกใบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจพวกเธอสวมหน้ากากจิ้งจอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status