แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: เหยียนอี่เฟย
เมื่อเจียงหวยซวี่เงยหน้ามองเห็นหญิงสาวตรงทางเข้า เขาชะงักไป เพราะชั่วขณะนั้นจำไม่ได้ จนกระทั่งหรงซูเอ่ยปาก “ศาสตราจารย์เจียง”

เจียงหวยซวี่เก็บสายตาอย่างแนบเนียน “มาแล้วเหรอ”

หรงซูดึงหน้ากากอนามัยออกแล้วเข้าไปในห้องทำงาน

“ศาสตราจารย์เจียงไม่พบกันนานแล้วนะคะ”

เจียงหวยซวี่ยิ้มอ่อนโยน “ไม่พบกันนานแล้วนะ เกือบจะจำไม่ได้”

หรงซูยิ้มมุมปากเยาะเย้ยตัวเอง “ฉันในสภาพนี้ เกือบจะไม่กล้ามาพบคุณแล้วค่ะ”

เจียงหวยซวี่ลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะทำงาน “พอท้องแล้วรูปร่างเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติ รอให้ลูกคลอดก็จะดีขึ้นเอง”

“นั่งสิ”

หรงซูนั่งลงบนโซฟา

เจียงหวยซวี่รินน้ำอุ่นให้เธอหนึ่งแก้ว “อบอุ่นร่างกายหน่อย”

หรงซูรับมา “ขอบคุณค่ะ”

เจียงหวยซวี่กวาดมองท้องน้อยที่นูนขึ้นของเธอแวบหนึ่ง “กี่เดือนแล้ว?”

หรงซูตอบ “ยี่สิบห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”

เจียงหวยซวี่ “ถ้างั้นปีหน้าเดือนหนึ่งตอนเปิดเทอม ถึงจะเป็นกำหนดคลอดของเธอ”

หรงซูขอร้องอย่างจริงจัง “ฉันอยากไหว้วานให้ศาสตราจารย์ช่วย ให้ฉันเลื่อนเวลาเข้าเรียนได้ไหม?”

การคลอดลูกเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเลือก แต่เธอก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้จริง ๆ

เจียงหวยซวี่ถามจริงจัง “ทำไมถึงอยากไป?”

หรงซูหลุบตาลง “รอให้ลูกคลอดออกมา เซิ่งถิงเชินเตรียมจะหย่ากับฉัน เวรกรรมแบบนี้ฉันก็ไม่อยากให้ดำเนินต่อไป ฉันอยากเริ่มต้นชีวิตของฉันใหม่”

เวลาหกเดือนจะว่านานก็ไม่นาน จะว่าสั้นก็ไม่สั้น แต่สำหรับเธอยาวนานเหมือนผ่านมาทั้งชีวิต

เจียงหวยซวี่ขมวดคิ้วอย่างลืมตัว หญิงสาวที่เคยสดใสน่ารัก ภายในเวลาสั้น ๆ สภาพเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เห็นได้ว่าเธอทรมานทั้งกายใจมากขนาดไหน

“เธอคิดได้และลุกขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง ฉันดีใจมาก เธอไม่เหมาะกับเซิ่งถิงเชินจริง ๆ ต่อไปต้องได้เจอคนที่รักเธออย่างจริงใจแน่นอน”

หรงซูหลุบตาแล้วพยักหน้า

ตอนแรกเจียงหวยซวี่ก็ไม่เห็นด้วยที่เธอจะไปเป็นผู้ช่วยเซิ่งถิงเชิน แต่เห็นเธอยืนกราน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความเจ็บปวดพังพินาศ

เธอถามกะทันหัน “ในสายตาศาสตราจารย์ ตกลงเซิ่งถิงเชินเป็นคนยังไงเหรอคะ?”

เจียงหวยซวี่เงียบไปสักครู่ พูดเชื่องช้า “เป็นคนที่บรรลุเป้าหมายโดยไม่สนใจวิธีการ ผลประโยชน์สำคัญที่สุด น่าจะไม่มีความรัก”

“ใช่ไหมคะ”

แต่ความอ่อนโยนที่เขามีต่อหญิงสาวคนนั้นไม่ได้เสแสร้ง อาจเพราะรักมากก็เลยยอมทำให้สินะ!

มีเพียงหญิงสาวที่งดงามถึงจะคู่ควรกับเขา

หรงซูไม่ได้ถามต่อ

“ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ถึงตอนนั้นฉันสามารถช่วยขอเลื่อนการเข้าเรียนได้”

“ขอบคุณค่ะศาสตราจารย์”

เจียงหวยซวี่ให้เธอกรอกใบสมัครชุดหนึ่ง

หรงซูเขียนเสร็จแล้ว

“พอลูกคลอดแล้วจะให้อยู่ที่ตระกูลเซิ่งเหรอ?” อยู่ ๆ เจียงหวยซวี่ก็ถามขึ้น

หรงซูยิ้มมุมปากอย่างจนใจ ต่อให้เธออยากพาลูกไปก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอคงต้องผิดต่อลูกคนนี้แล้ว “ตระกูลเซิ่งน่าจะดูแลเธอเป็นอย่างดี”

เจียงหวยซวี่ไม่ถามต่อ “พอดีฉันต้องการผู้ช่วยคนหนึ่ง ทำแค่หนึ่งเดือนก็พอ เธอจะลองดูไหม?”

หรงซูตอบรับโดยไม่ลังเล

“ค่ะ”

ตั้งแต่เธอตั้งท้อง เซิ่งถิงเชินก็ย้ายเธอไปฝ่ายเลขาในตำแหน่งที่ไม่มีความสำคัญ จากผู้ช่วยท่านประธานไปเป็นคนไร้ตัวตนในชั่วข้ามคืน ความพยายามทั้งหมดของเธอพังทลาย

ตอนนี้เธอจำเป็นต้องการงานใหม่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง เพื่อให้ชีวิตของตัวเองขับเคลื่อนต่อไปอีกครั้ง

พอดีจะได้เตรียมตัวสำหรับการเรียนในอนาคต

ยังไงวันนี้เธอก็ลางานแล้ว

หรงซูเลยอยู่ที่นี่ต่อแล้วเริ่มทำงานผู้ช่วยของศาสตราจารย์ เดิมทีเธอก็เป็นนักเรียนของเจียงหวยซวี่อยู่แล้ว บวกกับช่วงก่อนที่อยู่กับเซิ่งถิงเชินได้ทำงานที่มีความยากสูงมาระยะหนึ่ง ต่อให้หมดไฟไปหลายเดือน แต่เธอก็กลับมาคล่องอย่างรวดเร็ว จัดการงานได้อย่างสบาย

วินาทีนี้

หรงซูเหมือนได้กลับไปเป็นตัวเองอีกครั้ง เหมือนได้พบคุณค่าของการดำรงอยู่อย่างแท้จริง

เหมือนที่เจียงหวยซวี่บอก เธอควรจะเฉิดฉายในหน้าที่การงาน ความรักไม่ใช่สิ่งเดียวในชีวิต

คืนนั้น

เซิ่งถิงเชินไม่กลับบ้านเหมือนที่แล้วมา เขาแค่กลับบ้านเป็นครั้งคราวเท่านั้น

เพียงแต่เธอไม่สนใจแล้ว

วันรุ่งขึ้น

เธอเตรียมจดหมายลาออกเรียบร้อย

เซิ่งถิงเชินรับช่วงดูแลกิจการด้านการเงินภายใต้เซิ่งซื่อกรุ๊ป รวมถึงธนาคารและบริษัทบริหารกองทุน เมื่อต้องอยู่ในสังคมที่แก่งแย่งชิงดีแสวงหาผลประโยชน์ เขาใช้ความสามารถของตัวเองรับช่วงกิจการที่เป็นหัวใจสำคัญของเซิ่งซื่อกรุ๊ป หนำซ้ำยังหุบและขยายกิจการไม่หยุด จะเห็นได้ว่าเขาไม่เพียงมีมันสมองที่ฉลาดและฝีมือที่เด็ดขาด ยิ่งต้องมีหัวใจที่เย็นชาเลือดเย็น

ตอนหรงซูมาถึงบริษัท พอดีเจอกับเซิ่งถิงเชินที่กำลังลงรถ

รูปร่างสง่า สวมสูทภูมิฐาน หน้าตาหล่อเหลาเข้มงวด บวกกับทรัพย์สินและหน้าที่ตำแหน่ง ทำให้เขาเต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างผู้ใหญ่ไม่มีสิ้นสุด

“ประธานเซิ่ง”

พนักงานต่างพยักหน้าทักทาย

หรงซูได้สติ จึงรีบก้มหน้าลง แล้วถอยหลังไปสองก้าว

ชายหนุ่มทำเหมือนไม่เห็นเธอ ก้าวเข้าไปในบริษัท

หรงซูยื่นจดหมายลาออกให้โจวซาน

โจวซานเป็นเลขาของเซิ่งถิงชาน

ก่อนหน้านี้เป็นลูกน้องเธอ

ชีวิตคนเราไม่แน่นอน

ตอนนี้หรงซูกลายเป็นลูกน้องเธอ

ตอนแรกที่หรงซูถูกลดตำแหน่ง คนในแผนกแปลกใจกันมาก พอจบมหาวิทยาลัยหรงซูก็เป็นผู้ช่วยท่านประธาน

งานผู้ช่วยไม่เพียงแต่ต้องมีความสามารถ เงื่อนไขภายนอกก็สำคัญเหมือนกัน ส่วนหรงซูไม่ว่าหน้าตาหรือรูปร่างก็แสนจะธรรมดา แต่เธอก็ยังคงถูกเลือก นี่เพียงพอจะยืนยันว่าความสามารถของเธอ ทำให้มองข้ามเงื่อนไขภายนอกของเธอได้

ท่านประธานที่เข้มงวดมาตลอดยังเคยกล่าวชมเธอ

แต่โจวซานรู้ดี

หรงซูเป็นคางคกที่อยากกินเนื้อห่านฟ้า อยากใช้เรือนร่างไต่เต้า ต่อให้มีความสามารถขนาดไหนก็ไม่ใช่คนดี

เป็นเพราะเหตุนี้

ประธานเซิ่งจึงเกลียดเธอมาก

โจวซานมองจดหมายลาออกแวบหนึ่ง สายตากวาดมองท้องของเธอ มุมปากยกขึ้นแบบถากถาง “คนเรามีค่าเพราะรู้จักฐานะของตัวเอง ถ้าว่างมากก็ไปส่องกระจกดู อย่าคิดว่ามีลูกแล้วจะใฝ่สูงได้ เธอก็ไม่หัดดูซะบ้างว่าตระกูลเซิ่งเป็นที่แบบไหน แล้วตัวเธอมีฐานะยังไง”

ส่วนเรื่องที่เธอกับเซิ่งถิงเชินจดทะเบียนกันแล้ว ในบริษัทไม่มีใครรู้
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 30

    “ซ่งเหยียน!” เจียงหวยซวี่เน้นเสียงหนักเพียะ!เสียงตบหน้าดังสนั่น แสดงให้เห็นถึงแรงที่ใช้ซ่งเหยียนยกมือตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ เธอมองซูชิงจือ “ตบนี้คืนให้น้องสาวคุณ ถ้ายังไม่พอ ฉันตบตัวเองอีกทีก็ได้”ใบหน้าหล่อเหลาของซูชิงจือไร้ความรู้สึก หันไปพูดกับเจียงหวยซวี่ว่า “ประธานเจียง พอแค่นี้เถอะครับ!”“ไปกันเถอะ!”ซูชิงจือเหลือบมองเซิ่งถิงเชินเซิ่งถิงเชินโอบเอวอันชิงเยว่เตรียมจะเดินตามออกไปซ่งเหยียนยื่นกระเป๋าในมือให้หรงซู “มีของจะคืนคุณหนูใหญ่อันไม่ใช่เหรอ”หรงซูได้สติ ยื่นมือไปรับกระเป๋า หยิบไข่มุกขาวออสเตรเลียออกมา เดินไปตรงหน้าอันชิงเยว่ “ขยะที่คุณอันไม่ต้องการ ฉันไม่มีเหตุผลต้องช่วยทิ้ง เชิญคุณอันทิ้งเองเถอะค่ะ”อันชิงเยว่มองหรงซูด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีทีท่าว่าจะยื่นมือมารับทันใดนั้น มือใหญ่ข้างหนึ่งก็หยิบไข่มุกไปจากมือเธอฝ่ามือหรงซูแข็งทื่อจากนั้นชายหนุ่มก็โยนไข่มุกเม็ดนั้นลงถังขยะไปดื้อ ๆเซิ่งถิงเชินจับมืออันชิงเยว่ก้าวเท้าฉับ ๆ จากไปทันทีซูชิงจือมองหรงซูแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตากลับ ไม่ได้พูดอะไรหรงซูยืนแข็งทื่ออยู่ในท่าที่ยกมือค้างไว้แบบนั้นซ่งเหยียนเข้ามาประคองหร

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 29

    ซ่งเหยียนไม่มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย “เอาสิ! ประธานเซิ่งจะให้ฉันชดใช้ยังไง คนตัวเล็ก ๆ อย่างฉันคงไม่มีปัญญาขัดขืนอยู่แล้ว เชิญตามสบายเลย วันนี้ซูชิงจือก็น่าจะมากับประธานเซิ่งด้วยใช่ไหมล่ะ งั้นฝากบอกเขาด้วยเลยแล้วกันว่าฉันตบน้องสาวเขา จะคิดบัญชีก็คิดรวมกันไปเลย”หรงซูมองซ่งเหยียน จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองช่างขี้ขลาดเหลือเกินเห็นสามีที่นอกใจปกป้องผู้หญิงอื่น แต่เธอกลับไม่มีความกล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไป เธอกำมือแน่น ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับเซิ่งถิงเชินแล้วพูดว่า “คุณอันจะตบคนอื่นก่อน พี่เหยียนแค่ป้องกันตัวเท่านั้นค่ะ”เซิ่งถิงเชินปรายตามองหรงซู สายตาเย็นชาขึ้นอีกหลายส่วน “ตรงนี้ไม่มีสิทธิ์ให้เธอพูด”สิ้นเสียงหรงซูรู้สึกเหมือนหัวใจถูกค้อนปอนด์ทุบอย่างจัง นัยน์ตาสั่นระริกจนไม่สามารถสบตากับชายหนุ่มได้อีก“ประธานเซิ่งนี่ช่างคลั่งรักจริง ๆ นะครับ!”เสียงของฉีเยี่ยนเฉาดังขึ้นเจียงหวยซวี่กับฉีเยี่ยนเฉาเดินตรงมาทางนี้ โดยมีซูชิงจือตามมาด้วยเมื่อครู่ตอนที่ซ่งเหยียนกลับไปที่ห้องส่วนตัว เธอแค่บอกพวกเขาสั้น ๆ ว่าเจออันชิงเยว่ หรงซูมีของจะให้เธอเจียงหวยซวี่รออยู่สักพัก ท้ายที่สุดก็ไม่วางใจ จึง

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 28

    ได้ยินดังนั้นสีหน้าของอันชิงเยว่ก็เย็นชาลงทันทีซ่งเหยียนไม่สนใจ และไม่พูดอะไรไร้สาระกับเธออีก หันไปพูดกับหรงซูว่า “เสี่ยวซู เราไปกันเถอะ”ซ่งเหยียนควงแขนหรงซูเดินจากไปหรงซูเห็นสีหน้าซ่งเหยียนไม่ดี จึงถามว่า “พวกพี่มีเรื่องบาดหมางอะไรกันหรือเปล่าคะ?”ซ่งเหยียนตอบว่า “ไม่มีอะไร แค่รำคาญเธอเฉย ๆ”อันชิงเยว่มองแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินจากไป ได้ยินคำพูดของซ่งเหยียน แววตาก็เปลี่ยนเป็นอำมหิตขึ้นมาทันทีเพิ่งเดินไปได้ไม่ไกลหรงซูจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ “พี่เหยียนคะ รบกวนช่วยไปเอากระเป๋าของฉันที่ห้องให้หน่อยค่ะ ฉันมีของจะคืนให้เธอ”ซ่งเหยียนขมวดคิ้ว “เธอก็รู้จักแม่นั่นด้วยเหรอ?”หรงซูตอบ “ไม่นับว่ารู้จักหรอกค่ะ”ซ่งเหยียนไม่ซักไซ้ต่อ “งั้นรอฉันเดี๋ยว เดี๋ยวกลับมา”“ค่ะ”ซ่งเหยียนเดินก้าวยาว ๆ จากไปหรงซูมองไปทางห้องน้ำ แล้วยืนรออยู่ที่เดิมไม่กี่นาทีต่อมาอันชิงเยว่ออกมาจากห้องน้ำ เห็นหรงซูยืนรออยู่ จึงเดินเข้าไปหา มองหรงซูด้วยสีหน้าอ่อนโยนแล้วพูดว่า “รอฉันเหรอ”หรงซูตอบ “อืม มีของอย่างหนึ่งจะคืนให้คุณอัน รบกวนคุณอันรอสักครู่นะคะ”อันชิงเยว่นึกขึ้นได้ ยิ้มมุมปากกล่าวว่า “เธอ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 27

    หรงซูมาถึงภัตตาคารหลานซ่ง เธอนั่งรอในห้องส่วนตัวและส่งข้อความหาเจียงหวยซวี่ พวกเขาจะมาถึงในอีกประมาณยี่สิบนาทีเจียงหวยซวี่ถามว่า “ฉันพาคนมาด้วยอีกคนหนึ่ง เธอจะถือสาไหม?”หรงซูตอบว่า “ไม่ถือแน่นอนค่ะ”“ดีเลย เธอคงจะคุยกับหล่อนถูกคอ”“ค่ะ”หลังจากวางสายโทรศัพท์ยี่สิบนาทีต่อมาพวกเจียงหวยซวี่มาถึงห้องส่วนตัวคนที่ตามมาด้วยเป็นหญิงสาวรุ่นเยาว์ เครื่องหน้าอ่อนโยนสง่างาม สวยสง่าดูภูมิฐานแบบผู้ใหญ่ ดูแล้วอายุน่าจะประมาณสามสิบปี ผมสั้นประบ่า สวมชุดทำงาน บุคลิกสุขุม มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นสาวแกร่งในวงการทำงานทุกคนทักทายกันเจียงหวยซวี่แนะนำให้หรงซูรู้จัก “นี่คือซ่งเหยียน รุ่นน้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของฉัน” พูดจบก็หันไปบอกซ่งเหยียนว่า “นี่คือนักเรียนของฉันที่เคยเล่าให้ฟัง หรงซู”หรงซูเป็นฝ่ายทักทายก่อน “สวัสดีค่ะ ฉันขอเรียกคุณว่าพี่เหยียนได้ไหมคะ?”ซ่งเหยียนยิ้มตอบ “ได้แน่นอน วันนี้ฉันติดสอยห้อยตามรุ่นพี่มากินฟรีด้วย เธอคงไม่ว่าอะไรนะ”“ไม่ว่าแน่นอนค่ะ”หลังจากนั่งที่และสั่งอาหารแล้วหรงซูแสดงความขอบคุณต่อฉีเยี่ยนเฉา “ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสได้ขอบคุณคุณฉีดี ๆ เลยค่ะ”ฉีเยี่ยนเฉ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 26

    บริษัทการลงทุนหรงเอินเป็นบริษัทที่เจียงหวยซวี่ก่อตั้งขึ้นมากับมือในช่วงไม่กี่ปีมานี้เติบโตอย่างรวดเร็ว มูลค่าตลาดทะลุห้าแสนล้าน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทในประเทศที่สามารถต่อกรกับอวิ๋นซานได้ทั้งสองฝ่ายแข่งขันกันอย่างดุเดือดมาตลอดหลายปีตอนแรกเจียงหวยซวี่ตั้งใจอยากให้เธอไปทำงานที่หรงเอิน ตามหลักเหตุผลแล้วเธอควรจะไปที่นั่น แต่ในตอนนั้น เพื่อความฝันที่มีมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย สุดท้ายเธอก็ปฏิเสธเจียงหวยซวี่ไปซ้ำร้ายหลังจากเข้าทำงานที่อวิ๋นซาน เธอยังต้องงัดข้อกับหรงเอินในสนามธุรกิจ และแย่งชิงโปรเจกต์หนึ่งมาจากมือของหรงเอินในใจของเธอรู้สึกผิดอย่างมากมาตลอดถึงขั้นไม่กล้าสู้หน้าเจียงหวยซวี่แต่เจียงหวยซวี่กลับไม่โกรธเคืองหรือตำหนิว่าเธอว่าเนรคุณ เพียงแค่พูดประโยคเดียวว่า ‘ฉันมองคนไม่ผิดจริง ๆ เธอทำให้ฉันทึ่งมาก’ต่อมาพวกเขาก็ขาดการติดต่อไปนานพอสมควรจนกระทั่งก่อนหน้านี้ที่เจียงหวยซวี่ติดต่อมาหาเธออย่างกะทันหันบางทีตอนนั้นเขาอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเธอตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน สุดท้ายคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยกลับเป็นอาจารย์ที่เธอเคยทรยศความรักหนอความรัก ทำให้คนตามืดบอดมองไม่เห็นถ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 25

    มือที่วางบนหน้าท้องเผลอเกร็งแน่น มุมปากยกยิ้มสมเพชตัวเองอย่างขมขื่น เธอยังคาดหวังอะไรอยู่อีกนึกถึงสองครั้งที่เจอพี่ชายของอันชิงเยว่ ดูท่าทางจะเป็นคนมีเหตุผลกว่ามากจริง ๆเห็นสถานีรถไฟใต้ดินข้างหน้าเธอพูดกับคนขับรถว่า “รบกวนจอดที่สถานีรถไฟใต้ดินข้างหน้าด้วยค่ะ”เธอทนฟังเซิ่งถิงเชินทำเสียงอ่อนโยนกับผู้หญิงอื่นไม่ไหวจริง ๆ สู้ปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพังดีกว่าคนขับรถมองกระจกหลังดูเบาะหลังแวบหนึ่ง เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของเซิ่งถิงเชินเซิ่งถิงเชินพูดปลอบอันชิงเยว่ประโยคหนึ่งแล้ววางสายหรงซูหันไปมองเขาแล้วพูดว่า “ฉันจะพักฟื้นอยู่ที่บ้านจนกว่าจะคลอดลูกคนนี้ค่ะ”คุณจะได้กลับไปนอนบ้านได้อย่างสบายใจประโยคนี้หรงซูได้แต่พูดในใจ ไม่ได้เอ่ยออกมาที่แท้การต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับเธอทำให้เขารังเกียจขนาดนี้ พอนึกย้อนกลับไป ตั้งแต่ต้นจนจบเซิ่งถิงเชินไม่เคยชายตามองเธอเลย ดังนั้นการยอมลดศักดิ์ศรีเพื่อเอาใจเขา เพื่อความภาคภูมิใจจอมปลอมเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่น กลับทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกอย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้นเซิ่งถิงเชินปรายตามองหรงซูแวบหนึ่งแล้วละสายตากลับ สีหน้าเย็นชา “ตามใจเธอ”รถค่อย ๆ จ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status