แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: เหยียนอี่เฟย
เมื่อเจียงหวยซวี่เงยหน้ามองเห็นหญิงสาวตรงทางเข้า เขาชะงักไป เพราะชั่วขณะนั้นจำไม่ได้ จนกระทั่งหรงซูเอ่ยปาก “ศาสตราจารย์เจียง”

เจียงหวยซวี่เก็บสายตาอย่างแนบเนียน “มาแล้วเหรอ”

หรงซูดึงหน้ากากอนามัยออกแล้วเข้าไปในห้องทำงาน

“ศาสตราจารย์เจียงไม่พบกันนานแล้วนะคะ”

เจียงหวยซวี่ยิ้มอ่อนโยน “ไม่พบกันนานแล้วนะ เกือบจะจำไม่ได้”

หรงซูยิ้มมุมปากเยาะเย้ยตัวเอง “ฉันในสภาพนี้ เกือบจะไม่กล้ามาพบคุณแล้วค่ะ”

เจียงหวยซวี่ลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะทำงาน “พอท้องแล้วรูปร่างเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติ รอให้ลูกคลอดก็จะดีขึ้นเอง”

“นั่งสิ”

หรงซูนั่งลงบนโซฟา

เจียงหวยซวี่รินน้ำอุ่นให้เธอหนึ่งแก้ว “อบอุ่นร่างกายหน่อย”

หรงซูรับมา “ขอบคุณค่ะ”

เจียงหวยซวี่กวาดมองท้องน้อยที่นูนขึ้นของเธอแวบหนึ่ง “กี่เดือนแล้ว?”

หรงซูตอบ “ยี่สิบห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”

เจียงหวยซวี่ “ถ้างั้นปีหน้าเดือนหนึ่งตอนเปิดเทอม ถึงจะเป็นกำหนดคลอดของเธอ”

หรงซูขอร้องอย่างจริงจัง “ฉันอยากไหว้วานให้ศาสตราจารย์ช่วย ให้ฉันเลื่อนเวลาเข้าเรียนได้ไหม?”

การคลอดลูกเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเลือก แต่เธอก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้จริง ๆ

เจียงหวยซวี่ถามจริงจัง “ทำไมถึงอยากไป?”

หรงซูหลุบตาลง “รอให้ลูกคลอดออกมา เซิ่งถิงเชินเตรียมจะหย่ากับฉัน เวรกรรมแบบนี้ฉันก็ไม่อยากให้ดำเนินต่อไป ฉันอยากเริ่มต้นชีวิตของฉันใหม่ค่ะ”

เวลาหกเดือนจะว่านานก็ไม่นาน จะว่าสั้นก็ไม่สั้น แต่สำหรับเธอยาวนานเหมือนผ่านมาทั้งชีวิต

เจียงหวยซวี่ขมวดคิ้วอย่างลืมตัว หญิงสาวที่เคยสดใสน่ารัก ภายในเวลาสั้น ๆ สภาพเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เห็นได้ว่าเธอทรมานทั้งกายใจมากขนาดไหน

“เธอคิดได้และลุกขึ้นใหม่ได้อีกครั้ง ฉันดีใจมาก เธอไม่เหมาะกับเซิ่งถิงเชินจริง ๆ ต่อไปต้องได้เจอคนที่รักเธออย่างจริงใจแน่นอน”

หรงซูหลุบตาแล้วพยักหน้า

ตอนแรกเจียงหวยซวี่ก็ไม่เห็นด้วยที่เธอจะไปเป็นผู้ช่วยเซิ่งถิงเชิน แต่เห็นเธอยืนกราน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความเจ็บปวดพังพินาศ

เธอถามกะทันหัน “ในสายตาศาสตราจารย์ ตกลงเซิ่งถิงเชินเป็นคนยังไงเหรอคะ?”

เจียงหวยซวี่เงียบไปสักครู่ พูดเชื่องช้า “เป็นคนที่บรรลุเป้าหมายโดยไม่สนใจวิธีการ ผลประโยชน์สำคัญที่สุด น่าจะไม่มีความรัก”

“ใช่ไหมคะ”

แต่ความอ่อนโยนที่เขามีต่อหญิงสาวคนนั้นไม่ได้เสแสร้ง อาจเพราะรักมากก็เลยยอมทำให้สินะ!

มีเพียงหญิงสาวที่งดงามถึงจะคู่ควรกับเขา

หรงซูไม่ได้ถามต่อ

“ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ถึงตอนนั้นฉันสามารถช่วยขอเลื่อนการเข้าเรียนได้”

“ขอบคุณค่ะศาสตราจารย์”

เจียงหวยซวี่ให้เธอกรอกใบสมัครชุดหนึ่ง

หรงซูเขียนเสร็จแล้ว

“พอลูกคลอดแล้วจะให้อยู่ที่ตระกูลเซิ่งเหรอ?” อยู่ ๆ เจียงหวยซวี่ก็ถามขึ้น

หรงซูยิ้มมุมปากอย่างจนใจ ต่อให้เธออยากพาลูกไปก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอคงต้องผิดต่อลูกคนนี้แล้ว “ตระกูลเซิ่งน่าจะดูแลเธอเป็นอย่างดี”

เจียงหวยซวี่ไม่ถามต่อ “พอดีฉันต้องการผู้ช่วยคนหนึ่ง ทำแค่หนึ่งเดือนก็พอ เธอจะลองดูไหม?”

หรงซูตอบรับโดยไม่ลังเล

“ค่ะ”

ตั้งแต่เธอตั้งท้อง เซิ่งถิงเชินก็ย้ายเธอไปฝ่ายเลขาในตำแหน่งที่ไม่มีความสำคัญ จากผู้ช่วยท่านประธานไปเป็นคนไร้ตัวตนในชั่วข้ามคืน ความพยายามทั้งหมดของเธอพังทลาย

ตอนนี้เธอจำเป็นต้องการงานใหม่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง เพื่อให้ชีวิตของตัวเองขับเคลื่อนต่อไปอีกครั้ง

พอดีจะได้เตรียมตัวสำหรับการเรียนในอนาคต

ยังไงวันนี้เธอก็ลางานแล้ว

หรงซูเลยอยู่ที่นี่ต่อแล้วเริ่มทำงานผู้ช่วยของศาสตราจารย์ เดิมทีเธอก็เป็นนักเรียนของเจียงหวยซวี่อยู่แล้ว บวกกับช่วงก่อนที่อยู่กับเซิ่งถิงเชินได้ทำงานที่มีความยากสูงมาระยะหนึ่ง ต่อให้หมดไฟไปหลายเดือน แต่เธอก็กลับมาคล่องอย่างรวดเร็ว จัดการงานได้อย่างสบาย

วินาทีนี้

หรงซูเหมือนได้กลับไปเป็นตัวเองอีกครั้ง เหมือนได้พบคุณค่าของการดำรงอยู่อย่างแท้จริง

เหมือนที่เจียงหวยซวี่บอก เธอควรจะเฉิดฉายในหน้าที่การงาน ความรักไม่ใช่สิ่งเดียวในชีวิต

คืนนั้น

เซิ่งถิงเชินไม่กลับบ้านเหมือนที่แล้วมา เขาแค่กลับบ้านเป็นครั้งคราวเท่านั้น

เพียงแต่เธอไม่สนใจแล้ว

วันรุ่งขึ้น

เธอเตรียมจดหมายลาออกเรียบร้อย

เซิ่งถิงเชินรับช่วงดูแลกิจการด้านการเงินภายใต้เซิ่งซื่อกรุ๊ป รวมถึงธนาคารและบริษัทบริหารกองทุน เมื่อต้องอยู่ในสังคมที่แก่งแย่งชิงดีแสวงหาผลประโยชน์ เขาใช้ความสามารถของตัวเองรับช่วงกิจการที่เป็นหัวใจสำคัญของเซิ่งซื่อกรุ๊ป หนำซ้ำยังรวบและขยายกิจการไม่หยุด จะเห็นได้ว่าเขาไม่เพียงมีมันสมองที่ฉลาดและฝีมือที่เด็ดขาด ยิ่งต้องมีหัวใจที่เย็นชาเลือดเย็น

ตอนหรงซูมาถึงบริษัท พอดีเจอกับเซิ่งถิงเชินที่กำลังลงรถ

รูปร่างสง่า สวมสูทภูมิฐาน หน้าตาหล่อเหลาเข้มงวด บวกกับทรัพย์สินและหน้าที่ตำแหน่ง ทำให้เขาเต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างผู้ใหญ่ไม่มีสิ้นสุด

“ประธานเซิ่ง”

พนักงานต่างพยักหน้าทักทาย

หรงซูได้สติ จึงรีบก้มหน้าลง แล้วถอยหลังไปสองก้าว

ชายหนุ่มทำเหมือนไม่เห็นเธอ ก้าวเข้าไปในบริษัท

หรงซูยื่นจดหมายลาออกให้โจวซาน

โจวซานเป็นเลขาของเซิ่งถิงเชิน

ก่อนหน้านี้เป็นลูกน้องเธอ

ชีวิตคนเราไม่แน่นอน

ตอนนี้หรงซูกลายเป็นลูกน้องเธอ

ตอนแรกที่หรงซูถูกลดตำแหน่ง คนในแผนกแปลกใจกันมาก พอจบมหาวิทยาลัยหรงซูก็เป็นผู้ช่วยท่านประธาน

งานผู้ช่วยไม่เพียงแต่ต้องมีความสามารถ เงื่อนไขภายนอกก็สำคัญเหมือนกัน ส่วนหรงซูไม่ว่าหน้าตาหรือรูปร่างก็แสนจะธรรมดา แต่เธอก็ยังคงถูกเลือก นี่เพียงพอจะยืนยันว่าความสามารถของเธอ ทำให้มองข้ามเงื่อนไขภายนอกของเธอได้

ท่านประธานที่เข้มงวดมาตลอดยังเคยกล่าวชมเธอ

แต่โจวซานรู้ดี

หรงซูเป็นคางคกที่อยากกินเนื้อห่านฟ้า อยากใช้เรือนร่างไต่เต้า ต่อให้มีความสามารถขนาดไหนก็ไม่ใช่คนดี

เป็นเพราะเหตุนี้

ประธานเซิ่งจึงเกลียดเธอมาก

โจวซานมองจดหมายลาออกแวบหนึ่ง สายตากวาดมองท้องของเธอ มุมปากยกขึ้นแบบถากถาง “คนเรามีค่าเพราะรู้จักฐานะของตัวเอง ถ้าว่างมากก็ไปส่องกระจกดู อย่าคิดว่ามีลูกแล้วจะใฝ่สูงได้ เธอก็ไม่หัดดูซะบ้างว่าตระกูลเซิ่งเป็นที่แบบไหน แล้วตัวเธอมีฐานะยังไง”

ส่วนเรื่องที่เธอกับเซิ่งถิงเชินจดทะเบียนกันแล้ว ในบริษัทไม่มีใครรู้
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 228

    หรงซูยืนอยู่ที่เดิมมองดูเงียบ ๆ ครู่หนึ่งจู่ ๆ เซิ่งถิงเชินเงยหน้ามองเธอ เมื่อรอยยิ้มที่เดิมทีมองเหมยเหม่ยอย่างรักและเอ็นดูมองไปทางหรงซู รอยยิ้มค่อย ๆ สลายไป เหมยเหม่ยมองหรงซู “คุณน้าเอเวอลินคะ”หรงซูเดินเข้าไป เหมยเหม่ยวิ่งไปหาเธอ แล้วถามว่า “คุณน้าเอเวอลิน เสี่ยวไป๋บวกเสี่ยวไป๋เท่ากับอะไรคะ?”หรงซูดึงเหมยเหม่ยให้นั่งลง แล้วถามเสียงอ่อนโยน “เท่ากับอะไรจ๊ะ?”“เท่ากับเสี่ยวไป๋ทู่ (กระต่ายสองตัว)”เหมยเหม่ยอดไม่ได้จึงหัวเราะอีกครั้งหรงซูจับหัวเหมยเหม่ยแล้วหัวเราะไปด้วยทั้งสองคนอยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยที่ห้องรับแขกตลอด เจ้าตัวเล็กนิสัยร่าเริง เมื่อมองไปบรรยากาศดูกลมเกลียวไม่ถึงสามทุ่มเหมยเหม่ยก็เริ่มหาววันนี้เหมยเหม่ยจะนอนกับหรงซูแม่บ้านทำความสะอาดห้องเล็กเอาไว้หนึ่งห้องแล้ว เดิมทีหรงซูอยากพาเหมยเหม่ยไปนอนห้องพักแขกตอนขึ้นไปชั้นบนเจอกับเซิ่งถิงเชินที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จชายหนุ่มสวมชุดนอนผ้าไหมแท้สีกรมท่า ตรงเอวผูกเข็มขัดผ้า ยิ่งเห็นไหล่กว้างเอวสอบเด่นชัด คอเสื้อรูปตัววีเผยให้เห็นกล้ามหน้าอกราง ๆ ปลายผมสั้นมีหยดน้ำที่ยังไม่แห้งสนิท“คุณพ่อ คืนนี้หนูจะนอนกับคุณน้าเอเวอ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 227

    หรงซูได้ยินคำพูดที่หน้าด้านหน้าทนของเขา ดวงตาคู่สวยมีความโกรธพลุ่งพล่าน ยกมืออยากตบหน้าเขา“คุณมันหน้าไม่อาย!”ทว่าฝ่ามือยังไม่ทันโดนใบหน้าของชายหนุ่ม ก็ถูกมือใหญ่ที่มีแรงข้างหนึ่งจับเอาไว้หรงซูอยากชักมือกลับมาแต่แรงผู้หญิงผู้ชายต่างกันไม่ว่าหรงซูจะดิ้นรนยังไง เขาก็ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย“เซิ่งถิงเชิน คุณมันสารเลว ปล่อยฉันนะ!”มองดูดวงตาของเธอที่ทั้งโกรธทั้งเคือง ใบหน้าขาวเนียนแดงเถือกเพราะอารมณ์ฉุนเฉียว ริมฝีปากแดงเผยอเล็กน้อยดวงตาดำของเซิ่งถิงเชินหรี่ลงวินาทีต่อมายังไม่ทันที่หรงซูจะรู้ตัวท้ายทอยของเธอถูกล็อกเอาไว้ จูบที่ดุดันของชายหนุ่มถาโถมลงมาหรงซูเบิกตากว้างทันที แผ่นหลังถูกกดลงมาหนัก ๆ จนแนบติดกับหน้าต่าง สมองรู้สึกมึนงงขึ้นมาในเสี้ยววินาทีรอให้เธอรู้สึกตัว ดิ้นรนขัดขืนสุดแรง สองมือก็ถูกเขารวบล็อกแน่นเอาไว้เหนือหัวแล้วเขาเหมือนภูเขาลูกใหญ่ที่กดอยู่บนร่างเธอจูบของเขาเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนการลงโทษที่แฝงการรุกราน ไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิดนอกหน้าต่างน้ำฝนสาดกระหน่ำภายในห้องบรรยากาศร้อนแรงแรงในตัวของหรงซูค่อย ๆ ถูกสูบไปทีละนิดขณะนี้พี่เลี้ยงพา

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 226

    เวลานี้เมื่อเผชิญกับลูกชายตรงหน้า เธอควบคุมเขาไม่ได้ตั้งนานแล้ว“ชิงจือ ต่อให้ลูกไม่พอใจคุณลุงอัน แต่เย่าเฉินก็เรียกลูกว่าพี่ใหญ่มานานหลายปีขนาดนี้”ซูชิงจือลุกขึ้นยืน น้ำเสียงเย็นชาลง “ผมมีแค่น้องสาว ไม่มีน้องชาย”“ซูชิงจือ!”ซูชิงจือตอบ “ที่บริษัทยังมีงานค้างอยู่ ผมขอตัวก่อน”เขาเดินมุ่งหน้าออกไปนอกห้องรับแขกซูจิ่นซีมองแผ่นหลังของซูชิงจือที่จากไป สีหน้าย่ำแย่สุดขีดตอนบ่ายสามโมงรถถึงค่อย ๆ เข้าจอดภายในโรงจอดรถของวิลล่าตรงไหล่เขาเมื่อรถขับมาถึงบนเขา อากาศข้างบนไม่ได้ร้อนแดดจ้าเหมือนข้างล่าง กลับเย็นสบายมากพอลงจากรถเหมยเหม่ยก็จะไปเล่นว่าวทันทีตลอดทั้งบ่ายหรงซูกับเซิ่งถิงเชินเล่นเป็นเพื่อนเหมยเหม่ยตรงลานบ้านเหมยเหม่ยจะให้คุณพ่อเล่นว่าวเซิ่งถิงเชินเลยปล่อยว่าวขึ้นสูง เหมยเหม่ยร้องด้วยความดีใจ “คุณน้าเอเวอลินดูสิคะ กระต่ายน้อยบินได้สูงมาก!”หรงซูเงยหน้ามองว่าวที่บินอยู่บนท้องฟ้า แล้วก้มหน้ามองลูกสาวที่กำลังหัวเราะ เธอเองก็หัวเราะไปด้วยเหมยเหม่ยวิ่งเข้าไปจะเอาว่าวที่อยู่ในมือพ่อ “คุณพ่อ หนูก็จะเล่นบ้าง”เซิ่งถิงเชินโน้มตัวลงยื่นด้ามจับเชือกว่าวในมือให้เหมยเหม่ย แต

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 225

    ตอนบ่ายเหมยเหม่ยอยากไปเล่นว่าวหรงซูกล่าว “วันนี้อากาศร้อน ไม่ไปเล่นว่าวแล้วนะ”เหมยเหม่ยคิดอยู่แป๊บหนึ่ง “ลานบ้านกว้างบนเขาเล่นว่าวได้ค่ะ ที่นั่นไม่ร้อน หนูกับคุณพ่อไปพักที่นั่นบ่อย ๆ”ที่เหมยเหม่ยพูดถึงน่าจะเป็นวิลล่าบนเขาของเซิ่งถิงเชินหรงซูมองชายหนุ่มแวบหนึ่งเซิ่งถิงเชินพูดกับเหมยเหม่ย “กินอาหารเที่ยงให้เสร็จ พักผ่อนแป๊บหนึ่งค่อยไป”“ได้ค่ะ”หลังอาหารเที่ยงแม่บ้านเก็บของที่เหมยเหม่ยจะเอาไปด้วยคนขับรถไปขับรถมาจอดเหมยเหม่ยกระโดดโลดเต้นเหมือนกระต่ายน้อยเบิกบานตัวหนึ่งความทุกข์ใจของเด็กน้อยมาเร็วไปเร็วแบบนี้ทั้งสามคนขึ้นรถพอเหมยเหม่ยขึ้นรถได้ไม่นานก็นอนหลับไป เซิ่งถิงเชินห่มผ้าห่มผืนน้อยให้เธอหลังเหมยเหม่ยสงบลงภายในรถตกสู่ความเงียบเซิ่งถิงเชินกับหรงซูยังคงไม่มีอะไรให้พูดคุยกัน หรงซูมองดูใบหน้าลูกสาวที่หลับปุ๋ย ในใจพลันเกิดความทรมานที่บอกไม่ถูกขณะนี้เสียงสั่นของมือถือเซิ่งถิงเชินดังขึ้น เขากดรับสายฟังจากน้ำเสียงของเขา รู้ว่าคนที่โทรมาคืออันชิงเยว่ น่าจะอยากให้เขาไปหา“วันนี้ติดธุระ เอาไว้ครั้งหน้าก็แล้วกัน!”“ออกไปกับเหมยเหม่ยเหรอคะ?”เซิ่งถิงเชินตอบร

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 224

    สองแม่ลูกกอดกันอยู่อย่างนั้นร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่หลังประตู มองดูภาพภายในห้องหนังสือเงียบ ๆ เหมยเหม่ยซบหัวไหล่หรงซูจิตใจค่อย ๆ สงบลงหรงซูอุ้มลูกสาวขึ้นแล้วออกจากห้องหนังสือชายหนุ่มจากไปนานแล้วเมื่อกลับไปถึงห้องนอนเหมยเหม่ยหรงซูเช็ดใบหน้าดวงน้อยให้เธอเหมยเหม่ยใช้ผ้าขนหนูเช็ดหน้าให้หรงซู หรงซูโน้มตัวลงปล่อยให้เหมยเหม่ยเช็ดหน้าตัวเอง แล้วพึมพำ “คุณน้าเอเวอลินไม่ร้องไห้ เหมยเหม่ยก็ไม่ร้องไห้” หรงซูยิ้ม ยกมือลูบแก้มลูกสาวอย่างอ่อนโยนแผ่วเบา “จ้ะ พวกเราไม่ร้องไห้นะ”ยังไงเด็กก็ง้อไม่ยาก เหมยเหม่ยกลับมายิ้มอย่างมีความสุขอีกครั้งหลังล้างหน้าเสร็จ“คุณน้าเอเวอลินคะ” จู่ ๆ เหมยเหม่ยก็เรียก“ว่าไงจ๊ะ?”เหมยเหม่ยทำท่าอึกอักเล็กน้อยก่อนจะบอกว่า “วันนี้คุณน้าอยู่เป็นเพื่อนหนูที่บ้านได้ไหมคะ พรุ่งนี้เราค่อยไปบ้านคุณน้าได้ไหม? เหมยเหม่ยไม่ได้ตั้งใจผิดคำพูดนะคะ”เมื่อเผชิญหน้ากับคำขอของลูกสาว หรงซูจะปฏิเสธได้ยังไง “ได้สิ วันนี้อยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยที่บ้าน”แววตากังวลของเหมยเหม่ยเปลี่ยนเป็นลุกวาวทันที “ดีจังเลย เย่!”แล้วโผเข้าอ้อมกอดหรงซูอีกครั้งสองคนแม่ลูกอยู่ในห้องนอนจน

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 223

    “คุณ...” หรงซูลืมหายใจ “ตกลงคุณจะทำอะไรกันแน่?”เซิ่งถิงเชินหันหลัง ก้าวยาว ๆ ไปตรงหน้าหรงซูยังไม่ทันที่หรงซูจะรู้ตัวข้อมือของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรง“เซิ่งถิง...คุณ โอ๊ย!”หรงซูถูกเขาจับโยนไปที่โซฟาทันที ต่อมากลิ่นอายที่น่าเกรงขามของชายหนุ่มก็อบอวลถาโถมไปทั่ว กระตุ้นให้รูขุมขนของหรงซูลุกชันทั่วร่างเธอเบิกตากว้างมองชายหนุ่มที่กำลังโน้มตัวลงมา คางของเธอถูกล็อกแน่น ถูกบังคับให้เงยหน้ามองเขาใบหน้าของชายหนุ่มราวกับเคลือบน้ำค้างชั้นบาง“มีสิทธิ์อะไรถึงทำกับเธอแบบนี้?” ระหว่างที่พูด ชายหนุ่มยิ้มเยาะเย้ย “ก็สิทธิ์ที่เธอดันไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรยุ่งไงละ”หรงซูจ้องมองเขาด้วยความระแวงอย่างตึงเครียด“ตอนนี้เธออยากให้ท่าใครอีกล่ะ?” น้ำเสียงของเขาแฝงการเยาะเย้ยหน้าอกของหรงซูกระเพื่อมอย่างแรง เธอเข้าใจความหมายของเขา ขณะยกมือขึ้นด้วยความโกรธ กลับถูกชายหนุ่มจับล็อกไว้บนพนักพิงโซฟา“หรงซู อย่าคิดว่าฉันจะมีความอดทน?”เธอดิ้นรนไม่ได้ ได้แต่จ้องเขาด้วยความโกรธ พร้อมด่าทอ “เซิ่งถิงเชิน คุณมันสารเลว”เซิ่งถิงเชินจ้องเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำดุดัน “หรงซู ฉันขอเตือนเธอ ทุกอย่างที่เป็นของเหม่ยจิง คน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status