Share

บทที่ 4

Author: เหยียนอี่เฟย
“ทำรายงานวิเคราะห์งบการเงินของซินติ่งให้เสร็จก่อนพักเที่ยง”

หรงซูกลับไปที่นั่งตัวเอง

แม้เธอจะถูกโยกมาทำตำแหน่งเล็ก ๆ ในแผนกเลขานุการ แต่โจวซานกลับมอบหมายงานซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของเธอให้ทำไม่น้อย

ส่วนเธอก็รับไว้ทั้งหมด

เธอก้มหน้าก้มตาทำงานในบริษัทมาโดยตลอด แต่ก็เป็นการหลอกตัวเองของเธอเท่านั้น เซิ่งถิงเชินไม่มีวันชายตาแลเธอด้วยซ้ำ

หลังจากหรงซูทำรายงานวิเคราะห์งบการเงินเสร็จแล้ว ก็ส่งให้โจวซานทั้งไฟล์เอกสารและแบบกระดาษ ต่อมาไปสั่งอาหารเดลิเวอรี

แม้บริษัทจะมีโรงอาหาร แต่เธอเอาอาหารกลางวันมาเองตลอด เธอไม่อยากไปที่ที่คนเยอะ ไม่อยากถูกสายตาของคนอื่นมองสำรวจตัวเองตลอดเวลา ไม่อยากสมาคมกับใคร แค่อยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ

เช้านี้ไม่ได้เตรียมอาหารกลางวัน เลยต้องสั่งเดลิเวอรี

ระหว่างรออาหารมาส่ง

มีเพื่อนร่วมงานที่กินอาหารเสร็จแล้วกลับมาในห้องทำงาน เดินไปด้วยพูดอย่างตื่นเต้นไปด้วย

“แฟนประธานเซิ่งเด็กมาก น่าจะเป็นนักศึกษาอยู่มั้ง!”

“น่าจะใช่ หน้าตาสวยมากจริง ๆ เหมือนกับตุ๊กตาเลย”

“สายตาที่ท่านประธานมองเธอ อ่อนโยนจนจะละลายอยู่แล้ว นึกไม่ถึงว่าท่านประธานที่เข้มงวดมาตลอดจะมีด้านที่รักลึกซึ้งขนาดนี้ นี่มันท่านประธานที่เอาแต่ใจกับภรรยาสาวในชีวิตจริงชัด ๆ”

“...”

เพื่อนร่วมงานสองคนเดินไปคุยไป สังเกตเห็นหรงซูที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน เธอเหมือนภูเขาแกะสลักอยู่ตรงนั้น

ตั้งแต่เธอถูกย้ายมาทำแผนกเลขานุการ นอกจากเรื่องงาน ปกติก็ไม่พูดคุยกับใคร จนตอนนี้ยิ่งสันโดษมากขึ้นเรื่อย ๆ เอาแต่ใส่หน้ากากอนามัยเหมือนไม่สู้หน้าคน

ยากจะจินตนาการจริง ๆ ว่าเมื่อครึ่งปีก่อนเธอยังเป็นผู้ช่วยท่านประธานที่เฉิดฉาย

หลังจากหรงซูได้รับสายจากพนักงานส่งอาหาร จึงลุกขึ้น

พอเธอไปถึงชั้นล่างเพื่อเอาอาหาร

เห็นพนักงานโรงแรมสองคนที่ถืออาหารกำลังสอบถามประชาสัมพันธ์ พนักงานประชาสัมพันธ์รูดการ์ดลิฟต์สำหรับประธานให้พวกเขา

หรงซูเห็นพนักงานคนหนึ่งถือไวน์แดง ไวน์แดงขวดนั้นราคาประมาณสิบล้าน เงินแค่สิบล้านเท่านั้น สำหรับเซิ่งถิงเชินเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็หาได้แล้ว

เธอถือข้าวขาหมูอาหารของตัวเองขึ้นไปชั้นบน

ตอนบ่ายสอง

โจวซานมาหาเธอ “ท่านประธานให้เธอไปหา”

หรงซูตกใจ ในใจเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีโดยไร้สาเหตุ

เป็นไปตามคาด

หรงซูเข้าไปในห้องทำงานประธาน แรงกดดันต่ำสายหนึ่งโชยมาปะทะหน้า เธอเดินไปหน้าโต๊ะทำงานแล้วเรียกเขา “ประธานเซิ่ง”

ตอนเซิ่งถิงเชินช้อนตามองเธอ ใบหน้าหล่ออึมครึม แล้วสะบัดแขนโยนเอกสารที่อยู่ในมือใส่หน้าหรงซู “นี่ก็คือรายงานการวิเคราะห์ที่เธอทำ?”

กระดาษเอสี่คมกริบกรีดผ่านแก้มของหรงซู เธอรู้สึกเจ็บแปลบ เมื่อมองดูเอกสารที่ตกอยู่ข้างเท้า นี่เป็นรายงานที่เธอทำช่วงเช้า

เธอใช้มือหนึ่งพยุงท้อง แล้วก้มตัวลงไปเก็บเอกสารบนพื้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก

ดวงตาดำขลับเย็นชาของชายหนุ่ม จ้องมองท่าทางพยุงท้องก้มตัวอย่างเชื่องช้าของเธอ

หรงซูดูรายงานที่อยู่ในมืออย่างละเอียด เพียงแวบเดียวก็เห็นว่ามีตัวเลขหลายจุดผิดปกติ เธอแก้ต่าง “ประธานเซิ่ง นี่ไม่ใช่รายงานฉบับที่ฉันทำค่ะ”

“เอาละ ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวของเธอ”

หรงซูกำเอกสารในมือแน่น

ไม่ใช่เซิ่งถิงเชินไม่รู้ถึงความสามารถของเธอ เขาไม่ใช่ไม่อยากฟังคำแก้ตัว แค่ยอมให้เธอถูกใส่ร้ายโดยปริยายเท่านั้น

เมื่อถูกชายหนุ่มที่ตัวเองรักเกลียดชังถึงขนาดนี้ เธอทั้งน่าเศร้าและน่าขันจริง ๆ

เธอสูดลมหายใจ หลับตาลงอย่างแผ่วเบา พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง รวบรวมความกล้าบอกว่า “ฉันมีรายงานสำรอง ฉันสามารถส่งให้ประธานเซิ่งตรวจดูได้เดี๋ยวนี้ ถึงตอนนั้นท่านประธานค่อยตำหนิฉันก็ยังไม่สายนะคะ”

ดวงตาของเขาหรี่ลง ในดวงตาคือความไม่พอใจ

หรงซูตึงเครียด เธอรู้สึกกลัวเซิ่งถิงเชินจากข้างในใจ เป็นความกลัวที่มีต่ออำนาจแบบนั้น โดยเฉพาะตอนเขาทำหน้าเย็นชา เธอไม่กล้าโต้แย้งแม้แต่คำเดียว

ขณะนี้ เธอพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง ถึงยังไงก็ใกล้จะหย่ากันแล้ว เธอจะทำให้เขาสมหวัง ต่อไปจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก เธอเองก็ไม่คาดหวังใด ๆ กับเขาอีก ยังมีอะไรต้องกลัวอีกล่ะ

“เธอน้อยใจมากใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยือกและติดประชดประชัน

หรงซูสบเข้ากับดวงตาดำขลับ ปลายเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “ประธานเซิ่งใส่ร้ายฉันโดยไม่ถามสาเหตุ แล้วฉันไม่ควรยืนยันเพื่อตัวเองเหรอคะ?”

สีหน้าเซิ่งถิงเชินเย็นลงอย่างสิ้นเชิง “นั่นเป็นสิ่งที่เธอสมควรได้รับ”

หรงซูรู้สึกเพียงหัวใจปวดหนึบรุนแรงเป็นระยะ สีหน้าซีดเผือดทันที

ขณะนี้

ประตูห้องพักผ่อนถูกเปิดออก

หญิงสาวที่สวมชุดนอนสายเดี่ยวสีชมพูผ้าซาตินเดินออกมา ผมยาวดำขลับเงางาม ผิวขาวผุดผ่องเป็นยองใย หน้าตาที่สวยงามทำให้ละสายตาไม่ได้

“พี่เชิน”

น้ำเสียงของหญิงสาวเหมือนลมในฤดูใบไม้ผลิกลายเป็นฝน อ่อนโยนละเมียดละไม

ในที่สุดหรงซูก็เห็นหน้าหญิงสาวชัดเจน สวยงามจนรู้สึกต่ำต้อยจริง ๆ

เธอแค่มองดูแวบหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงตวาดของเขาดังขึ้น “ไสหัวออกไป!”

หรงซูเก็บสายตากลับมา อดกลั้นอารมณ์ปั่นป่วนในใจแล้วหันหลังออกไป

เพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงาน

เธอก็ได้ยินเสียงปลอบโยนอ่อนหวานของหญิงสาว ชายหนุ่มใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว

“...”

หรงซูเงยหน้าขึ้น กลั้นน้ำตากลับเข้ากรอบตา

เธอไปตรงมุมบันไดที่ไม่มีคน มือหนึ่งจับราวเอาไว้ ในที่สุดก็กลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ น้ำตาไหลพรากลงมา หัวใจเธอเจ็บปวดกระเพาะปั่นป่วน

คิดจะลบเลือนชายหนุ่มที่รักมาแปดปีจากใจตัวเองอย่างสิ้นเชิง ไม่ต่างจากการเลาะเนื้อออกจากกระดูก แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะดีขึ้น เธอจะลืมเขาอย่างสิ้นเชิง

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน

ในที่สุดเธอก็ใจเย็นลง ตอนขึ้นไปชั้นบนเพื่อกลับไปทำงาน เจอกับหญิงสาวที่เดินมาข้างหน้า เธอสวมชุดแบรนด์เนมสั่งตัด ประณีตสวยงามตั้งแต่หัวจรดเท้า แค่ดูก็รู้ว่าถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีท่ามกลางความรัก

โจวมู่ลงมาส่งเธอด้วยตัวเอง โจวมู่คือผู้ช่วยพิเศษของเซิ่งถิงเชิน

เมื่อเธอเห็นหรงซูก็ยิ้มแล้วเดินเข้ามาหาหรงซู พอหยุดฝีเท้า หญิงสาวพูดอ่อนโยน “ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่เชินไม่โกรธคุณแล้ว”

ระหว่างที่พูด

เธอยื่นมือเข้าไปเอาไข่มุกหนึ่งเม็ดออกมาจากกระเป๋า แล้วจับมือหรงซู วางไข่มุกเม็ดนั้นเอาไว้กลางฝ่ามือ “อันนี้ขอมอบให้คุณ อย่าเสียใจไปเลยนะ อย่าลืมทำแผลที่หน้าด้วยละ เป็นผู้หญิงถ้ามีแผลบนหน้าจะไม่สวยนะ”

เป็นผู้หญิงที่จิตใจดีเหลือเกิน

เมื่อเทียบกับหญิงสาวที่ทันสมัย เธอเหมือนตัวตลกที่มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งเงามืด

เมื่อเห็นหรงซูไม่มีปฏิกิริยา

โจวมู่ขมวดคิ้วพูดเสียงเย็น “ยังไม่ขอบคุณคุณหนูอันอีก?”

ที่แท้เธอแซ่อัน

อันชิงเยว่เก็บมือกลับมา “ไม่เป็นไร พวกเราไปกันเถอะ!”

ทั้งสองจากไปแล้ว

หรงซูยืนอยู่ที่เดิม มองดูไข่มุกออสเตรเลียสีเงินแกมฟ้าในฝ่ามือ คุณภาพไร้ที่ติ บริสุทธิ์เหมือนหญิงสาว

เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณหนูอันจะรู้ความจริงไหมว่าเซิ่งถิงเชินแต่งงานแล้ว

พอกลับไปถึงโต๊ะทำงาน

เธอพรินซ์เอกสารต้นฉบับหนึ่งชุดแล้ววางไว้ตรงหน้าโจวซาน พอโจวซานเห็นเธอ สีหน้าไม่มีความละอายสักนิด กลับได้ใจอย่างมาก

“เธอเห็นชัดเจนหรือยัง ว่าผู้หญิงที่คู่ควรกับท่านประธานเป็นยังไง”

หรงซูโยนเอกสารใส่หน้าเธออย่างแรง “เพราะงั้นฉันไม่คู่ควร เธอก็ไม่คู่ควร ดีแต่ใช้วิธีสกปรก ชาตินี้เธอก็ไม่มีอนาคตอะไรแล้ว อายุตั้งสามสิบกว่าแล้ว รีบหาคนแต่งงานด้วยเถอะ อย่ามัวแต่ฝันกลางวันอยู่เลย”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (2)
goodnovel comment avatar
คากิ คากิ
เหอะถ้าผู้ชายมันจะเลวขนาดนี้อยู่คนเดียวสบายใจกว่า
goodnovel comment avatar
ผุดผาด ทองประมูล
อารัมภบทมากไป
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 562

    ความงดงามและบุคลิกของเธอล้วนโดดเด่นกว่าอันชิงเยว่ ที่สำคัญคืออันชิงเยว่ก็เป็นเพียงแจกันประดับที่เหมาะจะถูกเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม แต่เอเวอลินไม่ได้มีดีแค่ใบหน้าที่สะสวย หากยังเปี่ยมไปด้วยความสามารถเหมยเหม่ยจูงมือหรงซูไปเล่นต่อจิ๊กซอว์ตอนเที่ยงอาหารกลางวันเตรียมเสร็จเรียบร้อยวัตถุดิบของวันนี้ ล้วนเป็นของที่เพิ่งส่งทางอากาศมาจากทั่วโลกเมื่อวานนี้ ปรุงโดยเชฟระดับห้าดาวต่างคนต่างหยิบอาหารที่ตัวเองอยากกินไปนั่งทานที่โต๊ะอาหารเซิ่งถิงเชินคีบอาหารและยกจานไปวางตรงหน้าเหมยเหม่ย จากนั้นรินไวน์ขาวให้หรงซูหนึ่งแก้ว เอ่ยว่า “ลองชิมไวน์ขาวเกรดพิเศษจากโดเมนเลอรัวดูสิ”หรงซูยกแก้วไวน์ขึ้นดม กลิ่นหอมของไวน์ที่เข้มข้นและหรูหรา เธอจิบคำหนึ่ง ความพึงพอใจของรสสัมผัสและต่อมรับรส สมกับที่เป็นไวน์มูลค่าหลักล้านจริง ๆ“รสชาติเป็นยังไง?”“ก็ไม่เลว”เซิ่งถิงเชินเอ่ย “ถ้าชอบ งั้นพรุ่งนี้ฉันจะให้คนสั่งมาอีกล็อตหนึ่ง”หรงซูมองชายหนุ่มแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรจากการปฏิสัมพันธ์ของทั้งคู่ เซิ่งถิงเชินยิ่งแสดงท่าทีตามใจและยอมอ่อนข้อให้เธอหลี่อันน่ากับคนอื่น ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าเอเวอลินจะเป็นคนของเซิ่งถิงเช

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 561

    หลี่เฉินเฮ่อหัวเราะเบา ๆ “ไม่ใส่ใจเรื่องของน้องสาวขนาดนี้ จะว่าไปตอนที่ประธานซูต้องอาศัยพึ่งพาคนอื่นในตระกูลอัน ก็ต้องพึ่งพาคุณนายอันและน้องสาวของตัวเองไม่ใช่เหรอ ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ประธานซูยังทำให้แม่ของตัวเองโกรธจนเข้าโรงพยาบาล ช่างใจดำซะจริง ๆ ต่อคนสายเลือดเดียวกันยังโหดเหี้ยมขนาดนี้ วิธีการแบบนี้ พวกเราเทียบไม่ได้เลยจริง ๆ ฮ่า ๆ”เรื่องสถานการณ์ของซูชิงจือกับตระกูลอัน แน่นอนว่าหลี่เฉินเฮ่อให้คนไปสืบมาแล้วคำพูดของเขาเมื่อครู่ ขาดก็แค่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ว่า เมื่อก่อนซูชิงจือก็เป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งของตระกูลอันที่อาศัยผู้หญิงเพื่อให้ได้ดี พอตอนนี้กลับพลิกหน้าไม่ยอมรับคน ก็เป็นแค่พวกคนเนรคุณใจคอโหดเหี้ยมใบหน้าหล่อเหลาของซูชิงจือสงบนิ่ง แววตาไร้ซึ่งความผันผวนของอารมณ์ เขาเอ่ยขอบคุณสาวใช้ที่รินชาให้เซิ่งถิงเชินเหลือบตามองเขาแวบหนึ่งหลี่เฉินเฮ่อยื่นมือลูบสุนัขหมาป่าบลูเบย์ที่หมอบอยู่ข้าง ๆ ก่อนเอ่ยอย่างมีนัยว่า “น่าเสียดาย สุนัขหมาป่าที่ผมเลี้ยงไว้ตัวนั้น จู่ ๆ เมื่อสองวันก่อนก็คลุ้มคลั่งกัดคน เลยถูกผมตีตายไปแล้ว หมาที่กัดคน เก็บเอาไว้ไม่ได้”ใครต่างก็ฟังออกว่าคำพูดนี้ของหลี่เ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 560

    วันนี้พาหรงซูมาร่วมงานสังสรรค์ เห็นได้ชัดว่าต้องการพาเธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแวดวงนี้ ในฐานะสะใภ้ของตระกูลเซิ่ง วันข้างหน้าย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าร่วมงานสังสรรค์ของบรรดาคุณนายเธออาศัยลูกในท้อง ฉวยจังหวะแต่งงานกับเซิ่งถิงเชินได้สำเร็จจากนั้นก็ทอดทิ้งลูกอย่างเลือดเย็นแล้วเดินทางไปต่างประเทศตลอดห้าปีที่ผ่านมา ค่อย ๆ ขัดเกลาและเปลี่ยนแปลงตัวเองจนกระทั่งวันนี้กลับมาอย่างสง่างาม จากเดิมที่เซิ่งถิงเชินเคยรังเกียจ กลับกลายเป็นฝ่ายยอมลดทิฐิและเข้ามาเอาใจเธอก่อน ทุกก้าวที่เธอเดินล้วนเป็นหมากเสี่ยง แต่กลับเดินได้อย่างแม่นยำและเด็ดขาด หากพลาดไปเพียงก้าวเดียวหรือตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียว ทุกอย่างที่ทำมาก็จะสูญเปล่าจากครอบครัวที่ล้มละลาย ก้าวขึ้นมาเป็นสะใภ้ของตระกูลเซิ่ง นับเป็นการก้าวข้ามชนชั้นเห็นได้ชัดว่าทั้งความคิดอ่านและความอดทนของเธอ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเทียบได้ดังนั้นเมื่อมองจากสถานการณ์ในตอนนี้ การที่หรงซูแต่งงานกับเซิ่งถิงเชินได้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่ดูจากท่าทีของทั้งคู่ในตอนนี้ ก็ยังไม่เหมือนคืนดีกันอย่างสมบูรณ์สองคนนี้ต่างก็มีความคิดลึกล้ำไม่แพ้กัน สุ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 559

    สีหมิงซานหันไปแนะนำกับหลูเสวี่ยอีกครั้ง “นี่เอเวอลิน เพื่อนของพี่”เธอยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้เซิ่งถิงเชินกับหรงซูมีความสัมพันธ์กันอย่างไร จึงแนะนำเพียงชื่อของเธอเท่านั้นหลูเสวี่ยยิ้มทักทายหรงซู “สวัสดีค่ะ คุณเอเวอลิน”หรงซู “สวัสดีค่ะ”ทั้งสองต่างรู้กันดีโดยไม่ต้องเอ่ยอะไร และแสร้งทำเป็นว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนหญิงสาวที่มากับหลูเสวี่ยเป็นคุณหนูจากตระกูลเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งชื่อหลี่อันน่า หลังจากนั้นก็มีเพื่อนในแวดวงเดียวกับสีหมิงซานทยอยมากันอีกสองคนก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นพวกเธอในงานวันเกิดของฟู่นันนัน จึงน่าจะเป็นเพื่อนฝั่งสีหมิงซาน และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทางตระกูลฟู่บรรดาหญิงสาวนั่งจิบชาและพูดคุยกันสำหรับหรงซู คนที่ไม่รู้จักเธอต่างก็อดสงสัยในตัวตนของเธอไม่ได้เพราะสิ่งที่ผู้คนในแวดวงนี้ให้ความสำคัญที่สุดก็คือฐานะและชาติตระกูล หากผู้ใหญ่ในครอบครัวหรือครอบครัวของสามีมอบสถานะทางสังคมให้มากพอ คนคนนั้นก็ย่อมมีสิทธิ์มีเสียงและได้รับความเคารพในแวดวงนี้วันนี้สีหมิงซานเป็นเจ้าภาพ จึงไม่อาจนั่งคุยกับพวกเธอได้ตลอดเวลา ตอนนี้เธอไปที่ห้องเก็บไวน์ เพื่อตรวจดูไวน์แดงที่เพิ่งขนส่งทาง

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 558

    “คุณชายสี” หรงซูเอ่ยทักสีจิ้นชวนสีจิ้นชวนยิ้มพลางเอ่ย “ไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง เอเวอลินนับวันคุณก็ยิ่งสวยขึ้นนะ”หรงซูยกยิ้มมุมปาก “คุณชายสีเองก็ดูโดดเด่นและหล่อเหลาขึ้นมากเหมือนกันนะคะ”สิ้นเสียงนั้นจู่ ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งมาโอบรอบเอวของเธอ หรงซูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองเซิ่งถิงเชิน รอยยิ้มในดวงตาเลือนหายไป“ชมผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉันแบบนี้ ฉันจะไม่พอใจเอานะ” น้ำเสียงแผ่วเบาแฝงความหึงหวง แรงที่ฝ่ามือกระชับแน่นขึ้นหรงซูสบเข้ากับดวงตาสีดำลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึงของชายหนุ่มด้วยสีหน้าสงบนิ่งสีจิ้นชวนหัวเราะเบา ๆ “เอเวอลินก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้เห็นเขาหึง ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” ประโยคสุดท้ายเขาหันไปพูดกับพวกฟู่สิงโจวฟู่สิงโจวเอ่ยหยอกล้อว่า “วันหน้าต้องมีเรื่องสนุกให้ดูอีกเยอะแน่”“อย่างนั้นเหรอ งั้นฉันจะรอดู ฮ่า ๆ”เซิ่งถิงเชินละสายตากลับมา มองสีจิ้นชวนกับฟู่สิงโจว “พวกนายดูว่างกันดีนะ”ฟู่สิงโจวตอบ “จะให้ยุ่งทั้งยี่สิบสี่ชั่วโมงก็คงไม่ได้ ยังไงก็ต้องมีเวลาว่างมานั่งแทะเมล็ดแตงโมบ้างสิ”เซิ่งถิงเชินมองสีจิ้นชวนแล้วเอ่ย “ดาราสาวที่อยู่กับนายครา

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 557

    สองวันต่อมาเซิ่งถิงเชินเริ่มวันหยุดพักผ่อนอย่างเป็นทางการเขาพาหรงซูกับเหมยเหม่ยมาที่วิลล่าตระกูลสีวันนี้ฟู่สิงโจวกับพวกเซิ่งถิงอวี้ก็มาด้วยลานจอดรถ“เหมยเหม่ย!”เซิ่งจิ่งฮุยกับเซิ่งจิ่งรุ่ยวิ่งตรงเข้ามาหาเหมยเหม่ยพอทั้งสองเห็นเซิ่งถิงเชินกับหรงซู ก็ตะโกนทักว่า “คุณอารอง คุณอาสะใภ้รอง”ในงานเลี้ยงครอบครัวของตระกูลเซิ่งครั้งก่อนเซิ่งถิงเชินเคยแนะนำกับพวกเขาแล้วเหมยเหม่ยยังเคยเจาะจงแนะนำคุณแม่ของเธอให้เซิ่งจิ่งรุ่ยกับเซิ่งจิ่งฮุยรู้จัก แม้พวกเขาจะแปลกใจอยู่บ้างว่าทำไมคุณแม่ของเหมยเหม่ยเพิ่งจะปรากฏตัวในตอนนี้ แต่ในเมื่อเหมยเหม่ยชอบคุณแม่ของเธอมาก พวกเขาก็ต้องชอบไปด้วยตอนแรกที่เห็นอาสะใภ้รองไม่ค่อยพูดคุยกับพวกคุณย่าทวดคุณปู่ทวดก็คิดว่าเธอคงเป็นคนเข้าถึงยาก แต่ภายหลังถึงได้พบว่าอาสะใภ้รองเป็นคนอ่อนโยนมากจริง ๆ แถมยังแจกซองอั่งเปาก้อนโตให้พวกเขาอีกด้วยหรงซูได้ยินคำเรียกว่า “อาสะใภ้รอง” แล้วก็รู้สึกไม่ชินไปทั้งตัว แต่กับเด็กสองคนที่สุภาพมีมารยาท เธอก็ไม่รู้สึกรังเกียจได้เลยแม้แต่น้อยยิ่งไปกว่านั้น เหมยเหม่ยชอบพี่ชายลูกพี่ลูกน้องสองคนนี้มากจริง ๆ เธอจึงอดพลอยเอ็นดูไปด้วยไ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status