แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: เหยียนอี่เฟย
“ทำรายงานวิเคราะห์งบการเงินของซินติ่งให้เสร็จก่อนพักเที่ยง”

หรงซูกลับไปที่นั่งตัวเอง

แม้เธอจะถูกโยกมาทำตำแหน่งเล็ก ๆ ในแผนกเลขานุการ แต่โจวซานกลับมอบหมายงานซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของเธอให้ทำไม่น้อย

ส่วนเธอก็รับไว้ทั้งหมด

เธอก้มหน้าก้มตาทำงานในบริษัทมาโดยตลอด แต่ก็เป็นการหลอกตัวเองของเธอเท่านั้น เซิ่งถิงเชินไม่มีวันชายตาแลเธอด้วยซ้ำ

หลังจากหรงซูทำรายงานวิเคราะห์งบการเงินเสร็จแล้ว ก็ส่งให้โจวซานทั้งไฟล์เอกสารและแบบกระดาษ ต่อมาไปสั่งอาหารเดลิเวอรี

แม้บริษัทจะมีโรงอาหาร แต่เธอเอาอาหารกลางวันมาเองตลอด เธอไม่อยากไปที่ที่คนเยอะ ไม่อยากถูกสายตาของคนอื่นมองสำรวจตัวเองตลอดเวลา ไม่อยากสมาคมกับใคร แค่อยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ

เช้านี้ไม่ได้เตรียมอาหารกลางวัน เลยต้องสั่งเดลิเวอรี

ระหว่างรออาหารมาส่ง

มีเพื่อนร่วมงานที่กินอาหารเสร็จแล้วกลับมาในห้องทำงาน เดินไปด้วยพูดอย่างตื่นเต้นไปด้วย

“แฟนประธานเซิ่งเด็กมาก น่าจะเป็นนักศึกษาอยู่มั้ง!”

“น่าจะใช่ หน้าตาสวยมากจริง ๆ เหมือนกับตุ๊กตาเลย”

“สายตาที่ท่านประธานมองเธอ อ่อนโยนจนจะละลายอยู่แล้ว นึกไม่ถึงว่าท่านประธานที่เข้มงวดมาตลอดจะมีด้านที่รักลึกซึ้งขนาดนี้ นี่มันท่านประธานที่เอาแต่ใจกับภรรยาสาวในชีวิตจริงชัด ๆ”

“...”

เพื่อนร่วมงานสองคนเดินไปคุยไป สังเกตเห็นหรงซูที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน เธอเหมือนภูเขาแกะสลักอยู่ตรงนั้น

ตั้งแต่เธอถูกย้ายมาทำแผนกเลขานุการ นอกจากเรื่องงาน ปกติก็ไม่พูดคุยกับใคร จนตอนนี้ยิ่งสันโดษมากขึ้นเรื่อย ๆ เอาแต่ใส่หน้ากากอนามัยเหมือนไม่สู้หน้าคน

ยากจะจินตนาการจริง ๆ ว่าเมื่อครึ่งปีก่อนเธอยังเป็นผู้ช่วยท่านประธานที่เฉิดฉาย

หลังจากหรงซูได้รับสายจากพนักงานส่งอาหาร จึงลุกขึ้น

พอเธอไปถึงชั้นล่างเพื่อเอาอาหาร

เห็นพนักงานโรงแรมสองคนที่ถืออาหารกำลังสอบถามประชาสัมพันธ์ พนักงานประชาสัมพันธ์รูดการ์ดลิฟต์สำหรับประธานให้พวกเขา

หรงซูเห็นพนักงานคนหนึ่งถือไวน์แดง ไวน์แดงขวดนั้นราคาประมาณสิบล้าน เงินแค่สิบล้านเท่านั้น สำหรับเซิ่งถิงเชินเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็หาได้แล้ว

เธอถือข้าวขาหมูอาหารของตัวเองขึ้นไปชั้นบน

ตอนบ่ายสอง

โจวซานมาหาเธอ “ท่านประธานให้เธอไปหา”

หรงซูตกใจ ในใจเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีโดยไร้สาเหตุ

เป็นไปตามคาด

หรงซูเข้าไปในห้องทำงานประธาน แรงกดดันต่ำสายหนึ่งโชยมาปะทะหน้า เธอเดินไปหน้าโต๊ะทำงานแล้วเรียกเขา “ประธานเซิ่ง”

ตอนเซิ่งถิงเชินช้อนตามองเธอ ใบหน้าหล่ออึมครึม แล้วสะบัดแขนโยนเอกสารที่อยู่ในมือใส่หน้าหรงซู “นี่ก็คือรายงานการวิเคราะห์ที่เธอทำ?”

กระดาษเอสี่คมกริบกรีดผ่านแก้มของหรงซู เธอรู้สึกเจ็บแปลบ เมื่อมองดูเอกสารที่ตกอยู่ข้างเท้า นี่เป็นรายงานที่เธอทำช่วงเช้า

เธอใช้มือหนึ่งพยุงท้อง แล้วก้มตัวลงไปเก็บเอกสารบนพื้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก

ดวงตาดำขลับเย็นชาของชายหนุ่ม จ้องมองท่าทางพยุงท้องก้มตัวอย่างเชื่องช้าของเธอ

หรงซูดูรายงานที่อยู่ในมืออย่างละเอียด เพียงแวบเดียวก็เห็นว่ามีตัวเลขหลายจุดผิดปกติ เธอแก้ต่าง “ประธานเซิ่ง นี่ไม่ใช่รายงานฉบับที่ฉันทำค่ะ”

“เอาละ ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวของเธอ”

หรงซูกำเอกสารในมือแน่น

ไม่ใช่เซิ่งถิงเชินไม่รู้ถึงความสามารถของเธอ เขาไม่ใช่ไม่อยากฟังคำแก้ตัว แค่ยอมให้เธอถูกใส่ร้ายโดยปริยายเท่านั้น

เมื่อถูกชายหนุ่มที่ตัวเองรักเกลียดชังถึงขนาดนี้ เธอทั้งน่าเศร้าและน่าขันจริง ๆ

เธอสูดลมหายใจ หลับตาลงอย่างแผ่วเบา พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง รวบรวมความกล้าบอกว่า “ฉันมีรายงานสำรอง ฉันสามารถส่งให้ประธานเซิ่งตรวจดูได้เดี๋ยวนี้ ถึงตอนนั้นท่านประธานค่อยตำหนิฉันก็ยังไม่สายนะคะ”

ดวงตาของเขาหรี่ลง ในดวงตาคือความไม่พอใจ

หรงซูตึงเครียด เธอรู้สึกกลัวเซิ่งถิงเชินจากข้างในใจ เป็นความกลัวที่มีต่ออำนาจแบบนั้น โดยเฉพาะตอนเขาทำหน้าเย็นชา เธอไม่กล้าโต้แย้งแม้แต่คำเดียว

ขณะนี้ เธอพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง ถึงยังไงก็ใกล้จะหย่ากันแล้ว เธอจะทำให้เขาสมหวัง ต่อไปจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก เธอเองก็ไม่คาดหวังใด ๆ กับเขาอีก ยังมีอะไรต้องกลัวอีกล่ะ

“เธอน้อยใจมากใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยือกและติดประชดประชัน

หรงซูสบเข้ากับดวงตาดำขลับ ปลายเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “ประธานเซิ่งใส่ร้ายฉันโดยไม่ถามสาเหตุ แล้วฉันไม่ควรยืนยันเพื่อตัวเองเหรอคะ?”

สีหน้าเซิ่งถิงเชินเย็นลงอย่างสิ้นเชิง “นั่นเป็นสิ่งที่เธอสมควรได้รับ”

หรงซูรู้สึกเพียงหัวใจปวดหนึบรุนแรงเป็นระยะ สีหน้าซีดเผือดทันที

ขณะนี้

ประตูห้องพักผ่อนถูกเปิดออก

หญิงสาวที่สวมชุดนอนสายเดี่ยวสีชมพูผ้าซาตินเดินออกมา ผมยาวดำขลับเงางาม ผิวขาวผุดผ่องเป็นยองใย หน้าตาที่สวยงามทำให้ละสายตาไม่ได้

“พี่เชิน”

น้ำเสียงของหญิงสาวเหมือนลมในฤดูใบไม้ผลิกลายเป็นฝน อ่อนโยนละเมียดละไม

ในที่สุดหรงซูก็เห็นหน้าหญิงสาวชัดเจน สวยงามจนรู้สึกต่ำต้อยจริง ๆ

เธอแค่มองดูแวบหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงตวาดของเขาดังขึ้น “ไสหัวออกไป!”

หรงซูเก็บสายตากลับมา อดกลั้นอารมณ์ปั่นป่วนในใจแล้วหันหลังออกไป

เพิ่งเดินออกมาจากห้องทำงาน

เธอก็ได้ยินเสียงปลอบโยนอ่อนหวานของหญิงสาว ชายหนุ่มใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว

“...”

หรงซูเงยหน้าขึ้น กลั้นน้ำตากลับเข้ากรอบตา

เธอไปตรงมุมบันไดที่ไม่มีคน มือหนึ่งจับราวเอาไว้ ในที่สุดก็กลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ น้ำตาไหลพรากลงมา หัวใจเธอเจ็บปวดกระเพาะปั่นป่วน

คิดจะลบเลือนชายหนุ่มที่รักมาแปดปีจากใจตัวเองอย่างสิ้นเชิง ไม่ต่างจากการเลาะเนื้อออกจากกระดูก แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะดีขึ้น เธอจะลืมเขาอย่างสิ้นเชิง

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน

ในที่สุดเธอก็ใจเย็นลง ตอนขึ้นไปชั้นบนเพื่อกลับไปทำงาน เจอกับหญิงสาวที่เดินมาข้างหน้า เธอสวมชุดแบรนด์เนมสั่งตัด ประณีตสวยงามตั้งแต่หัวจรดเท้า แค่ดูก็รู้ว่าถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีท่ามกลางความรัก

โจวมู่ลงมาส่งเธอด้วยตัวเอง โจวมู่คือผู้ช่วยพิเศษของเซิ่งถิงเชิน

เมื่อเธอเห็นหรงซูก็ยิ้มแล้วเดินเข้ามาหาหรงซู พอหยุดฝีเท้า หญิงสาวพูดอ่อนโยน “ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่เชินไม่โกรธคุณแล้ว”

ระหว่างที่พูด

เธอยื่นมือเข้าไปเอาไข่มุกหนึ่งเม็ดออกมาจากกระเป๋า แล้วจับมือหรงซู วางไข่มุกเม็ดนั้นเอาไว้กลางฝ่ามือ “อันนี้ขอมอบให้คุณ อย่าเสียใจไปเลยนะ อย่าลืมทำแผลที่หน้าด้วยละ เป็นผู้หญิงถ้ามีแผลบนหน้าจะไม่สวยนะ”

เป็นผู้หญิงที่จิตใจดีเหลือเกิน

เมื่อเทียบกับหญิงสาวที่ทันสมัย เธอเหมือนตัวตลกที่มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งเงามืด

เมื่อเห็นหรงซูไม่มีปฏิกิริยา

โจวมู่ขมวดคิ้วพูดเสียงเย็น “ยังไม่ขอบคุณคุณหนูอันอีก?”

ที่แท้เธอแซ่อัน

อันชิงเยว่เก็บมือกลับมา “ไม่เป็นไร พวกเราไปกันเถอะ!”

ทั้งสองจากไปแล้ว

หรงซูยืนอยู่ที่เดิม มองดูไข่มุกออสเตรเลียสีเงินแกมฟ้าในฝ่ามือ คุณภาพไร้ที่ติ บริสุทธิ์เหมือนหญิงสาว

เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณหนูอันจะรู้ความจริงไหมว่าเซิ่งถิงเชินแต่งงานแล้ว

พอกลับไปถึงโต๊ะทำงาน

เธอพรินซ์เอกสารต้นฉบับหนึ่งชุดแล้ววางไว้ตรงหน้าโจวซาน พอโจวซานเห็นเธอ สีหน้าไม่มีความละอายสักนิด กลับได้ใจอย่างมาก

“เธอเห็นชัดเจนหรือยัง ว่าผู้หญิงที่คู่ควรกับท่านประธานเป็นยังไง”

หรงซูโยนเอกสารใส่หน้าเธออย่างแรง “เพราะงั้นฉันไม่คู่ควร เธอก็ไม่คู่ควร ดีแต่ใช้วิธีสกปรก ชาตินี้เธอก็ไม่มีอนาคตอะไรแล้ว อายุตั้งสามสิบกว่าแล้ว รีบหาคนแต่งงานด้วยเถอะ อย่ามัวแต่ฝันกลางวันอยู่เลย”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (3)
goodnovel comment avatar
Puthat Puthat
รันทดเกินไปมั้ย
goodnovel comment avatar
คากิ คากิ
เหอะถ้าผู้ชายมันจะเลวขนาดนี้อยู่คนเดียวสบายใจกว่า
goodnovel comment avatar
ผุดผาด ทองประมูล
อารัมภบทมากไป
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 574

    สีหมิงซานพูดตาม “ทำแผลก่อนดีกว่า! จะได้ไม่ทิ้งแผลเป็นเอาไว้”เซิ่งถิงเชินมองคราบเลือดบนหน้าผากหรงซูด้วยสายตาเคร่งขรึม ริมฝีปากบางขยับ แล้วพูดแค่ไม่กี่คำ “ห้านาที” สั้นกระชับได้ใจความ แต่แฝงไว้ด้วยพลังที่ไม่ยอมให้โต้แย้งหลูเสวี่ยพยักหน้า จากนั้นพาอันน่าออกไปก่อน หลี่เฉินเฮ่อตามไปด้วยเซิ่งถิงเชินสังเกตเห็นกล่องยาบนโต๊ะน้ำชา และผ้าก๊อซบนมือเธอ เลยประคองเธอไปนั่งลง “มือก็บาดเจ็บเหรอ?” สีหมิงซานอธิบายสาเหตุ แล้วขอโทษหรงซูอีกครั้ง เธอรับความผิดเรื่องนี้เอาไว้เอง บอกว่าเป็นเพราะคนของเธอทำงานไม่ได้เรื่องขณะที่พูด เธอจับสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเซิ่งถิงเชินแม้ปกติตอนเซิ่งถิงเชินมาร่วมงานรวมตัว จะใช้เวลากับทุกคนอย่างสงบสุข แต่ในใจพวกเขาต่างรู้ดี เซิ่งถิงเชินไม่ใช่คนที่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้นเพราะรู้เรื่องนี้ดี ตอนพวกเขาคบหากับเขาต้องรู้จักกาลเทศะ ไม่กล้าล่วงเกินเขาเลยสักนิดเซิ่งถิงเชินสีหน้าเรียบเฉย ทำให้อ่านอารมณ์ไม่ค่อยออกทำให้สีหมิงซานเองก็ไม่มั่นใจชายหนุ่มนำน้ำยาฆ่าเชื้อและก้านสำลีออกมาจากกล่องยา แต้มน้ำยาด้วยการกระทำแผ่วเบา แล้วพูดขึ้นช้า ๆ “หมิงซาน เรื่องหลี่อันน่า

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 573

    พอเห็นการกระทำของเขา สีหน้าหลี่เฉินเฮ่อเยือกเย็นลงทันที นิ้วมือกำแน่นโดยไม่รู้ตัว แววตามีความระแวงฉายผ่านสีหมิงซานเห็นอย่างนั้น รีบก้าวเข้าไปห้ามเขาไว้ น้ำเสียงยิ่งจริงใจ “คุณซู วันนี้อันน่าทำไม่ถูกก็จริง แต่ให้ฉันจัดการเรื่องนี้ดีกว่า ฉันจะให้คำตอบที่คุณและคุณเอเวอลินพอใจแน่นอน ได้ไหมคะ? วันนี้คุณเพิ่งมาครั้งแรก ไม่สามารถดูแลคุณให้ดี เป็นเพราะฉันทำหน้าที่ไม่ดีพอเอง ฉันต้องขอโทษคุณด้วยค่ะ”แม้สีหมิงซานเพิ่งเคยเจอซูชิงจือครั้งแรก แต่ได้ยินชื่อเสียงเขามานานแล้ว สามารถคบหากับเซิ่งถิงเชินได้แน่นแฟ้นขนาดนี้ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเขาเริ่มจากเป็นหมากตัวหนึ่งที่ไม่สะดุดตาของตระกูลอัน จนมาถึงวันนี้ที่แม้แต่ตระกูลอันยังต้องเกรงใจเขา ฝีมือและความสามารถของเขา ไม่ใช่สิ่งที่หลี่เฉินเฮ่อจะเทียบได้แน่นอนที่ผ่านมาเขาไม่เคยร่วมงานส่วนตัวของชนชั้นสูงในเมืองจิงเลย แต่วันนี้กลับมาร่วมงาน ทำให้สีหมิงซานแปลกใจมากตอนนี้เขาปกป้องเอเวอลินขนาดนี้ ยิ่งทำให้เธอสงสัยว่าตกลงทั้งสองคนเกี่ยวข้องกันยังไง ถ้าเอเวอลินไม่ใช่คนของเซิ่งถิงเชิน เธอยังนึกว่าซูชิงจือชอบเอเวอลินซูชิงจือเหลือบมองสีหมิงซ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 572

    จากนั้น เธอเหน็บแนมพร้อมยิ้ม กล่าวว่า “ฉันว่าพวกเธอสองคนเหมาะสมกันมาก ไพร่ก็ควรคู่กับไพร่ ล้วนแต่เป็นพวกชั้นต่ำที่น่าอับอายเหมือนกันทั้งนั้น!”พูดจบ หลี่อันน่าหันหลังเตรียมจากไปน้ำเสียงที่เยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลังทันที “ถ้าคุณก้าวออกไปจากที่นี่ทั้งอย่างนี้ ผมรับรองว่าจะทำให้หลี่เฉินเฮ่อต้องคุกเข่าขอร้องแน่นอน”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวที่ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง สายตายิ่งแฝงความเหี้ยมเกรียมที่น่ากลัวหรงซูได้ยินคำพูดพวกนี้ของเขา ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว แล้วชำเลืองมองซูชิงจือเธอไม่เคยเห็นเขาที่เสียมารยาทแบบนี้มาก่อน ที่ผ่านมาเขามักจะสุขุม การที่ปกป้องเธอโดยไม่มีสาเหตุแบบนี้ มีแต่จะทำให้เธอรำคาญอย่างอธิบายไม่ถูกพอหลี่อันน่าได้ยินคำพูดของซูชิงจือ ก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน ตัวแข็งทื่อไปสองวินาทีถึงได้สติกลับมาแล้วหันไปมองซูชิงจืออย่างเดือดดาล ต่อให้ตอนนี้ในใจจะหวาดกลัวกระวนกระวาย แต่เธอจะยอมแพ้เขาได้ยังไง เลยแค่นเสียงเย็น แล้วพูดเสียงแหลม “ก็แค่หมาตัวหนึ่งของตระกูลอันเท่านั้น อาศัยว่าเซิ่งถิงเชินให้เกียรติแกอยู่บ้างแล้วจะมาวางอำนาจบาตรใหญ่งั้นเหรอ? ซูชิงจือ แกมีอะไรน่าอวดดี คิดว่า

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 571

    ต่อให้สีหมิงซานจะรู้สึกดีกับหรงซูขนาดไหน แต่ยังไงก็เพิ่งจะรู้จักกันเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นตอนแรกก็แค่เห็นแก่หน้าของเจี่ยงเวยหยางเท่านั้นวันนี้หรงซูปรากฏตัวพร้อมเซิ่งถิงเชิน เธอเองก็รู้สึกประหลาดใจมากนึกไม่ถึงว่าเซิ่งถิงเชินจะคบกับเธอ แล้วพอมองท่าทีที่เหมยเหม่ยทำกับเธอ ยากมากที่จะไม่สงสัยว่าเซิ่งถิงเชินทำเพราะเหมยเหม่ยตอนที่อันชิงเยว่ยังคบกับเซิ่งถิงเชิน เหมยเหม่ยยังไม่ยอมรับเธอเลย ทว่าภายในเวลาที่สั้นขนาดนี้ เหมยเหม่ยกลับชอบเอเวอลินมากเซิ่งถิงเชินปกป้องเหมยเหม่ยเป็นอย่างดีมาโดยตลอด แต่เอเวอลินก็อยู่กับเหมยเหม่ยจนเกิดความผูกพันทว่าตอนนี้กลับเห็นเธอแสดงท่าทีเย็นชากับเซิ่งถิงเชิน ส่วนเซิ่งถิงเชินกลับใส่ใจเธอมากเป็นพิเศษ เมื่อก่อนไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนจัดการเซิ่งถิงเชินจนอยู่หมัดตอนนี้เมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเอง กลับรู้สึกเหลือเชื่อจึงเห็นได้ว่าเอเวอลินไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปสำหรับเรื่องที่หลี่อันน่าทำในวันนี้ เธอย่อมต้องรู้แล้วแน่นอน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โวยวายจนเกิดเรื่องอะไรเลยวันนี้หรงซูเพิ่งจะมาร่วมงานรวมตัวของพวกเขาเป็นครั้งแรก ถือว่ารู้จักกันไม่มาก สีหมิงซานย่อมต้อ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 570

    ซูชิงจือมองแผ่นหลังของหรงซู เขายืนอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนทำอะไรไม่ถูกและโดดเดี่ยวอ้างว้างขณะนั้นเสียงสั่นของมือถือเขาดังขึ้น เขาหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วหันหลังเดินออกจากห้องครัวจากนั้นก็กดรับสายระหว่างกำลังคุยสายจู่ ๆ ภายในห้องครัวก็มีเสียงวุ่นวายอึกทึกดังออกมาสีหน้าซูชิงจือตึงเครียด เขากดวางสาย แล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้องครัวคนรับใช้คนหนึ่งล้มลงบนพื้น บนพื้นมีน้ำเดือดซึ่งมีไอร้อนคุกรุ่นนองอยู่ หรงซูยืนอยู่ด้านข้าง ยังคงตกใจไม่หายซูชิงจือก้าวเข้าไป “เสี่ยวซู!” ขณะที่ลนลานเขาเรียกชื่อเธอออกไปโดยไม่ทันคิดหรงซูได้สติท่ามกลางความลนลานซูชิงจือเดินไปข้างกายเธอ แล้วถามอย่างร้อนใจ “ไม่เป็นไรนะ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”หรงซูไม่ตอบ แต่กลับจ้องมองเขาซูชิงจือสบเข้ากับสายตาพินิจของหรงซู เห็นได้ชัดว่าเขาหลบเลี่ยงอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เขาสำรวจเธอหนึ่งรอบ บนตัวไม่มีคราบน้ำกระเซ็น มีเพียงหลังมือที่โดนน้ำร้อนจนแดง หัวใจที่บีบรัดถึงได้ผ่อนคลายเมื่อครู่คนรับใช้มายกน้ำร้อนแล้วไม่ระวังจนหกล้ม กะละมังในมือสาดมาทางหรงซูพอดี โชคดีที่เธอตอบสนองอย่างรวดเร็ว จึงไม่โดนน้ำร้อนสาดใส่ร่างกา

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 569

    หลี่อันน่าได้ยินแบบนั้น หน้าบึ้งโดยไม่รู้ตัว ไม่สามารถโต้แย้งคำพูดของหลูเสวี่ยผ่านไปสักครู่เธอผ่อนลมหายใจ “มิน่าเสี่ยวเสวี่ยถึงกลายเป็นผู้ช่วยของเซิ่งถิงเชิน แต่เสี่ยวเสวี่ย เธอคิดจะเป็นผู้ช่วยเขาไปตลอด ไม่กลับไปรับช่วงกิจการของพ่อแม่เหรอ?”หลูเสวี่ยกล่าว “ยังไงก็ต้องมีความสามารถมากพอค่อยกลับไปรับช่วงต่อ พ่อแม่ฉันก็อยากให้ฉันฝึกฝนอีกสองสามปีค่อยว่ากันค่ะ”หลี่อันน่ากล่าว “ฉันเทียบกับเธอไม่ได้ ด้วยความสามารถของเธอ วันหน้ารับช่วงต่อบริษัทของพ่อแม่น่าจะไม่มีปัญหา แต่ก่อนหน้านี้ฉันได้ยินเธอบอกว่าอยากไปหรงเอินนี่”หลูเสวี่ยกล่าว “อวิ๋นซานก็เหมือนกันค่ะ”หลี่อันน่าไม่ได้ถามต่อไป“พวกเราไปกันเถอะ!”ทั้งสองคนจากไปส่วนทางสนามก็แข่งกันจนถึงเซตที่หกก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะขณะนี้เป็นช่วงเย็นห้าโมงครึ่งแล้วพวกเด็ก ๆ เหนื่อยกันนานแล้ว และถูกพาออกจากสนามแล้วตอนพวกเซิ่งถิงเชินมาที่สนาม เริ่มการแข่งเซตสุดท้ายเพื่อตัดสินแพ้ชนะแล้วซูชิงจือเป็นคนเสิร์ฟยี่สิบนาทีต่อมาซูชิงจือตีลูกออกนอกเส้นทำให้เฉิงซินกับฟู่สิงโจวชนะไปสุดท้ายเมื่อการแข่งขันจบลง ทั้งสี่คนเหนื่อยมากจริง ๆซูชิงจือผ่อน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status