Masukตอนที่ 8 หาที่อยู่
“จริงสิอาได้ยินมาว่ามีร้านไอศกรีมใกล้ ๆ นี้อยากลองมานานแล้วไม่มีโอกาสวันนี้มาที่นี่พอดี ซินหยาอยากลองกินกับอาหรือไม่”
“จริงหรือคะ ซินหยาอยากกินจังเลยแต่ว่าคุณแม่จะอนุญาตหรือคะหนูพึ่งจะหายป่วย”
“ตอนนี้ลูกก็หายแล้วอยากจะกินก็ตามใจ แต่แม่ให้กินได้เพียงนิดหน่อยพอหายอยากเข้าใจมั้ย ดูเหมือนว่าฝนกำลังก่อตัวมืดครึ้มมาอีก กินไอศกรีมกับคุณอาเสร็จแม่จะได้รีบพาไปหาที่พัก” เซียวฉีเห็นท่าทีดีใจและสีหน้าที่เปลี่ยนไปเธอจึงยอมอ่อนข้อ
ทั้งสามออกไปที่ร้านไอศกรีมระหว่างที่สั่งเสร็จรอกินอยู่นั้น หลินฟงเอ่ยขึ้นเพื่อเสนอยื่นมือช่วยเหลือเขาไม่อาจจะปล่อยให้ทั้งสองคนไปร่อนเร่หาที่อยู่ตามลำพัง ที่มณฑลนี้มีทั้งคนดีและไม่ดี ไม่แน่เธออาจจะเจอคนที่เอาเปรียบหลอกลวงจนเธอหมดตัวแน่ ๆ
“เซียวฉี ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่่พักใหญ่แล้ว รู้จักที่นี่เป็นอย่างดีให้ฉันช่วยเรื่องที่อยู่นะ หากเธอออกไปเดินหาตะวันคงตกดินพอดี”
“หลินฟงฉันขอบคุณที่คุณมีน้ำใจกับฉันและลูกนะ แต่ว่าฉันไม่อยากรบกวนและทำให้คุณต้องลำบากใจไปมากกว่านี้ ฉันอยากจะเดินไปข้างหน้าด้วยตัวและลำแข้งของฉันเอง”
“ฉันไม่ได้ให้เธอมาอาศัยอยู่ด้วยกันเสียหน่อย ฉันมีคนรู้จักที่เปิดห้องให้เช่าอยู่ ที่นั่นใกล้โรงเรียนและโรงพยาบาลด้วยล่ะ อย่างที่เธอบอกดูเหมือนว่าฝนจะตกในอีกไม่ช้า รับความหวังดีของฉันเอาไว้เถอะนะ” เซียวฉีเงยหน้ามองท้องฟ้า ก้อนเมฆจับตัวเป็นก้อนมืดครึม นึกถึงคำพูดของหมอและเป็นห่วงสุขภาพของซินหยาเธอพึ่งออกจากโรงพยาบาลถูกฝนอีกคงได้นอนอยู่ที่โรงพยาบาลอีกครั้งแน่ ๆ
“ขอบคุณนะ ครั้งนี้ฉันติดหนี้บุญคุณคุณอีกแล้ว”
“อย่าคิดเช่นนั้นเลย ฉันช่วยเพราะอยากช่วย” หลินฟงยิ้มกว้างก่อนจะเดินไปเอาไอศกรีมเมื่อได้ยินเจ้าของร้านเรียก
“คุณแม่คะคุณอาใจดีจังเลยค่ะ”
“คุณอาคนนี้เป็นคนแบบนี้ ไม่ว่าจะเนินนานแค่ไหนเขาก็ยังใจดีเสมอมา” เซียวฉีมองตามแผ่นหลังพลางเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม
หลังจากกินไอศกรีมเสร็จหลินฟงพาทั้งสองแม่ลูกนั่งรถยนต์ไปที่หมู่บ้าน และมีบ้านเช่าเรียงรายหลายหลัง เป็นอย่างที่เขาบอกระหว่างสองข้างทางมีร้านอาหารมีโรงงาน และยังมีโรงเรียน เซียวฉีเคยคิดเอาไว้บ้างแล้วซินหยาใกล้จะถึงวัยเข้าโรงเรียนเธอจะนำเงินที่ซ่งเหอหลงให้มาพาลูกไปสมัครเรียนและหางานทำส่งเสียลูกสาว และใช้จ่าย หากไม่ดิ้นรนคงไม่มีเงินใช้ โชคดีของเธอจริง ๆ ที่ได้มาพบเจอหลินฟงในยามลำบากเช่นนั้น เขาเหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์อย่างแท้จริง
ชายชรายืนอยู่หน้าร้านกำลังรดน้ำดอกไม้ใบหูได้ยินเสียงรถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาเขารีบวางมือจากทุกอย่าง รีบร้อนเดินมายืนคอยต้อนรับหลินฟงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“คุณชายมาที่นี่มีเรื่องอะไรหรือขอรับ เอ๊ะ ! นั่นผู้หญิงหรือว่านี่คือคนรักของคุณชาย” ทันทีที่หลินฟงเดินลงจากรถชายชราเอ่ยเอ่ยถามด้วยความสงสัย ตอนนั้นเซียวฉีไม่ทันได้ลงมาจากรถจึงไม่ทันได้ยินบทสนทนานี้
“จุ จุ ลุงโม่อย่าพูดเสียงดัง และอย่าเรียกฉันว่าคุณชาย อีกอย่างเธอไม่ใช่คนรักของฉันหรอกนะ อย่าพูดให้เธอเสียหาย เธอจะมาเช่าห้องพักที่นี่ จงทำตัวเป็นเจ้าของกิจการอย่าได้ทำผิดพลาดและถูกจับได้” ลุงโม่เข้าใจทุกอย่าง เขายืนยืดอกอย่างผ่าเผยเอ่ยทักทายหลินฟงใหม่อีกรอบ
“หลินฟงมาถึงที่มีอะไรให้ฉันช่วยอย่างนั้นหรือ”
“สวัสดีลุงโม่ ฉันพาคนรู้จักมาหาที่พักหวังว่าห้องพักของลุงยังมีห้องว่างอยู่ใช่มั้ย” เซียวฉีเดินลงมาพร้อมกับลูกสาวส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้แก่ลุงโม่
“ที่แท้คิดว่ามีเรื่องอะไรที่แท้ก็หาลูกค้ามาให้นี่เอง ย่อมมีอยู่แล้ว แม่หนูต้องการห้องแบบไหน ต้องการห้องที่มีหน้าต่างหรือไม่มีหน้าต่าง ราคาจะแตกต่างกันไป” เซียวฉีครุ่นคิดชั่วครู่ ตอนนี้เธอต้องประหยัดเงินไม่ว่าห้องไหน ๆ ก็อยู่ได้ทั้งนั้น เอาไว้หาเงินและจ่ายค่าเล่าเรียนของซินหยาแล้ว ค่อยขยับขยายในวันข้างหน้า
“ฉันเอาห้องที่ไม่มีหน้าต่างค่ะ” หลินฟงได้ยินส่งสายตาจ้องเขม็งไปมองลุงโม่อีกครั้ง และเหมือนเขาจะรู้ความคิดของคุณชาย รีบต้องกลับอย่างเร่งด่วน
“โอ๊ะ! ฉันลืมไปว่าห้องที่ไม่มีหน้าต่างเต็มหมดแล้ว อื้ม..เอาเช่นนี้ก็แล้วกันในเมื่อแม่หนูเป็นคนรู้จักของหลินฟง ฉันจะลดราคาห้องที่มีหน้าต่างให้ในราคาเดียวกับห้องที่ไม่มีหน้าต่างดีหรือไม่ ยิ่งมีเด็กตัวเล็ก ๆ อยู่ในห้องไม่มีหน้าต่างคงอึดอัดหน้าดู” ใบหน้าของเขาซีดเซียวเหงื่อตกเล็กน้อย เมื่อเห็นสายตาของหลินฟง
“อย่างนั้นฉันเอาห้องที่มีหน้าต่างก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่เอ็นดูซินหยา ซินหยารีบขอบคุณคุณลุงเร็วเข้า”
“ขอบคุณค่ะคุณลุง” ซินหยาก้มหัวลงเพื่อขอบคุณ ครานั้นใบหน้าของหลินฟงคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้าทำให้ลุงโม่เริ่มหายใจโล่งคล่อง
ลุงโม่พาเซียวฉีไปห้องที่ใหญ่ ไม่ใช่แค่เพียงมีหน้าต่างในห้องมีเครื่องใช้ครบครันอีกทั้งยังมีเครื่องทำความอุ่นและเครื่องปรับอากาศอีกด้วย ซินหยาชอบห้องนี่เหลือเกินวิ่งไปกระโดดขึ้นเตียงนอนหนานุ่มด้วยดีใจ
“ดูเหมือนว่าซินหยาจะชอบห้องนี้มากสินะ เพียงเท่านี้ฉันก็เบาใจแล้วล่ะ” หลินฟงพูดขึ้นหลังวางกระเป๋าของเซียวฉีลงไว้บนโต๊ะหน้าห้อง
“ฉันต้องขอบคุณคุณอีกครั้งที่ช่วยฉันครั้งแล้วครั้งเล่า บุญคุณครั้งนี้ฉันจะตอบแทนแน่นอน”
“เธอพักผ่อนเถอะ เอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยให้ลุงโม่มาจัดการเรื่องการเช่าห้อง มีอะไรต้องการอีกหรือไม่บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”
“ไม่มีแล้วล่ะ เพียงเท่านี้ฉันก็เกรงใจมากพอแล้ว คุณเองก็กลับไปพักผ่อนเถอะ จริงสิเราเจอกันที่โรงพยาบาลฉันไม่ได้ถามเลยเอาแต่พูดเรื่องของตัวเอง คุณไม่สบายอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นหมายความว่าฉันรบกวนคนป่วยมากเกินไปแล้ว”
“ไม่ใช่หรอก ฉันไปที่โรงพยาบาลเพราะนำปลายข้าวสารไปบริจาคให้คนป่วยนะ ที่นั่นมีทั้งคนมีเงินและคนไม่มีเงิน เพียงแค่มานอนโรงพยาบาลก็ไม่ได้ทำงานขาดงานเท่ากับขาดรายได้ จึงนำปลายข้าวไปบริจาคนะ” เซียวฉีเงยหน้ามองเขาอีกครั้ง เขาไม่ใช่แค่มีน้ำใจและใจดีกับเธอแต่เขาใจดีและมีความเมตตาต่อทุกคน
“ไม่ว่านานแค่ไหนคุณก็ยังเป็นคนมีน้ำใจและใจดีเสมอ เดินทางปลอดภัยนะ” เซียวฉีโบกมือลาเขาอีกครั้ง หลินฟงยิ้มเบา ๆ และเดินจากไป ปล่อยให้เธอได้พักผ่อน เขาเดินไปตามทางเงยหน้ามองท้องฟ้าใบหน้าเปรี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
‘โชคชะตาเริ่มเข้าข้างฉันแล้วสินะ ที่ให้ฉันได้มาพบเธออีกครั้ง หากมีโอกาสครั้งนี้ฉันจะไม่มีทางทำให้เธอหลุดมือไปได้อีก ’
ตอนที่ 25 ครอบครัวสุขสันต์“อย่าบอกนะว่าวันนั้นคุณได้ยินที่ฉันพูดกับจ้าวเหวิน ฉันพูดไปเพราะต้องการให้เขาเลิกระรานฉันเท่านั้น ฉันขอโทษที่เอาชื่อของคุณไปพูดโดยไม่ถาม”“ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยจะบอกคนอื่นว่าฉันเป็นสามีของเธอฉันก็ไม่โกรธ สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญตอนนี้ฉันอยากรู้หัวใจของเธอมากกว่า ว่าพร้อมจะยอมเปิดใจให้ฉันมั้ย” เสียงของเขาแผ่วเบาแต่หนักแน่นพูดข้างหูของเซียวฉี เธอยิ้มเล็ก ๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหนหัวใจของเธอก็ยังเต้นแรงเมื่ออยู่ข้างเขาเช่นเดียวกัน แต่เธอจะมีความสุขกับเขาได้จริง ๆ นะหรือ“ฉันกลัว ฉันจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะดีกับซินหยาแบบนี้ตลอดไป ชีวิตของฉันยกให้ลูกไปหมดแล้ว”“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันทั้งรักทั้งเอ็นดูซินหยาราวกับลูกแท้ ๆ หลังเราแต่งงานกันแล้ว ฉันจะไปจดชื่อรับเลี้ยงซินหยาเป็นลูกของฉัน ซินหยาจะได้รับทุกอย่างเหมือนกับลูกของฉันจริง ๆ”“แล้วครอบครัวคุณละคะ พวกท่านจะรับได้หรือ?”“ไม่ต้องสนใจคนอื่น เพราะฉันทำงานมีธุรกิจของตัวเองคุณพ่อคุณแม่ท่านไม่สนใจหรอกนะ ให้โอกาสฉันนะเซียวฉี” เซียวฉีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งตอนนั้นเองเสียงของซินหยาก็ดังขึ้น“หนูก็ชอบคุณอาหลินฟงนะคะคุ
ตอนที่ 24 รับผลกรรมทว่าตอนนั้นเองเซียวฉีหลบได้ทันไม่ได้โดนร่างกายเธอตรง ๆ แต่ก็เฉียดแขนจนเกิดแผลเลือดสีแดงเหลือไหลซึม ทุกคนต่างพากันตกใจเป็นห่วงเซียวฉีตะโกนร้องเสียงหลง“เซียวฉีระวัง!!” จังหวะเดียวกันลูกน้องของหลินฟงก็เข้ามาจับกุมตัวของหรูอี้เอาไว้แย่งมีดจากมือของเธอผลักเธอล้มลงกับพื้นกดแนบกายเอาไว้“ปล่อยนะ!! กรี๊ด ปล่อยฉัน ฉันยังไม่ได้ฆ่านังเซียวฉีด้วยมือของฉันเลย แกมันตายยากตายเย็น ฉันจะฆ่าแก”“อึก ..! หรูอี้ ต่อให้ฉันตายไปเธอมั่นใจจริง ๆ นะหรือว่าจ้าวเหวินจะรับรักเธอนะ” เซียวฉีจับกุมกดบาดแผลริมฝีปากแห้งผากใบหน้าซีดเซียว หลินฟงรีบมาประคองลุกขึ้น ซินหยาเองก็รีบเข้ามาช่วยจับมือลุกขึ้นเช่นเดียวกัน“กรี๊ด!! ทุกอย่างเพราะแก แกคนเดียว” จ้าวเหวินมองหน้าประสานตากับเซียวฉี เรื่องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นชีวิตของเซียวฉีหรือแม้แต่อาการของหรูอี้ล้วนเป็นความผิดเขาทั้งหมด เขาคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้งขอโทษเซียวฉีด้วยความจริงใจและรู้ผิดความรู้สึกหลายอย่างถาถมเข้ามาเวียนว่ายในความคิด“ฉันขอโทษนะเซียวฉี เรื่องทั้งหมดเพราะฉันเอง ไม่ว่าจะเป็นการหย่าและค่าเสียหายทุกอย่างฉันจะรับเอาไว้เอง ฉันจะจัดการทุกอย่าง
ตอนที่ 23 รับบาดเจ็บจ้าวเหวินสะท้านไปทั้งหัวใจเจ็บปวดแทบบรรยายไม่ถูก เขาเงยหน้ามองตามซินหยาเธอหันมามองเขาอีกครั้งพร้อมโบกมือลา ใจของเขาสั่นวูบราวกับว่าครั้งนี้ เขาจะต้องจากเด็กหญิงตัวน้อยไปจริง ๆ แม้ความแค้นจะฝังลึกแต่ความปวดร้าวครั้งนี้ชัดเจนยิ่งกว่า แต่เดิมมาเขาไม่ได้เกลียดกับหลินฟงมาก่อน เขาเป็นเพื่อนรักกันจนอายุได้15 ปี ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าทั้งสองครอบครัวต่างทำกิจการเหมือนกัน และต่างก็แข่งขันกันมาตลอด เขาเริ่มมองหลินฟงเป็นศัตรูคู่แค้นเพราะไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ได้ดีกว่าตน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาขายข้าวแม้แต่ในรั้วโรงเรียน เขามีไหวพริบหัวการค้าในตัว ทำให้จ้าวเหวินเกิดความริษยายิ่งมีเพื่อนมาพูดจากรอกหู ยิ่งเพิ่มความอิจฉามากกว่าเดิม หลินฟงเป็นที่ต้องการและพูดถึงในกลุ่มสาว ๆ แต่เขาก็ยังมีใจมั่นอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียว จ้าวเหวินอยากรู้จริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร จึงแอบตามไปดูและเหมือนโชคเข้าข้าง ผู้หญิงคนนั้นคือหลีเซียวฉีลูกสาวของลุงหลีคนงานของคุณพ่อ แต่นั้นยังไม่ใช่จุดแตกหักของเขาทั้งสอง จนกระทั่งทั้งคู่เรียนจบ พ่อของจ้าวเหวินให้เขาไปติดต่อขายข้าวในอำเภอ แต่เขาไปถึงกลับถูกหลินฟงตัดหน้า
ตอนที่ 22 ปล่อย“น่ารังเกียจคำพูดที่พร่ามออกมาไม่มีความจริงสักส่วน ฉันนะหรือที่รัก? สำคัญตัวเองเกินไปแล้ว ที่ฉันไม่หนีเพราะสงสารคุณพ่อตอบแทนบุญคุณก็เท่านั้น ส่วนเรื่องที่ฉันทนเพราะพ่อกับแม่ของคุณดีกับฉันต่างหาก แล้วคนชาติชั่วอย่างคุณที่พรากฉันจากคนที่ฉันรักมากที่สุดมา หากลองนึกย้อนไปแล้วมีเพียงชั่ววูบเท่านั้นที่ฉันเคยรู้สึก คิดว่าฉันจะบุกมาที่นี่เพียงลำพังอย่างนั้นหรือ?” จ้าวเหวินร้อนวูบวาบสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ คล้ายมีมีดแหลมทิ่มแทงหัวใจ เขามั่นใจแท้ ๆ ว่าเธอนั้นรักเขา แต่ทำไมน้ำเสียงและแววตาของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยความเย็นชาจนไร้เยื่อใย คำพูดราวกับคมมีดที่คอยเฉือนหัวใจของเขาจนเจ็บแปลบ“คุณพ่อคะ ปล่อยหนูกับแม่ไปเถอะนะคะหนูไม่ชอบให้ทั้งสองต้องทะเลาะกันอย่างนี้เลย หนูกลัว” มือเล็ก ๆ ของซินหยาจับมือของเซียวฉีสั่นเทา เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ซินหยาพ่อนะไม่ได้จะลงมือทำร้ายทั้งสองหรอก แค่อยากให้เรากลับมาอยู่ด้วยกันก็เท่านั้นเอง เชื่อฟังพ่อเถอะนะ อยู่กันที่นี่มาสร้างความสุขอย่างที่ซินหยาต้องการ” จ้าวเหวินนั่งย่อตัวลงยื่นมืออ้าแขนให้ลูกสาววิ่งมาหาตน ในเมื่อพูดกับเซียวฉีไม่รู้เรื่องต้องเอ
ตอนที่ 21 ซินหยาหายไปเซียวฉีคิดทั้งวัน วันนี้เป็นวันเงินเดือนออกครั้งแรก แถมยังจะเข้าสู่ฤดูหนาว เธอเลยคิดว่าหลังเลิกงานจะพาซินหยาไปเลือกซื้อเสื้อแขนยาวคนละสองตัว เพราะเธอไม่ได้นำออกมาจากบ้านซ่ง แต่เมื่อมาถึงโรงเรียนหัวใจของเธอแทบแตกสลาย สั่นสะท้านไปทั้งตัวหลังจากคุณครูแจ้งว่ามีคนมารับซินหยาออกไปแล้ว และได้ยินซินหยาเรียกผู้ชายที่มารับว่าพ่อเซียวฉีมืดแปดด้านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตามหาซินหยาจากที่ใด คิดว่าจ้าวเหวินจะยอมปล่อยมือแต่เขากลับเล่นสกปรกมาพรากลูกไปจากตนเอง หัวใจของเธอร้อนนรุ่มไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน ตอนนั้นเองหลินฟงขับรถยนต์ผ่านมาพอดี เห็นใบหน้าของเซียวฉีก็แปลกใจและข้างกายของเธอไม่มีซินหยาอยู่เคียงข้าง เขาเหลือบมองดูนาฬิกานี่ก็เลยเวลารับซินหยาแล้วนี่น่า“จอดรถด้านหน้าให้ฉันเดี๋ยวนี้”“ครับคุณชาย”เอี๊ยด!! เสียงล้อรถจอดอย่างกระทันหัน หลินฟงรีบเปิดประตูเดินกึ่งวิ่งไปหาเซียวฉีที่เดินไร้สติอยู่ข้างถนนหน้าโรงเรียน“เซียวฉี เกิดอะไรขึ้นแล้วซินหยาอยู่ที่ไหนหรือว่าเธอยังไม่ได้เข้าไปรับ” เซียวฉีกำลังมืดมนได้ยินเสียงของหลินฟงเหมือนได้เห็นแสงสว่าง ยื่นมือไปจับแขนของเขาแน่น ขอร้องให้เขาช่วย
ตอนที่ 20 โวยวายไร้สติ“เลิกบ้าแล้วตั้วสติเสียที หรูอี้เธอเป็นน้องสาวของฉัน ความรักที่ฉันมีให้ก็มีแต่ความของพี่ชาย ส่วนเรื่องของฉันกับเซียวฉีไม่ใช่เรื่องของเธอ ออกไปจากห้องของฉันแล้วเลิกพูดเรื่องนี้”“ไม่!! ฉันรักพี่จ้าวเหวิน รักตั้งแต่เข้ามาเหยียบบ้านซ่ง พี่เป็นคนแรกที่ยิ้มและให้ความรักแก่ฉัน หากไม่ใช่พี่ก็ไม่สามารถเป็นคนอื่นได้ ฉันรักพี่จ้าว ฉันรักพี่จ้าวได้ยินมั้ย" ตอนนี้ดูเหมือนหรูอี้จะสติหลุดมากกว่าเดิม ส่งเสียงดังสนั่นจนทำให้แม่ซ่งกับพ่อซ่งที่หลับไปแล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมาและกันลุกขึ้นมาหาต้นเสียง“หรูอี้ฟังนะ ต่อให้เธอเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่หรูอี้น้องสาวของฉัน ฉันก็ไม่ทางรัก ไม่ว่ารูปร่างหน้าตาของเธอจะเป็นอย่างไร เธอก็ไม่ใช่เซียวฉีอยู่ดี” คำพูดของจ้าวเหวินบาดลึกเข้าไปในจิตใจ ตอกย้ำให้เธอรู้ว่าไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็ไม่มีทางได้หัวใจของจ้าวเหวิน หรูอี้โกรธเกรี้ยวมากกว่าเดิม ร้องกรี้ดโวยวายอีกครั้ง“ไม่ ไม่จริง ฉันน่าจะฆ่าให้ตายไปซ่ะ ถ้าครั้งนั้นฉันผลักนังเซียวฉีตกบันไดแรงกว่านั้น ไม่ใช่แค่มันจะคลอดก่อนกำหนด แต่มันจะตกเลือดตาย ตายทั้งแม่ทั้งลูก ฮึ ฮึ ฉันไม่น่าลงมือเบาไปเลย จนวันนี้มันกลายม
ตอนที่ 11 ใจสั่นเวลาผ่านไปท้องผ้าด้านนอกมืดสลัว แสงไฟส่องสว่างทั่วมณฑล หลินฟงพาทั้งสองไปส่งที่บ้าน ระหว่างทางกลับนั่งโดยสารประจำทาง เมื่อถึงทางเข้าห้องรถประจำทางไม่ได้เข้าไปถึงด้านใน หลินฟงอยากใช้เวลาอยู่กับเซียวฉีนาน ๆ จึงให้ลูกน้องขับรถยนต์ไปรอที่ห้องพักเสียก่อน ซินหยาทั้งอิ่มและเหน็ดเหนื่อยมาทั
ตอนที่ 10 ความสัมพันธ์ตึก ตึก ..เสียงหัวใจเต้นแรงระรัวเมื่อหวนคิดถึงอดีต ครั้นนั้นเองเสียงของซินหยาก็ดังขึ้นช่วยเซียวฉีเอาไว้ เธอกลัวเหลือเกินกลัวคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรง“คุณแม่คะ คุณอาหลินคะ เป็นอย่างไรบ้างคะหนูใส่แล้วสวยมั้ย” เซียวฉีวางจานผัดผักลงบนโต๊ะอาหาร รีบหันไปมองซินหยาคิ้วขม
ตอนที่ 9 ของขวัญที่ดีที่สุดหลายวันต่อมาเมื่อร่างกายของซินหยาหายดี เซียวฉีเริ่มหางานทำและเข้าไปที่โรงเรียนเพื่อฝากซินหยาเข้าเรียน เหมือนว่าซินหยาจะชอบที่นี่มาก ๆ เช่นกันเพื่อน ๆ ที่เรียนอยู่ที่นี่เห็นซินหยาก็พากันวิ่งกรู่เข้ามาหาหลังจากกลับมาจากโรงเรียนหลังสมัครเรียนเสร็จ ซินหยาพูดไม่หยุดปากอยากไ
ตอนที่ 7 บังเอิญจ้าวเหวินตามหาทุกที่ที่คิดว่าเธอจะไป แต่หาอย่างไรก็ไม่พบแม้กระทั่งบ้านของเธอ มีเพียงแต่พ่อของเธอเท่านั้น จ้าวเหวินยังไม่ได้อยากให้ลุงหลีคิดมากและเป็นกังวลจึงเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน และออกตามหาเธอไปจนทั่ว ครั้นนั้นเขากลับนึกถึงคำพูดของหรูอี้"ไม่จริงหรอก... ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันเองก็







