INICIAR SESIÓNเป็นอีกหนึ่งวันที่ต้องเข้ากิจกรรมรับน้องตามนัดของรุ่นพี่ที่คณะ ยังดีที่วันนี้ได้แว่นใหม่มาแล้ว ได้เห็นหน้าเพื่อนครบทุกคนสักที
“ไปตลาดหลังมอปะ”
“ดีล”
หลังจบกิจกรรมเพื่อนทั้งสามตรงมายังสถานที่ดังกล่าวทันที เวลานี้ผู้คนค่อนข้างแน่นเพราะออกมาหาข้าวเย็นตามวิถีชีวิตนักศึกษา
“พี่เซนต์ สวัสดีค่ะ”
“สะ.. สวัสดีค่ะ”
เทคแคร์ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็ได้แต่ยกมือไหว้ตามเพื่อน ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อคมคายกับผมสีเทาดูเหมือนจะคุ้น ๆ อยู่หรอก แต่เพราะเธอพึ่งเห็นหน้าคนชัด ๆ วันนี้วันแรกเลยไม่รู้ว่าเป็นใคร
“ใครวะมึง”
“พี่เซนต์ไง พี่ว้ากปีสาม”
“อ๋อ คนนี้เหรอ”
เมื่อเดินผ่านพี่คนนั้นเธอก็เอ่ยถามเพื่อนทันที คนนี้สินะที่เขียนชื่อให้เธอจนสาว ๆ กรี๊ดกร๊าดแถมยังมองเธอด้วยสายตาเหน็บแนมเหมือนจะขย้ำอยู่ตลอด
ทางฝั่งอีกคนไม่ได้พอใจกับผลประกอบการครั้งนี้นัก แต่อย่างน้อยก็ดีที่เธอเห็นเขา ไม่เหมือนวันก่อนที่เมินไม่สนใจอะไร
ทุกที่ที่เธอไปมักจะได้เจอเขาผู้นี้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะรับน้องที่ต้องเจอกันอยู่แล้ว สวนวิ่ง ตลาด หรือแม้กระทั่งฟิตเนส
“ทำไมไม่ติด เอ่อ ขอโทษนะครับเครื่องนี้ใช้ยังไงครับ”
“อ๋อ..”
เทคแคร์กดหยุดลู่วิ่งของตัวเองก่อนจะเดินลงไปดูเครื่องข้าง ๆ ที่ใช้งานไม่ได้ สาวน้องมองเครื่องออกกำลังกายอย่างพิจารณาก่อนจะเดินอ้อมข้างหลังไปเปิดสวิตช์ไฟด้านหลังเครื่อง
“ได้แล้วค่ะ”
“ขอบคุณครับ อ้าว ! น้องเทคแคร์ใช่ไหม โลกกลมจัง จำพี่เซนต์ได้ไหมครับ”
จังหวะเงยหน้าขึ้นสบตาคนพี่ก็เอ่ยทักคนน้องด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทันที ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ได้บังเอิญ เขาตั้งใจทั้งนั้น
“อ๋อ จำได้ค่ะ พี่ที่คณะ สวัสดีค่ะ”
เธอยิ้มตอบตามมารยาทแล้วหันไปขึ้นลู่วิ่งของตัวเองต่อ ในใจก็เหมือนจะมีความคิดแปลก ๆ ผุดขึ้นมาในหัว
คงไม่ใช่ว่าตามจีบเธออยู่หรอกนะ..
แต่ระดับเขาคงไม่ได้มาสนใจอะไรมั้ง สาว ๆ ที่น่าจะเข้าตามีเยอะซะขนาดนั้น เรียกได้ว่าครึ่งค่อนของผู้หญิงในมหาวิทยาลัยเลยก็ได้ที่พร้อมพลีกายให้เขา
คนน้องวิ่งตามปกติของตัวเองไม่ได้ต่างจากวันอื่น ๆ จะมีก็แต่คนมาใหม่ที่วิ่งแทบไม่ไหว เพราะสายตาเขามันเอาแต่เหลือบมองที่หน้าอกตูมเด่นนั่น ยามที่เธอวิ่งมันเด้งกระเพื่อมรุนแรง เขาอยากเอาหน้าไปรับไว้เสียจริง
“ออกกำลังกายเสร็จไปไหนต่อไหม ไปกินข้าวกันพี่เลี้ยง”
“แคร์ต้องไปรวมค่ะ อีกแป๊บหนึ่งก็กลับไปอาบน้ำแล้ว”
“เออ พี่ลืมเลย ไว้เจอกันที่ลานเกียร์นะ”
‘ไอ้เวรไหนมันนัดวันนี้วะ !’ ถึงปากจะตอบด้วยรอยยิ้มแต่ในหัวสมองคิดบทลงโทษรุ่นน้องที่นัดไม่รู้จักเวลา ทำเขาพลาดที่จะได้ไปกินข้าวกับเธอเป็นครั้งแรกเสียได้
“ทำไมพวกมึงนัดน้องค่ำจัง”
“วันนี้น้องส่วนใหญ่มีเรียนถึงหนึ่งทุ่มครับ เลยนัด..”
“พรุ่งนี้ไม่มีรึไง ! นัดดึก ๆ ถ้าเกิดปัญหาใครจะรับผิดชอบ !”
เสียงตะคอกดังต่อหน้ากลุ่มชายชุดดำจำนวนสิบคนดังลั่นห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ก่อนจะตามมาด้วยการสั่งลงโทษรุ่นน้องอย่างหนัก ไม่มีจำนวนที่ชัดเจนจนกว่าน้องคนแรกจะมาถึง
“ไปแดกรังแตนที่ไหนมาไอ้เซนต์”
“พวกเหี้ยนี่ เห็นกูเป็นคนยังไง”
“คนเหี้ยเหมือนพวกกูนี่แหละ”
เรียกได้ว่าเหี้ยเห็นเหี้ยเลยก็ว่าได้ มีดีแค่หน้าตาและฐานะ ส่วนสันดานไม่ต้องพูดถึงเป็นที่เลื่องลือกันอยู่แล้ว
จนเกือบจะสองทุ่มรุ่นน้องปีหนึ่งก็เริ่มมาถึงสถานที่นัดหมาย สภาพของคนมาใหม่ดูตื่นเต้นดีใจต่างจากกลุ่มว้ากปีสองที่แทบจะหมดอาลัยตายอยากเหนื่อยหอบไปตาม ๆ กัน
“วันนี้จะมีการจับสายรหัสคณะ น้องจะได้คำใบ้ตามนี้แล้วให้หาพี่รหัสของตัวเองให้เจอภายในหนึ่งอาทิตย์ ไม่อย่างนั้นต้องได้รับบทลงโทษจากพี่รหัสหนึ่งอย่าง ถึงจะยอมรับเข้าสาย”
เมื่อได้ฟังทุกคนก็ต่างตื่นเต้นคาดหวังว่าตัวเองจะได้เจอพี่ที่ดีพี่ที่เอาใจใส่น้องดูแลและให้คำปรึกษาได้
เด็กปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ต่างมุงดูบอร์ดที่รุ่นพี่ติดเอาไว้ บางคนก็ถ่ายรูป บางคนก็จดใส่มือ บางคนก็จำคำใบ้ออกมาแล้วมองหารุ่นพี่ของตัวเอง
“มึงได้คำใบ้อะไรอ่ะ กูได้ฝนฟ้าคะนอง”
“กูได้ขาวมากกินได้ทุกวัน น่าจะพี่ข้าวปะ หรือกูคิดง่ายไป”
เทคแคร์ส่งสายตาไปยังรุ่นพี่ผู้หญิงที่เธอเอ่ยถึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังเพราะถ้าไม่ใช่เธอก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะเป็นใคร
แต่คำใบ้ที่เทคแคร์ได้นั้นความจริงไม่ใช่ของเธอแต่แรก เพราะมีคนทุ่มจ่ายเงินหลักครึ่งหมื่นเพื่อสลับกับเพื่อนจนได้มาและเรื่องนี้มีแค่กลุ่มเพื่อนเขาเท่านั้นที่รู้
หลังจากเช็กแล้วว่าน้องได้คำใบ้ครบทุกคนแล้วรุ่นพี่ก็ปล่อยกลับทันที นี่ก็ดึกแล้วถ้าเกิดอันตรายจะรับผิดชอบไม่ไหว อีกอย่างพึ่งโดนทำโทษเรื่องนี้มาหมาด ๆ ไม่มีใครอยากโดนอีกครั้ง
“พ่อ”“แก”เสียงทุ้มของชายทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จากที่สถานการณ์นิ่งเงียบมานาน เสี่ยฮาร์นสูดหายใจเข้าเต็มปอดเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี“พ่อสบายดีไหมครับ”“สบายดี ฮึก พ่อ.. สบายดี”แค่ประโยคสั้น ๆ ที่เปล่งออกมาทำให้เจ้าสัวคณาเรศน้ำตาร่วงทันที กี่ปีมาแล้วที่ลูกชายไม่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เลย อย่าว่าแต่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แค่ยอมคุยกันดี ๆ สักครั้งยังไม่เคย“พ่อ.. ขอโทษ พ่อขอโทษแกจริง ๆ”“เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ ความจริงผมรู้ทุกอย่าง รู้ว่าแม่เป็นคนขอร้องให้พ่อไปลงทุนที่ต่างประเทศเอง รู้ว่าเรื่องข่าวพ่อกับดาราคนนั้นไม่เป็นความจริง ผมแค่รับไม่ได้วันนั้นพ่อไม่มาแม้แต่ดูใจแม่”“พ่อ.. ขอโทษจริง ๆ ฮึก พ่อ.. รับปากแม่แกว่าถ้าไม่สำเร็จพ่อจะไม่กลับมา ตอนนั้นพ่อยังทำไม่ได้แล้วจะให้พ่อแบกหน้ามาเจอแม่แกได้ยังไง”“ผมปล่อยวางได้แล้วครับ พ่อก็เลิกโทษตัวเองเถอะ แล้วไปอยู่กับหลานไปอยู่กับผม”เจ้าสัวเงยมองหน้าลูกชายทันทีที่เขาเอ่ยเช่นนั้น ไม่คิดว่าเขาจะได้กลับไปอยู่กับลูกกับหลานอีกครั้งในบั้นปลายชีวิต แค่นี้คนแก่อย่างเขาก็ตายตาหลับแล้ว“ผมซื้อบ้านหลังข้าง ๆ ไว้ให้พ่อ
อาการแปลกประหลาดของคนสองคนอยู่ในสายตาผู้ใหญ่อย่างป้าไหมตลอด เธอรู้ว่าอาการแบบนี้มันคืออะไรแต่ทว่าเจ้านายของเธอเป็นหมันทำให้เธอไม่แน่ใจอะไรสักอย่างได้แต่สังเกตอาการมาเรื่อย ๆ“หลิน กินแบบนี้มานานหรือยังลูก”“สักพักแล้วค่ะป้า ตัวบวมมาก ฮ่าฮ่าฮ่า”“ให้เสี่ยพาไปหาหมอหน่อยไหม หลินรู้สึกหรือเปล่า”กึก ! คำที่ป้าไหมพูดเธอเริ่มเข้าใจและจับจุดประสงค์ได้ คงไม่ใช่ว่าเธอจะตั้งครรภ์หรอกนะ แต่จะเป็นไปได้ไงในเมื่อเขาบอกเองว่าเป็นหมันวันถัดมาหลินขอให้เขาพาไปหาหมอตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ แม้ในใจจะอยากมีลูกมากแต่ก็หวั่นอยู่เหมือนกันกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อใจเธอ กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริง ๆหลินนั่งรอผลตรวจอย่างกระวนกระวายใจ ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าเธอขอร้องให้เขาพามาโรงพยายาลทำไมก็คงยังนั่งนิ่งโอบกอดคนตัวเล็กไม่ปล่อย“เชิญคุณวริศราค่ะ”“เฮีย~ เฮียเข้าไปกับหนูได้ไหมคะ”เขาพยักหน้าแล้วพยุงเธอเดินเข้าห้องตรวจ ใบหน้าสาวเจ้าแสดงออกถึงความกังวลอยู่มากจนเขาเครียดตามไปด้วยกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรที่ร้ายแรง“ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้สิบเอ็ดสัปดาห์แล้วครับ”“เฮีย~”แทนที่เธอจะดีใจกล
จนเกือบหนึ่งทุ่มทั้งสองถึงได้เวลาก้าวขาออกจากบ้านไปวัดสักที วันนี้ที่วัดใหญ่มีการจัดรำวงการกุศลเพื่อหาเงินสร้างโบสถ์ ครอบครัวเธอเองก็มีชื่อนั่งเป็นประธานครั้งนี้ด้วย เพราะบริจาคไปถึงครึ่งแสน แม้จะไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงอะไร แต่ทางวัดก็ใส่ให้อยู่ดี“มื้อนี้แม่ใหญ่สายคืองามแท้”หลินเอ่ยชมแม่ตัวเองที่เป็นสาวรำวงครั้งนี้ด้วย เสื้อขาวกระโปรงลายดอกพริ้วนั่นเธอเป็นคนจัดหามาให้ทั้งหมด พอเห็นแม่ตนแต่งตัวแบบนี้บ้างก็แปลกตาดีเหมือนกัน“ไปเหมาสักสองรอบไป อ่ะ”เสี่ยฮาร์นยื่นธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งให้ภรรยาก่อนที่เธอจะเดินไปบอกกรรมการวัด พร้อมซื้อมาลัยมาคล้องแม่ของเธอด้วย ความจริงมีมาลัยเงินที่เธอทำเองไว้แล้วแหละ แต่อยากอุดหนุนวัดด้วยเช่นกัน“ปะเฮีย”“ไม่เอาหลิน วันนั้นเฮียก็อายพอแล้ว หลินครับ~”เสียงออดอ้อนของเขาไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อมือน้อยของเธอดึงกึ่งลากเขาขึ้นเวที ก่อนที่หลาย ๆ คนจะเดินตามขึ้นไปด้วย เสี่ยใหญ่เดินตามผู้หญิงสองคนพร้อมปรบมือแปะ ๆ ไปด้วย รอยยิ้มของสองแม่ลูกทำให้จิตใจเขาเบิกบานลืมอายฟ้อนเล่นตามเธอไปด้วย“เฮ้อเหนื่อย !”“แก่แล้วก็งี้แหละ คิก ๆ”“แต่เอวดีนะ”“ชิ วนมาเรื่องนี้อีกแล้ว ตาแก่
เกือบเที่ยงที่ทั้งสองลืมตาตื่นและเดินลงมาจากบ้านพร้อมกัน สายสมรเองที่รู้อยู่แล้วได้แต่ยิ้มกริ่มดีใจที่ลูกสาวกับลูกเขยดีกัน ต่างจากบันลือที่ตอนนี้วิ่งเข้าไปในบ้านแล้ว“มึงยังกล้ามาอีกอยู่ติ หือ ! (มึงยังกล้ามาอีกเหรอ หือ !)”“พ่อใหญ่ลือ เจ้านิเฒ่าซือ ๆ บ่ฮู้จักความเนาะ ! (พ่อใหญ่ลือ แกนี่แก่เฉย ๆ ไม่รู้จักความเลยนะ !)”สายสมรวิ่งไปห้ามผัวตัวเองพร้อมด่าฉาดใหญ่ ก่อนจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ส่วนบันลือเองก็ไม่พอใจนักไม่ได้เต็มใจที่จะรับเขาเป็นลูกเขยเหมือนแต่ก่อน แค่เห็นว่าลูกสาวรักผู้ชายคนนี้มากเลยมองข้ามไปเสี่ยฮาร์นเดินไปที่รถของตัวเอง ก่อนจะหยิบของที่เตรียมมาตั้งแต่เมื่อวานลงจากรถ พานบายศรีเล็ก ๆ ถูกวางต่อหน้าพ่อตาแม่ยายพร้อมกล่าวขอขมาอย่างจริงใจ แต่ถึงอย่างนั้นบรรลือก็ไม่ได้ใจอ่อนลงสักนิดจนกระทั่งเขาหยิบขวดบรั่นดีนอกออกมา ทำเอาบันลือตาลุกวาวเป็นประกาย“เออ บักอันนี้มันอยู่เป็นเว้ย (เออ ไอ้นี่มันอยู่เป็นเว้ย)”ชายสูงวัยหยิบขวดเหล้าก่อนจะตบบ่าลูกเขยเบา ๆ แล้วเดินออกจากบ้านไปหาลุงในทันที ทำเอาสายสมรและหลินส่ายหัว“อีสาย !”เสียงเดือนเพ็ญตะโกนเรียกน้องสาวจากทางหน้าบ้านดังขึ้น สายสมรรีบ
“หนูครับ เฮียทำตามที่หนูขอทุกอย่างแล้วนะ คืนดีกับเฮียได้รึยัง”“นั่งสิคะ”เธอไม่ตอบที่เขาถามและไม่ได้ปฏิเสธเช่นกันแถมยังขยับให้นั่งด้วย ทำเอาเสือเฒ่าเจ้าเล่ห์ดีดดิ้นเป็นลิงโลดทึกทักเอาเองว่าเมียยอมคืนดีด้วยหลินหยิบกระดาษทิชชูที่ตัวเองพึ่งจะซื้อมาซับเหงื่อออกให้เขา ใบหน้าหล่อที่มองกี่ครั้งยังไม่เบื่อนี่เป็นของเธอของเธอคนเดียว และที่ทำอยู่ก็เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของทางอ้อมไม่ต้องการให้มดปลวกมาไต่ตอมเขาอีก“แกล้งผัวแบบนี้รู้ไหมจะโดนอะไร”“ชิ ! โอนให้หนูแต่แรกก็จบ”“หนูอยากได้เท่าไหร่ เอาไปได้เลย แถมไอ้ซีให้ด้วย”“เอามาเป็นกิ๊กเหรอคะ”“เดี๋ยวจะโดน”หลินหัวเราะหึในลำคอก่อนจะหันไปทางเวทีไม่สนใจเขา แต่ทว่ามือหนากลับสอดโอบเอวเธอเอาไว้พร้อมกับลูบคลำตรงนั้นของเธอเบา ๆ ยังที่มีเสื้อแขนยาวที่เธอคลุมขาเอาไว้ไม่อย่างนั้นคนคงเห็นกันทั้งลานนี่แหละไม่ถึงยี่สิบนาทีคนแก่ของเธอก็ซบหน้าลงที่แผ่นหลัง และเหมือนเธอจะรับรู้ถึงลมหายใจสม่ำเสมอของเขานั่นแสดงว่าเขาหลับไปแล้ว ในสถานที่ที่เสียงดังขนาดนี้ยังหลับได้ ต้องเหนื่อยแค่ไหนกันนั่งไปสักพักหลินจึงลาเพื่อนกลับ เพราะดูแล้วคนข้างหลังน่าจะต้องการพักผ่อนมากกว
“หลิน คือตื่นสวย.. เอ้า มาแต่เหิง (หลิน ทำไมตื่นสาย.. เอ้า มาแต่ตอนไหน)”“มาแต่มื้อคืนแล้ว เบิ่งเอาโลดลูกเขยเจ้ายายสาย (มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ดูเอาเลยลูกเขยแกยายสาย)”หลินลุกขึ้นลงไปข้างล่างทันทีที่ผู้เป็นแม่เข้ามา ส่วนสายสมรได้แต่มองสลับลูกสาวกับลูกเขยไปมาอย่างงุนงง“ฮาร์น ฮาร์นเอ้ย ลุกไปนอนเทิ้งเตียงดี ๆ ลูก น้องออกไปแล้ว (ฮาร์น ฮาร์นเอ้ย ลุกไปนอนบนเตียงดี ๆ ลูก น้องออกไปแล้ว)”“อื้อ แม่~ แม่ครับมื้อแลงพาน้องไปเบิ่งหมอลำแน่เด้อ ผมจ้างไว้เผื่อน้องสิคืนดีนำ (แม่ครับ ตอนเย็นพาน้องไปดูหมอลำด้วยนะ ผมจ้างไว้แล้วเผื่อน้องจะคืนดีด้วย)”“อื้อ ๆ แม่สิพาไปดอก นอนซะ ๆ (อื้อ ๆ แม่จะพาไปเอง นอนเถอะ ๆ)”ฮาร์นสลึมสลือปีนขึ้นเตียงเมียโดยมีแม่ยายสนับสนุน แขนหนาคว้าเอาหมอนสาวน้อยมากอดสูดดมกลิ่นหอมที่ตัวเองโปรดปราน ได้กอดหมอนก็เหมือนได้กอดคนนั่นแหละหลินกลับขึ้นมาบนห้องก็ต้องขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นสันนูน แต่ก็คงเป็นมารดาของเธอนั่นแหละที่อนุญาตเลยไม่ว่าอะไร“คุณ คุณไม่กลับหรือไง”หมับ ! “อ๊ะ !”ระหว่างที่ปลุกอยู่นั้นแขนเรียวเธอก็โดนกระตุกดึงลงไปกอดในอ้อมแขนของเขา มันแน่นจนเธอขยับไม่ได้แต่ก็ไม่อึดอัด“เมื่อไ
ผู้บริหารหนุ่มเดินเข้าออฟฟิศหลังจากหยุดไปหลายวัน ไม่ต่างจากแม่ค้าสาวเจ้าของคาเฟติดกัน ไม่ต้องสืบเสียให้ยากว่ามาด้วยกันหรือไม่เพราะมันแน่นอนอยู่แล้วซาร์นแทบจะย้ายข้าวของทั้งหมดไปอยู่คอนโดขนาดกลางของเธอ ทั้งที่ห้องของตัวเองกว้างกว่าสะดวกสบายกว่าเป็นไหน ๆ แต่ไม่ได้ดึงดูดเขาให้กลับเลยสักนิด เพราะถ้าให
“มึงจริงจังกับน้องเหรอวะ”ประโยคที่อาร์ทเอ่ยถามเล่นเอาคนฟังหันขวับกลับมา คนอย่างเขาเนี่ยนะจะจริงจังกับใคร แถมเป็นยัยเด็กปากดีคนนั้นอีกด้วย“ปากแบบนั้นกูไม่เอาทำเมียหรอก”“กะฟันแล้วทิ้งว่างั้น”“เออ”เขาพยักหน้าตอบสั้น ๆ แล้วเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว แต่เพื่อนเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่เลย การกระ
ช่วงค่ำหลังจากเลิกกิจกรรมเทคแคร์มาเดินที่ตลาดใกล้คอนโดของตัวเองตามปกติ แต่ไอ้ที่ไม่ปกติเพราะเจอลุงรหัสของเธออีกนี่แหละ คงไม่ใช่ว่าตามเธอมาอีกหรอกนะ ทำเธอขายหน้าขนาดนั้นแล้วยังจะมาเอาอะไรอีกสาวน้อยเดินผ่านเขาไปเหมือนไม่เห็นว่าอีกคนยืนรออยู่ ส่วนคนที่เหมือนเป็นอากาศธาตุต้องเอียงหัวมองตามแผ่นหลังบางไ
ลานเกียร์“พี่มิลค์ใช่เจ้าของคำใบ้ขาวมากกินได้ทุกวันไหมคะ”“จะใช่ไหมน้า หรือไม่ใช่”“ใช่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า รับแคร์เข้าสายรหัสได้ไหมคะพี่มิลค์”เทคแคร์ยืนกุมมือทำหน้าออดอ้อนพี่สาวที่เธอตามหามาทั้งบ่าย ขอร้องให้รับเธอเข้าร่วมสายรหัสอีกคน เพราะถ้าตอนนี้เธอยังหาพี่ไม่เจอตอนรวมนัดต้องโดนลงโทษให้ทำอะไรแผลง ๆ




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


