LOGINการตื่นเช้าก่อนฟ้าสางกลายเป็นนิสัยติดตัวภูผาไปแล้ว ชายหนุ่มในวัยใกล้แตะเลขสามดูดีในชุดไปรเวทที่สวมใส่เป็นประจำ กางเกงยีนส์เข่าขาดสีเข้มๆ และเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลตามด้วยหมวกคาวบอยเสริมลุคให้ดูเท่ กร้าวอกกร้าวใจสาวๆ มีความเป็นพ่อหนุ่มบ้านไร่เต็มตัว
ภูผาเป็นผู้ชายเนื้อหอมที่มีสาวเล็กสาวน้อยรอต่อคิวเพียบ แต่ฝันของสาวๆ เหล่านั้นพลันดับสบาย หัวใจแตกดังโพล๊ะเมื่อชายในฝันดันจับพลัดจับผลูแต่งงานกับลูกสาวเพื่อนสนิทพ่อตัวเองที่รับเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ แถวที่เคยต่อกันเหยียดยาวเป็นอันแยกย้ายกลับบ้านใคร บ้านมัน ให้เหล่าผู้ชายในซีรีส์คอยปลอบใจกันไปยาวๆ ภูผาขับรถคู่ใจเข้ารีสอร์ตเนื่องด้วยมีนัดกับเพื่อนสาวคนสนิทนั่นก็คือลูกแพร เธอยิ้มแฉ่งมาแต่ไกลเมื่อเห็นรถของเขา “ทานอะไรรึยัง” “ยังเลย แพรรอผาอยู่นี่ไง หรือว่าทานกับน้องเหนือมาแล้ว” “ยังหรอก กว่าเหนือจะตื่นอีกหลายชั่วโมง” ภูผายิ้มตอบพลางนึกถึงคนนอนหลับอุตุที่บ้าน รายนั้นไม่รู้หลับหรือซ้อมไปเฝ้าพระอินทร์กันแน่ กว่าจะตื่นคงอีกนาน “หน้าตาผาดูไม่สดชื่นเลย เมื่อคืนนอนดึกเหรอ” ลูกแพรเอ่ยทักตามที่เห็น ปกติเพื่อนชายคนสนิทจะยิ้มแย้มมากกว่านี้ “อ๋อ คงงั้นมั้ง” ภูผาตอบไม่เต็มเสียงนัก “ไปทานอาหารเช้ากันเถอะ กว่าจะไปถึงน้ำตกเดี๋ยวก็บ่นหิวอีก” ก่อนชักชวนเพื่อนสาวไปห้องอาหารของรีสอร์ตด้วยกัน ระหว่างทานอาหาร จะโทษฟ้าหรือโทษดวงก็คงต้องเลือกสักอย่างเมื่ออากาศยามเช้าที่เคยสดใสเริ่มมีเค้าเมฆฝนลอยทะมึนปกคลุมบริเวณรอบไร่จนดูขมุกขมัว บรรยากาศไม่เป็นใจให้ออกไปทำกิจกรรมที่ต้องการ “ฝนตกแน่เลยแพร” ชายหนุ่มมองความอึมครึมผ่านกระจกบานใส ลมเย็นพัดโชยเข้ามาต้องกายพาให้รู้สึกหนาวจนขนลุกชัน “ผาว่าเราค่อยไปน้ำตกวันอื่นดีกว่าไหม” “อืมมม…” หากแต่คนตัวเล็กตรงข้ามภูผาทำท่าวิเคราะห์ สายตากวาดมองท้องฟ้าก่อนคลี่ยิ้มจางๆ “แพรว่าฝนไม่น่าจะตกหรอก เดี๋ยวเมฆก็เคลื่อนตัวไปทางอื่น ผาดูนั่นสิ แดดเริ่มออกแล้ว” นิ้วเรียวชี้ให้ภูผาดู เขาเป็นคนสัญญากับลูกแพรว่าจะพาไปเที่ยวน้ำตก แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ภาวนาให้เมฆฝนอยู่ในไร่นานๆ นะ ลูกแพรที่สังเกตเห็นว่าภูผาดูไม่เออออกับสิ่งที่เธอพูด เมื่อมองตาเขาก็เห็นว่าชายหนุ่มกำลังใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เผลอๆ เขาอาจไม่ได้ฟังเธอพูดด้วยซ้ำ “ถ้าผาไม่อยากไป ไว้วันหลังก็ได้” “ไม่เป็นไร ผาไปได้” ชายหนุ่มดึงสติมาอยู่กับตัว เขาคลี่ยิ้มให้เพื่อนสาว อย่างไรเสียตัวเขาเองก็รับปากเธอแล้วว่าจะพาไปเที่ยวผ่อนคลายที่น้ำตก ไม่อยากให้ลูกแพรต้องอยู่คนเดียวเพราะสภาพจิตใจของเธอมันคงยังไม่เต็มร้อยนัก ลูกแพรอาจคิดมาก คิดถึงแฟนเก่าอีกก็ได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเธอพึ่งโดนผู้ชายที่คบกันมาหลายปีหนีงานแต่งไปกับผู้หญิงอีกคน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องมาเจออะไรแบบนี้ ภูผาสงสารเพื่อนพอสมควร เขาเป็นคนขอให้เธอมาเที่ยวที่ไร่ภูพนาไพร ตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะต้องเอาความสดใสของเพื่อนคืนกลับมาให้ได้ ลูกแพรจะต้องเลิกฟูมฟายถึงไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้น “เดี๋ยวรอดูให้ฟ้าสว่างกว่านี้สักหน่อยนะ แล้วเราค่อยไปกัน” “ไม่เป็นไรหรอกผา แพรว่าไปวันอื่นดีกว่า แพรอยากไปถ่ายรูปที่คาเฟ่แล้วน่ะ” หญิงสาวยิ้มพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ ภูผารู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้ลูกแพรเลือกชัดแล้ว เขาจึงไม่เซ้าซี้ให้เธอไปน้ำตกด้วยกันอีก “ให้ผาไปคาเฟ่เป็นเพื่อนไหม” “ไม่ต้อง ผาไปอยู่เป็นเพื่อนน้องเหนือเถอะ ขาเจ็บไปไหนไม่ได้ต้องอยู่คนเดียวแบบนั้นน่าสงสารอยู่นะ” เมื่อลูกแพรเอ่ยจบเธอมองท่าทีของเพื่อนชาย พบถึงความผิดปกติของเขาจริงๆ เสียงถอนหายใจช้าๆ และแววตาที่มีแต่ความกังวล เพราะแบบนี้ไงล่ะ ทำไมลูกแพรจะมองไม่ออกว่าภูผาเป็นห่วงภรรยาของตัวเอง อาจเป็นความปากแข็งไม่ชอบพูดตรงๆ แต่การกระทำมันตรงกันข้ามสิ้นเชิง ภูผาตัดสินใจบึ่งรถกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ขายังไม่ทันก้าวเข้าในตัวบ้านก็ได้ยินเสียงร้องเรียกของน้าหมี่ดังขึ้นเสียก่อน “ป้อเลี้ยงปิ๊กมาหาคุณเหนือก่าเจ้า คุณเหนือออกไปแอ่วกับเปื้อนตั้งแต่งายแล้วเจ้า” (พ่อเลี้ยงมาหาคุณเหนือเหรอคะ คุณเหนือออกไปเที่ยวกับเพื่อนตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ) “ไปเที่ยวเหรอครับ ไปกับเพื่อนผู้หญิงผู้ชาย?” “หลายคนเจ้า” ก็แสดงว่ายังมีคนอื่น ไม่ได้ไปกันตามลำพัง “แล้วน้ำเหนือบอกไหมครับว่าจะกลับตอนไหน” ภูผาสูดลมหายใจลึก นึกถึงเด็กแสบที่ขาไม่เอื้ออำนวยแต่ยังหาทางไปตะลอนๆ ได้อีก “น้าบ่าหู่เตื่อเจ้า คุณเหนือบ่าได้บอกไว้” (น้าไม่รู้เลยค่ะ คุณเหนือไม่ได้บอกไว้) ภูผาพยักหน้าเข้าใจก่อนให้น้าหมี่กลับเข้าไปทำงานที่เหลือต่อ ส่วนตัวเขาคงอยู่เฝ้าบ้านไม่ได้ หรือจะให้เข้าไปทำงานในไร่ก็กระวนกระวายใจเป็นห่วงน้ำเหนืออีก ขนาดขาเจ็บยังหนีเที่ยว ให้มันได้แบบนี้สิ“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
แต่ล่ะวันภูผาต้องถอนหายใจกับความแสบซนของน้ำเหนือไปไม่รู้กี่รอบ ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากเย็นขนาดนี้ “ยังไงก็ไม่ได้ ขึ้นไปนั่งรอพี่ด้านบน” น้ำเหนือชักหงุดหงิด แค่ขอนั่งข้างๆ เป็นตุ๊กตาประดับหน้ารถก็ยังดี ทำไมพี่ผาต้องกีดกันเธอด้วย หญิงสาวทำท่าจะเถียงอีกครั้งทว่าเสียงของมาร์ตินดังขัดขึ้นก่อน “ถ้าไอ้ภ
สายจนแดดส่องก้นยังไม่มีทีท่าคนบนเตียงจะตื่นมาใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นสักที กระนั้นภูผาทำได้แค่มอง ไม่อาจเข้าไปปลุกรบกวนฝันหวานของเธอ (มึงจะมาตอนไหนไอ้ภูผา) น้ำเสียงพายัพที่เอ่ยลอดมาทางปลายสายถามซ้ำเพื่อนสนิทอีกครั้ง วันนี้พวกเขาอุตส่าห์เคลียร์งานเพื่อให้ได้หยุดตรงกัน อยากมีโมเมนต์สนุกๆ ตอนอยู่กับเพื่
ภูผาเอ่ยปากด่าแบบไม่ออกเสียง แต่อ่านเอาก็รู้ว่าเป็นคำหยาบคายเอาเรื่องเหมือนกัน คิเรย์หัวเราะอารมณ์ดีไม่สะทกสะท้าน เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเพื่อนสนิทหน้าบาร์เครื่องดื่มก่อนจะหันไปสั่งเหล้าสูตรเข้มกับพนักงาน “เผด็จศึกเลยปะคืนนี้” “อะไรของมึง” “ก็เข้าทางไม่ใช่เหรอ ไม่ลองหน่อยวะ” คนแนะนำหัวเราะฮึมๆ ใน
ภูผากลับเข้าห้องหลังผ่านการพูดคุยกับเพื่อนๆ จนเริ่มปวดหัว คราวนี้เรื่องของเขาตกเป็นหัวข้อในการสนทนาเต็มๆ สิ่งที่เขาเก็บไว้ในใจก็โดนเพื่อนสาวไส้ออกมาจนหมด สมกับเป็นเพื่อนแท้ ชายหนุ่มตรงดิ่งเข้าห้องนอน สิ่งแรกที่เขาให้ความสนใจไม่ใช่วิวข้างนอกซึ่งมองเห็นตึกรามด้านล่างและท้องฟ้าปลอดโปร่งสบายตา หากแต่ส







