Mag-log inในส่วนของน้ำเหนือ…ได้ออกมาสูดอากาศข้างนอก ขับรถตะลอนกินของอร่อยและได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนคือสิ่งที่เธอปรารถนา แม้ว่าทริปนี้จะมีแฟนเก่าอย่างศรุตทำหน้าที่เป็นสารถีหนุ่มให้ก็เถอะ
“เหนียวตัวมาก วันนี้อากาศร้อนเนอะ” สาวสองอย่างอั่งเปาบ่นตามความเป็นจริงให้อากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าวจนเมคอัพไหลเยิ้ม น้ำเหนือผู้นั่งด้านหน้าประกบข้างคนขับได้ฟังเสียงบ่นของเพื่อนก็เกิดไอเดียหนึ่งขึ้นมา “กลับไปเล่นน้ำที่ท้ายไร่ไหม ตรงนั้นน่ะน้ำใสมาก” แทบจะไม่ต้องคิดซ้ำซ้อนให้เสียเวลา ทุกคนลงความเหมือนกัน ศรุตจึงตีรถวนกลับไร่ภูพนาไพรตามที่พวกสาวๆ ต้องการ บรรยากาศร่มรื่นและค่อนข้างเป็นส่วนตัวทำให้อั่งเปาและน้ำหนาวเล่นน้ำกันอย่างสนุก ห่วงยางที่แวะซื้อมาด้วยก็นำมาใช้ นอนแช่น้ำสบายใจเหมือนลูกเป็ดแม่เป็ด น้ำเหนือไม่ได้ลงเล่นน้ำเหมือนเพื่อนๆ สาเหตุเพราะอะไรก็น่าจะรู้ เธอนั่งห้อยขาต่องแต่งอยู่บนระเบียง หัวเราะคิกคักมองดูทั้งสองนางสาดน้ำใส่กันไปมา นึกแล้วก็อยากให้ขาหายเดี๋ยวนี้เลย “พี่นั่งด้วยคนสิ” เสียงอบอุ่นมาพร้อมกับใบหน้าหล่อยิ้มหวานของศรุต เจ้าตัวหยิบกีตาร์มาตอนไหนน้ำเหนือไม่อาจรู้เพราะไม่ได้สังเกตตั้งแต่แรก “พกมาด้วยเหรอคะเนี่ย” “ก็ตั้งใจเอามาเล่นให้เหนือฟังนี่แหละ” ศรุตยิ้มมีความสุข ใบหน้าชื่นมื่นยามจับคอร์ดกีตาร์ทำให้น้ำเหนือนึกถึงวันเก่าๆ ที่อยู่ด้วยกัน ศรุตนับว่าเป็นผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่งเลยล่ะ “เพลงโปรดของหนูเลยนะ ตั้งใจฟังดีๆ ล่ะ” เธอยิ้มรับ เพลงโปรดของเธอเป็นเพลงเดียวกับที่เขาเคยใช้จีบกันช่วงแรกๆ เสียงนุ่มละมุนบวกกับเสียงกีตาร์ช่วยขับกล่อมบรรยากาศบ้านน้อยริมธารให้ดูมีชีวิตชีวาเพิ่มเข้าไปอีก น้ำเหนือนั่งเคลิ้มกับความสุขรอบตัว ปากฮัมเพลงเบาๆ ตามเสียงศรุต เธอไม่กล้ามองหน้าเขานักหรอก กลัวจังหวะลึกซึ้งของเพลงนี้แล้วเราสบตากันมันจะทำให้ถลำลึกเอาได้ “เหนือ!” ฉับพลันริมฝีปากบางหยุดฮัมเพลง ศรุตที่เล่นกีตาร์ชะงักหยุด พร้อมๆ กับอีกสองสาวที่หันมามองทางเสียงเรียกโดยพร้อมเพรียง ผู้มาใหม่จะเป็นใครไปเสียได้หากไม่ใช่เจ้าของไร่ภูพนาไพร ต้องยกความดีความชอบให้ลูกน้องคนที่เห็นรถไม่คุ้นตาขับมาทางท้ายไร่ ทำให้เขาตัดสินใจมาดูและก็เจอเข้าจนได้ หากแต่การมาของเขาทำเอาบรรยากาศที่เคยสนุกสนานหยุดกึกในทันที ศรุตประคองตัวน้ำเหนือลงจากระเบียง มือน้อยๆ นั่นเกาะบ่าเขาอยู่ไม่ห่าง “ทำไมมาอยู่ที่นี่” เสียงเย็นเยียบชวนขนลุกทำเอาหญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ อั่งเปาและน้ำหนาวเห็นท่าไม่ดีต่างก็พากันรีบขึ้นจากน้ำ “เหนือพาเพื่อนมาเล่นน้ำค่ะ แล้วก็นั่งรับลมเล่นเฉยๆ” “เที่ยวเก่งเนอะ เที่ยวเหมือนตัวเองเดินเหินเหมือนคนปกติ ขาน่ะไม่เจ็บแล้วเหรอ?” สายตาที่ภูผาใช้มองน้องสาวพ่วงตำแหน่งภรรยาค่อนไปทางตำหนิอย่างเห็นชัด ท่าทางของเขากำลังทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดขึ้นมา “พี่ผาอย่าไปว่าน้ำเหนือเลยค่ะ พวกเราชวนมันออกมาเอง” “ใช่ค่ะ น้ำเหนือไม่ผิดหรอก” ทั้งอั่งเปาและน้ำหนาวต่างหาข้อแก้ตัวให้เพื่อน พอน้ำเหนือถูกดุก็ดูหน้าเจื่อนลงทันที “คุณอย่าดุน้องเลยครับ ให้ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง อยู่บ้านคนเดียวคงอึดอัดแย่” ศรุตร่วมด้วยช่วยออกตัวปกป้องอีกคน ทว่าไม่ได้ทำให้ภูผาใจเย็นลงง่ายๆ “กลับ” น้ำเสียงเฉียบเย็นเอ่ยสั่งแค่นั้น น้ำเหนือรู้ตัวดีว่าเธอขัดคำสั่งของเขาไม่ได้ จึงหันไปฝากเพื่อนทั้งสองคนให้ศรุตช่วยไปส่ง แต่ภูผาไม่ได้รอเธอแต่อย่างใด เขาหันหลังเดินออกไปในขณะที่เธอต้องขโยกเขยกขาเดินตาม ศรุตเห็นแล้วจะทนดูได้อย่างไร “มา เดี๋ยวพี่อุ้มไปส่งที่รถ” แต่ก่อนชายหนุ่มจะได้ทำอย่างที่ปากพูด ภูผาได้ยินก็เกิดความขัดเคืองใจต่อประโยคนั้น พ่อเลี้ยงหนุ่มรีบหันหลังกลับมาช้อนตัวอุ้มคนน้องขึ้นแนบอก ทันท่วงทีก่อนร่างน้ำเหนือจะอยู่ในอ้อมแขนของแฟนเก่า ไม่มีคำพูด ไม่มีแม้แต่การมองหน้า อุ้มเสร็จก็พาเดินลิ่วๆ ไปที่รถ ปล่อยให้ความงุนงงตกอยู่กับบุคคลทั้งสาม น้ำเหนือถูกพาตัวขึ้นมาบนชั้นสองของบ้าน ลมหายใจถูกพ่นเข้าพ่นออกหนักหน่วงของภูผาจนกระทบหน้าเธอบ่งบอกให้รู้ถึงอารมณ์ไม่คงที่ของเขา ก็ยังดีที่ค่อยๆ วางร่างเธอบนเตียง ไม่ได้ใช้วิธีโยนโครมลงมาแบบใจหวั่น น้ำเหนือเหลือบตามองคนตัวสูงก่อนจะมองขาของตัวเองที่มีอาการปวดเล็กน้อย คงเพราะแสดงสีหน้าออกไปถึงทำให้ร่างสูงตั้งคำถามแกมดุ “เจ็บขาใช่ไหมล่ะ” คิ้วเข้มเลิกสูง สีหน้าเหนื่อยหน่ายใจคงปวดหัวกับพฤติกรรมของเธอมาก “แล้วใครใช้ให้เหนือพาคนอื่นไปท้ายไร่แบบนั้น นั่นมันพื้นที่ส่วนตัวของพี่ พี่ไม่ชอบให้คนอื่นไปยุ่งวุ่นวาย” คนตัวสูงกดเสียงเข้ม สายตาเอาเรื่องทำน้ำเหนือใจสั่นหวิวขึ้นมา น้อยครั้งที่เขาจะดุเธอ แต่พอลองได้ดุก็เล่นเอาใจดวงนี้ สั่นกลัว น้ำเหนือไม่ชอบพี่ภูผาเวอร์ชันนี้เลย “เหนือขอโทษค่ะ ก็แค่อยากให้อั่งเปากับน้ำหนาวได้เล่นน้ำเฉยๆ” หญิงสาวก้มหน้าหรุบตามองต่ำ สำนึกผิดให้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป อันที่จริงเธอก็น่าจะส่งข้อความบอกเขาสักหน่อยว่าจะไปไหนมาไหนบ้าง แต่เพราะเห็นวี่แววของอีกคนตั้งแต่เมื่อคืนที่ทำเป็นเฉยๆ ไปเสียทุกเรื่อง คิดว่าคงไม่มีอะไร น้ำเหนือก็เลยไม่คิดจะบอกกล่าว สุดท้ายความซวยตกมาหาเธอเต็มๆ “พี่ไม่ได้หมายถึงสองคนนั้น” น้ำเสียงอ่อนลงเอ่ยออกมาอีกครั้ง คราวนี้น้ำเหนือชำเลืองสายตามองหน้าอีกคน หากแต่เป็นภูผาที่หลบหน้าเธอแทน ไม่ได้หมายถึงเพื่อนเธอเหรอ…งั้นคนอื่นที่เขาว่าก็เหลือแค่แฟนเก่าเธอคนเดียวน่ะสิ “อย่าให้เห็นว่าพาไปอีก พี่ไม่ชอบ” ความโกรธค่อยๆ ลดลงทีล่ะเล็กล่ะน้อย กลายเป็นว่าการที่โดนคนตัวเล็กจ้องมองแบบนั้น ภูผารู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาแทน “ค่ะ เหนือเข้าใจแล้ว” คนตัวเล็กเม้มปากกลั้นยิ้มเมื่อความคิดดันไหลไปไกลเหมือนแม่น้ำหลาก จะเป็นไปได้ไหมนะที่อาการเหล่านี้ของพี่ผาคือหึงหวงเธออยู่ มโนเองแต่มีความสุขชะมัด… “พี่ต้องเข้ารีสอร์ตต่อ เดี๋ยวจะให้ป้าหมี่เข้ามาดูแล อย่าดื้ออีกล่ะ วันนี้พี่เจ็บหัวกับเรามามากพอแล้ว” “ค่ะ เหนือจะไม่ดื้อ” เธอรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ในใจกลับรู้สึกหวิวๆ ขึ้นมานิดหน่อยที่เขาจะออกไปจากบ้านอีกแล้ว ตอนนี้น้ำเหนือรู้สึกอยากให้ขาหายไวๆ เธออยากตามเขาไปที่ไร่บ้าง อยากดูแลเขาในฐานะภรรยาไม่ใช่น้องสาวแบบเมื่อก่อน“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
ที่ร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายเมื่อสักครู่ น้ำเหนือตลกตัวเอง เธออยากย้อนเวลากลับไปใหม่และตั้งสติให้ดีก่อนจะทำอะไรบ้าๆ เพราะหลังจากที่คิดเองเออเองแล้ว เจอความเป็นจริงเข้าไปก็แทบปิดหน้าหนีอาย ‘ฮืออออ พี่ผา ฮึก…ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย’ แหวกฝูงชนเข้าไปหวังถึงตัวคนเป็นสามีเร็วๆ ด้วยเสียงร้องห่มร้องไห้สะอ
(น้องน้ำเหนือเป็นยังไงบ้างแล้ววะ) เสียงถามไถ่แสดงความเป็นห่วงของเหล่าบรรดาเพื่อนภูผา เกิดมาจากเมื่อชั่วโมงก่อน น้ำเหนือดูหน้าซีดๆ และไม่สนุกสนานกับคนอื่นๆ เท่าที่ควร สาเหตุคงมาจากอาการแพ้ท้องของเธอ ภูผาถึงได้รีบพากลับที่พัก “น้องหลับไปแล้ว บอกว่าเวียนหัวน่ะ”(ขอให้น้องอาการดีขึ้นเร็วๆ เว้ย แล้
พายัพเอ่ยคำว่าเมียกับน้องเขาทีไร คิเรย์ก็หนาวจับใจทุกที “เออก็ได้ กูไปขี่ม้ากับพวกแม่งดีกว่า” เขาพูดกับพายัพเสียงหนึ่ง “ต้นหยงคะ หนูดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะ รีบกลับนะคะอย่าไปเถลไถลไกล” แต่พูดกับน้องสาวเสียงสอง “มีพี่พายัพคอยดูแลหนูทั้งคน พี่คิเรย์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เด็กสาวหน้าตาน่ารักยิ้มแป้นและค
กลับสู่ไร่ภูพนาไพร ภูผาพาภรรยาฝากครรภ์ยังโรงพยาบาลชั้นนำของจังหวัด น้ำเหนือท้องได้สามวีคแล้วเป็นสามวีคที่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งเริ่มสำแดงอาการ และคาดว่าคงเป็นแบบนี้ไปอีกระยะ เรื่องที่เธอท้องแพร่ไปถึงหูลูกน้องของภูผาเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าคนงานในไร่หรือพนักงานของรีสอร์ต ต่างก็รู้กันทั้ง




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


