Masukในส่วนของน้ำเหนือ…ได้ออกมาสูดอากาศข้างนอก ขับรถตะลอนกินของอร่อยและได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนคือสิ่งที่เธอปรารถนา แม้ว่าทริปนี้จะมีแฟนเก่าอย่างศรุตทำหน้าที่เป็นสารถีหนุ่มให้ก็เถอะ
“เหนียวตัวมาก วันนี้อากาศร้อนเนอะ” สาวสองอย่างอั่งเปาบ่นตามความเป็นจริงให้อากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าวจนเมคอัพไหลเยิ้ม น้ำเหนือผู้นั่งด้านหน้าประกบข้างคนขับได้ฟังเสียงบ่นของเพื่อนก็เกิดไอเดียหนึ่งขึ้นมา “กลับไปเล่นน้ำที่ท้ายไร่ไหม ตรงนั้นน่ะน้ำใสมาก” แทบจะไม่ต้องคิดซ้ำซ้อนให้เสียเวลา ทุกคนลงความเหมือนกัน ศรุตจึงตีรถวนกลับไร่ภูพนาไพรตามที่พวกสาวๆ ต้องการ บรรยากาศร่มรื่นและค่อนข้างเป็นส่วนตัวทำให้อั่งเปาและน้ำหนาวเล่นน้ำกันอย่างสนุก ห่วงยางที่แวะซื้อมาด้วยก็นำมาใช้ นอนแช่น้ำสบายใจเหมือนลูกเป็ดแม่เป็ด น้ำเหนือไม่ได้ลงเล่นน้ำเหมือนเพื่อนๆ สาเหตุเพราะอะไรก็น่าจะรู้ เธอนั่งห้อยขาต่องแต่งอยู่บนระเบียง หัวเราะคิกคักมองดูทั้งสองนางสาดน้ำใส่กันไปมา นึกแล้วก็อยากให้ขาหายเดี๋ยวนี้เลย “พี่นั่งด้วยคนสิ” เสียงอบอุ่นมาพร้อมกับใบหน้าหล่อยิ้มหวานของศรุต เจ้าตัวหยิบกีตาร์มาตอนไหนน้ำเหนือไม่อาจรู้เพราะไม่ได้สังเกตตั้งแต่แรก “พกมาด้วยเหรอคะเนี่ย” “ก็ตั้งใจเอามาเล่นให้เหนือฟังนี่แหละ” ศรุตยิ้มมีความสุข ใบหน้าชื่นมื่นยามจับคอร์ดกีตาร์ทำให้น้ำเหนือนึกถึงวันเก่าๆ ที่อยู่ด้วยกัน ศรุตนับว่าเป็นผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่งเลยล่ะ “เพลงโปรดของหนูเลยนะ ตั้งใจฟังดีๆ ล่ะ” เธอยิ้มรับ เพลงโปรดของเธอเป็นเพลงเดียวกับที่เขาเคยใช้จีบกันช่วงแรกๆ เสียงนุ่มละมุนบวกกับเสียงกีตาร์ช่วยขับกล่อมบรรยากาศบ้านน้อยริมธารให้ดูมีชีวิตชีวาเพิ่มเข้าไปอีก น้ำเหนือนั่งเคลิ้มกับความสุขรอบตัว ปากฮัมเพลงเบาๆ ตามเสียงศรุต เธอไม่กล้ามองหน้าเขานักหรอก กลัวจังหวะลึกซึ้งของเพลงนี้แล้วเราสบตากันมันจะทำให้ถลำลึกเอาได้ “เหนือ!” ฉับพลันริมฝีปากบางหยุดฮัมเพลง ศรุตที่เล่นกีตาร์ชะงักหยุด พร้อมๆ กับอีกสองสาวที่หันมามองทางเสียงเรียกโดยพร้อมเพรียง ผู้มาใหม่จะเป็นใครไปเสียได้หากไม่ใช่เจ้าของไร่ภูพนาไพร ต้องยกความดีความชอบให้ลูกน้องคนที่เห็นรถไม่คุ้นตาขับมาทางท้ายไร่ ทำให้เขาตัดสินใจมาดูและก็เจอเข้าจนได้ หากแต่การมาของเขาทำเอาบรรยากาศที่เคยสนุกสนานหยุดกึกในทันที ศรุตประคองตัวน้ำเหนือลงจากระเบียง มือน้อยๆ นั่นเกาะบ่าเขาอยู่ไม่ห่าง “ทำไมมาอยู่ที่นี่” เสียงเย็นเยียบชวนขนลุกทำเอาหญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ อั่งเปาและน้ำหนาวเห็นท่าไม่ดีต่างก็พากันรีบขึ้นจากน้ำ “เหนือพาเพื่อนมาเล่นน้ำค่ะ แล้วก็นั่งรับลมเล่นเฉยๆ” “เที่ยวเก่งเนอะ เที่ยวเหมือนตัวเองเดินเหินเหมือนคนปกติ ขาน่ะไม่เจ็บแล้วเหรอ?” สายตาที่ภูผาใช้มองน้องสาวพ่วงตำแหน่งภรรยาค่อนไปทางตำหนิอย่างเห็นชัด ท่าทางของเขากำลังทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดขึ้นมา “พี่ผาอย่าไปว่าน้ำเหนือเลยค่ะ พวกเราชวนมันออกมาเอง” “ใช่ค่ะ น้ำเหนือไม่ผิดหรอก” ทั้งอั่งเปาและน้ำหนาวต่างหาข้อแก้ตัวให้เพื่อน พอน้ำเหนือถูกดุก็ดูหน้าเจื่อนลงทันที “คุณอย่าดุน้องเลยครับ ให้ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง อยู่บ้านคนเดียวคงอึดอัดแย่” ศรุตร่วมด้วยช่วยออกตัวปกป้องอีกคน ทว่าไม่ได้ทำให้ภูผาใจเย็นลงง่ายๆ “กลับ” น้ำเสียงเฉียบเย็นเอ่ยสั่งแค่นั้น น้ำเหนือรู้ตัวดีว่าเธอขัดคำสั่งของเขาไม่ได้ จึงหันไปฝากเพื่อนทั้งสองคนให้ศรุตช่วยไปส่ง แต่ภูผาไม่ได้รอเธอแต่อย่างใด เขาหันหลังเดินออกไปในขณะที่เธอต้องขโยกเขยกขาเดินตาม ศรุตเห็นแล้วจะทนดูได้อย่างไร “มา เดี๋ยวพี่อุ้มไปส่งที่รถ” แต่ก่อนชายหนุ่มจะได้ทำอย่างที่ปากพูด ภูผาได้ยินก็เกิดความขัดเคืองใจต่อประโยคนั้น พ่อเลี้ยงหนุ่มรีบหันหลังกลับมาช้อนตัวอุ้มคนน้องขึ้นแนบอก ทันท่วงทีก่อนร่างน้ำเหนือจะอยู่ในอ้อมแขนของแฟนเก่า ไม่มีคำพูด ไม่มีแม้แต่การมองหน้า อุ้มเสร็จก็พาเดินลิ่วๆ ไปที่รถ ปล่อยให้ความงุนงงตกอยู่กับบุคคลทั้งสาม น้ำเหนือถูกพาตัวขึ้นมาบนชั้นสองของบ้าน ลมหายใจถูกพ่นเข้าพ่นออกหนักหน่วงของภูผาจนกระทบหน้าเธอบ่งบอกให้รู้ถึงอารมณ์ไม่คงที่ของเขา ก็ยังดีที่ค่อยๆ วางร่างเธอบนเตียง ไม่ได้ใช้วิธีโยนโครมลงมาแบบใจหวั่น น้ำเหนือเหลือบตามองคนตัวสูงก่อนจะมองขาของตัวเองที่มีอาการปวดเล็กน้อย คงเพราะแสดงสีหน้าออกไปถึงทำให้ร่างสูงตั้งคำถามแกมดุ “เจ็บขาใช่ไหมล่ะ” คิ้วเข้มเลิกสูง สีหน้าเหนื่อยหน่ายใจคงปวดหัวกับพฤติกรรมของเธอมาก “แล้วใครใช้ให้เหนือพาคนอื่นไปท้ายไร่แบบนั้น นั่นมันพื้นที่ส่วนตัวของพี่ พี่ไม่ชอบให้คนอื่นไปยุ่งวุ่นวาย” คนตัวสูงกดเสียงเข้ม สายตาเอาเรื่องทำน้ำเหนือใจสั่นหวิวขึ้นมา น้อยครั้งที่เขาจะดุเธอ แต่พอลองได้ดุก็เล่นเอาใจดวงนี้ สั่นกลัว น้ำเหนือไม่ชอบพี่ภูผาเวอร์ชันนี้เลย “เหนือขอโทษค่ะ ก็แค่อยากให้อั่งเปากับน้ำหนาวได้เล่นน้ำเฉยๆ” หญิงสาวก้มหน้าหรุบตามองต่ำ สำนึกผิดให้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป อันที่จริงเธอก็น่าจะส่งข้อความบอกเขาสักหน่อยว่าจะไปไหนมาไหนบ้าง แต่เพราะเห็นวี่แววของอีกคนตั้งแต่เมื่อคืนที่ทำเป็นเฉยๆ ไปเสียทุกเรื่อง คิดว่าคงไม่มีอะไร น้ำเหนือก็เลยไม่คิดจะบอกกล่าว สุดท้ายความซวยตกมาหาเธอเต็มๆ “พี่ไม่ได้หมายถึงสองคนนั้น” น้ำเสียงอ่อนลงเอ่ยออกมาอีกครั้ง คราวนี้น้ำเหนือชำเลืองสายตามองหน้าอีกคน หากแต่เป็นภูผาที่หลบหน้าเธอแทน ไม่ได้หมายถึงเพื่อนเธอเหรอ…งั้นคนอื่นที่เขาว่าก็เหลือแค่แฟนเก่าเธอคนเดียวน่ะสิ “อย่าให้เห็นว่าพาไปอีก พี่ไม่ชอบ” ความโกรธค่อยๆ ลดลงทีล่ะเล็กล่ะน้อย กลายเป็นว่าการที่โดนคนตัวเล็กจ้องมองแบบนั้น ภูผารู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาแทน “ค่ะ เหนือเข้าใจแล้ว” คนตัวเล็กเม้มปากกลั้นยิ้มเมื่อความคิดดันไหลไปไกลเหมือนแม่น้ำหลาก จะเป็นไปได้ไหมนะที่อาการเหล่านี้ของพี่ผาคือหึงหวงเธออยู่ มโนเองแต่มีความสุขชะมัด… “พี่ต้องเข้ารีสอร์ตต่อ เดี๋ยวจะให้ป้าหมี่เข้ามาดูแล อย่าดื้ออีกล่ะ วันนี้พี่เจ็บหัวกับเรามามากพอแล้ว” “ค่ะ เหนือจะไม่ดื้อ” เธอรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ในใจกลับรู้สึกหวิวๆ ขึ้นมานิดหน่อยที่เขาจะออกไปจากบ้านอีกแล้ว ตอนนี้น้ำเหนือรู้สึกอยากให้ขาหายไวๆ เธออยากตามเขาไปที่ไร่บ้าง อยากดูแลเขาในฐานะภรรยาไม่ใช่น้องสาวแบบเมื่อก่อนพอเห็นท่าทางเฉยชาของเขา ฉันก็คงต้องเข้าใจสินะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันแค่อารมณ์ชั่ววูบของคนเมา “ค่ะ เหนือไม่ได้คิดอะไรหรอก” ฉันกล้ำกลืนพูดคำนั้นออกไป พี่ผาเองก็คงไม่ได้ตั้งใจสินะ เมื่อคืนนี้ฉันก็ใจเต้นแรงเป็นบ้าเป็นบออยู่ฝ่ายเดียว ที่แท้เขามีอารมณ์เพราะเมาล้วนๆ “อืม ดีแล้ว” เขาพูดนิ่งๆ ตามปกติ ก่อนจะลุกออกไปจากห้องรับแขกด้วยท่าทีเย็นชาผิดกับพี่ผาคนเมื่อคืน ฉันได้แต่ถอนหายใจปลงตกให้กับความคิดฟุ้งซ่าน ก็ดีแล้วที่ไม่ถลำลึกไปมากกว่านี้ เพราะถึงจะเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฏหมาย แต่ถ้าพี่ผาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน เขามองเป็นแค่น้องสาว ตื่นมาก็คงรู้สึกผิดมากๆ ที่เราสองคนมีอะไรกันโดยที่มันเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แค่นี้ฉันก็ละอายใจตัวเองมากพอแล้วที่ความรู้สึกมันคิดทรยศตัวเองมาตลอด ปากบอกจะเป็นพี่น้องให้ได้ แต่สุดท้ายก็ตกหลุมรักคนคนเดิมซ้ำๆ อย่างไม่มีเหตุผล น้ำเหนือ | Part Ended. (มึงว่าอะไรนะ) เสียงที่ดังออกมาจากลำโพงแทบจะทำให้แก้วหูภูผาระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ชายหนุ่มขยับโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูเล็กน้อย ก่อนจะกรอกน้ำเสียงตอบกลับไป “เออ ก็อย่างที่กูเล่าให้ฟังนั่นแหละ” (กูถามจริงไอ้ผา มึงแดกไปกี่ขวดวะ
ฉันอาบน้ำจัดการตัวเองเสร็จ ยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่ผาจะกลับขึ้นมาบนห้อง หรือว่าเขาจะนอนห้องเดิมของตัวเอง เมื่อคิดดังนั้นฉันก็ย่องไปดูห้องข้างๆ ทันที ทว่าภายในห้องเงียบเชียบไม่มีใคร “นี่ยังไม่ให้คนมาซ่อมฝ้าอีกเหรอเนี่ย” เพดานยังคงสภาพเดิม แม้น้ำไม่รั่วแล้วแต่พี่ผาก็น่าจะซ่อมหน่อยไหมล่ะ และในเมื่อพี่ผาไม่ได้อยู่ในห้อง ฉันเองก็ไม่ได้ยินเสียงรถขับออกไป งั้นเขาก็ต้องอยู่ชั้นล่าง พอเดินลงมาดูเท่านั้นก็พบว่าเขานั่งพิงโซฟาเหมือนหลับไปแล้ว ตรงหน้าคือเหล้าและเบียร์หลายขวดเกลื่อนพื้น แถมเปิดทีวีทิ้งไว้อีก เหมือนพี่ผาจะรับรู้การมาของฉัน เขาผงกหัวหันมาดู ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัด ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่มองกันจนรู้สึกประหม่า “เหนือมาหาพี่ดิ” เสียงแหบๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกระดิกนิ้วเรียก ฉันจึงเดินเข้าไปหาเขา มองสภาพพี่ผาแล้วเขาเมาพอสมควรเลยล่ะ “ทำไมพี่ดื่มเยอะขนาดนี้เนี่ย” ฉันกำลังบ่น ไม่ทันระวังตัวว่าพี่ผาจะใช้โอกาสนี้ดึงแขนฉันให้นั่งบนตักเขาอย่างง่ายดาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันยังไม่ทันส่งเสียงร้องตกใจด้วยซ้ำ แขนแกร่งที่เคลื่อนสวมกอดเอวคอดกิ่วหลวมๆ ปลุกความตื่นเต้นให้หัวใจทำงานอย่างหนัก ราวกับเลือดในตัวมั
“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยแสดงความมีน้ำใจของเขาที่เข้ามาช่วยไว้ จำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่มากับเหล่านักศึกษา “ผมชื่อธารานะครับ แล้วคุณ…” เสียงลากยาวเล็กน้อยพร้อมกับมองหน้าฉัน “น้ำเหนือค่ะ” ฉันยิ้มก่อนจะรับก้อนหินที่อาจารย์ธาราส่งให้ แล้วจึงส่งต่อให้น้ำหนาวอีกที “ส่วนคนนี้เพื่อนฉันเองค่ะ” “ชื่อน้ำหนาวนะคะอาจารย์” ยัยนั่นยิ้มกริ่มแนะนำตัว “เรียกผมธาราเฉยๆ ก็ได้ครับ ผมเป็นแค่อาจารย์พิเศษที่มาเข้าร่วมกิจกรรมกับพวกนักศึกษาเฉยๆ” เขายิ้มเล็กน้อย ท่าทางดูสุภาพและเป็นกันเอง “ตอนแรกผมคิดว่าคุณสองคนเป็นแฝดกันซะอีกครับ แถมชื่อก็ยังคล้ายๆ กันด้วย” อาจารย์ธาราก็พูดเหมือนที่คนอื่นๆ เขาเคยพูดกับเราสองคนนั่นแหละ ฉันและน้ำหนาวหลุดหัวเราะออกมา จากนั้นเราก็ได้เพื่อนใหม่ในกิจกรรมครั้งนี้เป็นถึงอาจารย์เชียวล่ะ “ตั๋วฮู้อะยังก่อ ป้อเลี้ยงภูผาเปิ้นบริจาคตังค์หื้อโครงการบ้านเฮาตั้งห้าแสน” (เธอรู้อะไรไหม พ่อเลี้ยงภูผาเขาบริจาคเงินให้โครงการบ้านเราตั้งห้าแสน) “ป๊าดดด ห้าแสนแต้ก๊ะ หยังมารวยแต้รวยว่า วาสนาแม่ญิงคนไหนได้ไปเป๋นผัวน้อ คงสบายไปทั้งซาด” (ป๊าดดด ห้าแสนจริงเหรอ ทำไมถึงได้รวยขนาดนี้ วาสนาผู้
น้ำเหนือ | Part กลับจากต่างจังหวัดพี่ผาเข้าไปลุยงานในไร่ต่อ หน้าที่ของเขาไม่ใช่แค่ชี้นิ้วสั่งให้ลูกน้องทำนั่นทำนี่เพียงอย่างเดียวแต่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง พี่ผาทั้งดูแลไร่ ดูแลรีสอร์ต ฟาร์มม้า ไหนจะร้านอาหารและรวมไปถึงอีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญ นั่นก็คือสมาชิกขององค์กรแบล็คเรด มาเฟียระดับต้นๆ ของเมืองไทย เพื่อนของพี่ผาก็ล้วนแต่เป็นคนในแวดวงนี้ทั้งนั้น การที่เขาต้องไปประชุมหรือคุยเรื่องธุรกิจต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องในองค์กร ฉันไม่ได้รู้ลึกถึงขนาดที่ว่าพวกเขามีธุรกิจกี่สิบอย่าง และแต่ล่ะครั้งประชุมงานเรื่องอะไรบ้าง แต่เท่าที่รู้พี่ผามีหุ้นส่วนในธุรกิจขององค์กรเยอะแยะ จึงไม่แปลกที่แต่ล่ะปีเขาจะได้เงินปันผลเป็นกอบเป็นกำ ภายนอกดูสุขุมนิ่งเงียบ เป็นที่เคารพของลูกน้องและเหล่าชาวบ้านที่ชอบให้ความช่วยเหลือ พ่อเลี้ยงภูผาที่ใครๆ ก็เกรงขาม แต่ในอีกบทบาทคือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลยังพื้นที่ภาคเหนือนี่เอง ฉันไม่รู้ถึงเหตุผลของพี่ผาและเพื่อนๆ กับการก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้หรอกนะ แต่เท่าที่เขาอยู่ในแบล็คเรดมาหลายปี ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรเลย มีแต่ธุรกิจและคนในองค์กรที่พากันเ
แต่ล่ะวันภูผาต้องถอนหายใจกับความแสบซนของน้ำเหนือไปไม่รู้กี่รอบ ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากเย็นขนาดนี้ “ยังไงก็ไม่ได้ ขึ้นไปนั่งรอพี่ด้านบน” น้ำเหนือชักหงุดหงิด แค่ขอนั่งข้างๆ เป็นตุ๊กตาประดับหน้ารถก็ยังดี ทำไมพี่ผาต้องกีดกันเธอด้วย หญิงสาวทำท่าจะเถียงอีกครั้งทว่าเสียงของมาร์ตินดังขัดขึ้นก่อน “ถ้าไอ้ภูผาไม่ให้ไป งั้นน้องเหนือสนใจมานั่งคันของพี่ไหมครับ” เสียงเชิญชวนนั้นทำเอาดวงตากลมสวยลุกวาว สีหน้าตื่นเต้นพยักรับอย่างไม่ต้องคิดเยอะ “เอาค่ะๆ พาเหนือไปด้วยคนนะพี่ติน” “เฮ้อ กูปวดหัวจริงๆ” ภูผาสบถเสียงเหนื่อยหน่ายใจ ทั้งเพื่อนทั้งเมีย เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ดวงตาคมกริบมองหน้าอ้อนๆ ของน้ำเหนืออีกครั้ง ก็ชอบทำตัวให้น่าเห็นใจแบบนี้ แถมยังดื้อเป็นที่หนึ่ง สุดท้ายเขาไม่อาจปล่อยให้เธอไปนั่งรถคันอื่นที่ตัวเองไม่ใช่คนขับได้ “ถ้าจะไปด้วยก็ตามมา” น้ำเหนือยิ้มจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ ท่าทางกระดี๊กระด๊าออกนอกหน้าเมื่อเดินตามหลังภูผาเพื่อเข้าไปเตรียมตัว แม้หญิงสาวจะไม่ใช่คนขับ แต่เพราะเป็นคนที่นั่งข้างคนขับอย่างไรล่ะ จึงต้องสวมชุดเซฟตี้ไม่ต่างกัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยและทุกคนพร้อมสำหรับลงแข่งแล้ว ต
สายจนแดดส่องก้นยังไม่มีทีท่าคนบนเตียงจะตื่นมาใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นสักที กระนั้นภูผาทำได้แค่มอง ไม่อาจเข้าไปปลุกรบกวนฝันหวานของเธอ (มึงจะมาตอนไหนไอ้ภูผา) น้ำเสียงพายัพที่เอ่ยลอดมาทางปลายสายถามซ้ำเพื่อนสนิทอีกครั้ง วันนี้พวกเขาอุตส่าห์เคลียร์งานเพื่อให้ได้หยุดตรงกัน อยากมีโมเมนต์สนุกๆ ตอนอยู่กับเพื่อนบ้าง ถ้าขาดใครไปสักคนก็คงกร่อยแย่ “กูไปเลทหน่อย ต้องรอน้ำเหนือตื่นก่อน” (ไอ้คิเรย์บอกกูว่าเมื่อคืนมึงแบกน้ำเหนือกลับไป นี่มึงจัดหนักจนน้องยังไม่ลุกเลยเหรอวะ) “จัดหนักเหี้ยอะไรของมึง สมองพวกมึงนี่นะ คิดได้แต่เรื่องใต้สะดือจริงๆ น้ำเหนือเมามากโว้ยเลยยังไม่ตื่น” ภูผาพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ให้กับคำพูดพายัพที่เอะอะก็จะให้เขาจับน้ำเหนือกินท่าเดียว ดีนะเขาเป็นคนไม่คล้อยตามใครง่ายๆ ไม่งั้นคงได้บ้าจี้ทำตามตามแรงยุแรงเชียร์ของพวกมันแล้ว หลังวางสายจากพายัพ เสียงอู้อี้ของคนตัวเล็กที่เริ่มจะรู้สึกตัวดังขึ้น ภูผาหันไปมอง พบว่าน้ำเหนือลุกนั่งด้วยสภาพผมเผ้าพันกันไม่เป็นทรง หน้าตายับยุ่งดูไม่ได้ “กี่โมงแล้วอะพี่ผา” เสียงคนขี้เซาร้องถาม มือเรียวขยี้เปลือกตาด้วยอาการง่วงงุน มีความอยากนอนต่อ “จะเที่ยงแล้วน







