Masukในส่วนของน้ำเหนือ…ได้ออกมาสูดอากาศข้างนอก ขับรถตะลอนกินของอร่อยและได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนคือสิ่งที่เธอปรารถนา แม้ว่าทริปนี้จะมีแฟนเก่าอย่างศรุตทำหน้าที่เป็นสารถีหนุ่มให้ก็เถอะ
“เหนียวตัวมาก วันนี้อากาศร้อนเนอะ” สาวสองอย่างอั่งเปาบ่นตามความเป็นจริงให้อากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าวจนเมคอัพไหลเยิ้ม น้ำเหนือผู้นั่งด้านหน้าประกบข้างคนขับได้ฟังเสียงบ่นของเพื่อนก็เกิดไอเดียหนึ่งขึ้นมา “กลับไปเล่นน้ำที่ท้ายไร่ไหม ตรงนั้นน่ะน้ำใสมาก” แทบจะไม่ต้องคิดซ้ำซ้อนให้เสียเวลา ทุกคนลงความเหมือนกัน ศรุตจึงตีรถวนกลับไร่ภูพนาไพรตามที่พวกสาวๆ ต้องการ บรรยากาศร่มรื่นและค่อนข้างเป็นส่วนตัวทำให้อั่งเปาและน้ำหนาวเล่นน้ำกันอย่างสนุก ห่วงยางที่แวะซื้อมาด้วยก็นำมาใช้ นอนแช่น้ำสบายใจเหมือนลูกเป็ดแม่เป็ด น้ำเหนือไม่ได้ลงเล่นน้ำเหมือนเพื่อนๆ สาเหตุเพราะอะไรก็น่าจะรู้ เธอนั่งห้อยขาต่องแต่งอยู่บนระเบียง หัวเราะคิกคักมองดูทั้งสองนางสาดน้ำใส่กันไปมา นึกแล้วก็อยากให้ขาหายเดี๋ยวนี้เลย “พี่นั่งด้วยคนสิ” เสียงอบอุ่นมาพร้อมกับใบหน้าหล่อยิ้มหวานของศรุต เจ้าตัวหยิบกีตาร์มาตอนไหนน้ำเหนือไม่อาจรู้เพราะไม่ได้สังเกตตั้งแต่แรก “พกมาด้วยเหรอคะเนี่ย” “ก็ตั้งใจเอามาเล่นให้เหนือฟังนี่แหละ” ศรุตยิ้มมีความสุข ใบหน้าชื่นมื่นยามจับคอร์ดกีตาร์ทำให้น้ำเหนือนึกถึงวันเก่าๆ ที่อยู่ด้วยกัน ศรุตนับว่าเป็นผู้ชายอบอุ่นคนหนึ่งเลยล่ะ “เพลงโปรดของหนูเลยนะ ตั้งใจฟังดีๆ ล่ะ” เธอยิ้มรับ เพลงโปรดของเธอเป็นเพลงเดียวกับที่เขาเคยใช้จีบกันช่วงแรกๆ เสียงนุ่มละมุนบวกกับเสียงกีตาร์ช่วยขับกล่อมบรรยากาศบ้านน้อยริมธารให้ดูมีชีวิตชีวาเพิ่มเข้าไปอีก น้ำเหนือนั่งเคลิ้มกับความสุขรอบตัว ปากฮัมเพลงเบาๆ ตามเสียงศรุต เธอไม่กล้ามองหน้าเขานักหรอก กลัวจังหวะลึกซึ้งของเพลงนี้แล้วเราสบตากันมันจะทำให้ถลำลึกเอาได้ “เหนือ!” ฉับพลันริมฝีปากบางหยุดฮัมเพลง ศรุตที่เล่นกีตาร์ชะงักหยุด พร้อมๆ กับอีกสองสาวที่หันมามองทางเสียงเรียกโดยพร้อมเพรียง ผู้มาใหม่จะเป็นใครไปเสียได้หากไม่ใช่เจ้าของไร่ภูพนาไพร ต้องยกความดีความชอบให้ลูกน้องคนที่เห็นรถไม่คุ้นตาขับมาทางท้ายไร่ ทำให้เขาตัดสินใจมาดูและก็เจอเข้าจนได้ หากแต่การมาของเขาทำเอาบรรยากาศที่เคยสนุกสนานหยุดกึกในทันที ศรุตประคองตัวน้ำเหนือลงจากระเบียง มือน้อยๆ นั่นเกาะบ่าเขาอยู่ไม่ห่าง “ทำไมมาอยู่ที่นี่” เสียงเย็นเยียบชวนขนลุกทำเอาหญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ อั่งเปาและน้ำหนาวเห็นท่าไม่ดีต่างก็พากันรีบขึ้นจากน้ำ “เหนือพาเพื่อนมาเล่นน้ำค่ะ แล้วก็นั่งรับลมเล่นเฉยๆ” “เที่ยวเก่งเนอะ เที่ยวเหมือนตัวเองเดินเหินเหมือนคนปกติ ขาน่ะไม่เจ็บแล้วเหรอ?” สายตาที่ภูผาใช้มองน้องสาวพ่วงตำแหน่งภรรยาค่อนไปทางตำหนิอย่างเห็นชัด ท่าทางของเขากำลังทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดขึ้นมา “พี่ผาอย่าไปว่าน้ำเหนือเลยค่ะ พวกเราชวนมันออกมาเอง” “ใช่ค่ะ น้ำเหนือไม่ผิดหรอก” ทั้งอั่งเปาและน้ำหนาวต่างหาข้อแก้ตัวให้เพื่อน พอน้ำเหนือถูกดุก็ดูหน้าเจื่อนลงทันที “คุณอย่าดุน้องเลยครับ ให้ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้าง อยู่บ้านคนเดียวคงอึดอัดแย่” ศรุตร่วมด้วยช่วยออกตัวปกป้องอีกคน ทว่าไม่ได้ทำให้ภูผาใจเย็นลงง่ายๆ “กลับ” น้ำเสียงเฉียบเย็นเอ่ยสั่งแค่นั้น น้ำเหนือรู้ตัวดีว่าเธอขัดคำสั่งของเขาไม่ได้ จึงหันไปฝากเพื่อนทั้งสองคนให้ศรุตช่วยไปส่ง แต่ภูผาไม่ได้รอเธอแต่อย่างใด เขาหันหลังเดินออกไปในขณะที่เธอต้องขโยกเขยกขาเดินตาม ศรุตเห็นแล้วจะทนดูได้อย่างไร “มา เดี๋ยวพี่อุ้มไปส่งที่รถ” แต่ก่อนชายหนุ่มจะได้ทำอย่างที่ปากพูด ภูผาได้ยินก็เกิดความขัดเคืองใจต่อประโยคนั้น พ่อเลี้ยงหนุ่มรีบหันหลังกลับมาช้อนตัวอุ้มคนน้องขึ้นแนบอก ทันท่วงทีก่อนร่างน้ำเหนือจะอยู่ในอ้อมแขนของแฟนเก่า ไม่มีคำพูด ไม่มีแม้แต่การมองหน้า อุ้มเสร็จก็พาเดินลิ่วๆ ไปที่รถ ปล่อยให้ความงุนงงตกอยู่กับบุคคลทั้งสาม น้ำเหนือถูกพาตัวขึ้นมาบนชั้นสองของบ้าน ลมหายใจถูกพ่นเข้าพ่นออกหนักหน่วงของภูผาจนกระทบหน้าเธอบ่งบอกให้รู้ถึงอารมณ์ไม่คงที่ของเขา ก็ยังดีที่ค่อยๆ วางร่างเธอบนเตียง ไม่ได้ใช้วิธีโยนโครมลงมาแบบใจหวั่น น้ำเหนือเหลือบตามองคนตัวสูงก่อนจะมองขาของตัวเองที่มีอาการปวดเล็กน้อย คงเพราะแสดงสีหน้าออกไปถึงทำให้ร่างสูงตั้งคำถามแกมดุ “เจ็บขาใช่ไหมล่ะ” คิ้วเข้มเลิกสูง สีหน้าเหนื่อยหน่ายใจคงปวดหัวกับพฤติกรรมของเธอมาก “แล้วใครใช้ให้เหนือพาคนอื่นไปท้ายไร่แบบนั้น นั่นมันพื้นที่ส่วนตัวของพี่ พี่ไม่ชอบให้คนอื่นไปยุ่งวุ่นวาย” คนตัวสูงกดเสียงเข้ม สายตาเอาเรื่องทำน้ำเหนือใจสั่นหวิวขึ้นมา น้อยครั้งที่เขาจะดุเธอ แต่พอลองได้ดุก็เล่นเอาใจดวงนี้ สั่นกลัว น้ำเหนือไม่ชอบพี่ภูผาเวอร์ชันนี้เลย “เหนือขอโทษค่ะ ก็แค่อยากให้อั่งเปากับน้ำหนาวได้เล่นน้ำเฉยๆ” หญิงสาวก้มหน้าหรุบตามองต่ำ สำนึกผิดให้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป อันที่จริงเธอก็น่าจะส่งข้อความบอกเขาสักหน่อยว่าจะไปไหนมาไหนบ้าง แต่เพราะเห็นวี่แววของอีกคนตั้งแต่เมื่อคืนที่ทำเป็นเฉยๆ ไปเสียทุกเรื่อง คิดว่าคงไม่มีอะไร น้ำเหนือก็เลยไม่คิดจะบอกกล่าว สุดท้ายความซวยตกมาหาเธอเต็มๆ “พี่ไม่ได้หมายถึงสองคนนั้น” น้ำเสียงอ่อนลงเอ่ยออกมาอีกครั้ง คราวนี้น้ำเหนือชำเลืองสายตามองหน้าอีกคน หากแต่เป็นภูผาที่หลบหน้าเธอแทน ไม่ได้หมายถึงเพื่อนเธอเหรอ…งั้นคนอื่นที่เขาว่าก็เหลือแค่แฟนเก่าเธอคนเดียวน่ะสิ “อย่าให้เห็นว่าพาไปอีก พี่ไม่ชอบ” ความโกรธค่อยๆ ลดลงทีล่ะเล็กล่ะน้อย กลายเป็นว่าการที่โดนคนตัวเล็กจ้องมองแบบนั้น ภูผารู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาแทน “ค่ะ เหนือเข้าใจแล้ว” คนตัวเล็กเม้มปากกลั้นยิ้มเมื่อความคิดดันไหลไปไกลเหมือนแม่น้ำหลาก จะเป็นไปได้ไหมนะที่อาการเหล่านี้ของพี่ผาคือหึงหวงเธออยู่ มโนเองแต่มีความสุขชะมัด… “พี่ต้องเข้ารีสอร์ตต่อ เดี๋ยวจะให้ป้าหมี่เข้ามาดูแล อย่าดื้ออีกล่ะ วันนี้พี่เจ็บหัวกับเรามามากพอแล้ว” “ค่ะ เหนือจะไม่ดื้อ” เธอรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ในใจกลับรู้สึกหวิวๆ ขึ้นมานิดหน่อยที่เขาจะออกไปจากบ้านอีกแล้ว ตอนนี้น้ำเหนือรู้สึกอยากให้ขาหายไวๆ เธออยากตามเขาไปที่ไร่บ้าง อยากดูแลเขาในฐานะภรรยาไม่ใช่น้องสาวแบบเมื่อก่อน“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
“ฮึก..ผาพูดแบบนี้ ผารังเกียจแพรใช่ไหม”เธอตัดพ้อ ทำภูผาปวดขมับ“ไม่ใช่แพร แต่หลังจากนี้คนอื่นอาจเข้าใจผิด แพรก็จะเสียหายไปด้วย แค่เรื่องคืนนั้นผารู้สึกผิดจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว” และคนที่เขารู้สึกผิดมากที่สุดก็คงไม่พ้นภรรยาอย่างน้ำเหนือ ภูผาบอกไปแค่นั้นก็คิดว่าลูกแพรคงทบทวนและไตร่ตรองอะไรได้บ้าง แต่
เหตุการณ์ก่อนที่อั่งเปาจะกลับบ้านพักครูมาเจอภูผา…เขาไม่ได้ไปทำธุระเกี่ยวกับเรื่องของตัวเอง หรือเรื่องนักเรียน แต่ที่ดั้นด้นออกไปจนถึงชุมชนในหมู่บ้าน ก็เพื่อหาสัญญาณคุยโทรศัพท์กับเพื่อน เพื่อนที่ตอนนี้ทะเลาะกับผัวและได้รับความช่วยเหลือจากเขา โดยการส่งนางไปอยู่บ้านเก่าของเขาเอง “ถึงบ้านแล้วเป็นไง
หากตอนนั้นเธอไตร่ตรองลองคิดดูก่อน ก็คงไม่ต้องเจอโชคชะตาเล่นตลกร้ายกันแบบนี้ ลูกแพรไม่เข้าใจเลยว่าเธอเสียค่าโง่ให้มันได้ยังไง ไอ้ผู้ชายที่ดูจะไม่มีพิษมีภัยแต่จริงๆ กลับเลวระยำสิ้นดี “ฮึก! ฉันเกลียดแก! เกลียดแกที่สุดเลย” เป็นความเกลียดที่อยากจะฆ่าให้ตายด้วยน้ำมือ ทว่ามันก็ได้แค่คิด ความเป็นจริงเธอท
จิรกิตติ์ถอนหายใจดังเฮือก คิดตามที่แฟนสาวพูดก็ไม่มีข้อโต้เถียง “เออก็ได้” เงินหนึ่งล้านได้มารวดเร็วทันใจ ก็หายไปในชั่วพริบตาเช่นกัน ทั้งสองคนนัดเจ้าหนี้หน้าเลือดให้มาเอาเงินงวดแรกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทว่าเท่าที่เห็นก็มีเพียงลูกน้องของมัน ไร้เงาผู้เป็นนาย “ไปหาจากไหนตั้งล้าน ไหนบอกไม่มีเงิน”







