Mag-log inอั่งเปาและน้ำหนาวอยู่คุยกับฉันจนถึงช่วงเย็นถึงจะกลับ พรุ่งนี้เช้าสองคนนั้นรับปากว่าจะพาฉันออกไปสูดอากาศบ้าง คงต้องลองขออนุญาตจากพี่ผาอีกที กลัวเขาคิดว่าฉันจะไปซนที่ไหนแล้วได้แผลมาอีก
เสียงรถยนต์คันเก่งของพี่ผาดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฉันอยากไปชะโงกหน้าดูตรงหน้าต่างเหมือนกันเพียงแต่การก้าวขาลงจากเตียงมันทำได้ยากเหลือเกิน “เหนือ..” “พี่ผา” คนที่เปิดประตูเข้ามาทำฉันยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ หากแต่เมื่อมองดูด้านหลังของเขาดีๆ จึงเห็นว่ามีผู้หญิงร่างเล็กหน้าตาสะสวยคนหนึ่งมาด้วยกัน “เหนือเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บขามากไหม” น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยก่อนร่างสูงจะนั่งลงข้างๆ มองใบหน้าฉันและเท้าที่ใส่เฝือก ผู้หญิงคนนั้นก็ตามเข้ามาด้วย “ยังเจ็บค่ะ” ฉันตอบเขาเสียงเบา อยากถอนหายใจแรงๆ ชะมัด จากที่ยิ้มจนแก้มแทบแตกก็หมดอารมณ์เสียดื้อๆ “หิวหรือเปล่าล่ะ” “นิดหน่อยค่ะ” เขาพยักหน้าว่าเข้าใจ จากนั้นก็หันไปมองผู้หญิงที่ยืนสงบเสงี่ยมข้างๆ “นี่พี่ลูกแพร เป็นเพื่อนสนิทของพี่” เขาแนะนำให้ฉันรู้จักผู้หญิงหน้าสวยคนนั้น เธอยิ้มหวานจ้อยในขณะที่ฉันส่งสายตาเรียบเฉยมองกัน “สวัสดีค่ะ” และทำเพียงยกมือไหว้ตามมารยาท “หวัดดีจ้ะ น้องน้ำเหนือน่ารักกว่าในรูปที่ผาเอาให้แพรดูอีกนะเนี่ย” เธอชมฉันด้วยรอยยิ้มกริ่ม พี่ผาน่ะเหรอจะเอารูปฉันให้คนอื่นดู “พี่ผานินทาอะไรเหนือให้พี่แพรฟังบ้างคะ” “เปล่าจ้ะ ผาไม่ได้นินทาอะไรเราเลย มีแต่จะอวดรูปเราให้พี่ดู อิจฉานะเนี่ยเพื่อนเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว” น้ำเสียงสดใสของพี่ลูกแพรที่ยิ้มแซวพี่ผาทำเอาคนตัวสูงเสมองไปทางอื่น ใบหน้าหล่อเหลาทำเป็นไม่สนใจ “ไปอวดอะไรเหนือคะ” ฉันมีดีให้อวดด้วยเหรอ “ผาอวดว่าน้องเหนือน่ารั…” “อวดว่าดื้อไม่มีใครเกินน่ะสิ” คนตัวสูงตัดบทฉับไว แต่กลับทำให้พี่ลูกแพรยิ้มกว้างกว่าเดิม ส่วนฉันน่ะเหรอ ยู่ปากงอนใส่เขาไปสิ จะมีสักวันไหมที่พี่ผาเห็นฉันเป็นคนเรียบร้อย ทั้งที่ทำตัวอยู่ในโอวาทแล้วนะ “ลูกแพรหิวรึยัง ผาให้ป้าหมี่ตั้งโต๊ะไว้แล้วนะ มีของชอบแพรด้วย” ไอ้คนตัวสูงเมินใส่ฉันเสียอย่างนั้น เขาหันไปถามเพื่อนแทนทั้งที่น้องก็นั่งหัวโด่อยู่ใกล้ๆ ไม่คิดว่าฉันก็หิวเป็นเหรอ “นิดหนึ่ง น้องเหนือหิวไหมคะ” “หิวค่ะ” ฉันพูดได้เต็มปากแม้เมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาจะพึ่งกินขนมที่เพื่อนซื้อมาให้จนเกลี้ยงก็เถอะ “เหนือคงเดินลงไปเองไม่ได้” พี่ผาพูดพร้อมกับมองขาฉัน แหงอยู่แล้ว…ฉันจะลงไปเองได้ยังไง พี่ผานั่นแหละต้องพาลงไป “งั้นเดี๋ยวพี่ให้น้าหมี่เอาขึ้นมาให้นะ เหนือก็นั่งทานข้างบนพอ” อย่างนี้ก็ได้เรอะ ฉันคิดว่าเขาจะอุ้มลงไปข้างล่างอีกนะเนี่ย ขณะที่ยังนั่งขมวดคิ้วหน้างง พี่ผาจูงมือพี่ลูกแพรออกไปจากห้องเพื่อลงไปทานอาหารเย็นด้วยกัน เยี่ยมเลยพี่ชาย อยากรู้ว่าเพื่อนประสาอะไรถึงได้ดูแลเทคแคร์ดีขนาดนั้น เพื่อนแหละ…เพื่อนจริงๆ เสียงหัวเราะต่อกระซิกของพวกเขาดังมาถึงห้องฉัน คนที่นั่งกินข้าวเหงาๆ คนเดียวมันเจ็บหัวใจนะรู้ไหม ยิ่งเสียงหัวเราะพี่ผาดังเท่าไร บอกให้รู้ว่าเขาคงมีความสุขมากตอนอยู่กับพี่ลูกแพร ฉันก็ยิ่งซึมจนกินข้าวไปได้แค่ไม่กี่คำ อาหารรสชาติอร่อยกลายเป็นกร่อยในทันที ตกค่ำหลังจากพี่ผาไปส่งพี่ลูกแพรที่รีสอร์ท เขากลับมาอาบน้ำและนั่งทำงานของตัวเองเงียบๆ ตรงมุมเดิม คงมีแค่ฉันที่นั่งทำงานของตัวเองไปด้วยและลอบมองเขาอยู่ตลอด ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความของใครสักคนดึงความสนใจฉันให้มองมือถือ ชื่อแอคเคาท์ทำเอาหายใจพรืด ศรุต : พรุ่งนี้พี่เข้าไปเยี่ยมหนูที่ไร่นะ ศรุต : หนูอยากได้อะไรไหม พี่จะได้ซื้อไปให้ ศรุต : อ่านแล้วช่วยตอบพี่หน่อยสิคะ Namnuea : พี่จะมาพรุ่งนี้เหรอ ศรุต : ใช่ค่ะ คิดถึงหนูจะแย่ ศรุต : พิมพ์ไม่สะดวกเลย พี่ขอโทรได้ไหม เขาไม่ปล่อยให้ฉันได้มีเวลาคิดคำตอบเลย เสียงมือถือที่แผดร้องลั่นทำเอาพี่ผาเหลือบมองกันเล็กน้อยก่อนตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อ ฉันลังเลว่าจะรับสายดีไหม แต่ในเมื่อฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่ศรุตแล้ว การพูดคุยของเราก็คงเป็นแค่การถามไถ่อาการและความเป็นอยู่มากกว่า พี่ผาคงไม่ว่าอะไร…เขาออกจะเฉยๆ ซะขนาดนั้น “ฮัลโหลค่ะพี่ศรุต” ฉันกรอกน้ำเสียงทักทายปลายสายปกติ เขาดีใจมากที่ฉันยอมรับสายสักทีถึงได้พ่นลมหายใจอย่างตื่นเต้น (ดีใจจังที่เหนือยอมคุยกับพี่) “พี่จะมาเยี่ยมเหนือพรุ่งนี้เหรอคะ” ปากพูดกับปลายสายหากแต่สายตาฉันมันเอาแต่จ้องคนนั่งทำงานไม่ห่างจากเตียงนอน ท่าทางของเขามันเรียบเฉยเป็นปกติเหลือเกิน (ครับ หนูจะเอาอะไรไหม สั่งมาได้เต็มที่เลยนะ) “เหนือ…” ฉันเว้นวรรคชั่วครู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองต้องการอะไร เงียบอยู่อึดใจหนึ่งเลยล่ะ (ว่าไงคะน้ำเหนือ) “เหนืออยากกินชูโรสร้านที่เราเคยไปถ่ายรูปกันน่ะค่ะ พี่ศรุตจำได้ไหม” (จำได้สิคะ อะไรที่เหนือชอบพี่จำได้หมดแหละ) น้ำเสียงอารมณ์ดีเอื้อนเอ่ยตอบ ฉันและพี่ศรุตคุยต่อกันอีกสักพักก่อนจะต้องขอวางสายเมื่อเห็นว่าพี่ผาปิดโน๊ตบุ๊คเตรียมตัวเข้านอน เขาแทบไม่มองหน้าฉันเลย ไม่คุยด้วย ไม่ถามไถ่ว่าต้องการอะไรอีกไหม ไฟในห้องดับสนิทลง เสียงลมหายใจของคนด้านล่างก็ดังผะแผ่วในความมืด แต่ฉันนี่สิที่ข่มตานอนหลับไม่ลง “พี่ผา เหนือปวดฉี่” กลั้นใจพูดออกไป คิดว่าคนตัวสูงอาจไม่ได้ยินเพราะหลับไปแล้วก็ได้ แต่ไม่กี่วินาทีถัดมา เสียงเคลื่อนไหวของเขามาพร้อมกับไฟในห้องที่สว่างจ้า พี่ผาเข้ามาพยุงตัวฉัน ยังคงไม่พูดไม่จาสักคำ ใบหน้าเรียบเฉยนั้นคล้ายคนสื่ออารมณ์ไม่เป็น เขาไม่ได้ล็อคประตูห้องน้ำแต่อย่างใด เพราะเมื่อฉันทำธุระเสร็จจะได้เข้ามาพยุงกลับไปนอนที่เตียงอีก อันที่จริงฉันไม่ได้ปวดฉี่อะไรหรอก แค่หาเรื่องคุยกับเขาเพียงแต่เขาไม่คุยด้วย “พี่ผาโกรธอะไรเหนือรึเปล่า” ไม่อยากให้มันคาราคาซัง ฉันเลยตัดสินใจถามตรงๆ “ไม่นิ” เสียงเข้มตอบกลับสั้นๆ “ถ้าพี่ผาไม่พอใจอะไร บอกเหนือตรงๆ ก็ได้” “…” “ถ้าเรื่องที่เหนือคุยกับพี่ศรุตมันไม่มีอะไรหรอกค่ะ เขาแค่จะซื้อของมาเยี่ยมเฉยๆ” “พี่จะไม่พอใจไปทำไม เหนือทำอะไรมันก็สิทธิ์ของเหนือ พี่ไม่เข้าไปจุ้นจ้านหรอก” คำตอบที่โคตรชัดเจนตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมไม่มีเลี้ยว มันตีแสกหน้าฉันให้เลิกสำคัญตัวเองและกลับมาอยู่กับความเป็นจริง “อ๋อค่ะ พี่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เป็นประโยคที่พูดบอกเขาแต่เจ็บจี๊ดที่หัวใจดีจัง ใครบอกว่ามีทะเบียนสมรสแล้วจะได้ยกระดับเป็นคนสำคัญ มันก็แค่กระดาษไร้ค่าแผ่นหนึ่งเท่านั้น ฉันควรจะสำเหนียกตัวเองไว้ให้เยอะๆ น้ำเหนือ | Part Ended“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
“ถ้าจะคุยกันต่อพี่จะได้ไปซื้อชาเย็นก่อน หิวน้ำพอดี”“เหนือกลับเลยก็ได้ค่ะ”“น้ำเหนือคะ อยู่คุยกับพี่ก่อนสิ พี่ไม่เจอหน้าหนูตั้งนาน จะทิ้งพี่อีกแล้วเหรอ” พี่ศรุตทักท้วงด้วยสีหน้าแววตาเศร้าสร้อย คำพูดเขาทำเอาฉันสะอึกอยู่เหมือนกัน“เหนืออยู่คุยกับเขาก่อนก็ได้ พี่ไปซื้อน้ำไม่นาน เดี๋ยวพี่มา” พี่ผาเผยยิ
Namnuea : เหนือนอนค้างที่รีสอร์ทกับเพื่อนนะฉันทิ้งข้อความบอกพี่ผาโดยไม่รู้ว่าเขาจะเปิดอ่านหรือเปล่า พี่ผาเป็นคนจำพวกมีมือถือติดตัวแต่ไม่ค่อยใช้งาน อย่างรูปโปรไฟล์ในเฟสบุ๊คก็ตั้งมาสามปีแล้วไม่ยอมเปลี่ยนเช้าวันต่อมาฉันตื่นสายกว่าเพื่อน คงเป็นเพราะมีอั่งเปาและน้ำหนาวอยู่ด้วยจึงนอนหลับสนิทและหลับลึกก
เช้าวันรุ่งขึ้นพี่ผาไม่ได้อยู่ทานข้าวเช้าด้วยกัน เขาออกไปไร่ตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนแสงตะวันจะส่องกระทบหน้าต่างห้องนอนเสียอีก มีแค่ฉันที่นั่งจับเจ่ากับชามข้าวต้มเพียงคนเดียว ความรู้สึกเหงาและเศร้ามันทำให้กินข้าวไปทำเอ็มวีไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อฉันยกหลังมือป้ายน้ำตาออก ละเลียดชิมข้าวต้มหมูสับกลิ่นหอม ส
จากท้ายไร่มาถึงบ้านมันไม่ง่ายเลยหมายถึง…การบังคับเสียงหัวใจไม่ให้เต้นแรงเหมือนเต้นซุมบ้า มันไม่ง่ายเลยจริงๆฉันแยกตัวจากพี่ผาเข้าบ้าน ส่วนตัวเขานำม้าไปฝากคนงานให้เอาเข้าคอกแล้วค่อยตามมาทีหลัง ฉันจัดการอาบน้ำชำระล้างเนื้อตัวและยังคงสวมชุดดำไว้อาลัยคุณลุงเหมือนเดิมเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากคนด้านนอกใ







