LOGINท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ตู้คอนเทนเนอร์เรียงซ้อนเหมือนกำแพงบนลานกว้าง ทำให้พื้นที่ดูคับแคบลง ภีมวัจน์ยืนนิ่ง มือหนึ่งถือมวนบุหรี่ที่เผาไปแล้วมากกว่าครึ่ง อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋า ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋า ใบหน้านิ่งสงบ หากมองจากไกลๆ กิริยาท่าทางของเขาเหมือนดูผ่อนคลายแต่ใครจะไปรู้เท่าชายคนที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวตรงหน้านี้ วันชัยก้มหน้ามองพื้น สองมือถูกมัดไพล่หลัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงเงียบๆ อย่างจนปัญญาและกลัวตาย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้านายหนุ่มที่มีแววดุดันดุจฆ่าผู้คนได้เพียงแค่สบตา แม้เขาคนนั้นจะไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรแต่บรรยากาศชวนอึดอัดและชวนขนหัวลุกราวกับคนตรงหน้าเป็นภูตผีปีศาจก็ไม่ปาน แถมยังถูกบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกห้าคนล้อมเขาไว้ประหนึ่งถูกขังคุกด้วยกำแพงมนุษย์ “ทำไมไอซ์ เฮโรอีนถึงมาอยู่ในคลังสินค้าล็อตนี้ เตือนแล้วไม่ฟังสินะ” หากน้ำเสียงเย็นเยือกแช่แข็งคนฟังได้ ตอนนี้วันชัยคงแข็งค้างไปทั้งตัว ฟันหน้ากระทบกันดังกึกๆ วันชัยร้องไห้ปล่อยโฮอย่างไม่นึกอาย เขาไม่น่าฆ่าตัวตายด้วยการทำเรื่องแบบนี้เลย ไม่น่าเลย วันชัยได้แต่คร่ำครวญนึกเสียใจกับการกระทำของตนเอง แม้ภายนอกภีมวัจน์จะดูนิ่งแต่ในใจกลับเดือดพล่าน สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือสารเสพติดทุกชนิดและของผิดกฎหมายแต่เขากลับโดนลูกน้องคลุมคลังสินค้าลักลอบขนส่งยาเสพติดมากับผลไม้อบแห้งสอดไส้เสียเอง “ผะ ผมไม่รู้เรื่อง ผมถูกใส่ร้ายครับ” เขาไม่กล้ายอมรับ เมื่อเจอคำปฏิเสธทั้งๆ ที่จับของกลางได้คาหนังคาเขา ความอดทนที่ข่มกลั้นไว้อย่างสุดขีดก็ขาดผึงลง ปัก มีดสั้นคมกริบแล่นเฉียดฉิวปักเข้าบนหมวกที่สวมของวันชัยและปักลงลังไม้ด้านหลังเขาอย่างแม่นยำ วันชัยขาสั่น ฉี่ราดรดกางเกงอย่างไร้การควบคุม เมื่อครู่ถ้าพลาดอีกเซ็นเดียวสิ่งที่มีดลงปักอาจเป็นหน้าผากเขาเสียเอง ที่ผ่านมาเขาเคยได้ยินว่าเจ้านายเป็นคนโหดเหี้ยมเพราะอดีตเป็นมาเฟียใหญ่ แต่หลังจากที่ทำงานมาหลายปี วันชัยก็ไม่เคยเห็นเจ้านายทำตัวเหมือนมาเฟียเลยสักนิด แค่หน้านิ่งไร้อารมณ์และมีลูกน้องเดินตามหลังเป็นพรวนเท่านั้นเอง แต่พอมาวันนี้เขาได้ประจักตาตัวเองแล้ว เขาคงไม่โดนฆ่ายัดปูนแล้วโยนศพทิ้งทะเลหรอกนะ แค่คิดวันชัยก็สยดสยองร้องโหยหวนยอมบอกความจริงทันที “ผะ ผมถูกบังคับครับ พะ พวกมันขู่จะฆ่าครอบครัวผม ผะ ผมไม่มีทางเลือก” “แล้วการทรยศฉันคิดว่าครอบครัวแกจะปลอดภัยงั้นเหรอ” แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดอยู่ในที ทำเอาวันชัยที่หวาดกลัวอยู่แล้วหัวหดกว่าเดิม ไม่ใช่การข่มขู่ วันชัยเชื่อว่าภีมวัจน์พูดจริงทำจริง เขาพลาดแล้ว “ผมขะ ขอโทษครับ แต่อย่าทำอะไรลูกเมียผมเลยนะครับ เรื่องนี้ผมทำคนเดียว พวกเขาไม่รู้เรื่องด้วย” น้ำเสียงขอร้องอ้อนวอนดูน่าสงสารแต่กลับไม่ใช่สำหรับชายหนุ่มตรงหน้า “ใครสั่งแกทำ” ภีมวัจน์ถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ แต่ที่ต้องถามเพียงเพื่อยืนยันความจริงแค่นั้น กว่าเขาจะตามมาดักจับสินค้าล็อตนี้ไว้ได้ทันก่อนส่งออก สายของเขารายงานเรื่องวันชัยติดหนี้เพราะการพนันหลังพักรอบส่งสินค้าแล้วไม่มีตังค์จ่ายคืน ต้องทำงานชดใช้ด้วยการแอบสอดไส้สารเสพติดมากับผลไม้อบแห้งสองถึงสามตัน เขาเพียงแค่กระตุกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเย็นชา “จับเขาส่งตำรวจ พร้อมหลักฐานของกลางทั้งหมด ให้เขาจัดการตามกฎหมาย” อดีตมาเฟียหนุ่มหันไปสั่งบอดี้การ์ด “รับทราบครับ” ทัพ มือขวารับคำสั่งขันแข็งแล้วลากตัววันชัยไป เจ้าของท่าเรือหนุ่มหันไปมองคลังสินค้าอยู่ครู่ก่อนจะพูดกับผู้จัดการที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังเขา ตรวจสอบสินค้าทุกอย่างให้ละเอียด ทุกล็อต ทุกตู้ในพื้นที่แห่งนี้ไม่มีข้อละเว้น ฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นซ้ำเป็นครั้งที่สอง และจำไว้ท่าเรือฉันไม่ได้มีไว้ให้ใครมาทำต่ำทรามเช่นนี้อีก ถ้าใครทรยศฉันอีก คราวนี้จะไม่ใช่ตำรวจที่เป็นคนจัดการ” ตำนานค่อยๆ แล่หนังเป็นชิ้นๆ แล้วทาด้วยเกลือของภีมวัจน์หวนกลับเข้ามาในความทรงจำของผู้จัดการคลังสินค้าอีกครั้ง ธีรภพได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก มือที่ประสานตรงเป้าสั่นน้อยๆ เขาสาบานด้วยเกียรติลูกเสือว่าจะไม่ขอเป็นศัตรูกับภีมวัจน์เด็ดขาด
ลานจอดรถโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง“ลุงด่วนรออยู่นี่นะคะ” มุกพิชชาสั่งคนขับรถแล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแต่เมื่อลับตาของลุงด่วน ตำรวจสาวในร่างคุณหนูผู้อ่อนแอก็เดินเร็วปรี่ออกไปจากประตูด้านหลัง เรียกแท็กซี่ที่จอดรอคนแถวนั้นไปยังสน.ที่หล่อนเคยทำงาน โชคดีที่ระยะทางไม่ได้ห่างกันมาก ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้วตึกสี่ชั้นสีขาวตั้งตระหง่าน ตราโล่ตำรวจสีน้ำตาลและอักษรคำว่า ‘โรงพักเพื่อประชาชน’ เด่นหราอยู่หน้าอาคาร เธอก็เหยียดมุมปากขึ้นยิ้ม แววตาหม่นหมองเศร้าใจ ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่าเลือนด้วยม่านน้ำตา หล่อนเงยหน้าขึ้นหวังให้สายลมพัดผ่านพาหยาดละอองน้ำให้แห้งเหือด มือที่ตกข้างลำตัวสั่นระริกความรู้สึกอันหลากหลายก็กระแทกเข้าใส่นารันอย่างจัง เธอชื่นชอบอาชีพตำรวจ หล่อนใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ตอนนี้หล่อนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เธอตายเพราะผู้ถือกฎหมายในมือหักหลังและตายด้วยน้ำมือคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนความโศกเศร้าเสียใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงอาฆาตแค้นพยาบาทจนดวงตาแดงก่ำหล่อนยืนนิ่งนานเท่าไหร่ไม่รู้ตัว ตัดสินใจเดินไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ข้างๆ โรงจอด
บทที่ 6แสงจันทร์นวลทาบลงบนพื้นดิน สวนดอกไม้ทอดยาวสุดสายตา กลีบดอกไม้พลิ้วไหวอาบด้วยหมอกจางๆ ท่ามกลางความสงัดเงียบ ร่างหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีขาว ดวงตาโอบอุ่นอ่อนโยน หากลึกลงไปกลับซ่อนร่องรอยเศร้าลึกที่บาดหัวใจผู้มองทันที“เธอมาแล้ว” เสียงหวานแผ่วคล้ายสายลมพัดผ่าน แต่กลับดังชัดในใจจนร่างของนารันสะท้าน ผู้หญิงคนนี้คือเจ้าของร่างที่หล่อนมาอาศัยอยู่สายตาทั้งคู่สบกันโดยไม่ต้องถามว่าเป็นใคร ราวกับหัวใจรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว มุกพิชชายกมือแตะไหล่นารันเบาๆ รอยยิ้มบางพาให้ความอบอุ่นซึมเข้ามาแทนที่ความว่างเปล่า“ฉันมีบางสิ่งจะฝากเธอ” เสียงนั้นขาดหายไปชั่วครู่ ก่อนดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกจะทอดยาวไปในความมืด“ฝากดูแลพ่อแทนฉันได้ไหม” มุกพิชชาพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น เวลาบนโลกนี้ของเธอน้อยเหลือเกิน น้อยเสียจนไม่อาจจะอยู่กับบิดาได้ตราบเท่าที่ใจต้องการคำขอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทิ้งน้ำหนักกดลงกลางอก ความเงียบงันรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นความแน่นอึดอัด ความรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียบางสิ่งชั่วนิรันดร์พุ่งเข้ามาเต็มแรง“ได้ ฉันจะดูแลคุณเมธานินท์แทนเธอ” นารันรับปาก ทันทีที่รับข้อเสนอความ
บทที่ 5ภายในห้องโถงของบ้านชั้นล่าง“หล่อนเป็นใคร มาที่นี่ทำไม” เสียงแหลมสูงตะโกนถามหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่ เดรสสั้นเสียจนน่าหวาดเสียว ใบหน้าหล่อนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ วาวาได้แต่คิดคำนวณว่าหล่อนต้องใช้สำลีกี่แผ่นถึงจะเช็ดเครื่องสำอางออกหมด “แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร” ฟางแก้วไม่ยอมแพ้ ถามอีกฝ่ายกลับ หล่อนใช้สายตาสำรวจผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจแล้วเบะปากมองบน ก็เป็นแค่เด็กเอ็นเหมือนกัน แต่เสือกมาถามเธอราวกับเป็นเมียเจ้าของบ้าน“ฉันเป็นใครแล้วทำไมจะต้องแจ้งให้หล่อนทราบ” วาวากอดอกเชิดใบหน้าขึ้น หัวเราะเสียงดังราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน“คนอะไรหัวเราะได้น่าเกลียดมาก เหมือนคนไม่เต็ม” ฟางแก้วเหมือนคนถูกหยามเลยตอบกลับเจ็บแสบไม่แพ้กันเสียงโหวกเหวกของแขกสาวทั้งสองในห้องรับแขก ดังลั่นจนเหล่าแม่บ้านต้องออกมามองด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าเข้ามาห้ามศึกเพราะกลัวจะโดนลูกหลง แต่ละนางก็ดูแรงใช่ย่อยจะห้ามไม่ให้เข้าบ้านก็ไม่ได้เพราะพวกหล่อนอ้างว่ามาเรื่องงาน มีเอกสารครบทุกอย่างจึงได้แต่ปล่อยมาให้นั่งรอคุณภูสิงห์ยังห้องนี้ ไม่คิดว่าพวกเธอจะทะเลาะกันเอง“น่าเกลียดเหรอ แกสิน่าเกลียดมาเร่ขายให้ผู้ชายถึงบ้
ท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ตู้คอนเทนเนอร์เรียงซ้อนเหมือนกำแพงบนลานกว้าง ทำให้พื้นที่ดูคับแคบลงภีมวัจน์ยืนนิ่ง มือหนึ่งถือมวนบุหรี่ที่เผาไปแล้วมากกว่าครึ่ง อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋า ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋า ใบหน้านิ่งสงบ หากมองจากไกลๆ กิริยาท่าทางของเขาเหมือนดูผ่อนคลายแต่ใครจะไปรู้เท่าชายคนที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวตรงหน้านี้วันชัยก้มหน้ามองพื้น สองมือถูกมัดไพล่หลัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงเงียบๆ อย่างจนปัญญาและกลัวตาย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้านายหนุ่มที่มีแววดุดันดุจฆ่าผู้คนได้เพียงแค่สบตาแม้เขาคนนั้นจะไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรแต่บรรยากาศชวนอึดอัดและชวนขนหัวลุกราวกับคนตรงหน้าเป็นภูตผีปีศาจก็ไม่ปานแถมยังถูกบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกห้าคนล้อมเขาไว้ประหนึ่งถูกขังคุกด้วยกำแพงมนุษย์“ทำไมไอซ์ เฮโรอีนถึงมาอยู่ในคลังสินค้าล็อตนี้ เตือนแล้วไม่ฟังสินะ” หากน้ำเสียงเย็นเยือกแช่แข็งคนฟังได้ ตอนนี้วันชัยคงแข็งค้างไปทั้งตัว ฟันหน้ากระทบกันดังกึกๆ วันชัยร้องไห้ปล่อยโฮอย่างไม่นึกอาย เขาไม่น่าฆ่าตัวตายด้วยการทำเรื่องแบบนี้เลย ไม่น่าเลย วันชัยได้แต่คร่ำครวญนึกเสียใจกับการ
บทที่ 4มุกพิชชาพาร่างอ่อนระโหย ระหงเดินสะเปะสะปะไปยังห้องน้ำ ใบหน้าเธอซีดเซียว ริมฝีปากแห้งแตกเหมือนกระดาษ ดวงตาพยายามปรือมองทางข้างหน้า หล่อนมีไข้สูง กินยานอนพัก แต่กลางดึกรู้สึกปวดปัสสาวะ จึงจำใจลุกจากเตียงไปยังห้องน้ำซึ่งไม่ไกลนักขณะที่ทำธุระและล้างมือ เธอก็พลัดลื่น ร่างที่ยืนไม่มั่นคงเป็นทุนเดิมล้มไปทางด้านหลังอย่างจัง หัวกระแทกขอบอ่างล้างหน้า สติครั้งสุดท้ายที่หล่อนรับรู้คือเพดานห้องน้ำ แล้วภาพค่อยๆ มืดลง ก่อนที่วิญญาณจะถูกกระชากออกไปผ่านไปกี่นาทีกี่ชั่วโมงไม่อาจรู้ จนกระทั่งมีคนมาพบร่างเธอนอนกองบนพื้นห้องน้ำ“ว้าย คุณพราว มาทำอะไรตรงนี้คะ” กิ่ง พี่เลี้ยงวัยใกล้สี่สิบร้องตกใจ ขณะเดินค้นหาเจ้านายจนพบมุกพิชชานอนเป็นลมในห้องน้ำกิ่งพยายามพยุงร่างอ่อนปวกเปียกของเจ้านายขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก คืนนี้เธอมานอนเฝ้าเพราะผู้เป็นเจ้านายไข้ขึ้นสูง ทว่าเมื่อครู่ปวดเบาจึงลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่างสำหรับแม่บ้านจึงไม่รู้ว่าเจ้านายสาวก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันพี่เลี้ยงวางเรือนร่างผอมแห้งลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แล้วถอนหายใจด้วยความเหนื่อย เธอเกลี่ยปอยผมที่ปกคลุมใบหน้าออก แล้วไล่สายตาตรวจดูบาดแผลต
ปัง ปังจ่าวิชิตลั่นไกไปตามกลุ่มคนร้ายขณะวิ่งเข้ามาหาผู้กองนารันเมื่อปิดงานเสร็จชยพลก็หันหลังเดินขึ้นรถ กลุ่มคนร้ายก็แตกซ่านหาที่หลบซ่อนเพราะตำรวจกำลังมาทางนี้ทิ้งไว้แต่ร่างตำรวจสาวในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเลือดนอนคว่ำหน้าอย่างน่าอนาถากับดินแข็งๆก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะสิ้นสุด เธอรวบรวมพลังสาบานกับตัวเองในใจอย่างแน่วแน่ราวกับเสียงกระซิบจากนรก“ถ้าพระเจ้ามีจริง ขอให้ฉันได้กลับมา แก้แค้นพวกแกอย่างสาสม ลิ้มรสการถูกหักหลังแบบที่ฉันเจอ นารันคนนี้ขอสาบาน”ดวงตาเธอปิดลงอย่างช้าๆ ความดำมืดเข้าปกคลุม หลงเหลือไว้แต่กลิ่นอายแห่งความอาฆาตแค้นที่คุกรุ่น รอวันฟื้นคืนเพื่อล้างแค้นพวกมันอย่างที่สาบานไว้ด้วยชีวิตและวิญญาณ“ผู้กอง ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลมาที่นี่ที” ร่างที่ไร้วิญญาณถูกประคองขึ้นด้วยจ่าวิชิต หมวดปัณณวิชญ์ที่บาดเจ็บที่ต้นขาเดินกระเผกๆ ตามมาทีหลังเห็นภาพเบื้องหน้าก็เข่าทรุดลงกับพื้น จ่าวิชิตใช้นิ้วอังจมูกหญิงสาวราวกับมีความหวังลึกๆ ว่าเธอยังคงมีลมหายใจอยู่มีเพียงสายลมเย็นเยือกพัดผ่านจนสองตำรวจหนาวเย็นยะเยือกเข้ากระดูก วิชิตเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์มาโดยตลอดแต่มันน่าเศร้าที่มันไ







