LOGIN“เป็นคุณต่างหากที่ไม่เอาพวกเราก่อน”ร้านอาหารเงียบมากเงียบจนฉันสามารถได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของกู้จี้สวินเขาราวกับถูกคำพูดประโยคนี้ตอกตรึงเอาไว้กับที่ขยับตัวไม่ได้อยู่นานมากเถียนเถียนพูดต่อ“เมื่อก่อนหนูอยากมีพ่อมากๆ เลยค่ะ”“หนูอยากให้คุณไปร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์ครอบครัวที่โรงเรียนอนุบาลเป็นเพื่อนหนู”“อยากให้คุณเล่านิทานก่อนนอนให้หนูฟัง”“อยากให้คุณกอดหนูตอนที่หนูป่วย”“แต่คุณก็ยุ่งตลอดทุกครั้งเลย”“ต่อมาตอนที่หนูจะผ่าตัด หนูรู้สึกกลัวมาก”“หนูคิดว่าคุณจะอยู่เป็นเพื่อนหนู”“แต่คุณก็เดินจากไป”เธอพูดช้ามากทุกๆ คำล้วนแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ“เพราะงั้น หนูไม่เอาแล้วค่ะ”“ตอนนี้หนูกับคุณแม่มีความสุขดีมากค่ะ”“คุณอย่ามารบกวนพวกเราอีกเลยนะคะ”ในที่สุดน้ำตาของกู้จี้สวินก็ร่วงหล่นลงมาเขานั่งยองๆ ลง ยื่นมือออกไปอยากจะสัมผัสเธอเถียนเถียนหลบไปซ่อนอยู่ด้านหลังฉันนิดหนึ่งมือของเขาแข็งค้างอยู่กลางอากาศ“เถียนเถียน พ่อรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว”“ลูกให้โอกาสพ่ออีกสักครั้งได้ไหม?”เถียนเถียนส่ายหน้า“คุณแม่บอกว่า แผลจะหายดีค่ะ”“แต่เจ็บมาแล้วก็คือเจ็
เซี่ยเชียนอยู่ในช่วงลางานพักผ่อนพอดี ก็เลยมาด้วยกันเถียนเถียนชอบเขามากเพราะเขาไม่เคยปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคนป่วยเลยเขาตั้งใจฟังเธอพูดและยังบอกกับเธอด้วยว่า“หนูไม่ใช่ตุ๊กตาแก้วนะ”“ก็แค่ตอนนี้ต้องช้าลงหน่อยเท่านั้นเอง”“รอให้ร่างกายแข็งแรงดีแล้ว หนูจะวิ่งหรือจะกระโดดก็ได้ทั้งนั้น”เถียนเถียนฟังแล้วดวงตาก็เป็นประกายวิบวับ“งั้นวันข้างหน้าหนูไปเรียนเต้นได้ไหมคะ?”เซี่ยเชียนพยักหน้า“แน่นอนสิครับ”“แต่ว่าต้องถามคุณแม่ก่อน แล้วก็ต้องถามคุณหมอด้วย”เถียนเถียนหันมามองฉันทันที“แม่คะ หนูอยากเรียนเต้นค่ะ”ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้า“รอให้ลูกหายดีก่อนนะ แล้วแม่จะพาไปสมัคร”เธอดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น แต่ก็ถูกเซี่ยเชียนกดไหล่เอาไว้เบาๆ“ระวังหน่อยสิ”เถียนเถียนแลบลิ้นปลิ้นตา“รู้แล้วค่า คุณลุงเซี่ย”วินาทีนั้น จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ได้รักกันหวือหวาไม่ได้ยึดติดว่าต้องเป็นใครมีเพียงการให้เกียรติ ได้รับการดูแลเอาใจใส่ และได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังตอนบ่าย พวกเราไปกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆเถียนเถียนนั่งวาดรูปอยู่ด้านในเซี่ยเชียนเลื่อนเก้าอี้ให้ฉั
เพียงแค่ยืนอยู่ริมทะเลสาบ แล้วมองดูหงส์อยู่นานมากเถียนเถียนสวมหมวกใบเล็ก นั่งวาดรูปอยู่บนม้านั่งยาวเธอฟื้นตัวได้ดีมากในที่สุดบนใบหน้าก็มีเลือดฝาดตอนที่เซี่ยเชียนมาตรวจอาการตามนัด เขานั่งยองๆ ลงดูรูปวาดของเธอ“นี่คือคุณแม่หรอครับ?”เถียนเถียนพยักหน้า“นี่คือคุณแม่ นี่คือคุณตากับคุณยายค่ะ”เซี่ยเชียนยิ้มแล้วถามว่า“แล้วลูกหมาตัวเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ นี่ล่ะครับ?”เถียนเถียนตอบอย่างจริงจังว่า“นี่คือลูกหมาที่หนูอยากจะเลี้ยงในวันข้างหน้าค่ะ”เซี่ยเชียนหลุดขำ“แล้วลุงล่ะครับ?”เถียนเถียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเติมคนตัวเล็กๆ ใส่เสื้อกาวน์สีขาวลงไปที่มุมกระดาษ“วาดคุณลุงเซี่ยลงไปด้วยแล้วค่ะ”ใต้แววตาของเซี่ยเชียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มลึกซึ้งฉันยืนอยู่ข้างๆ ภายในใจอ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานานหลังจากจากกู้จี้สวินมา ฉันถึงเพิ่งพบว่าชีวิตไม่ได้มีแค่การรอคอยและความผิดหวังตอนเช้ามีแสงแดดตอนบ่ายมีชาร้อนตอนกลางคืนเถียนเถียนก็นอนหลับอย่างสงบและฝันดีไม่มีความวิตกกังวลจากการโทรศัพท์ไม่ติดไม่มีโพสต์อวดอ้างที่แทงตาพวกนั้นในฟีดไม่ต้องคอยถามตัวเองซ้ำๆ ว่าฉันยังดีไม่พอใช่ไหมในท
“คุณทำได้สิ”“เจ็ดวันที่ผ่านมานี้ คุณก็อยู่สุขสบายดีไม่ใช่หรือไง?”“คุณไปกินข้าวเป็นเพื่อนซูหว่าน ไปฉลองวันเกิดหยางหยาง เดินห้าง เลือกซื้อของขวัญ”“ไม่มีฉันกับเถียนเถียน คุณก็ยุ่งจะตายอยู่แล้วนี่”ลำคอของกู้จี้สวินราวกับถูกอุดเอาไว้ฉันพูดต่อ“ต่อให้คุณไม่เซ็น ตระกูลซ่งก็มีวิธีอยู่ดี”“กู้จี้สวิน อย่าบีบให้ฉันต้องทำเรื่องนี้ให้มันดูแย่ไปกว่านี้เลย”“แล้วก็อย่ามาวุ่นวายกับฉันและลูกสาวอีก”พูดจบ ฉันก็หันหลังเดินเข้าประตูไปวินาทีก่อนที่ประตูจะปิดลง ฉันได้ยินเขาร้องเรียกเสียงเบา“ซ่งเหอ”น้ำเสียงนั้นแผ่วเบามากแฝงไปด้วยการยอมลดศักดิ์ศรีแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนแต่ฉันไม่ได้หันกลับไปมองเพราะความรักที่มาช้าเกินไป มันไร้ค่าเสียยิ่งกว่าเศษหญ้ากู้จี้สวินไม่ได้จากไปในทันทีเขายืนอยู่หน้าคฤหาสน์นานมากลมที่สวิตเซอร์แลนด์หนาวมากพัดจนใบหน้าของเขาเขียวคล้ำแต่ฉันก็ไม่ได้เปิดประตูอีกเลยเถียนเถียนชะโงกหน้าออกมาจากห้องชั้นบน ถามฉันเสียงเบา“แม่คะ คุณลุงกู้ไปหรือยังคะ?”ฉันเดินเข้าไปจัดผ้าห่มให้เธออย่างเบามือ“ยังจ้ะ”เธอก้มหน้าลง เล่นพู่กันวาดเขียนในมือ“แล้วแม่จะกลับไปกับเขาไ
ตอนที่เครื่องบินลงจอดที่สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเวลาบ่ายของที่นั่นกู้จี้สวินอาศัยเส้นสายของตระกูลกู้ สืบหาจนเจอคฤหาสน์ของตระกูลซ่งที่อยู่ที่นี่ตอนที่เขาไปถึง ก็พอดีกับที่เห็นผู้ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากในบ้านผู้ชายคนนั้นสวมเสื้อกาวน์สีขาว หน้าตาหล่อเหลาหมดจดในมือถือแฟ้มประวัติคนไข้ฉันเดินไปส่งเขาที่หน้าประตู น้ำเสียงอ่อนโยนมาก“หมอเซี่ย วันนี้รบกวนคุณแล้วนะคะ”เซี่ยเชียนยิ้มบางๆ“ไม่รบกวนเลยครับ”“เถียนเถียนฟื้นตัวได้ดีมากเลย ต่อจากนี้แค่มาตรวจตามนัดให้ตรงเวลา อย่าเพิ่งออกกำลังกายหักโหม ก็ไม่มีปัญหาอะไรน่าห่วงแล้วครับ”“วันนี้แกยังถามผมอยู่เลย ว่าเมื่อไหร่จะได้ไปให้อาหารหงส์ที่ริมทะเลสาบ”ฉันเองก็ยิ้มออกมา“แกคงอุดอู้จนทนไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ”เซี่ยเชียนมองฉัน น้ำเสียงแผ่วเบาลง“คุณเองก็ต้องพักผ่อนให้มากๆ นะครับ”“หลายวันนี้คุณผอมลงไปเยอะเลย”ฉันชะงักไปเล็กน้อยเพิ่งจะอ้าปากเตรียมพูดขอบคุณด้านหลังก็มีเสียงที่กดข่มอารมณ์ของกู้จี้สวินดังขึ้นมากะทันหัน“มันเป็นใคร?”รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันจางหายไปในพริบตากู้จี้สวินยืนอยู่หน้าประตูสภาพอิดโรยจากการเดินทางนัยน์ตาเต็มไปด
“ฉันพาหยางหยางหนีกลับมา ในตัวแทบจะไม่มีเงินเลยด้วยซ้ำ”“ฉันคิดว่าคุณจะช่วยฉัน”“คุณเคยบอกชัดๆ ว่าคุณจะไม่มีวันทิ้งฉัน”กู้จี้สวินค่อยๆ ชักมือกลับทีละนิด“ผมช่วยคุณได้”“แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการที่ทำร้ายภรรยาและลูกสาวของผม”น้ำตาของซูหว่านร่วงหล่นลงมา“ภรรยา?”“คุณไม่ได้รักเธอนี่?”“ตอนนั้นที่คุณแต่งงานกับเธอ ไม่ใช่เพราะเธอเหมือนฉันหรือไง?”สีหน้าของกู้จี้สวินทะมึนลง“เธอไม่เหมือนคุณ”ซูหว่านแข็งทื่อไปกู้จี้สวินมองเธอ เป็นครั้งแรกที่พูดทุกอย่างออกมาชัดเจน“ซ่งเหอไม่เคยเหมือนคุณเลย”“ก็แค่ผมไม่กล้ายอมรับเองเท่านั้นแหละ”ซูหว่านราวกับถูกทิ่มแทงอย่างแรง น้ำเสียงแหลมปรี๊ดขึ้นมา“แล้วฉันนับเป็นอะไร?”“หลายวันที่ผ่านมานี้ที่คุณทำดีกับฉัน มันคืออะไร?”“ที่คุณให้หยางหยางเรียกคุณว่าพ่อกู้ มันคืออะไร?”กู้จี้สวินหลับตาลง“นับว่าผมมันสารเลวก็แล้วกัน”“เพราะงั้น ให้มันจบลงแค่นี้เถอะ”จู่ๆ ซูหว่านก็หัวเราะออกมา หัวเราะอย่างน่าสมเพชและไม่ยินยอม“จบแค่นี้หรอ?”“กู้จี้สวิน คุณอุ้มชูฉันขึ้นมา แล้วตอนนี้ก็จะเตะทิ้งงั้นหรอ?”“เป็นเพราะซ่งเหอจากไปแล้ว คุณถึงเพิ่งรู้ว่าเธอสำคัญใช่ไหม?







