Short
เมื่อเธอเลือกเดินคนละเส้นทาง

เมื่อเธอเลือกเดินคนละเส้นทาง

By:  หยวนเจินCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
12Chapters
44views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ผมมักจะช้าไปครึ่งจังหวะเสมอ ส่วนเพื่อนสมัยเด็กอย่างสวี่อันอันและเพื่อนสนิทอย่างซูเจ๋อกลับเป็นคนใจร้อน ตอนกินข้าวด้วยกัน ผมเพิ่งกินไปได้แค่ครึ่งเดียว สองคนที่กินเสร็จแล้วก็โวยวายว่าจะไปเล่นเกมที่ร้านเน็ตข้าง ๆ แล้วทิ้งผมไว้ที่ร้านอาหาร ตอนว่ายน้ำด้วยกัน ผมว่ายไปได้ครึ่งทางขาก็เป็นตะคริวเลยร้องขอความช่วยเหลือ ถึงเพิ่งรู้ว่าทั้งสองคนขึ้นฝั่งไปก่อนนานแล้ว และหายตัวไป ตอนยื่นเลือกมหาวิทยาลัย ผมยังไม่ได้ล็อกอินเข้าระบบด้วยซ้ำ สองคนนั้นก็เลือกมหาวิทยาลัย กรอกข้อมูลและกดยืนยันเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ลุกขึ้นพร้อมกัน “หยวนเหย่ นายช้าเกินไปแล้ว ฉันรีบไปช่วยซูเจ๋อกดบัตรคอนเสิร์ต ไม่รอนายแล้วนะ” “เราสมัครจิงต้า นายห้ามกรอกผิดเด็ดขาดนะ” สวี่อันอันเพิ่งพูดจบ ซูเจ๋อก็ดึงเธอวิ่งออกไปข้างนอกทันที พวกเขาวิ่งออกไปอย่างรีบร้อนเสียจนเธอไม่ได้ยินประโยคนั้นของผม “ฉันไม่ไปจิงต้าแล้ว” “ต่อไปเธอไม่ต้องรอฉันแล้วนะ”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ผมมักจะทำอะไรช้ากว่าคนอื่นไปสักหน่อยจริง ๆ

จนกระทั่งผมกดยืนยันการเลือกมหาวิทยาลัยเสร็จ พอหันไปดูเวลาอีกที ก็เป็นนาทีสุดท้ายก่อนปิดระบบพอดี ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

พอคิดว่าสี่ปีต่อจากนี้ ผมจะต้องอยู่ห่างจากสวี่อันอันถึงสามพันกิโลเมตร

ตอนที่ในใจกำลังปวดร้าวแทบหายใจไม่ออก จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“หยวนเหย่ นี่กี่โมงกี่ยามแล้ว นายยังไม่เสร็จอีกเหรอ”

“หัวหน้าห้องนัดงานเลี้ยงรุ่นตอน 6 โมง ขาดแค่พวกเราแล้วนะ นายรีบหน่อยสิ!”

เมื่อได้ยินเสียงเร่งอย่างไม่สบอารมณ์ของสวี่อันอัน

ผมรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอก รีบร้อนเสียจนขาโดนเก้าอี้ขูดเป็นแผล ก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะก้มลงไปมอง

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ตอนที่ผมวิ่งไปถึงหน้าประตูโรงเรียน

สิ่งที่เห็นก็ยังคงเป็นควันท่อไอเสียของรถที่แล่นฉิวจากไป

ผมยืนอึ้งอยู่กับที่ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ผมรับสาย แต่เบอร์ของสวี่อันอันกลับกลายเป็นเสียงของซูเจ๋อดังออกมาแทน

“ขอโทษทีนะหยวนเหย่ รถที่เราเรียกมาถึงแล้ว คนขับบอกว่าถ้าเกินเวลาต้องจ่ายเงินเพิ่ม เราเลยออกมาก่อน นายเรียกแท็กซี่มาเองก็แล้วกัน”

บาดแผลที่ขาเพิ่งจะส่งความรู้สึกเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมา

พลอยทำให้หัวใจของผมปวดหนึบตามไปด้วย

เป็นแบบนี้อีกแล้ว

ปากบอกว่าจะรอผม แต่ทุกครั้งทั้งสองคนมักจะจากไปก่อนผมมาถึงแค่หนึ่งหรือสองนาทีเสมอ

ตอนไปสวนสนุก พวกเขาก็เป็นแบบนี้

ตอนไปปีนเขา ก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

แต่มันต่างกันแค่หนึ่งหรือสองนาทีจริง ๆ ไหม

ผมไม่รู้ชัดเจนนัก เพียงรู้สึกจุกในลำคอ และขมปร่าในปาก

“พ่อหนุ่ม เธอเป็นเพื่อนของคู่รักวัยรุ่นเมื่อกี้ใช่ไหม”

ผมหันไปมองคุณลุงยามที่เดินเข้ามาแบบงง ๆ

เห็นเขายื่นรูปถ่ายตู้สติกเกอร์แบบเก้าช่องมาให้ผมแผ่นหนึ่ง

วันที่ถ่ายคือวันนี้ ตัวเอกในรูปคือสวี่อันอันและซูเจ๋อ

เมื่อเห็นท่าทางใกล้ชิดของทั้งสองคนในรูปถ่าย ประโยคที่สวี่อันอันพูดกับผมเมื่อวานพลันดังก้องขึ้นมาในหัว

เธอบอกว่า

“หยวนเหย่ นายอยากถ่ายรูปตู้สติกเกอร์มาตลอดไม่ใช่เหรอ พรุ่งนี้เลือกมหาวิทยาลัยเสร็จฉันจะไปเป็นเพื่อนนายเอง มีแค่เราสองคนนะ!”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
12 Chapters
บทที่ 1
ผมมักจะทำอะไรช้ากว่าคนอื่นไปสักหน่อยจริง ๆจนกระทั่งผมกดยืนยันการเลือกมหาวิทยาลัยเสร็จ พอหันไปดูเวลาอีกที ก็เป็นนาทีสุดท้ายก่อนปิดระบบพอดี ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้วพอคิดว่าสี่ปีต่อจากนี้ ผมจะต้องอยู่ห่างจากสวี่อันอันถึงสามพันกิโลเมตรตอนที่ในใจกำลังปวดร้าวแทบหายใจไม่ออก จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น“หยวนเหย่ นี่กี่โมงกี่ยามแล้ว นายยังไม่เสร็จอีกเหรอ”“หัวหน้าห้องนัดงานเลี้ยงรุ่นตอน 6 โมง ขาดแค่พวกเราแล้วนะ นายรีบหน่อยสิ!”เมื่อได้ยินเสียงเร่งอย่างไม่สบอารมณ์ของสวี่อันอันผมรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอก รีบร้อนเสียจนขาโดนเก้าอี้ขูดเป็นแผล ก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะก้มลงไปมองแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ตอนที่ผมวิ่งไปถึงหน้าประตูโรงเรียนสิ่งที่เห็นก็ยังคงเป็นควันท่อไอเสียของรถที่แล่นฉิวจากไปผมยืนอึ้งอยู่กับที่ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งผมรับสาย แต่เบอร์ของสวี่อันอันกลับกลายเป็นเสียงของซูเจ๋อดังออกมาแทน“ขอโทษทีนะหยวนเหย่ รถที่เราเรียกมาถึงแล้ว คนขับบอกว่าถ้าเกินเวลาต้องจ่ายเงินเพิ่ม เราเลยออกมาก่อน นายเรียกแท็กซี่มาเองก็แล้วกัน”บาดแผลที่ขาเพิ่งจะส่งความรู้สึกเจ็บปวดแล่
Read more
บทที่ 2
ตลอดสามปีในชั้นมัธยมปลาย นี่เป็นครั้งแรกที่สวี่อันอันเสนอตัวจะเป็นเพื่อนผมทำอะไรสักอย่าง แถมยังไม่พาซูเจ๋อไปด้วยผมดีใจอยู่ทั้งคืนตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน ผมยังตั้งใจเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าชุดที่สวี่อันอันเคยเอ่ยปากชมทว่าตอนนี้ เธอไม่เพียงไม่มาเลือกมหาวิทยาลัยเป็นเพื่อนผมแต่เธอยังไปทำสิ่งที่เคยรับปากผมไว้กับคนอื่นแทนชั่วขณะนั้น ผมเสียใจจนพูดไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียวทำได้เพียงยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ แล้วฟังคุณลุงยามพูดว่า“เพื่อนคู่รักของเธอคู่นี้เก่งไม่เบาเลยนะ เป็นเด็กหัวกะทิทั้งคู่”“ลุงได้ยินมาว่าทั้งสองคนสมัครเข้าจิงต้า ดีกว่าพวกรักในวัยเรียนจนเสียการเรียนตั้งเยอะ แถมยังหน้าตาดีมีความสามารถทั้งคู่ ยืนอยู่ด้วยกันแล้วเหมาะสมกันจริง ๆ”เขาพูดพลางทิ้งช่วงครู่หนึ่ง...แล้วกวาดตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า“พ่อหนุ่ม ลุงนึกไม่ถึงเลยนะว่าหน้าตาธรรมดาอย่างเธอ จะมีเพื่อนที่ยอดเยี่ยมถึงสองคน”ความกระอักกระอ่วนพลันเอ่อล้นขึ้นมาในใจผมส่งยิ้มแกน ๆ ตอบกลับไป“ใช่ครับ ผมก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน”ผมทิ้งประโยคนี้ไว้ ก่อนเรียกแท็กซี่มายังโรงแรมที่จัดงานเลี้ยงด้วยท่าทีเหม่อลอยไร้จิตวิญญาณมันตรงข้าม
Read more
บทที่ 3
ใบหน้าพลันแดงก่ำด้วยความอับอายทันที มือที่ทิ้งอยู่ใต้โต๊ะก็กำแน่นเป็นหมัดอย่างไม่รู้ตัวอาจเป็นเพราะสังเกตเห็นความกระอักกระอ่วนของผม สวี่อันอันจึงวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรง“พูดอะไรกันมากมาย เราสามคนเป็นเพื่อนกันแบบบริสุทธิ์ใจ”“โธ่เอ๊ย~เพื่อน~”หัวหน้าห้องลากเสียงยาวซูเจ๋อรีบโบกไม้โบกมือ“พวกนายอย่าแซวสิ แม่ฉันบอกว่าเข้ามหาลัยถึงจะมีความรักได้ ตอนม.ปลายยังมีไม่ได้”คำพูดที่เหมือนเป็นการอธิบายกลับดันบรรยากาศให้พุ่งทะยานไปถึงจุดสูงสุด“อ๋อ ที่แท้ก็เพราะบ้านซูเจ๋อเข้มงวด พวกเธอถึงยังไม่ได้คบกัน งั้นสารภาพรักตอนนี้ก็เหมาะเลยสิ!”“นั่นสิ สวี่อันอัน บ้านซูเจ๋อเข้มงวด แต่บ้านเธอไม่ได้เข้มงวดนี่ เธอสารภาพรักกับเขาตอนนี้เลยเป็นไง”เพื่อนร่วมชั้นที่ส่งเสียงแซวมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆทว่าสวี่อันอันกลับไม่พูดอะไรสักคำแล้วหันมามองผม“หยวนเหย่ สวี่อันอันจะสารภาพรัก ทำไมนายหน้าซีดขนาดนั้นล่ะ”สมองของผมพลันขาวโพลนทันทีตอนที่ผมกำลังทำอะไรไม่ถูก ก็ได้ยินนักเรียนชายที่สนิทกับซูเจ๋อเอ่ยปากขึ้น“สวี่อันอัน เพื่อนที่ดีจริง ๆ น่ะ ถึงเธอจะคบกับคนอื่น เขาก็ไม่โกรธหรอก ใช่ไหมหยวนเหย่”จู่ ๆ ก็ถูก
Read more
บทที่ 4
เมื่อเห็นผมเหม่อมองโทรศัพท์สวี่อันอันก็กระทุ้งแขนผม น้ำเสียงดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่นัก“สัญญาณเน็ตหน้าโรงเรียนไม่ค่อยดี กดบัตรได้แค่ทีละใบเท่านั้นแหละ”“ถ้านายอยากไป เดี๋ยวฉันหาซื้อตั๋วรีเซลให้ใบหนึ่ง แต่จะไม่ได้นั่งกับฉันนะ”ซูเจ๋อก็รีบขอโทษผมเช่นกัน“หยวนเหย่ นายห้ามโกรธเลยนะ ถ้านายอยากไป ฉันยกบัตรใบนี้ให้นายก็ได้”“ไม่ได้!”สวี่อันอันรีบขัดจังหวะเขาทันที พร้อมกับตวัดสายตามองผมอย่างไม่พอใจ“นายชอบเหมยเหมยมาตั้งหลายปี ทำไมต้องยกบัตรให้คนอื่นด้วย”“หยวนเหย่ นายอย่าทำตัวไม่รู้ความสิ”ทั้งที่ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่กลับถูกแปะป้ายว่าทำตัวไม่รู้ความเสียแล้วผมเองก็เริ่มโมโหขึ้นมาแล้ว“เดิมทีฉันก็ไม่ได้อยากไปอยู่แล้ว”ผมพูดความจริงถึงผมจะชอบเหมยเหมยมาสิบปี แต่เวลาแสดงคอนเสิร์ตคือวันก่อนเปิดเทอม แถมยังจัดที่เมืองจิงหนานต้าอยู่ห่างจากเมืองจิงถึงสามพันกิโลเมตร ผมย่อมไม่มีเวลาไปแน่ ๆผมพูดอย่างจริงจัง แต่สวี่อันอันกลับไม่เชื่อคำพูดของผม“ก็บอกแล้วไงว่าจะซื้อบัตรให้ นายจะมาอารมณ์เสียอะไร”“ถ้าไม่มีฉันกับซูเจ๋อ นิสัยทั้งโอ้เอ้และหลงทางเก่งอย่างนาย ต่อให้กดบัตรได้ก็คง
Read more
บทที่ 5
ข้างหูแว่วเสียงอธิบายอย่างร้อนตัวของสวี่อันอัน“หยวนเหย่ นายอย่าเข้าใจผิดนะ”“ที่ไม่ได้บอกนายเพราะนายกลัวน้ำ ไม่ได้จงใจจะไม่พานายไปด้วยหรอกนะ”“ยังไงพวกเราก็เรียนที่จิงต้าด้วยกันอยู่แล้ว รอให้ถึงช่วงปิดเทอมฤดูหนาว นายอยากไปไหนฉันก็จะไปเป็นเพื่อนนาย ไม่พาซูเจ๋อไปก็ได้”ผมเงยหน้าขึ้นมองสวี่อันอันแววตาของเธอเป็นประกายสว่างไสว ราวกับมีความคาดหวังมากมายต่ออนาคตที่เธอเพิ่งพูดถึงคำพูดที่จุกอยู่ที่ปากมาตลอดมื้ออาหารไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้อีกต่อไป“สวี่อันอัน ฉันสมัครเข้าหนาน...”“สวี่อันอัน เธอเห็นรูปถ่ายตู้สติกเกอร์ที่พวกเราถ่ายไหม ให้ลุงยามดูแล้วลืมทิ้งไว้ที่เขาหรือเปล่า...”เสียงร้องอุทานของซูเจ๋อดังขัดจังหวะคำพูดของผมยังไม่ทันที่ผมจะหยิบรูปถ่ายตู้สติกเกอร์ในกระเป๋าออกมาให้เขา เขาก็รีบร้อนดึงตัวสวี่อันอันจากไปครู่ต่อมา สวี่อันอันก็ส่งข้อความมาหาผม[รูปถ่ายตู้สติกเกอร์นั่น ซูเจ๋อดึงฉันไปถ่ายตอนที่กำลังรอนายน่ะ ไว้ฉันค่อยไปถ่ายกับนายแค่สองคนนะ][วันนี้ดึกมากไปแล้ว ฉันเรียกแท็กซี่ให้นายแล้วนะ นี่ทะเบียนรถ ถ้านายขึ้นรถแล้วก็บอกฉันด้วย]ผมลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ส่งรูปถ่ายตู้สติกเก
Read more
บทที่ 6
ผมไม่ได้บล็อกสวี่อันอันอีกเป็นครั้งที่สองทว่าตลอดทั้งปิดเทอมฤดูร้อน พวกเราต่างไม่ติดต่อหากันเหมือนรู้กันโดยไม่ต้องเอ่ยปากเพียงแค่ก้าวเดินไปตามการเดินทางของตัวเองปีนเขาไท่ซานตอนกลางคืน ผมได้เห็นทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นอันกว้างใหญ่ตระการตาตอนลงจากเขา ขาของผมสั่นพั่บ ๆ อย่างไม่เอาไหน ทำได้เพียงค่อย ๆ ขยับไปทีละก้าวราวกับหอยทากไม่มีผิดเฉียวซูหลั่ง เพื่อนร่วมทางที่บังเอิญรู้จักกันไม่ได้รังเกียจที่ผมเดินช้าตรงกันข้ามคือกลับทั้งรอและให้กำลังใจผมไปด้วย“หยวนเหย่ นายเก่งมากเลยนะ!”“ขาสั่นขนาดนี้ ยังยืนหยัดที่จะเดินลงเขาด้วยตัวเองอีก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายคือไอดอลของฉันเลย!”ผมถูกเขาอวยจนหน้าแดงก่ำ จึงพูดกับเขาด้วยความกระอักกระอ่วนว่า“นายล่วงหน้าลงไปก่อนเถอะ ฉันช้าเกินไป อย่าให้ต้องไปทำให้กำหนดการอื่นของพวกนายล่าช้าเลย”เมื่อได้ยินดังนั้น เฉียวซูหลั่งยังไม่ทันได้พูดอะไรเฉียวซินหราน พี่สาวที่มากับเขาก็ส่งยิ้มให้“วางใจเถอะ ไม่ล่าช้าหรอก”“เขาแทบจะภาวนาให้นายเดินช้า ๆ ด้วยซ้ำ เขาจะได้ถือโอกาสนี้พักเหนื่อยสักหน่อย”เมื่อเฉียวซูหลั่งได้ยินก็กลอกตาใส่พี่สาวตัวเอง“พี่หุบป
Read more
บทที่ 7
เมื่อมีสองพี่น้องตระกูลเฉียวคอยเป็นเพื่อนร่วมทางอีกสี่แห่งที่เหลือ ผมจึงใช้เวลาได้อย่างมีความสุขเป็นพิเศษและก็เป็นอย่างที่สองพี่น้องได้รับปากเอาไว้ ตลอดช่วงปิดเทอมฤดูร้อนกับภูเขาทั้งห้าลูกพวกเขาไม่เคยเร่งรัดผมเลยแม้แต่ครั้งเดียวตอนปีนเขา พอผมเพิ่งจะรู้สึกเหนื่อย ทั้งสองคนก็ส่งเสียงโวยวายขึ้นมาว่า“เหนื่อยเกินไปแล้ว รีบพักสักหน่อยเถอะ”ตอนสั่งอาหาร ผมดูเมนูช้า พวกเขาก็ไม่รีบร้อนเพราะพวกเขาต้องดูเมนูไปพร้อมกับดูรีวิว สุดท้ายก็มาปรึกษากับผมว่าพวกเราจะกินอะไรกันดีเมื่อพบว่ามือของผมมีผื่นขึ้นทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรออกมาตรง ๆ เพียงแต่ในช่วงเวลานั้น บนโต๊ะไม่เคยมีอาหารที่ผมต้องงดโผล่มาให้เห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวสองพี่น้องใส่ใจกันมากเกินไปแล้วถึงขั้นว่าตอนผมเลื่อนดูโซเชียลแล้วเห็นรูปคู่ของซูเจ๋อกับสวี่อันอันอยู่บ่อย ๆ ผมก็ไม่รู้สึกอ้างว้างเลยตอนเห็นซูเจ๋อส่งข้อความมาโอ้อวดผมเหมือนอย่างเคยผมก็สามารถทำเป็นมองไม่เห็นได้แม้กระทั่งสวี่อันอันที่มักจะโพสต์รูปของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่ผมชอบลงโซเชียลอยู่บ่อย ๆ พร้อมกับเขียนแคปชันว่า[ของขวัญที่ซื้อมาฝากใครบางคน +1 อีกแล้ว]ภายในใจข
Read more
บทที่ 8
ใบหน้าของผมพลันแดงก่ำขึ้นมาโชคดีที่เสียงประกาศเรียกตรวจตั๋วดังขึ้น ผมตอบอืมคำหนึ่งแล้วรีบวิ่งหนีไปทันทีด้านหลังก็มีเสียงเฉียวซูหลั่งโวยวายใส่เฉียวซินหรานดังตามมาติด ๆตอนที่กลับมาถึงบ้าน เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็จะเปิดเทอมแล้วผมใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์นี้ซื้อของที่จำเป็น และทยอยไปกินข้าวกับเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่จะไปเรียนต่อที่เมืองจิงเมื่อได้ยินว่าผมสมัครเข้าหนานต้าเพียงคนเดียวตอนแรกพวกเพื่อนร่วมชั้นก็ไม่เชื่อ จากนั้นก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น“หยวนเหย่ ฉันก็คิดว่านายอยู่ห่างจากพวกสวี่อันอันสักหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ”“สองคนนั้น คนหนึ่งก็เอาชื่อเพื่อนมาบังหน้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์คลุมเครือ ส่วนอีกคนก็เป็นผู้ชายแอ๊บใสซื่อ นายอยู่กับสองคนนั้นไปก็มีแต่จะยิ่งบั่นทอนตัวเองเปล่า ๆ”พอนึกถึงอดีตที่เคยถูกทั้งสองคนรังเกียจ จนรู้สึกกดดันและคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรดีเลยผมก็ยิ้มพลางยกแก้วขึ้น“นั่นสิ ต่อไปมันจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่”หลังจากบอกลาเพื่อนสนิทแล้วไม่นานก็ถึงวันก่อนเปิดเทอมวันนี้ตอนที่ผมกำลังตรวจดูสิ่งของและเตรียมตัวจะออกเดินทางจู่ ๆ เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นพอผลักปร
Read more
บทที่ 9
ไม่รู้ว่าประโยคไหนไปยั่วโมโหสวี่อันอันเข้าเธอโกรธจนหน้าแดงก่ำ“นายก็นับว่ารู้จักตัวเองดีนี่!”เธอทิ้งท้ายไว้แบบนั้นแล้วกระแทกประตูเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกระเป๋าเดินทางที่บรรจุของขวัญอยู่เต็มผมมองพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทาง แล้วคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอาของขวัญที่สวี่อันอันให้ผมมาตลอดหลายปีนี้ รวมถึงพวงกุญแจลูกบาสเกตบอลที่ผมมองว่าเป็นของรักของหวง และพกติดตัวไปด้วยทุกที่ ยัดใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทางด้วยกันยัดจนแน่นเอี้ยด แทบจะใส่ไม่พอจากนั้นผมก็กำชับแม่ว่าพรุ่งนี้ตอนที่สวี่อันอันโทรหา ค่อยเอาของพวกนี้ไปส่งที่บ้านของเธอก่อนเอากระเป๋าเดินทางที่เตรียมไว้ตั้งนานแล้ว เดินออกจากบ้านไปก้าวขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่มณฑลหนานครั้งนี้ผมก็ยังคงมาถึงแบบฉิวเฉียดเหมือนเดิมแต่ยังดีที่จะไม่มีใครมาคอยเร่งให้ผมเร็วขึ้นอีกแล้วมีเพียงข้อความที่เฉียวซินหรานส่งมา[ไม่ต้องรีบเกินไปนะ ระวังความปลอดภัยด้วย ตกเครื่องก็ยังมีเที่ยวต่อไป มหาลัยก็อยู่ตรงนั้นไม่ได้มีขาหนีไปไหนได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เฉียวซูหลั่งยังไม่ตื่นเลย]ผมมองข้อความ มุมปากก็ค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนปิดเครื่อง ผมตอบเธอกล
Read more
บทที่ 10
ในตอนแรกได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทีเดียวตอนสวี่อันอันนั่งซ้อนท้ายรถซูเจ๋อมาถึงหน้าประตูโรงเรียน รอยยิ้มบนมุมปากของหยวนเหย่ก็หดหายไปหนึ่งส่วนทันทีคนอื่นอาจจะดูไม่ออก แต่สวี่อันอันสัมผัสได้ว่าหยวนเหย่ไม่พอใจเป็นเพื่อนกันมาหลายปีตั้งแต่เด็ก เธอรู้จักหยวนเหย่ดีเกินไปแต่พอมองท่าทางหงอยเหงาของหยวนเหย่ นอกจากความดีใจแล้ว สวี่อันอันก็ยังรู้สึกปวดใจอยู่บ้างดังนั้นวันนั้นตอนที่ซูเจ๋อขอช่องทางติดต่อจากเธอเธอไม่ได้ให้ไปตรง ๆ เพียงแต่หันไปถามหยวนเหย่ว่า“หยวนเหย่ เราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก มีคนอื่นมาขอไอดีฉัน นายว่าฉันควรให้ไหม”เมื่อมองหยวนเหย่ที่หน้าแดงก่ำความรู้สึกพึงพอใจก็ผุดขึ้นมาในใจอย่างเป็นธรรมชาติ“แล้วแต่เธอ!”ทว่าหยวนเหย่กลับไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของและไม่ได้ห้ามไม่ให้เธอให้ แต่กลับหันหลังไปราวกับเลี่ยงไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดสวี่อันอันชะงักไปเล็กน้อยรู้ว่าหยวนเหย่หน้าบาง ก็เลยต้องกระตุ้นต่อไปเธอจึงแอดช่องทางติดต่อของซูเจ๋อไปบังเอิญที่ซูเจ๋อยังอยู่ห้องเดียวกันกับพวกเขาอีกดังนั้นในช่วงสามปีต่อมา สวี่อันอันจึงใช้ซูเจ๋อเป็นเครื่องมือกระตุ้นหยวนเหย่อย่างเป็นธร
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status