LOGINผมมักจะช้าไปครึ่งจังหวะเสมอ ส่วนเพื่อนสมัยเด็กอย่างสวี่อันอันและเพื่อนสนิทอย่างซูเจ๋อกลับเป็นคนใจร้อน ตอนกินข้าวด้วยกัน ผมเพิ่งกินไปได้แค่ครึ่งเดียว สองคนที่กินเสร็จแล้วก็โวยวายว่าจะไปเล่นเกมที่ร้านเน็ตข้าง ๆ แล้วทิ้งผมไว้ที่ร้านอาหาร ตอนว่ายน้ำด้วยกัน ผมว่ายไปได้ครึ่งทางขาก็เป็นตะคริวเลยร้องขอความช่วยเหลือ ถึงเพิ่งรู้ว่าทั้งสองคนขึ้นฝั่งไปก่อนนานแล้ว และหายตัวไป ตอนยื่นเลือกมหาวิทยาลัย ผมยังไม่ได้ล็อกอินเข้าระบบด้วยซ้ำ สองคนนั้นก็เลือกมหาวิทยาลัย กรอกข้อมูลและกดยืนยันเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ลุกขึ้นพร้อมกัน “หยวนเหย่ นายช้าเกินไปแล้ว ฉันรีบไปช่วยซูเจ๋อกดบัตรคอนเสิร์ต ไม่รอนายแล้วนะ” “เราสมัครจิงต้า นายห้ามกรอกผิดเด็ดขาดนะ” สวี่อันอันเพิ่งพูดจบ ซูเจ๋อก็ดึงเธอวิ่งออกไปข้างนอกทันที พวกเขาวิ่งออกไปอย่างรีบร้อนเสียจนเธอไม่ได้ยินประโยคนั้นของผม “ฉันไม่ไปจิงต้าแล้ว” “ต่อไปเธอไม่ต้องรอฉันแล้วนะ”
View Moreด้วยความผูกพันในอดีต เมื่อเห็นดูสวี่อันอันที่เป็นแบบนี้ต่อให้ผมจะไม่ชอบเธอแล้ว แต่ก็อดถอนหายใจไม่ได้“สวี่อันอัน ก่อนหน้านี้ที่ฉันอยากเข้าจิงต้าก็เพราะเธอชอบ ที่ฉันชอบมาตลอดคือหนานต้าต่างหาก”“ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงไม่สมัคร ก็เพราะฉันไม่อยากวิ่งตามรอยเท้าเธออีกแล้ว มันเหนื่อยเกินไป”“วันยื่นเลือกมหาลัย ฉันก็คิดจะบอกเธอแล้ว แต่เธอไม่เปิดโอกาสให้ฉันเอง”“หลังจากนั้นฉันก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นแล้ว”“และก็เพราะเธอเบี้ยวนัดฉัน ในใจก็เลยโกรธอยู่นิดหน่อย ก็เลยไม่ได้บอกเธอ”“แต่ตอนนี้ถือว่าหายกันแล้ว พรุ่งนี้ก็จะเปิดเทอมแล้ว เธอรีบกลับเมืองจิงไปเถอะ”ยิ่งผมพูด สีหน้าของสวี่อันอันก็ยิ่งซีดเผือดพอสิ้นเสียงคำสุดท้าย เธอก็โงนเงนทำท่าเหมือนจะล้มพับลงไป“ทำไมล่ะ ฉันกับซูเจ๋อไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย...คนที่ฉันชอบคือนายนะ”ผมยืนอึ้งภาพเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตแล่นผ่านเข้ามาในหัวสวี่อันอันชอบผมเหรอตอนแรกผมก็คิดว่าเธอชอบผม ถึงได้ไล่ผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ผมไปให้พ้น และฉีกจดหมายรักที่ผู้ชายคนอื่นส่งให้เธอทิ้งแต่หลังจากนั้น ผมกลับไม่กล้าเชื่ออีกแล้ว“ที่ฉันไปสนิทสนมกับซูเจ๋อ ก็เพื่อจะกระตุ้
วันออกเดินทาง สวี่อันอันที่ย้ายบ้านไปแล้วตั้งใจออกเดินทางล่วงหน้า ยอมอ้อมไกลมาที่บ้านของหยวนเหย่เพื่อรับเขาไปโรงเรียนด้วยกันแต่คนที่มาเปิดประตูกลับเป็นแม่ของหยวนเหย่เมื่อเห็นสวี่อันอัน แม่ของหยวนเหย่ก็รีบยื่นกระเป๋าเดินทางที่เขานำมาให้เมื่อวานส่งให้เธอ“อันอัน หนูมาพอดีเลย หยวนเหย่ฝากให้หนูน่ะ”สวี่อันอันพลันเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ยืนอึ้งอยู่กับที่ ทำอะไรไม่ถูกแม่ของหยวนเหย่ย่อมรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของทั้งสองคนตลอดสามปีที่ผ่านมาดีแต่เธอจะไปถือสากับเด็กก็ใช่ที่ โดยเฉพาะเมื่อเห็นสวี่อันอันเสียใจขนาดนี้เธอถอนหายใจ“หยวนเหย่สมัครเข้าหนานต้าน่ะ”“น้ากับพ่อของหยวนเหย่เป็นเพื่อนสนิทกับพ่อแม่ของหนู พวกหนูสองคนก็เติบโตมาด้วยกัน ไม่มีใครคิดเลยว่าพวกหนูจะเป็นแบบนี้”“แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ต่อไปพวกหนูก็ต่างคนต่างไปมีชีวิตที่ดีเถอะนะ”ข้างหูมีเสียงดังก้องสวี่อันอันไม่ได้ยื่นมือไปรับกระเป๋าเดินทางที่ส่งมาให้ กระทั่งกระเป๋าเดินทางของตัวเองก็ยังทิ้งไว้เธอวิ่งออกไปข้างนอกอย่างบ้าคลั่งเธอจะไปหนานต้า ไปตามหยวนเหย่กลับมา……ตอนที่ผมเดินทางมาถึงสนามบินมณฑลหนานเฉียวซินหรานกับเฉี
ในตอนแรกได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทีเดียวตอนสวี่อันอันนั่งซ้อนท้ายรถซูเจ๋อมาถึงหน้าประตูโรงเรียน รอยยิ้มบนมุมปากของหยวนเหย่ก็หดหายไปหนึ่งส่วนทันทีคนอื่นอาจจะดูไม่ออก แต่สวี่อันอันสัมผัสได้ว่าหยวนเหย่ไม่พอใจเป็นเพื่อนกันมาหลายปีตั้งแต่เด็ก เธอรู้จักหยวนเหย่ดีเกินไปแต่พอมองท่าทางหงอยเหงาของหยวนเหย่ นอกจากความดีใจแล้ว สวี่อันอันก็ยังรู้สึกปวดใจอยู่บ้างดังนั้นวันนั้นตอนที่ซูเจ๋อขอช่องทางติดต่อจากเธอเธอไม่ได้ให้ไปตรง ๆ เพียงแต่หันไปถามหยวนเหย่ว่า“หยวนเหย่ เราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก มีคนอื่นมาขอไอดีฉัน นายว่าฉันควรให้ไหม”เมื่อมองหยวนเหย่ที่หน้าแดงก่ำความรู้สึกพึงพอใจก็ผุดขึ้นมาในใจอย่างเป็นธรรมชาติ“แล้วแต่เธอ!”ทว่าหยวนเหย่กลับไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของและไม่ได้ห้ามไม่ให้เธอให้ แต่กลับหันหลังไปราวกับเลี่ยงไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดสวี่อันอันชะงักไปเล็กน้อยรู้ว่าหยวนเหย่หน้าบาง ก็เลยต้องกระตุ้นต่อไปเธอจึงแอดช่องทางติดต่อของซูเจ๋อไปบังเอิญที่ซูเจ๋อยังอยู่ห้องเดียวกันกับพวกเขาอีกดังนั้นในช่วงสามปีต่อมา สวี่อันอันจึงใช้ซูเจ๋อเป็นเครื่องมือกระตุ้นหยวนเหย่อย่างเป็นธร
ไม่รู้ว่าประโยคไหนไปยั่วโมโหสวี่อันอันเข้าเธอโกรธจนหน้าแดงก่ำ“นายก็นับว่ารู้จักตัวเองดีนี่!”เธอทิ้งท้ายไว้แบบนั้นแล้วกระแทกประตูเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกระเป๋าเดินทางที่บรรจุของขวัญอยู่เต็มผมมองพื้นที่ว่างในกระเป๋าเดินทาง แล้วคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอาของขวัญที่สวี่อันอันให้ผมมาตลอดหลายปีนี้ รวมถึงพวงกุญแจลูกบาสเกตบอลที่ผมมองว่าเป็นของรักของหวง และพกติดตัวไปด้วยทุกที่ ยัดใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทางด้วยกันยัดจนแน่นเอี้ยด แทบจะใส่ไม่พอจากนั้นผมก็กำชับแม่ว่าพรุ่งนี้ตอนที่สวี่อันอันโทรหา ค่อยเอาของพวกนี้ไปส่งที่บ้านของเธอก่อนเอากระเป๋าเดินทางที่เตรียมไว้ตั้งนานแล้ว เดินออกจากบ้านไปก้าวขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่มณฑลหนานครั้งนี้ผมก็ยังคงมาถึงแบบฉิวเฉียดเหมือนเดิมแต่ยังดีที่จะไม่มีใครมาคอยเร่งให้ผมเร็วขึ้นอีกแล้วมีเพียงข้อความที่เฉียวซินหรานส่งมา[ไม่ต้องรีบเกินไปนะ ระวังความปลอดภัยด้วย ตกเครื่องก็ยังมีเที่ยวต่อไป มหาลัยก็อยู่ตรงนั้นไม่ได้มีขาหนีไปไหนได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เฉียวซูหลั่งยังไม่ตื่นเลย]ผมมองข้อความ มุมปากก็ค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนปิดเครื่อง ผมตอบเธอกล