Share

บทที่ 3

Penulis: ใบงา
จังหวะนั้นเอง เพื่อนสนิทก็ส่งข้อความมาหาฉัน

[ฉันหาคลิปจากกล้องวงจรปิดบนเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยมาได้แล้วนะ ดูออกชัดเลยว่าน้องเธอแกล้งเป็นลม แล้วก็มีประวัติการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลด้วย ทุกอย่างปกติดี]

ไม่นานนัก คลิปวิดีโอและผลตรวจร่างกายก็ถูกส่งเข้ามาในมือถือฉัน

พอเห็นภาพน้องสาวแลบลิ้นในคลิป กับผลตรวจที่ระบุว่าสุขภาพแข็งแรงดี ฉันก็ได้แต่ยิ้มออกมา

ฉันพิมพ์ตอบกลับไปว่า [รอให้ฉันตายก่อนนะ แล้วค่อยส่งพวกนี้ไปให้ครอบครัวฉัน]

วันต่อมา ก่อนฉันจะจากไป ฉันเข้ารับการผ่าตัดบริจาคไตข้างหนึ่งให้น้องสาว และดวงตาข้างหนึ่งให้ลูกสาว

พอฟื้นขึ้นมา ฉันก็เห็นหลินซูอวี่ในชุดคนไข้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง

มีพ่อแม่และโจวหลินคอยรุมล้อม เธอกำลังอ้อนขอกินอาหารจากร้านดังทางฝั่งตะวันตกของเมือง

ภาพตรงหน้าช่างดูสุขสันต์กลมเกลียว ราวกับภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

ส่วนฉันก็เป็นแค่ส่วนเกินที่เข้าแทรกผิดที่ผิดเวลา

พอเห็นฉันลืมตาตื่น แววตาของหลินซูอวี่ก็ฉายแววผู้ชนะและเย้ยหยันวูบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียกเสียงหวาน

“พี่คะ ขอบคุณสำหรับทรัพย์สินที่ยกให้นะคะ หนูสัญญาว่าจะดูแลมันอย่างดีเลย!”

สามีหยิบเอกสารที่เหลือพร้อมกับบัตรธนาคารวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงของเธอ

“ทั้งบ้านและเงินเก็บ พี่ก็ยกให้คุณหมดแล้ว”

สิ้นเสียงเขา ภายในห้องผู้ป่วยก็เงียบกริบลง

พ่อเป็นคนแรกที่ได้สติ ท่านเดินเข้ามาหาฉันด้วยความตื่นเต้น แล้วตบไหล่ฉันเบา ๆ อย่างพึงพอใจ

“เด็กดี นี่สิลูกรักของพ่อ! ในที่สุดลูกก็รู้จักสงสารน้องสักทีนะ!”

แม่เองก็น้ำตาคลอเบ้า รีบเข้าไปกุมมือหลินซูอวี่ไว้

“เท่านี้ก็หมดห่วง ต่อไปลูกกับเสี่ยวหลินต้องใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขนะ”

โจวหลินโอบไหล่หลินซูอวี่ไว้ มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู

“เห็นไหม พี่สาวคุณเขาก็ยังรักคุณนะ”

พวกเขาคุยกันเรื่องอนาคตของหลินซูอวี่กับโจวหลินอย่างออกรสออกชาติ

ใบหน้าของทุกคนเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข แต่ช่างบาดตาฉันเหลือเกิน

ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าฉันแอบเอามือปิดปาก และไม่มีใครเห็นรอยเลือดสีแดงสดที่ฉันไอออกมาใส่มือตอนหันหลังให้พวกเขา

ฉันมีชีวิตเหลืออยู่อีกแค่วันเดียว

ในวันรองสุดท้ายของชีวิต ฉันยอมมอบทุกอย่างที่มีให้พวกเขา แต่ก็ยังไม่มีใครรักฉันอยู่ดี

อาการไออย่างรุนแรงทำให้ฉันแทบยืนไม่อยู่ กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ

ฉันรีบคว้าทิชชู่มาปิดปากไว้ ไม่อยากให้พวกเขาเห็นความผิดปกติใด ๆ

“นี่ อย่าไอเสียงดังนักสิ รบกวนเวลาน้องพักผ่อน”

แม่ขมวดคิ้วมองฉันแวบหนึ่ง น้ำเสียงบ่งบอกความไม่พอใจ

ฉันขยำกระดาษทิชชู่เป็นก้อนแล้วกำไว้แน่นในฝ่ามือ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นถามพวกเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“พ่อคะ แม่คะ โจวหลิน น้องเล็ก ตั๋วตั่ว ถ้าฉันต้องตายเพราะการปีนเขาครั้งนี้ พวกคุณจะเสียใจกันไหมคะ”

นี่คือความหวังสุดท้ายเพียงริบหรี่ที่ฉันเหลือไว้ให้พวกเขาและเหลือไว้ให้ตัวเอง

บรรยากาศเงียบกริบไปวินาทีหนึ่ง จากนั้นเสียงหัวเราะก็ระเบิดลั่นห้องผู้ป่วย

พวกเขาพากันหัวเราะราวกับว่าฉันเพิ่งเล่าเรื่องตลกที่สุดให้ฟัง

พ่อหัวเราะหนักที่สุด ท่านชี้หน้าฉันพลางส่ายหัว

“แกน่ะเหรอ แกตายได้เหรอ แกถึกทนยิ่งกว่าใคร ตั้งแต่เล็กจนโตแทบไม่เคยเป็นหวัด อย่ามาพูดจาเป็นลางแถวนี้น่า!”

โจวหลินก็หัวเราะเหมือนกัน เขาโอบกอดหลินซูอวี่ไว้แล้วพูดอย่างอ่อนโยน

“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วซูเหยียน สุขภาพของเสียวอวี่ต่างหากที่เราต้องเป็นห่วง”

“นั่นสิคะพี่” หลินซูอวี่ซบหน้าลงกับอกของโจวหลิน แล้วเอ่ยเสียงอ่อน “พี่อย่าล้อเล่นแบบนี้สิคะ หนูตกใจหมดเลย”

ฉันพยักหน้ารับ ความหวังสุดท้ายในใจดับวูบลงอย่างสมบูรณ์

ฉันเลิกสนใจพวกเขา แต่ก้มลงมองตั๋วตั่วลูกสาวที่นอนอยู่ด้านหลังโจวหลินแทน

“ตั๋วตั่ว”

“ช่วยเรียกแม่ว่าแม่สักครั้งได้ไหม”

ตลอดหลายปีมานี้ ฉันยอมรับว่าละเลยเธอเพราะมัวแต่ทุ่มเทให้กับอาชีพปีนเขา จนมีเวลาให้เธอน้อยมาก

เธอจึงโกรธเคืองและไม่เคยเรียกฉันว่าแม่เลยสักครั้ง แม้กระทั่งตอนที่ฉันบริจาคดวงตาให้แกไปแล้ว

ตั๋วตั่วไม่สนใจฉันเลย เธอกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของหลินซูอวี่ราวกับนกน้อยที่ร่าเริง

เธอกอดคอหลินซูอวี่ไว้แน่นแล้วตะโกนลั่น “แม่จ๋า ๆ ๆ แม่ต่างหากคือแม่ของหนู ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่!”

จากนั้นแกก็หันมามองฉัน ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ทั้งไร้เดียงสาและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน “บ๊ายบายค่ะคุณป้า! อย่ามารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณแม่หนูนะ!”

โจวหลินกับพ่อแม่มองภาพนั้น แล้วพากันยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 9

    เขาเคยคิดว่าการรู้ความของฉันเป็นเรื่องปกติที่สมควรจะเป็น ตอนนี้เขาถึงรู้ว่านั่นเป็นการที่ฉันใช้ชีวิตของตัวเองโอบอุ้มฝูงหมาป่าเอาไว้“อ๊ากกกกก!”โจวหลินคำรามออกมาประหนึ่งสัตว์ป่า เขาพุ่งเข้าไปหมายจะบีบคอผู้หญิงที่มีสีหน้าชั่วร้ายคนนั้นให้ตาย แต่กลับถูกตำรวจรั้งตัวไว้แน่นกว่าจะออกจากสถานีตำรวจ ฟ้าก็มืดแล้วโจวหลินเดินไปตามท้องถนนอันหนาวเหน็บ ราวกับวิญญาณเร่ร่อนเขาเดินไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าป้ายหลุมศพของฉันโดยไม่รู้ตัวบนป้ายหลุมศพ รูปถ่ายของฉันยังยิ้มแย้มอย่างสดใสเขาทรุดตัวนั่งคุกเข่าป้ายหลุมศพที่เย็นเฉียบ ช่างเหมือนกับอุณหภูมิร่างกายของฉันในกองหิมะวันนั้น“ซูเหยียน...ผมขอโทษ...”“ผมขอโทษ...”เขาพร่ำพูดคำเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดหลังจากฉันตาย ในที่สุดเขาก็หลั่งน้ำตาที่มาสายเกินไปเพื่อฉันหลินซูอวี่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาค้าขายอวัยวะมนุษย์โดยผิดกฎหมายและพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหมอคนนั้นเองก็ได้รับโทษทัณฑ์ตามที่ควรจะได้รับทรัพย์สินที่ฉันยกให้หลินซูอวี่ ทั้งบ้าน รถ เงินฝาก รวมถึงร้านแบรนด์อุปกรณ์ปีนเขาที่ฉันทุ่มเทสร้างมาสิบปี ถูกศาลสั่งย

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 8

    คนที่สติแตกที่สุดคือหลินซูอวี่จากเจ้าหญิงที่มีแต่คนประคบประหงมในอุ้งมือ เพียงชั่วข้ามคืนเธอกลายเป็นเป้าหมายที่คนทั้งอินเทอร์เน็ตด่าทอ แม้แต่คนในครอบครัวที่เคยตามใจเธอทุกอย่างก็เริ่มตำหนิติเตียนเธอ“พ่อแม่ พี่หลิน เชื่อฉันนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ...” เธอพยายามใช้หยดน้ำตาเรียกทุกอย่างกลับคืนมาแต่ไม่มีใครสนใจเธอ โจวหลินเพียงมองเธออย่างเหนื่อยล้า “เสียวอวี่ ถึงตอนนี้คุณยังจะโกหกอีกเหรอ”ในเวลานั้นเอง สวีหมิ่นก็ส่งของขวัญชิ้นที่สามที่อันตรายที่สุดไปที่สถานีตำรวจกล้องรูเข็มที่ฉันทิ้งไว้ในห้องผ่าตัดบันทึกหลักฐานสำคัญที่สุดเอาไว้ในวิดีโอหมอผ่าตัดกำลังต่อรองราคากับหลินซูอวี่“คุณหลิน ถึงไตข้างนี้จะเป็นของนักกีฬาระดับแนวหน้า แต่ก็ไม่ใช่สภาพที่ดีที่สุดราคาตลาดมืดขายน่าจะได้สักสิบห้าล้าน”“สิบห้าล้านน้อยเกินไปพี่ สาวฉันเป็นถึงแชมป์โลกปีนเขา ไตของเธอ ยังไงก็ต้องมียี่สิบห้าล้าน! อีกอย่างคุณต้องช่วยฉันปลอมแปลงประวัติการรักษาเรื่องไตเสียหายกับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตด้วย เราแบ่งกันคนละครึ่ง”พ่อแม่ที่ถูกตำรวจเรียกตัวมาสอบสวนพอได้ยินเข้าสีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที“กรี๊ด——!”แม่แผดเสียงร้อง พุ่ง

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 7

    พอเธอพูดจบก็พยักหน้าให้คนที่อยู่ข้างหลังจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านข้างโถงพิธีสว่างวาบขึ้นทันทีพร้อมกับเริ่มเล่นวิดีโอตัวหนึ่งฉากหลังคือห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยในภาพนั้นเป็นภาพหลินซูอวี่นั่งพิงขอบหน้าต่าง บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของความไม่สบายแม้แต่นิดเดียว เธอมองไปยังฉันที่นอนอยู่ในกองหิมะนอกหน้าต่างแล้วแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นใส่อย่างภูมิอกภูมิใจและท้าทายทั่วทั้งโถงพิธีเงียบกริบลงในพริบตาแขกเหรื่อทุกคนต่างเบิกตากว้าง มองจอภาพสลับกับหลินซูอวี่ที่ดูบอบบางราวกับจะพับไปได้ทุกเมื่อด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาใบหน้าทะเล้นที่ดูไร้เดียงสานั้น ช่างดูย้อนแย้งและน่ารังเกียจเมื่อเทียบกับท่าทางร้องไห้ปานจะขาดใจของเธอในตอนนี้“นี่มัน...นี่มันเรื่องอะไรกัน”“ไหนว่าเธอเวียนหัวจนต้องได้รับความช่วยเหลือก่อนไง ดูในคลิปสิ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังขึ้น ทำให้ใบหน้าของหลินซูอวี่ซีดเผือดลงทันที“ไม่...ไม่ใช่แบบนั้นนะ...นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!” เธอหวีดร้องพลางพยายามพุ่งตัวไปปิดโปรเจกเตอร์แม่เองก็เริ่มได้สติ หล่อนพุ่งเข้าใส่สวีหมิ่นอย่างแรง “นังสารเลว! แกใช้วิดีโอตัดต่อมาใ

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 6

    เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเริ่มไล่โทรหาโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ทั่วเมือง A“ฮัลโหลครับ ขอสอบถามหน่อยครับ...บ่ายวันนี้ที่โรงพยาบาลมีคนไข้ชื่อหลินซูเหยียนเสียชีวิตหรือเปล่าครับ”“ใช่ค่ะคุณผู้ชาย คุณหลินเสียชีวิตเนื่องจากป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและอวัยวะภายในล้มเหลวหลายระบบ แพทย์สุดยื้อชีวิตและเวลาบ่ายสามโมงสิบห้านาทีค่ะ”เมื่อได้รับคำยืนยันจากโรงพยาบาลแห่งที่สาม โทรศัพท์ในมือของโจวหลินก็ร่วงหล่นลงพื้นเรี่ยวแรงทั้งหมดเหือดหาย เขาเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพรมในที่สุดเขาก็เชื่อแล้วว่าฉันตายไปแล้วจริง ๆแม่มองสภาพหลุดลอยของโจวหลิน แล้วเดินเข้าไปหาด้วยความเห็นใจ ทว่าคนที่ท่านเลือกปลอบโยนกลับเป็นหลินซูอวี่ที่อยู่ในอ้อมกอดเขา“เสียวอวี่ ไม่ต้องร้องแล้ว พี่สาวลูกเขาแค่จงใจไม่อยากให้พวกเราอยู่อย่างสงบสุขนั่นแหละ”ท่านพูดลอดไรฟัน ราวกับว่าฉันไม่ใช่ลูกสาว แต่เป็นศัตรูคู่อาฆาต“ตอนอยู่ก็คอยแย่งชิงกับลูกทุกอย่าง ตายไปแล้วยังจะหาเรื่องมาให้พวกเราลำบากใจอีก! ตัวกาลกิณีจริง ๆ!”พ่อเองก็ค่อย ๆ ได้สติกลับมา ท่านถอนหายใจยาวเหยียด น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยหน่าย“เอาเถอะ คน

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 5

    ฉันตายแล้ววิญญาณของฉันลอยล่องอยู่กลางอากาศ ก่อนก้มลงมองโรงแรมเล็ก ๆ ซอมซ่อที่เชิงเขาสวีหมิ่นเพื่อนรักกอดร่างอันเย็นชืดของฉันเอาไว้ ร้องไห้ปานจะขาดใจเธอคือความอบอุ่นเดียวที่ฉันมีในโลกใบนี้ แต่ฉันกลับไม่สามารถตอบสนองเธอได้อีกแล้วสติสัมปชัญญะล่องลอยตามสายลมกลับมายังบ้านที่ฉันอาศัยมาสามสิบเอ็ดปีไฟในบ้านสว่างไสว เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขกลางห้องรับแขกมีเค้กสามชั้นก้อนโตวางอยู่ พ่อ แม่ โจวหลินและตั๋วตั่วลูกสาวกำลังล้อมรอบหลินซูอวี่ เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบสามสิบสองปีให้เธอวันนี้เดิมทีก็เป็นวันเกิดของฉันเหมือนกัน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นวันครบรอบวันตายของฉันไปเสียแล้ว“พี่ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ รับปากแล้วแท้ ๆ ว่าจะไม่พลาดวันเกิดฉัน”หลินซูอวี่ซบลงกับอกโจวหลิน แสร้งทำเป็นขมวดคิ้วกังวลใจแม่ยิ้มพลางขูดจมูกเธอเบา ๆ “พี่ของลูกก็ชอบทำตัวลึกลับแบบนี้แหละ ช่างเขาเถอะ เสียวอวี่ของเราเป็นนางเอกของงานนะ รีบอธิษฐานเร็ว”พ่อมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู “ใช่ ไม่ต้องรอแล้ว”โจวหลินจุดเทียนด้วยท่าทีอ่อนโยน “รีบอธิษฐานเถอะ อธิษฐานเสร็จ เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ สักที”ตั๋วตั่วปรบมืออย

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 4

    พ่อทอดถอนใจ “ดูสิ เด็กมันยังรู้เลยว่าใครดีกับตัวเอง”แม่พยักหน้าเห็นด้วย “ทีนี้ครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสักที”ครอบครัวเหรอใช่ พวกเขาทั้งห้าคนต่างหากคือครอบครัวฉันมองภาพความสุขของพวกเขาทั้งห้าคน แล้วหันหลังกลับ เปิดประตูห้องผู้ป่วยเดินออกมาเงียบ ๆเบื้องหลังของฉันคือเสียงหัวเราะแห่งความสุขของพวกเขาฉันปิดประตูลงเบา ๆ ขังเรื่องราวเหล่านั้นไว้เบื้องหลังตลอดกาลวันสุดท้ายก่อนตาย ฉันไม่อยากให้พวกเขามาเห็นสภาพอันน่าเวทนาของฉันเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก่อนที่ฉันจะตายฉันเดินทางไปถึงเมือง A ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฉันเริ่มปีนเขาเองครั้งแรกฉันไม่มีแรงจะปีนขึ้นไปอีกแล้ว ทำได้แค่หาโรงแรมเล็ก ๆ เชิงเขาเพื่อนอนพักในวาระสุดท้ายก่อนที่ฉันจะหมดสติ เพื่อนสนิทของฉันก็ตามมาจนเจอเธอรีบพาฉันส่งโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิต น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากไม่หยุดนึกไม่ถึงเลยว่า ก่อนตายจะมีแค่เธอที่อยู่เคียงข้าง มีแค่เธอที่เสียใจเพื่อฉันฉันมองหน้าเธอ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ชี้ไปที่เป้ตรงหัวเตียงเพื่อนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็เข้าใจความหมายทันทีเธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ปิดผนึกไว

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 1

    พายุหิมะโหมกระหน่ำจนทั้งครอบครัวติดแหง็กอยู่บนยอดเขา กว่าเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจะมาถึงก็ล่าช้าเต็มทีพอถึงคิวที่ฉันกับน้องสาวฝาแฝดจะต้องขึ้นเครื่อง ที่นั่งกลับเหลือว่างเพียงที่เดียวฉันที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เดิมทีก็ตั้งใจจะเสียสละสิทธิ์การช่วยเหลือนี้ให้น้องอยู่แล้วแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปาก

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 2

    พอตกเย็น โจวหลินสามีของฉันก็กลับมาทันทีที่ก้าวเข้าประตู เขาก็เดินปรี่เข้าไปหาพ่อกับแม่โดยไม่ปรายตามองฉันแม้แต่นิดเดียว“พ่อครับ แม่ครับ ไตของเสียวอวี่มีปัญหา จำเป็นต้องปลูกถ่ายไตใหม่ แต่เนื้อเยื่อของผมเข้ากันไม่ได้ครับ”ท่าทางทุกข์ร้อนใจของเขา ราวกับว่าเขาไม่ใช่สามีของฉัน แต่เป็นสามีของหลินซูอวี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status