Share

บทที่ 2

Penulis: ใบงา
พอตกเย็น โจวหลินสามีของฉันก็กลับมา

ทันทีที่ก้าวเข้าประตู เขาก็เดินปรี่เข้าไปหาพ่อกับแม่โดยไม่ปรายตามองฉันแม้แต่นิดเดียว

“พ่อครับ แม่ครับ ไตของเสียวอวี่มีปัญหา จำเป็นต้องปลูกถ่ายไตใหม่ แต่เนื้อเยื่อของผมเข้ากันไม่ได้ครับ”

ท่าทางทุกข์ร้อนใจของเขา ราวกับว่าเขาไม่ใช่สามีของฉัน แต่เป็นสามีของหลินซูอวี่

พ่อกับแม่ผุดลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความตกใจ “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ งั้นเราไปลองตรวจดูว่าเข้ากันได้ไหม”

ความรักที่ลำเอียงทำให้พวกเขาขาดสติ ไม่สนเลยว่าเรื่องจริงหรือเท็จ ขอเพียงหลินซูอวี่ต้องการ พวกเขาก็พร้อมจะแลกด้วยทุกอย่างเพื่อประเคนให้เธอ

ทั้งที่เมื่อครู่นี้ ฉันเพิ่งยืนยันอาการของน้องสาวกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งเขาบอกว่าเธอปกติดีทุกอย่าง

พอเห็นพวกเขาทำท่าจะออกไป ฉันจึงรีบเข้าไปขวางทั้งสามคนไว้

“หนูจะบริจาคไตให้เธอเองค่ะ เราเป็นฝาแฝดกัน หนูน่าจะเหมาะสมที่สุด”

“ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ หนูขอบริจาคกระจกตาข้างหนึ่งให้ตั๋วตั่วด้วย”

ตอนเด็ก ๆ ซูอวี่เคยพาลูกสาวอย่างตั๋วตั่วไปเล่นซน จนเป็นเหตุให้ตั๋วตั่วถูกสุนัขกัดจนเสียตาข้างซ้ายไป

หลายปีมานี้ แกเฝ้าฝันอยากจะมีดวงตาที่สวยงามครบทั้งสองข้าง แต่ก็ยังไม่ได้รับบริจาคกระจกตาเสียที

ในเมื่อตอนนี้ฉันก็ใกล้จะตายแล้ว ถือซะว่าช่วยทำให้ความปรารถนาของลูกสาวเป็นจริงก็แล้วกัน

พอได้ยินฉันพูดแบบนั้น โจวหลินก็รีบโทรศัพท์หาหลินซูอวี่ด้วยความดีใจทันที

ท่าทีอ่อนโยนแบบนั้น ฉันไม่ได้เห็นมาตั้งหลายปีแล้ว

หลังวางสาย เขาเดินเข้ามาหาฉันอย่างลังเล สีหน้าดูมีความกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย

“ซูเหยียน มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะปรึกษาคุณ”

ฉันมองหน้าเขาเงียบ ๆ รอให้เขาพูดต่อ

“คราวนี้เสียวอวี่ขวัญเสียมาก จนเกิดภาวะความจำสับสน เธอเข้าใจผิดว่าสามีของเธอคือผม และลูกสาวของเธอคือตั๋วตั่ว”

“หมอบอกว่าวิธีที่จะช่วยฟื้นความทรงจำของเธอได้คือต้องเออออไปตามความทรงจำของเธอ ผมอยากช่วยเธอ”

“พวกเราหย่ากันก่อนเถอะ พอความทรงจำของเธอกลับมาเมื่อไหร่ เราค่อยกลับมาจดทะเบียนกันใหม่”

ฉันมองหน้าเขา ผู้ชายที่ฉันเคยรักหมดหัวใจ

ตอนแต่งงานกัน เขาเคยให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเป็นที่พึ่งพิงที่เข้มแข็งที่สุดให้ฉันตลอดไป

แต่ตอนนี้เขากลับขอหย่ากับฉันเพียงเพื่อคำโกหกของผู้หญิงอีกคน

“ได้ค่ะ ฉันโอเค”

แววตาของโจวหลินฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง เขารีบหยิบหนังสือสัญญาหย่าออกมาทันทีราวกับกลัวว่าฉันจะเปลี่ยนใจ

เขาเลื่อนเอกสารมาตรงหน้าฉัน น้ำเสียงเจือความประจบเอาใจ

“ซูเหยียน คุณนี่ช่างรู้ความจริง ๆ ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้มันก็แค่ชั่วคราว รอให้เสียวอวี่อาการดีขึ้น...”

ฉันคร้านที่จะฟังคำสัญญาจอมปลอมของเขา ขณะที่กำลังจะจรดปากกาเซ็นชื่อ จู่ ๆ อาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรงก็จู่โจมเข้ามา ภาพตรงหน้ามืดดับ แล้วร่างของฉันก็ร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างควบคุมไม่ได้

หลังจากฝันร้ายติดต่อกันหลายเรื่อง ความหนาวเหน็บก็ปลุกฉันให้ตื่นขึ้น

พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่บนพื้นห้องที่เย็นเฉียบ

ทุกคนในครอบครัวยืนล้อมวงมองฉัน ทั้งพ่อ แม่ โจวหลินและตั๋วตั่ว ลูกสาววัยห้าขวบของฉัน

เมื่อมองหน้าพวกเขา ขอบตาฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมา “ถ้าฉันตายไปในพายุหิมะครั้งนั้น พวกคุณจะคิดถึงฉันบ้างไหม”

บนใบหน้าของพวกเขาไม่มีความห่วงใยหรือความสงสารเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความผิดหวังและความรำคาญที่แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“พ่อคะ หนูบอกแล้วไงว่าเธอแกล้งทำ!”

ตั๋วตั่วชี้หน้าฉัน แล้วฟ้องโจวหลินที่อุ้มแกอยู่เสียงดัง

“เธอเขาไม่อยากบริจาคไตให้น้าเล็ก แล้วก็ไม่อยากยกดวงตาให้หนู แถมยังไม่อยากหย่าแน่ ๆ เลย”

โจวหลินถอนหายใจ มองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย

“ซูเหยียน คุณเลิกทำตัวเป็นเด็ก ๆ สักทีได้ไหม เรารู้ว่าคุณไม่พอใจ แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้วิธีปลอม ๆ อย่างแกล้งเป็นลมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจแบบนี้เลย”

แม่เองก็ขมวดคิ้วมุ่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยการตำหนิติเตียน

“นั่นสิ เสียวอวี่ยังนอนทรมานอยู่ที่โรงพยาบาล แกจะมาเล่นละครตบตาใครแถวนี้ ร่างกายน้องยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ แกยังอยากจะให้น้องต้องมาเป็นกังวลเรื่องแกอีกเหรอ”

ฉันฟังคำกล่าวหาของพวกเขา แล้วจรดปากกาเซ็นชื่อลงในใบหย่าอย่างรวดเร็ว

“พรุ่งนี้ฉันจะไปบริจาคอวัยวะที่โรงพยาบาล แล้วถือโอกาสไปเยี่ยมน้องด้วย พอดีมีเอกสารการโอนทรัพย์สินบางอย่างที่ต้องให้เธอเซ็นด้วยตัวเอง”

พ่อกับแม่อึ้งไปครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงที่ฉันจะเป็นฝ่ายเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเอง

ความรำคาญบนใบหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นความพึงพอใจในทันที

“งั้นแกก็รีบ ๆ หน่อย อย่าปล่อยให้เสียวอวี่ต้องรอนาน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 9

    เขาเคยคิดว่าการรู้ความของฉันเป็นเรื่องปกติที่สมควรจะเป็น ตอนนี้เขาถึงรู้ว่านั่นเป็นการที่ฉันใช้ชีวิตของตัวเองโอบอุ้มฝูงหมาป่าเอาไว้“อ๊ากกกกก!”โจวหลินคำรามออกมาประหนึ่งสัตว์ป่า เขาพุ่งเข้าไปหมายจะบีบคอผู้หญิงที่มีสีหน้าชั่วร้ายคนนั้นให้ตาย แต่กลับถูกตำรวจรั้งตัวไว้แน่นกว่าจะออกจากสถานีตำรวจ ฟ้าก็มืดแล้วโจวหลินเดินไปตามท้องถนนอันหนาวเหน็บ ราวกับวิญญาณเร่ร่อนเขาเดินไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าป้ายหลุมศพของฉันโดยไม่รู้ตัวบนป้ายหลุมศพ รูปถ่ายของฉันยังยิ้มแย้มอย่างสดใสเขาทรุดตัวนั่งคุกเข่าป้ายหลุมศพที่เย็นเฉียบ ช่างเหมือนกับอุณหภูมิร่างกายของฉันในกองหิมะวันนั้น“ซูเหยียน...ผมขอโทษ...”“ผมขอโทษ...”เขาพร่ำพูดคำเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดหลังจากฉันตาย ในที่สุดเขาก็หลั่งน้ำตาที่มาสายเกินไปเพื่อฉันหลินซูอวี่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาค้าขายอวัยวะมนุษย์โดยผิดกฎหมายและพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหมอคนนั้นเองก็ได้รับโทษทัณฑ์ตามที่ควรจะได้รับทรัพย์สินที่ฉันยกให้หลินซูอวี่ ทั้งบ้าน รถ เงินฝาก รวมถึงร้านแบรนด์อุปกรณ์ปีนเขาที่ฉันทุ่มเทสร้างมาสิบปี ถูกศาลสั่งย

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 8

    คนที่สติแตกที่สุดคือหลินซูอวี่จากเจ้าหญิงที่มีแต่คนประคบประหงมในอุ้งมือ เพียงชั่วข้ามคืนเธอกลายเป็นเป้าหมายที่คนทั้งอินเทอร์เน็ตด่าทอ แม้แต่คนในครอบครัวที่เคยตามใจเธอทุกอย่างก็เริ่มตำหนิติเตียนเธอ“พ่อแม่ พี่หลิน เชื่อฉันนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ...” เธอพยายามใช้หยดน้ำตาเรียกทุกอย่างกลับคืนมาแต่ไม่มีใครสนใจเธอ โจวหลินเพียงมองเธออย่างเหนื่อยล้า “เสียวอวี่ ถึงตอนนี้คุณยังจะโกหกอีกเหรอ”ในเวลานั้นเอง สวีหมิ่นก็ส่งของขวัญชิ้นที่สามที่อันตรายที่สุดไปที่สถานีตำรวจกล้องรูเข็มที่ฉันทิ้งไว้ในห้องผ่าตัดบันทึกหลักฐานสำคัญที่สุดเอาไว้ในวิดีโอหมอผ่าตัดกำลังต่อรองราคากับหลินซูอวี่“คุณหลิน ถึงไตข้างนี้จะเป็นของนักกีฬาระดับแนวหน้า แต่ก็ไม่ใช่สภาพที่ดีที่สุดราคาตลาดมืดขายน่าจะได้สักสิบห้าล้าน”“สิบห้าล้านน้อยเกินไปพี่ สาวฉันเป็นถึงแชมป์โลกปีนเขา ไตของเธอ ยังไงก็ต้องมียี่สิบห้าล้าน! อีกอย่างคุณต้องช่วยฉันปลอมแปลงประวัติการรักษาเรื่องไตเสียหายกับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตด้วย เราแบ่งกันคนละครึ่ง”พ่อแม่ที่ถูกตำรวจเรียกตัวมาสอบสวนพอได้ยินเข้าสีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที“กรี๊ด——!”แม่แผดเสียงร้อง พุ่ง

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 7

    พอเธอพูดจบก็พยักหน้าให้คนที่อยู่ข้างหลังจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านข้างโถงพิธีสว่างวาบขึ้นทันทีพร้อมกับเริ่มเล่นวิดีโอตัวหนึ่งฉากหลังคือห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยในภาพนั้นเป็นภาพหลินซูอวี่นั่งพิงขอบหน้าต่าง บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของความไม่สบายแม้แต่นิดเดียว เธอมองไปยังฉันที่นอนอยู่ในกองหิมะนอกหน้าต่างแล้วแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นใส่อย่างภูมิอกภูมิใจและท้าทายทั่วทั้งโถงพิธีเงียบกริบลงในพริบตาแขกเหรื่อทุกคนต่างเบิกตากว้าง มองจอภาพสลับกับหลินซูอวี่ที่ดูบอบบางราวกับจะพับไปได้ทุกเมื่อด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาใบหน้าทะเล้นที่ดูไร้เดียงสานั้น ช่างดูย้อนแย้งและน่ารังเกียจเมื่อเทียบกับท่าทางร้องไห้ปานจะขาดใจของเธอในตอนนี้“นี่มัน...นี่มันเรื่องอะไรกัน”“ไหนว่าเธอเวียนหัวจนต้องได้รับความช่วยเหลือก่อนไง ดูในคลิปสิ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังขึ้น ทำให้ใบหน้าของหลินซูอวี่ซีดเผือดลงทันที“ไม่...ไม่ใช่แบบนั้นนะ...นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!” เธอหวีดร้องพลางพยายามพุ่งตัวไปปิดโปรเจกเตอร์แม่เองก็เริ่มได้สติ หล่อนพุ่งเข้าใส่สวีหมิ่นอย่างแรง “นังสารเลว! แกใช้วิดีโอตัดต่อมาใ

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 6

    เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเริ่มไล่โทรหาโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ทั่วเมือง A“ฮัลโหลครับ ขอสอบถามหน่อยครับ...บ่ายวันนี้ที่โรงพยาบาลมีคนไข้ชื่อหลินซูเหยียนเสียชีวิตหรือเปล่าครับ”“ใช่ค่ะคุณผู้ชาย คุณหลินเสียชีวิตเนื่องจากป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและอวัยวะภายในล้มเหลวหลายระบบ แพทย์สุดยื้อชีวิตและเวลาบ่ายสามโมงสิบห้านาทีค่ะ”เมื่อได้รับคำยืนยันจากโรงพยาบาลแห่งที่สาม โทรศัพท์ในมือของโจวหลินก็ร่วงหล่นลงพื้นเรี่ยวแรงทั้งหมดเหือดหาย เขาเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพรมในที่สุดเขาก็เชื่อแล้วว่าฉันตายไปแล้วจริง ๆแม่มองสภาพหลุดลอยของโจวหลิน แล้วเดินเข้าไปหาด้วยความเห็นใจ ทว่าคนที่ท่านเลือกปลอบโยนกลับเป็นหลินซูอวี่ที่อยู่ในอ้อมกอดเขา“เสียวอวี่ ไม่ต้องร้องแล้ว พี่สาวลูกเขาแค่จงใจไม่อยากให้พวกเราอยู่อย่างสงบสุขนั่นแหละ”ท่านพูดลอดไรฟัน ราวกับว่าฉันไม่ใช่ลูกสาว แต่เป็นศัตรูคู่อาฆาต“ตอนอยู่ก็คอยแย่งชิงกับลูกทุกอย่าง ตายไปแล้วยังจะหาเรื่องมาให้พวกเราลำบากใจอีก! ตัวกาลกิณีจริง ๆ!”พ่อเองก็ค่อย ๆ ได้สติกลับมา ท่านถอนหายใจยาวเหยียด น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยหน่าย“เอาเถอะ คน

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 5

    ฉันตายแล้ววิญญาณของฉันลอยล่องอยู่กลางอากาศ ก่อนก้มลงมองโรงแรมเล็ก ๆ ซอมซ่อที่เชิงเขาสวีหมิ่นเพื่อนรักกอดร่างอันเย็นชืดของฉันเอาไว้ ร้องไห้ปานจะขาดใจเธอคือความอบอุ่นเดียวที่ฉันมีในโลกใบนี้ แต่ฉันกลับไม่สามารถตอบสนองเธอได้อีกแล้วสติสัมปชัญญะล่องลอยตามสายลมกลับมายังบ้านที่ฉันอาศัยมาสามสิบเอ็ดปีไฟในบ้านสว่างไสว เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขกลางห้องรับแขกมีเค้กสามชั้นก้อนโตวางอยู่ พ่อ แม่ โจวหลินและตั๋วตั่วลูกสาวกำลังล้อมรอบหลินซูอวี่ เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบสามสิบสองปีให้เธอวันนี้เดิมทีก็เป็นวันเกิดของฉันเหมือนกัน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นวันครบรอบวันตายของฉันไปเสียแล้ว“พี่ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ รับปากแล้วแท้ ๆ ว่าจะไม่พลาดวันเกิดฉัน”หลินซูอวี่ซบลงกับอกโจวหลิน แสร้งทำเป็นขมวดคิ้วกังวลใจแม่ยิ้มพลางขูดจมูกเธอเบา ๆ “พี่ของลูกก็ชอบทำตัวลึกลับแบบนี้แหละ ช่างเขาเถอะ เสียวอวี่ของเราเป็นนางเอกของงานนะ รีบอธิษฐานเร็ว”พ่อมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู “ใช่ ไม่ต้องรอแล้ว”โจวหลินจุดเทียนด้วยท่าทีอ่อนโยน “รีบอธิษฐานเถอะ อธิษฐานเสร็จ เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ สักที”ตั๋วตั่วปรบมืออย

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 4

    พ่อทอดถอนใจ “ดูสิ เด็กมันยังรู้เลยว่าใครดีกับตัวเอง”แม่พยักหน้าเห็นด้วย “ทีนี้ครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสักที”ครอบครัวเหรอใช่ พวกเขาทั้งห้าคนต่างหากคือครอบครัวฉันมองภาพความสุขของพวกเขาทั้งห้าคน แล้วหันหลังกลับ เปิดประตูห้องผู้ป่วยเดินออกมาเงียบ ๆเบื้องหลังของฉันคือเสียงหัวเราะแห่งความสุขของพวกเขาฉันปิดประตูลงเบา ๆ ขังเรื่องราวเหล่านั้นไว้เบื้องหลังตลอดกาลวันสุดท้ายก่อนตาย ฉันไม่อยากให้พวกเขามาเห็นสภาพอันน่าเวทนาของฉันเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก่อนที่ฉันจะตายฉันเดินทางไปถึงเมือง A ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฉันเริ่มปีนเขาเองครั้งแรกฉันไม่มีแรงจะปีนขึ้นไปอีกแล้ว ทำได้แค่หาโรงแรมเล็ก ๆ เชิงเขาเพื่อนอนพักในวาระสุดท้ายก่อนที่ฉันจะหมดสติ เพื่อนสนิทของฉันก็ตามมาจนเจอเธอรีบพาฉันส่งโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิต น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากไม่หยุดนึกไม่ถึงเลยว่า ก่อนตายจะมีแค่เธอที่อยู่เคียงข้าง มีแค่เธอที่เสียใจเพื่อฉันฉันมองหน้าเธอ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ชี้ไปที่เป้ตรงหัวเตียงเพื่อนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็เข้าใจความหมายทันทีเธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ปิดผนึกไว

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 3

    จังหวะนั้นเอง เพื่อนสนิทก็ส่งข้อความมาหาฉัน[ฉันหาคลิปจากกล้องวงจรปิดบนเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยมาได้แล้วนะ ดูออกชัดเลยว่าน้องเธอแกล้งเป็นลม แล้วก็มีประวัติการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลด้วย ทุกอย่างปกติดี]ไม่นานนัก คลิปวิดีโอและผลตรวจร่างกายก็ถูกส่งเข้ามาในมือถือฉันพอเห็นภาพน้องสาวแลบลิ้นในคลิป กับผลตรวจ

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 1

    พายุหิมะโหมกระหน่ำจนทั้งครอบครัวติดแหง็กอยู่บนยอดเขา กว่าเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจะมาถึงก็ล่าช้าเต็มทีพอถึงคิวที่ฉันกับน้องสาวฝาแฝดจะต้องขึ้นเครื่อง ที่นั่งกลับเหลือว่างเพียงที่เดียวฉันที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เดิมทีก็ตั้งใจจะเสียสละสิทธิ์การช่วยเหลือนี้ให้น้องอยู่แล้วแต่ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status