แชร์

หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า
หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า
ผู้แต่ง: ใบงา

บทที่ 1

ผู้เขียน: ใบงา
พายุหิมะโหมกระหน่ำจนทั้งครอบครัวติดแหง็กอยู่บนยอดเขา กว่าเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจะมาถึงก็ล่าช้าเต็มที

พอถึงคิวที่ฉันกับน้องสาวฝาแฝดจะต้องขึ้นเครื่อง ที่นั่งกลับเหลือว่างเพียงที่เดียว

ฉันที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เดิมทีก็ตั้งใจจะเสียสละสิทธิ์การช่วยเหลือนี้ให้น้องอยู่แล้ว

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปาก น้องสาวกลับร้องโวยวายไม่หยุดว่าเวียนหัว

ทุกคนในบ้านจึงรีบช่วยกันฉุดมือน้อง ดันตัวเธอเข้าไปในห้องโดยสารทันที

สามีหันมามองฉันด้วยสายตาที่เจือความรู้สึกผิด “ซูเหยียน คุณรอรอบหน้านะ ร่างกายน้องอ่อนแอกว่า เราต้องพาเธอไปก่อน”

ลูกสาวยังปาก้อนหิมะใส่แขนข้างที่กระดูกหักของฉัน “น้าเล็กต้องการความช่วยเหลือมากกว่า แม่ห้ามแย่งนะ!”

พ่อกับแม่มองมาที่ฉันซึ่งนอนหมอบอยู่บนพื้นหิมะ แต่พวกเขากลับทำเพียงกอดน้องสาวไว้แน่น แล้วบอกให้ฉันอดทนรออีกหน่อย

ตั้งแต่เล็กจนโต พวกเขามักจะให้ฉันเป็นฝ่ายเสียสละเสมอ เพียงเพราะน้องสาวร่างกายอ่อนแอ จึงต้องการความรักและการปกป้องดูแลมากกว่า

ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน แม้ฉันจะบาดเจ็บไปทั้งตัว แต่พวกเขาก็ยังเลือกที่จะลำเอียงเข้าข้างน้องสาวอยู่ดี

ก่อนเฮลิคอปเตอร์จะทะยานขึ้น น้องสาวที่นั่งพิงหน้าต่างก็แลบลิ้นใส่ฉัน ทำหน้าทะเล้นล้อเลียนไม่หยุด

ที่แท้เธอก็ไม่ได้เวียนหัวเลยสักนิด ทุกอย่างเป็นแค่การเสแสร้ง เพียงเพื่อให้ตัวเองได้รอดไปก่อนเท่านั้น

ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ฉันมองเฮลิคอปเตอร์ที่บินห่างออกไป น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

น้องพี่ เธอไม่เห็นต้องเล่นลูกไม้แบบนี้เลย ต่อให้เธอไม่เป็นลม พี่ก็ตั้งใจจะเสียสละที่นั่งให้เธออยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้เพราะกลัวพวกเขาจะเป็นห่วง ฉันจึงปิดบังเรื่องที่ตัวเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่เดือนเดียว

แต่ในวาระสุดท้ายของชีวิต พวกเขาก็ยังเลือกที่จะลำเอียงรักแต่น้องสาว

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็จะขอส่งเสริมความรักของพวกเขา

หลังจากต้องทนหนาวเหน็บอยู่บนภูเขาหิมะนานถึงหนึ่งวันเต็ม ในที่สุดเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยก็มารับร่างที่หมดสติของฉันส่งโรงพยาบาล

เพราะอาการกำเริบหนัก เดิมทีที่ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกหนึ่งเดือน จึงเหลือเวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้น

สามวันสุดท้ายนี้ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะมอบทุกอย่างของฉันให้กับครอบครัว ตามความต้องการของทุกคน

หลังจากกินยาประคองชีพ ฉันก็ดิ้นรนกลับมาจนถึงบ้าน

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เห็นพ่อกับแม่กำลังรุมดูหน้าจอมือถือ สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยขณะวิดีโอคอลกับน้องสาวที่อยู่โรงพยาบาล

“ซูอวี่ อยากกินอะไรบอกแม่นะ เดี๋ยวแม่ตุ๋นไปส่งให้ถึงที่เลย”

“ไม่ต้องกังวลนะลูก เดี๋ยวพ่อจะไปอยู่เป็นเพื่อน”

ในวิดีโอ สามีกำลังป้อนโจ๊กให้น้อง ส่วนลูกสาวก็กำลังเล่านิทานให้เธอฟัง

เมื่อเห็นภาพความอบอุ่นเหล่านั้น ขอบตาของฉันก็แดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

ตอนที่ฉันป่วยหนัก ฉันยังไม่เคยได้รับการดูแลแบบนี้เลย แต่น้องสาวแค่แกล้งเวียนหัวกลับได้รับความทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน

แม่เงยหน้าขึ้นมา พอเห็นว่าเป็นฉัน รอยยิ้มก็จางหายไปในพริบตา สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที

“แกยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ! เสียวอวี่ต้องนอนโรงพยาบาลก็เพราะแก!”

น้ำเสียงของแม่เต็มไปด้วยการตำหนิติเตียน

“ถ้าไม่ใช่เพราะแกดึงดันจะพาคนทั้งบ้านไปปีนเขาหิมะ น้องจะต้องมาทนทรมานแบบนี้ไหม”

พ่อเองก็พูดเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่แพ้กัน

“แกเป็นถึงสุดยอดนักปีนเขา แต่กลับปกป้องครอบครัวไม่ได้ ปล่อยให้เราต้องตกอยู่ในอันตราย”

ฉันยืนฟังเงียบ ๆ โดยไม่โต้แย้งใด ๆ

พวกเขาคงลืมไปแล้วว่า ตอนแรกเป็นน้องสาวต่างหากที่ร้องไห้โวยวายจะไปเช็คอินที่ภูเขาหิมะให้ได้ ส่วนฉันปฏิเสธไปเพราะแผลเก่ายังไม่หายดี

เป็นพวกเขาและโจวหลินนั่นแหละ ที่ไม่อยากเห็นหลินซูอวี่ร้องไห้ จึงระดมกดดันฉันตลอดทั้งสัปดาห์ จนฉันจำใจต้องตอบตกลง

ประสบการณ์หลายปีสอนฉันว่าแก้ตัวไปก็ไร้ประโยชน์

ในบ้านหลังนี้ น้ำตาของหลินซูอวี่สำคัญยิ่งกว่าความจริงใด ๆ

ฉันคร้านจะเถียงด้วยแล้ว จึงหยิบเอกสารที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาจากกระเป๋าด้วยท่าทีสงบ

“พ่อคะ แม่คะ ร้านแบรนด์อุปกรณ์ปีนเขาของหนู โอนให้เสียวอวี่เถอะค่ะ ถือซะว่าเป็นของขวัญชดเชยให้เธอ”

สายตาของพวกเขาจับจ้องมาที่ฉันด้วยความสงสัย

ผ่านไปหลายวินาที ใบหน้าของพ่อถึงค่อย ๆ เผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมา

แม่เดินเข้ามาหา แล้วลูบหัวฉันด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“ซูเหยียน ลูกคิดได้สักที แบบนี้สิถึงจะสมกับเป็นพี่สาว”

พ่อเองก็พยักหน้าเห็นด้วย น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมมาก

“น้องสาวลูกร่างกายอ่อนแอ ลูกคอยช่วยเหลือเขาก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว”

นั่นสินะ ที่แท้ต้องให้ฉันประเคนน้ำพักน้ำแรงตลอดสิบปีให้ด้วยสองมือ ฉันถึงจะนับว่าเป็นพี่สาวที่ดีพอ

ฉันมองรอยยิ้มที่ดูโล่งอกของพวกเขา ทว่าในใจกลับรู้สึกอ้างว้างว่างเปล่า
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 9

    เขาเคยคิดว่าการรู้ความของฉันเป็นเรื่องปกติที่สมควรจะเป็น ตอนนี้เขาถึงรู้ว่านั่นเป็นการที่ฉันใช้ชีวิตของตัวเองโอบอุ้มฝูงหมาป่าเอาไว้“อ๊ากกกกก!”โจวหลินคำรามออกมาประหนึ่งสัตว์ป่า เขาพุ่งเข้าไปหมายจะบีบคอผู้หญิงที่มีสีหน้าชั่วร้ายคนนั้นให้ตาย แต่กลับถูกตำรวจรั้งตัวไว้แน่นกว่าจะออกจากสถานีตำรวจ ฟ้าก็มืดแล้วโจวหลินเดินไปตามท้องถนนอันหนาวเหน็บ ราวกับวิญญาณเร่ร่อนเขาเดินไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าป้ายหลุมศพของฉันโดยไม่รู้ตัวบนป้ายหลุมศพ รูปถ่ายของฉันยังยิ้มแย้มอย่างสดใสเขาทรุดตัวนั่งคุกเข่าป้ายหลุมศพที่เย็นเฉียบ ช่างเหมือนกับอุณหภูมิร่างกายของฉันในกองหิมะวันนั้น“ซูเหยียน...ผมขอโทษ...”“ผมขอโทษ...”เขาพร่ำพูดคำเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดหลังจากฉันตาย ในที่สุดเขาก็หลั่งน้ำตาที่มาสายเกินไปเพื่อฉันหลินซูอวี่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาค้าขายอวัยวะมนุษย์โดยผิดกฎหมายและพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหมอคนนั้นเองก็ได้รับโทษทัณฑ์ตามที่ควรจะได้รับทรัพย์สินที่ฉันยกให้หลินซูอวี่ ทั้งบ้าน รถ เงินฝาก รวมถึงร้านแบรนด์อุปกรณ์ปีนเขาที่ฉันทุ่มเทสร้างมาสิบปี ถูกศาลสั่งย

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 8

    คนที่สติแตกที่สุดคือหลินซูอวี่จากเจ้าหญิงที่มีแต่คนประคบประหงมในอุ้งมือ เพียงชั่วข้ามคืนเธอกลายเป็นเป้าหมายที่คนทั้งอินเทอร์เน็ตด่าทอ แม้แต่คนในครอบครัวที่เคยตามใจเธอทุกอย่างก็เริ่มตำหนิติเตียนเธอ“พ่อแม่ พี่หลิน เชื่อฉันนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ...” เธอพยายามใช้หยดน้ำตาเรียกทุกอย่างกลับคืนมาแต่ไม่มีใครสนใจเธอ โจวหลินเพียงมองเธออย่างเหนื่อยล้า “เสียวอวี่ ถึงตอนนี้คุณยังจะโกหกอีกเหรอ”ในเวลานั้นเอง สวีหมิ่นก็ส่งของขวัญชิ้นที่สามที่อันตรายที่สุดไปที่สถานีตำรวจกล้องรูเข็มที่ฉันทิ้งไว้ในห้องผ่าตัดบันทึกหลักฐานสำคัญที่สุดเอาไว้ในวิดีโอหมอผ่าตัดกำลังต่อรองราคากับหลินซูอวี่“คุณหลิน ถึงไตข้างนี้จะเป็นของนักกีฬาระดับแนวหน้า แต่ก็ไม่ใช่สภาพที่ดีที่สุดราคาตลาดมืดขายน่าจะได้สักสิบห้าล้าน”“สิบห้าล้านน้อยเกินไปพี่ สาวฉันเป็นถึงแชมป์โลกปีนเขา ไตของเธอ ยังไงก็ต้องมียี่สิบห้าล้าน! อีกอย่างคุณต้องช่วยฉันปลอมแปลงประวัติการรักษาเรื่องไตเสียหายกับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตด้วย เราแบ่งกันคนละครึ่ง”พ่อแม่ที่ถูกตำรวจเรียกตัวมาสอบสวนพอได้ยินเข้าสีหน้าก็ซีดเผือดลงทันที“กรี๊ด——!”แม่แผดเสียงร้อง พุ่ง

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 7

    พอเธอพูดจบก็พยักหน้าให้คนที่อยู่ข้างหลังจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านข้างโถงพิธีสว่างวาบขึ้นทันทีพร้อมกับเริ่มเล่นวิดีโอตัวหนึ่งฉากหลังคือห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยในภาพนั้นเป็นภาพหลินซูอวี่นั่งพิงขอบหน้าต่าง บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของความไม่สบายแม้แต่นิดเดียว เธอมองไปยังฉันที่นอนอยู่ในกองหิมะนอกหน้าต่างแล้วแลบลิ้นทำหน้าทะเล้นใส่อย่างภูมิอกภูมิใจและท้าทายทั่วทั้งโถงพิธีเงียบกริบลงในพริบตาแขกเหรื่อทุกคนต่างเบิกตากว้าง มองจอภาพสลับกับหลินซูอวี่ที่ดูบอบบางราวกับจะพับไปได้ทุกเมื่อด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาใบหน้าทะเล้นที่ดูไร้เดียงสานั้น ช่างดูย้อนแย้งและน่ารังเกียจเมื่อเทียบกับท่าทางร้องไห้ปานจะขาดใจของเธอในตอนนี้“นี่มัน...นี่มันเรื่องอะไรกัน”“ไหนว่าเธอเวียนหัวจนต้องได้รับความช่วยเหลือก่อนไง ดูในคลิปสิ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังขึ้น ทำให้ใบหน้าของหลินซูอวี่ซีดเผือดลงทันที“ไม่...ไม่ใช่แบบนั้นนะ...นี่ไม่ใช่เรื่องจริง!” เธอหวีดร้องพลางพยายามพุ่งตัวไปปิดโปรเจกเตอร์แม่เองก็เริ่มได้สติ หล่อนพุ่งเข้าใส่สวีหมิ่นอย่างแรง “นังสารเลว! แกใช้วิดีโอตัดต่อมาใ

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 6

    เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเริ่มไล่โทรหาโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ทั่วเมือง A“ฮัลโหลครับ ขอสอบถามหน่อยครับ...บ่ายวันนี้ที่โรงพยาบาลมีคนไข้ชื่อหลินซูเหยียนเสียชีวิตหรือเปล่าครับ”“ใช่ค่ะคุณผู้ชาย คุณหลินเสียชีวิตเนื่องจากป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและอวัยวะภายในล้มเหลวหลายระบบ แพทย์สุดยื้อชีวิตและเวลาบ่ายสามโมงสิบห้านาทีค่ะ”เมื่อได้รับคำยืนยันจากโรงพยาบาลแห่งที่สาม โทรศัพท์ในมือของโจวหลินก็ร่วงหล่นลงพื้นเรี่ยวแรงทั้งหมดเหือดหาย เขาเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพรมในที่สุดเขาก็เชื่อแล้วว่าฉันตายไปแล้วจริง ๆแม่มองสภาพหลุดลอยของโจวหลิน แล้วเดินเข้าไปหาด้วยความเห็นใจ ทว่าคนที่ท่านเลือกปลอบโยนกลับเป็นหลินซูอวี่ที่อยู่ในอ้อมกอดเขา“เสียวอวี่ ไม่ต้องร้องแล้ว พี่สาวลูกเขาแค่จงใจไม่อยากให้พวกเราอยู่อย่างสงบสุขนั่นแหละ”ท่านพูดลอดไรฟัน ราวกับว่าฉันไม่ใช่ลูกสาว แต่เป็นศัตรูคู่อาฆาต“ตอนอยู่ก็คอยแย่งชิงกับลูกทุกอย่าง ตายไปแล้วยังจะหาเรื่องมาให้พวกเราลำบากใจอีก! ตัวกาลกิณีจริง ๆ!”พ่อเองก็ค่อย ๆ ได้สติกลับมา ท่านถอนหายใจยาวเหยียด น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยหน่าย“เอาเถอะ คน

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 5

    ฉันตายแล้ววิญญาณของฉันลอยล่องอยู่กลางอากาศ ก่อนก้มลงมองโรงแรมเล็ก ๆ ซอมซ่อที่เชิงเขาสวีหมิ่นเพื่อนรักกอดร่างอันเย็นชืดของฉันเอาไว้ ร้องไห้ปานจะขาดใจเธอคือความอบอุ่นเดียวที่ฉันมีในโลกใบนี้ แต่ฉันกลับไม่สามารถตอบสนองเธอได้อีกแล้วสติสัมปชัญญะล่องลอยตามสายลมกลับมายังบ้านที่ฉันอาศัยมาสามสิบเอ็ดปีไฟในบ้านสว่างไสว เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแห่งความสุขกลางห้องรับแขกมีเค้กสามชั้นก้อนโตวางอยู่ พ่อ แม่ โจวหลินและตั๋วตั่วลูกสาวกำลังล้อมรอบหลินซูอวี่ เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบสามสิบสองปีให้เธอวันนี้เดิมทีก็เป็นวันเกิดของฉันเหมือนกัน แต่ตอนนี้มันกลายเป็นวันครบรอบวันตายของฉันไปเสียแล้ว“พี่ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ รับปากแล้วแท้ ๆ ว่าจะไม่พลาดวันเกิดฉัน”หลินซูอวี่ซบลงกับอกโจวหลิน แสร้งทำเป็นขมวดคิ้วกังวลใจแม่ยิ้มพลางขูดจมูกเธอเบา ๆ “พี่ของลูกก็ชอบทำตัวลึกลับแบบนี้แหละ ช่างเขาเถอะ เสียวอวี่ของเราเป็นนางเอกของงานนะ รีบอธิษฐานเร็ว”พ่อมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู “ใช่ ไม่ต้องรอแล้ว”โจวหลินจุดเทียนด้วยท่าทีอ่อนโยน “รีบอธิษฐานเถอะ อธิษฐานเสร็จ เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันจริง ๆ สักที”ตั๋วตั่วปรบมืออย

  • หลังฉันจากไป ครอบครัวก็เสียใจแทบบ้า   บทที่ 4

    พ่อทอดถอนใจ “ดูสิ เด็กมันยังรู้เลยว่าใครดีกับตัวเอง”แม่พยักหน้าเห็นด้วย “ทีนี้ครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสักที”ครอบครัวเหรอใช่ พวกเขาทั้งห้าคนต่างหากคือครอบครัวฉันมองภาพความสุขของพวกเขาทั้งห้าคน แล้วหันหลังกลับ เปิดประตูห้องผู้ป่วยเดินออกมาเงียบ ๆเบื้องหลังของฉันคือเสียงหัวเราะแห่งความสุขของพวกเขาฉันปิดประตูลงเบา ๆ ขังเรื่องราวเหล่านั้นไว้เบื้องหลังตลอดกาลวันสุดท้ายก่อนตาย ฉันไม่อยากให้พวกเขามาเห็นสภาพอันน่าเวทนาของฉันเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก่อนที่ฉันจะตายฉันเดินทางไปถึงเมือง A ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฉันเริ่มปีนเขาเองครั้งแรกฉันไม่มีแรงจะปีนขึ้นไปอีกแล้ว ทำได้แค่หาโรงแรมเล็ก ๆ เชิงเขาเพื่อนอนพักในวาระสุดท้ายก่อนที่ฉันจะหมดสติ เพื่อนสนิทของฉันก็ตามมาจนเจอเธอรีบพาฉันส่งโรงพยาบาลเพื่อยื้อชีวิต น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากไม่หยุดนึกไม่ถึงเลยว่า ก่อนตายจะมีแค่เธอที่อยู่เคียงข้าง มีแค่เธอที่เสียใจเพื่อฉันฉันมองหน้าเธอ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ชี้ไปที่เป้ตรงหัวเตียงเพื่อนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็เข้าใจความหมายทันทีเธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ปิดผนึกไว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status