Share

หลังทุกอย่างพังลง
หลังทุกอย่างพังลง
Penulis: แอนนา สมิธ

ตอนที่ 1

Penulis: แอนนา สมิธ
วันที่ฉันรู้ความจริง โลกทั้งใบก็หยุดหมุน

ฉันจำได้ว่ากำขอบเตียงแน่น ก่อนทุกอย่างจะมืดดับลงไป

หมอบอกว่าฉันเป็นลมเพราะช็อก

ลูก้า โมเร็ตติ—สามีของฉัน ชายผู้ที่ทุกคนเรียกว่า “ทายาททองคำของมาเฟีย”—ทิ้งดีลมูลค่าพันล้าน แล้วบินกลับบ้านในคืนเดียว เขาไม่หลับไม่นอนถึงสองวัน นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงฉัน ใบหน้าซีดด้วยความกลัว และเมื่อฉันลืมตาขึ้น เขาก็อยู่ตรงนั้น

“วาเลเรีย…” เขากระซิบ พลางกดฝ่ามือฉันแนบแก้ม “คุณทำผมแทบตาย”

นี่คือผู้ชายคนเดียวกับที่เคยจ้องปืนบรรจุกระสุนโดยไม่กะพริบตา แต่ตอนนี้กลับสั่นเพราะฉันล้มลง การมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่ฉันเคยเชื่อใจมากกว่าสิ่งใด—เจ็บยิ่งกว่าความปวดใด ๆ ที่ร่างกายฉันเคยรู้สึก ความรักแบบนี้ไม่น่าจะเสแสร้งได้

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็อดคิดไม่ได้…ว่าเขาเคยมองเธอแบบนี้หรือเปล่า เบียงก้า ริซโซ่ เพื่อนสมัยเด็กของเขา และผู้หญิงที่ให้กำเนิดลูกแฝดของเขา

ถ้าฉันไม่ได้เห็นหลักฐานกับตาตัวเอง—ทั้งรูปถ่ายและรายงานดีเอ็นเอ—ฉันคงไม่มีวันเชื่อ โลกมองลูก้าว่าสมบูรณ์แบบ แต่ความสมบูรณ์แบบมักซ่อนบางอย่างไว้เสมอ และความลับของเขาก็หายใจอยู่ข้างผู้หญิงอีกคนมานานถึงหนึ่งปีเต็ม

ฉันหันหน้าออกไป ปล่อยให้น้ำตาซึมซับลงหมอน มือสั่นขยับไปแตะหน้าท้อง หลังจากพยายามทำเด็กหลอดแก้วล้มเหลวมาหลายปี ในที่สุดฉันก็ตั้งท้อง และสิ่งเดียวที่ฉันทำได้ในตอนนั้น คือร้องไห้

ลูก้าดึงฉันเข้าไปในอ้อมแขน เสียงของเขาต่ำและอ่อนโยน

“เป็นอะไรไป ที่รัก ใครทำให้คุณไม่สบายใจ บอกผมมา เดี๋ยวผมจัดการให้เอง”

แต่แล้วฉันก็ได้กลิ่นจาง ๆ จากผิวของเขา—น้ำหอมราคาแพงที่ฉันไม่เคยใช้ ปะปนกับกลิ่นหวานนุ่มของนมผงเด็ก

ท้องฉันบิดเกร็ง ฉันผลักเขาออกแล้วเซไปทางห้องน้ำ ก่อนจะอาเจียนออกมา เขารีบตามมา จับผมฉันไว้ เช็ดหน้าให้ เขาเกลียดความสกปรก เขาเกลียดกลิ่นอาเจียน และถึงอย่างนั้น… เขาก็ยังคุกเข่าอยู่ตรงนั้น กระซิบเบา ๆ ว่า “ไม่เป็นไรนะ ผมอยู่นี่”

มันเกือบจะทำให้ฉันพังลงอีกครั้ง เพราะในวินาทีนั้น เขาคือผู้ชายที่ฉันตกหลุมรัก คนที่เคยเดินฝ่าไฟเพราะฉัน คนที่ฉันเคยคิดว่า… ชีวิตนี้ขาดเขาไม่ได้

ฉันเกือบจะให้อภัยเขา เกือบจะหลอกตัวเองว่า ถ้าเขาทิ้งเบียงก้า เราอาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ เริ่มต้นใหม่ เลี้ยงลูกของเราด้วยกัน แกล้งทำเป็นว่าโลกทั้งใบยังไม่พังทลายลงไปแล้ว

ฉันอ้าปากจะบอกเขา

“ลูก้า ฉัน—”

แต่โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขาจูบหน้าผากฉัน พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับงาน แล้วเดินออกจากห้องไป

สามสิบนาทีต่อมา เบียงก้าส่งรูปมาให้ฉัน ในภาพ ลูก้ากำลังอุ้มลูกแฝด ริมฝีปากของเขาแนบลงบนหน้าผากเล็ก ๆ ของเด็กทั้งสอง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาไม่ใช่ความรู้สึกผิด แต่มันคือความสงบ

และรูปนั้นก็ทำลายความหวังชิ้นสุดท้ายที่ฉันยังเหลืออยู่

ตอนที่ฉันออกจากโรงพยาบาล ฉันไม่ได้กลับบ้าน แต่ตรงไปหา คลารา เพื่อนที่รู้จักฉันมานานที่สุด—และเป็นคนเดียวที่ฉันยังพอจะไว้ใจได้ “ช่วยฉันหน่อย” ฉันพูด “ฉันต้องการให้เธอจัดฉากเครื่องบินตก” เธอมองฉันด้วยสายตาตกตะลึง แต่ฉันไม่กะพริบตา เพราะฉันรู้จักลูก้าดี เขาไม่มีวันปล่อยฉันไป และถ้าฉันอยากปกป้องลูกของฉัน ฉันต้องหายไป

คืนนั้น ฉันเริ่มเก็บของ

ฉันเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อทุกตัวที่ฉันเคยตัดเย็บให้เขาออกมา ตัดมันเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนทิ้ง เพชรทุกเม็ดที่เขาเคยให้ฉัน—ฉันยกให้แม่บ้านทั้งหมด และอัลบั้มรูปสิบหกเล่มที่เราทำร่วมกันตลอดหลายปี พร้อมคำสัญญาว่าเราจะเปิดดูมันด้วยกันตอนแก่ ฉันป้อนมันเข้าไปในเตาผิงทีละเล่ม

หน้ากระดาษม้วนงอ ไหม้ และกลายเป็นเถ้าถ่าน

เที่ยงคืน โทรศัพท์ของฉันดังขึ้นมา

คลาร่า: ทุกอย่างพร้อมแล้ว อีกสองวันนับจากนี้ คุณจะหายไปจากโลกนี้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 7

    เช้าวันถัดมา ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงจานชามกระทบกันดังมาจากชั้นล่าง ต่อให้ฉันหลับตาแน่นแค่ไหน ก็นอนไม่หลับเมื่อฉันลงไปในที่สุด ลูก้าก็อยู่ตรงนั้นแล้ว—แขนเสื้อพับขึ้น ยืนอยู่ข้างเตา แสร้งทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ กลิ่นซอสมะเขือเทศที่กำลังเคี่ยวลอยอบอวลไปทั่วครัวเขาเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงฉัน “อาหารกลางวันพร้อมแล้ว” เขาพูดเบา ๆ “คุณจะออกไปข้างนอกเหรอ”ฉันคว้าเสื้อโค้ท “ใช่”น้ำเสียงของเขาอ่อนลงไปอีก “ไม่กินก่อนเหรอ”ฉันสบตาเขาอย่างเย็นชาและมั่นคง “ทุกครั้งที่ฉันเห็นคุณ ฉันจะกินอะไรไม่ลง” ฉันพูด “ถ้าฉันอยู่ที่นี่ต่อ ฉันคงอดตาย”คำพูดนั้นเหมือนฟาดด้วยฝ่ามือใส่เขา เขาก้มหน้าลง นิ้วกำขอบโต๊ะแน่น “…งั้นคืนนี้กลับบ้านเร็ว ๆ นะ”ฉันไม่ตอบอะไร แค่ปิดประตูดังจนสั่นสะเทือนข้างนอก แสงสว่างจ้าเกินไป เกือบจะจ้าเกินรับไหว ฉันเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้ทิศทาง มือซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท หัวใจยุ่งเหยิงเป็นปมที่ฉันคลี่คลายไม่ออกตลอดหลายปี ฉันเฝ้ามองคลาร่ากับแฟนทะเลาะกันแล้วก็ดีกัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันเคยสงสัยว่าทำไมคนถึงทำแบบนั้น—ทำไมต้องทนอยู่กับความเจ็บปวด ทั้งที่การจากไปก็เป็นทางเล

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 6

    คืนนั้นไรอันโทรหาลูก้า พอถึงเช้า คนของตระกูลโมเร็ตติก็เริ่มสะกดรอยตามคลาร่าแล้ว และเมื่อในที่สุดลูก้าเห็นฉัน—ยืนอยู่ในสวนหน้าทาวน์เฮาส์เล็ก ๆ ที่ฉันเช่าอยู่—เขาก็หยุดชะงักเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีใครขยับ ดวงตาของเขาแดงก่ำในทันที ราวกับกลั้นหายใจมาหลายเดือนเจ็ดเดือน สองร้อยสิบสี่วัน เขาค้นหาทุกทวีป พลิกทุกมหาสมุทร—แต่เมื่อเราเผชิญหน้ากันจริง ๆ เขากลับดูหวาดกลัว กลัวว่าฉันจะมีตัวตนจริง และกลัวว่าไม่ใช่ฉันและเมื่อสายตาของเขาตกลงมาที่หน้าท้องของฉัน ลมหายใจเขาก็สะดุด เขารู้ เขาเข้าใจ ฉันไม่ได้เสียลูกไป“วาเลเรีย…” เสียงของเขาสั่นแตกเมื่อเอ่ยชื่อฉันฉันมองเขาเพียงครั้งเดียว ก่อนจะเบือนหน้าไป “ลูก้า” น้ำเสียงของฉันเย็นเฉียบ “ฉันจัดฉากการตายเพราะต้องการอิสรภาพ แต่ในเมื่อคุณหาฉันเจอแล้ว เรามาทำให้ชัดเจนอย่างหนึ่ง—ระหว่างคุณกับฉันมันจบแล้ว จบถาวร อย่าคิดว่าจะทำให้ฉันรู้สึกผิด ไล่ตามฉัน หรือบั่นทอนฉันจนยอมให้อภัย มันไม่มีวันเกิดขึ้น”เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เงียบงัน ฉันสูดลมหายใจให้มั่นคง แม้ข้างในจะสั่น “ถ้าคุณพยายามบังคับฉันกลับไปอีกครั้ง ฉันสาบาน คุณจะเสียฉันไปต

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 5

    มุมมองของวาเรเลียสามเดือนแล้วนับตั้งแต่ฉันหายไป สามเดือนนับตั้งแต่ฉันมองดูพาดหัวข่าวไว้อาลัยให้ฉัน ราวกับว่าฉันตายจากโลกนี้ไปตลอดกาล และสามเดือนนับตั้งแต่ฉันเริ่มแกล้งทำเป็นคนอื่นฉันเช่าอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ในเมืองชายฝั่งที่เงียบสงบ—สถานที่แบบที่ไม่มีใครตั้งคำถาม และเสียงทะเลก็ดังพอจะกลบความคิดได้ ในแต่ละวันฉันมักจะปิดม่านไว้ แสงแดดมันสว่างเกินไป จริงเกินไป ฉันนั่งอยู่บนโซฟาเป็นชั่วโมง ๆ ไม่ทำอะไรเลย แค่หายใจ และพยายามลืมแต่การลืมลูก้า โมเร็ตติก็เหมือนการพยายามเลิกหายใจ เขาแทรกตัวเองอยู่ในทุกรายละเอียดเล็ก ๆ ของชีวิตฉัน เขาไม่ใช่แค่ความทรงจำ—เขาคือความเคยชินครั้งหนึ่ง คลาร่าพาฉันออกไปกินข้าวกลางวัน พยายามทำให้ฉันยิ้มอีกครั้ง พนักงานเสิร์ฟยกอาหารจานที่ฉันเคยชอบมาให้ และก่อนที่ฉันจะรู้ตัว ฉันก็หันไปทางที่นั่งว่างข้าง ๆ “ที่รัก คุณต้องชอบแน่ ๆ” ฉันพูดเบา ๆ “กลับบ้านแล้วคุณต้องทำให้ฉันกินนะ”คำพูดหลุดออกไปก่อนที่ฉันจะห้ามตัวเองได้ คลาร่านิ่งชะงักฉันก็นิ่งชะงักเราหัวเราะกลบเกลื่อนมันไป แต่ฉันกินอาหารไม่หมดในยามค่ำคืน ฉันยังคงเอื้อมมือหาเขาในยามหลับ—ปลายนิ้วสัมผัสเพียงอากา

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 4

    มุมมองของลูก้าผมรู้สึกว่าโลกทั้งใบเอียงคว่ำก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น เสียงรอบตัวพร่าเลือน มีใครบางคนตะโกนเรียกชื่อผม หัวผมหมุนคว้าง สายตาเต็มไปด้วยภาพเบลอขาวโพลนวาเลเรียจะจากไปไม่ได้ ไม่มีทางผมฝืนดันตัวเองขึ้น เดินโซเซออกจากคฤหาสน์ แล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังโรงรถ ผมไม่สนการ์ด คำถาม หรือสายตาที่จับจ้องมา สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือหาตัวเธอให้เจอทันทีที่ผมขึ้นรถ สายตาก็เห็นซองจดหมายที่เธอทิ้งไว้บนเบาะข้างคนขับ ซองเดียวกับที่เธบอกให้ผมเปิดในอีกสองวัน อกผมแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ทุกจังหวะหัวใจเหมือนมีมีดบิดแทงอยู่ในซี่โครง ผมทุบหมัดลงบนพวงมาลัยจนข้อนิ้วแตกทำไมผมถึงยอมให้เธอบินคนเดียว ทำไมผมไม่ส่งนักบินไปด้วย เพราะผมวอกแวก เพราะผมมัวแต่จัดงานวันเกิดให้ลูกแฝดของเบียงก้า—ลูกแฝดที่ผมไม่ควรมีตั้งแต่แรกการค้นหาดำเนินต่อเนื่องเต็มสองวัน ตระกูลโมเร็ตติส่งทีมกู้ภัย เฮลิคอปเตอร์ และเรือออกไป ทุกระยะของมหาสมุทรแอตแลนติกในรัศมีหลายร้อยไมล์ถูกตรวจสอบ ไม่พบผู้รอดชีวิตเมื่อหัวหน้าชุดสืบสวนเข้ามาคุยกับผม เขาเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง “คุณโมเร็ตติ เมื่อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวตก

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 3

    เมื่อสองปีก่อน ลูก้าเริ่มกลับบ้านดึกกว่าปกติ เขาบอกว่ากำลังขยายธุรกิจของตระกูลไปต่างประเทศ ว่างานมัน “ยุ่งนิดหน่อย” แต่ตอนนี้ฉันรู้ความจริงแล้ว ที่เขายุ่ง ไม่ใช่เพราะธุรกิจของตระกูล แต่เพราะเขากำลังสร้างอาณาจักรให้ เบียงก้า ริซโซ่ความเจ็บปวดถาโถมใส่ฉันอย่างรุนแรงจนต้องกุมอกเอาไว้เพื่อหายใจ“เป็นอะไรไป ที่รัก?” ลูก้าลุกขึ้นทันที เก้าอี้ครูดกับพื้นหินอ่อนเสียงดัง “คุณหน้าซีด ผมจะเรียกหมอ”ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไร เสียงของเบียงก้าก็เฉือนอากาศราวกับเศษแก้วแตก “ยังเล่นบทภรรยาสมบูรณ์แบบอยู่อีกเหรอ อย่าฝืนตัวเองนักเลย เขาเบื่อของเล่นเปราะบางได้เร็วจะตาย—”เสียงฝ่ามือกระแทกดังพอจะทำให้ทั้งห้องเงียบงัน มือของลูก้าฟาดลงบนแก้มเธออย่างแรงจนแม้แต่ฉันยังสะดุ้ง “พูดอีกคำเดียว” เขาพูดเสียงเรียบ เย็นจนชวนขนลุก “แล้วผมจะทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่มีวันพูดได้อีก”เบียงก้ายกมือกดแก้ม ดวงตาเป็นประกายแวววาวด้วยความโกรธ แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่ควรยั่วยุเขาต่อ เธอเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีกเสียงหัวเราะค่อย ๆ กลับคืนสู่โต๊ะอาหาร แต่ผิวกายของฉันกลับเย็นเฉียบ ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาของลูก้าที่มองมา มือของเขาทับมือฉันไว

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 2

    คืนนั้นฉันไม่ได้นอนเลย ทุกครั้งที่หลับตา ฉันจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมน้ำตา พอถึงยามเช้า ฉันก็แค่นั่งอยู่ตรงนั้น—กอดเข่าชิดอก จ้องมองความมืดนิ่ง ๆ จนกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่อเช้าวันถัดมา ลูก้ากลับมาถึงบ้าน ฉันแกล้งทำเป็นหลับ เขาถอดเสื้อโค้ท วางมันลง รอให้ความเย็นจากภายนอกจางหายไปจากร่างกาย ก่อนจะดึงฉันเข้าไปในอ้อมแขน ฉันสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของเขา—หนักแน่น สม่ำเสมอ—แนบอยู่กับแผ่นหลังของฉัน“ที่รัก ดูนี่สิ” เขาพูดเสียงอ่อน เปิดแท็บเล็ตขึ้นมา ภาพของเกาะแห่งหนึ่งสว่างขึ้นบนหน้าจอ—หาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้า สวรรค์แบบที่ผู้คนชอบเอาไปเขียนลงนิยาย“ผมเพิ่งซื้อมา” เขาพูด น้ำเสียงแทบจะเหมือนเด็กผู้ชาย “เพื่อลูกของเรา และยังไม่หมดแค่นั้น—ผมเริ่มสร้างสวนสนุกไปทั่วประเทศแล้ว ทุกแห่งจะใช้ชื่อของลูกเรา พอเรามีเขาจริง ๆ ผมจะจัดงานครบหนึ่งร้อยวัน ให้ทั้งเมืองมาร่วมฉลอง”เขาดูภูมิใจกับตัวเองเหลือเกิน เต็มไปด้วยแผนการสำหรับอนาคตที่ฉันรู้ดีว่าจะไม่มีวันมาถึงเขาพูดไม่หยุด จนใช้เวลานานเกือบนาทีถึงจะรู้ตัวว่าฉันไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ แล้วเขาก็ได้ยินเสียงฉันสูดจมูก เขาหันมาทางฉัน—แล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status