Share

ตอนที่ 3

Author: แอนนา สมิธ
เมื่อสองปีก่อน ลูก้าเริ่มกลับบ้านดึกกว่าปกติ

เขาบอกว่ากำลังขยายธุรกิจของตระกูลไปต่างประเทศ ว่างานมัน “ยุ่งนิดหน่อย”

แต่ตอนนี้ฉันรู้ความจริงแล้ว

ที่เขายุ่ง ไม่ใช่เพราะธุรกิจของตระกูล แต่เพราะเขากำลังสร้างอาณาจักรให้ เบียงก้า ริซโซ่

ความเจ็บปวดถาโถมใส่ฉันอย่างรุนแรงจนต้องกุมอกเอาไว้เพื่อหายใจ

“เป็นอะไรไป ที่รัก?” ลูก้าลุกขึ้นทันที เก้าอี้ครูดกับพื้นหินอ่อนเสียงดัง “คุณหน้าซีด ผมจะเรียกหมอ”

ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไร เสียงของเบียงก้าก็เฉือนอากาศราวกับเศษแก้วแตก “ยังเล่นบทภรรยาสมบูรณ์แบบอยู่อีกเหรอ อย่าฝืนตัวเองนักเลย เขาเบื่อของเล่นเปราะบางได้เร็วจะตาย—”

เสียงฝ่ามือกระแทกดังพอจะทำให้ทั้งห้องเงียบงัน มือของลูก้าฟาดลงบนแก้มเธออย่างแรงจนแม้แต่ฉันยังสะดุ้ง “พูดอีกคำเดียว” เขาพูดเสียงเรียบ เย็นจนชวนขนลุก “แล้วผมจะทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่มีวันพูดได้อีก”

เบียงก้ายกมือกดแก้ม ดวงตาเป็นประกายแวววาวด้วยความโกรธ แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่ควรยั่วยุเขาต่อ เธอเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก

เสียงหัวเราะค่อย ๆ กลับคืนสู่โต๊ะอาหาร แต่ผิวกายของฉันกลับเย็นเฉียบ ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาของลูก้าที่มองมา มือของเขาทับมือฉันไว้ เสียงอ่อนลงด้วยความกังวล “ที่รัก เป็นอะไรไป ให้ผมพาคุณไปโรงพยาบาลนะ”

ฉันดึงมือออก “ฉันไม่เป็นไร แค่ขอไปเข้าห้องน้ำ”

แต่ทันทีที่ฉันก้าวออกไปในโถงทางเดิน เธอก็รออยู่ตรงนั้นแล้ว

เบียงก้า

“เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าตบเมื่อกี้มันมีความหมายอะไร” เธอแค่นเสียง “ใช่ เธอเป็นภรรยาเขา แต่ฉันต่างหากที่ให้ลูกแฝดกับเขา ถ้าฉันบอกว่าลูกไม่สบาย เขาจะรีบวิ่งมาหาฉันทันที พนันไหมล่ะ”

ฉันไม่ตอบ ไม่จำเป็นต้องตอบด้วยซ้ำ

เพราะทันทีที่ฉันกลับไปที่โต๊ะ ใบหน้าของลูก้าก็ซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก

เขารีบเข้ามาหา จูบหน้าผากฉัน “ที่รัก มีเรื่องด่วนที่งาน เดี๋ยวผมกลับมานะ ผู้จัดการดูแลทุกอย่างแล้ว คุณสนุกต่อเถอะ”

ฉันคว้าแขนเสื้อเขาไว้ “คุณไม่ได้สัญญาเหรอว่าจะอยู่กับฉันทั้งวันนี้ ได้โปรด ลูก้า… อย่าไป”

บางอย่างวาบขึ้นผ่านดวงตาของเขา—ความรู้สึกผิด ความลังเล หรืออาจเป็นความกลัว

เขามองฉันราวกับรู้ว่าการจากไปครั้งนี้จะทำให้เขาสูญเสียบางอย่างที่แม้แต่ตัวเองก็อธิบายไม่ได้ แต่แล้วเขาก็พูดเสียงเบา “ผมจะกลับบ้านคืนนี้ สัญญา”

แล้วเขาก็จากไป… แค่นั้นเอง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา โทรศัพท์ฉันสั่น

ข้อความจากเบียงก้า

เป็นวิดีโอหนึ่งคลิป

ฉันกดเล่น มือสั่น

ในวิดีโอ ลูก้าอยู่ตรงนั้น กำลังป้อนข้าวให้ลูก ๆ ของพวกเขา

เสียงของเบียงก้าลอยมาในคลิป “คุณซื้อเกาะให้เธอ ลูก้า ฉันอิจฉา ฉันอยากได้มันเป็นของขวัญวันเกิดให้ลูกแฝดเรา”

เขาขมวดคิ้ว “ไม่ เกาะนั้นสำหรับวาเลเรียกับลูกของเรา”

“คุณให้เกาะกับเธอเป็นเรื่องราวความรัก” เบียงก้าพูดเสียงนุ่ม “ให้เกาะนี้กับฉันสิ เพื่อให้ลูกชายของเรารู้ว่าพวกเขาไม่ได้เกิดมาพร้อมความอับอาย”

และแล้ว—เขาก็พยักหน้า

เบียงก้ามองตรงเข้ากล้อง ยิ้มรอยยิ้มโหดร้ายแบบเดิม

“เห็นไหม แม้แต่สิ่งที่ตั้งใจให้เธอ พอฉันขอ มันก็เป็นของฉันทันที เธอแพ้”

ฉันนั่งแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น โทรศัพท์หนักอึ้งในมือ

ทุกความทรงจำเกี่ยวกับความอ่อนโยนของเขาแทงทะลุฉันราวกับเศษแก้ว

วิธีที่เขาเคยพันผ้าพันแผลให้มือฉัน วิธีที่เขาเคยอุ้มฉันฝ่าฝนกลับบ้าน—

ทุกอย่างที่เขาเคยทำให้ฉัน เขาก็สามารถทำให้เธอได้เช่นกัน

ฉันพอแล้ว

พรุ่งนี้ฉันจะไป และจะไปตลอดกาล

คืนนั้น ลูก้ากลับมาบ้านและพบว่าฉันนอนอยู่บนเตียงแล้ว

เราไม่เคยแยกกันนอนมาก่อน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน เราก็จะรอกันเสมอ

แต่ครั้งนี้ ฉันทนมองหน้าเขาไม่ไหว

เขานอนลงข้างฉัน ดึงฉันเข้าไปใกล้ ลมหายใจอุ่นรดที่ต้นคอ

“ผมคิดถึงคุณมาก” เขากระซิบ “แค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่มันเหมือนผ่านไปเป็นปี

ถ้าคุณจากผมไป ผมคิดว่าผมคงอยู่ไม่ได้”

“…จริงเหรอ” ฉันพึมพำ ทั้งที่หลับตาอยู่

เขาจูบไหล่ฉัน “ว่าแต่เรื่องเกาะนั่น ผมไปดูมาแล้ว มันไม่ค่อยเป็นมงคลสำหรับเรา ผมเลยซื้อเพิ่มมาอีกสองแห่ง เดี๋ยวเราเลือกด้วยกันนะ”

ฉันยิ้มจาง ๆ ในความมืด “ทำอะไรก็แล้วแต่คุณ”

เขาชะงัก ราวกับรับรู้ถึงความเย็นชาในน้ำเสียงของฉัน

“ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า” เขาถามเบา ๆ

“เปล่า ฉันแค่เหนื่อย” ฉันสูดลมหายใจสั่น ๆ “ใกล้ถึงวันครบรอบของเราแล้ว พรุ่งนี้บ่ายฉันจะบินไปด้วยเจ็ตส่วนตัว ฉันสั่งของขวัญให้คุณจากต่างประเทศ อยากไปรับมันด้วยตัวเอง”

“คุณท้องอยู่นะ ที่รัก นั่นมันบินตั้งสิบห้าชั่วโมง ให้ผมไปแทนเถอะ”

ฉันหันไปมองเขา แล้วยิ้ม—รอยยิ้มแบบที่ฉันเคยยิ้ม “ไม่ ฉันอยากทำเอง”

มันทำให้เขาพ่ายแพ้ทันที เหมือนทุกครั้ง “ได้สิ แล้วแต่คุณเลย”

เช้าวันถัดมา เขาทำอาหารเช้าให้ฉันก่อนออกไปทำงาน

ก่อนจะเดินออกจากประตู ฉันยื่นซองปิดผนึกให้เขา

“มันสำหรับคุณ” ฉันพูดเสียงเบา “แต่อย่าเปิดจนกว่าจะผ่านไปสองวัน”

ข้างในมีสองอย่าง

รายงานการตั้งท้องของฉัน

และวิดีโอของเบียงก้า

เมื่อข่าวไปถึงเขา—ว่าเจ็ตของฉันตกเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก—เขาจะเปิดมัน

เขาจะรู้ว่าการทรยศของเขาทำให้เขาต้องสูญเสียอะไร

เขาจะรู้ว่าเขาเป็นคนฆ่าผู้หญิงที่เขาอ้างว่าอยู่ไม่ได้หากไม่มีเธอ

และฉันอยากให้เขามีชีวิตอยู่ไปทุกวันพร้อมกับความทรงจำนั้น

ทันทีที่เขาจากไป ฉันก็เก็บข้าวของและมุ่งหน้าไปสนามบิน

ระหว่างทาง โทรศัพท์ฉันสั่นอีกครั้ง

ข้อความจากเบียงก้า

“โรงแรมเดอลักซ์ เขาอยู่ที่นี่ อย่าพลาดการแสดงล่ะ”

ฉันไม่ควรไป ฉันรู้ดีว่าจะเห็นอะไร

แต่ฉันก็ไปอยู่ดี

มันเป็นวันเกิดของลูกแฝดพวกเขา

ผู้ใหญ่ของตระกูลโมเร็ตติ วงในของครอบครัว ทุกคนล้อมรอบเบียงก้า

พนักงานเรียกเธอว่า “คุณนายโมเร็ตติ”

ลูก้าไม่แก้ไขอะไร

เขาแค่ยิ้มให้เธอ—รอยยิ้มอ่อนโยนแบบที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของฉัน

แม้แต่พ่อแม่ของเขาก็ยิ้ม “ถ้าไม่มีเบียงก้า” แม่ของเขาพูดอย่างภาคภูมิใจ “ตระกูลโมเร็ตติก็คงไม่มีทายาทสืบสกุล ลูก้า สัญญากับแม่ว่าจะดูแลเธอให้ดี”

เขาหัวเราะอย่างสบายใจ “ผมเคยปฏิบัติกับเธอไม่ดีตอนไหนล่ะ สิ่งที่วาเลเรียมี เบียงก้าก็มีเหมือนกัน—เครื่องประดับ เสื้อผ้า ทุกอย่าง”

ฟางเส้นสุดท้ายของฉันขาด

คำพูดหวานทุกคำที่เขาเคยพูด จูบทุกครั้ง คำสัญญาทุกข้อ—

ทั้งหมดระเบิดอยู่ข้างใน เหลือเพียงเถ้าถ่าน

ทุกคนรู้กันหมด

ทุกคน… ยกเว้นฉัน

ไม่เหลืออะไรให้สู้

ไม่เหลืออะไรให้ให้อภัย

ขณะฉันหันหลังจะจากไป ฉันหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย

เขากำลังหัวเราะ แขนโอบไหล่เธอไว้

ฉันพึมพำเบา ๆ “ลาก่อน ลูก้า โมเร็ตติ ไม่มีวันอีกแล้ว”

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ขณะที่เขากำลังเล่นกับลูกแฝด โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

“คุณโมเร็ตติ” เสียงผู้ช่วยของเขาสั่น “เครื่องบินเจ็ทของภรรยาคุณ—

มันตกแล้ว เหนือเขตแอตแลนติก

ไม่มีผู้รอดชีวิต”

ลูก้านิ่งชะงัก สีหน้าซีด

“คุณ… พูดว่าอะไรนะ?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 7

    เช้าวันถัดมา ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงจานชามกระทบกันดังมาจากชั้นล่าง ต่อให้ฉันหลับตาแน่นแค่ไหน ก็นอนไม่หลับเมื่อฉันลงไปในที่สุด ลูก้าก็อยู่ตรงนั้นแล้ว—แขนเสื้อพับขึ้น ยืนอยู่ข้างเตา แสร้งทำเหมือนทุกอย่างเป็นปกติ กลิ่นซอสมะเขือเทศที่กำลังเคี่ยวลอยอบอวลไปทั่วครัวเขาเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงฉัน “อาหารกลางวันพร้อมแล้ว” เขาพูดเบา ๆ “คุณจะออกไปข้างนอกเหรอ”ฉันคว้าเสื้อโค้ท “ใช่”น้ำเสียงของเขาอ่อนลงไปอีก “ไม่กินก่อนเหรอ”ฉันสบตาเขาอย่างเย็นชาและมั่นคง “ทุกครั้งที่ฉันเห็นคุณ ฉันจะกินอะไรไม่ลง” ฉันพูด “ถ้าฉันอยู่ที่นี่ต่อ ฉันคงอดตาย”คำพูดนั้นเหมือนฟาดด้วยฝ่ามือใส่เขา เขาก้มหน้าลง นิ้วกำขอบโต๊ะแน่น “…งั้นคืนนี้กลับบ้านเร็ว ๆ นะ”ฉันไม่ตอบอะไร แค่ปิดประตูดังจนสั่นสะเทือนข้างนอก แสงสว่างจ้าเกินไป เกือบจะจ้าเกินรับไหว ฉันเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้ทิศทาง มือซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท หัวใจยุ่งเหยิงเป็นปมที่ฉันคลี่คลายไม่ออกตลอดหลายปี ฉันเฝ้ามองคลาร่ากับแฟนทะเลาะกันแล้วก็ดีกัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันเคยสงสัยว่าทำไมคนถึงทำแบบนั้น—ทำไมต้องทนอยู่กับความเจ็บปวด ทั้งที่การจากไปก็เป็นทางเล

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 6

    คืนนั้นไรอันโทรหาลูก้า พอถึงเช้า คนของตระกูลโมเร็ตติก็เริ่มสะกดรอยตามคลาร่าแล้ว และเมื่อในที่สุดลูก้าเห็นฉัน—ยืนอยู่ในสวนหน้าทาวน์เฮาส์เล็ก ๆ ที่ฉันเช่าอยู่—เขาก็หยุดชะงักเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีใครขยับ ดวงตาของเขาแดงก่ำในทันที ราวกับกลั้นหายใจมาหลายเดือนเจ็ดเดือน สองร้อยสิบสี่วัน เขาค้นหาทุกทวีป พลิกทุกมหาสมุทร—แต่เมื่อเราเผชิญหน้ากันจริง ๆ เขากลับดูหวาดกลัว กลัวว่าฉันจะมีตัวตนจริง และกลัวว่าไม่ใช่ฉันและเมื่อสายตาของเขาตกลงมาที่หน้าท้องของฉัน ลมหายใจเขาก็สะดุด เขารู้ เขาเข้าใจ ฉันไม่ได้เสียลูกไป“วาเลเรีย…” เสียงของเขาสั่นแตกเมื่อเอ่ยชื่อฉันฉันมองเขาเพียงครั้งเดียว ก่อนจะเบือนหน้าไป “ลูก้า” น้ำเสียงของฉันเย็นเฉียบ “ฉันจัดฉากการตายเพราะต้องการอิสรภาพ แต่ในเมื่อคุณหาฉันเจอแล้ว เรามาทำให้ชัดเจนอย่างหนึ่ง—ระหว่างคุณกับฉันมันจบแล้ว จบถาวร อย่าคิดว่าจะทำให้ฉันรู้สึกผิด ไล่ตามฉัน หรือบั่นทอนฉันจนยอมให้อภัย มันไม่มีวันเกิดขึ้น”เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เงียบงัน ฉันสูดลมหายใจให้มั่นคง แม้ข้างในจะสั่น “ถ้าคุณพยายามบังคับฉันกลับไปอีกครั้ง ฉันสาบาน คุณจะเสียฉันไปต

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 5

    มุมมองของวาเรเลียสามเดือนแล้วนับตั้งแต่ฉันหายไป สามเดือนนับตั้งแต่ฉันมองดูพาดหัวข่าวไว้อาลัยให้ฉัน ราวกับว่าฉันตายจากโลกนี้ไปตลอดกาล และสามเดือนนับตั้งแต่ฉันเริ่มแกล้งทำเป็นคนอื่นฉันเช่าอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ในเมืองชายฝั่งที่เงียบสงบ—สถานที่แบบที่ไม่มีใครตั้งคำถาม และเสียงทะเลก็ดังพอจะกลบความคิดได้ ในแต่ละวันฉันมักจะปิดม่านไว้ แสงแดดมันสว่างเกินไป จริงเกินไป ฉันนั่งอยู่บนโซฟาเป็นชั่วโมง ๆ ไม่ทำอะไรเลย แค่หายใจ และพยายามลืมแต่การลืมลูก้า โมเร็ตติก็เหมือนการพยายามเลิกหายใจ เขาแทรกตัวเองอยู่ในทุกรายละเอียดเล็ก ๆ ของชีวิตฉัน เขาไม่ใช่แค่ความทรงจำ—เขาคือความเคยชินครั้งหนึ่ง คลาร่าพาฉันออกไปกินข้าวกลางวัน พยายามทำให้ฉันยิ้มอีกครั้ง พนักงานเสิร์ฟยกอาหารจานที่ฉันเคยชอบมาให้ และก่อนที่ฉันจะรู้ตัว ฉันก็หันไปทางที่นั่งว่างข้าง ๆ “ที่รัก คุณต้องชอบแน่ ๆ” ฉันพูดเบา ๆ “กลับบ้านแล้วคุณต้องทำให้ฉันกินนะ”คำพูดหลุดออกไปก่อนที่ฉันจะห้ามตัวเองได้ คลาร่านิ่งชะงักฉันก็นิ่งชะงักเราหัวเราะกลบเกลื่อนมันไป แต่ฉันกินอาหารไม่หมดในยามค่ำคืน ฉันยังคงเอื้อมมือหาเขาในยามหลับ—ปลายนิ้วสัมผัสเพียงอากา

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 4

    มุมมองของลูก้าผมรู้สึกว่าโลกทั้งใบเอียงคว่ำก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น เสียงรอบตัวพร่าเลือน มีใครบางคนตะโกนเรียกชื่อผม หัวผมหมุนคว้าง สายตาเต็มไปด้วยภาพเบลอขาวโพลนวาเลเรียจะจากไปไม่ได้ ไม่มีทางผมฝืนดันตัวเองขึ้น เดินโซเซออกจากคฤหาสน์ แล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังโรงรถ ผมไม่สนการ์ด คำถาม หรือสายตาที่จับจ้องมา สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือหาตัวเธอให้เจอทันทีที่ผมขึ้นรถ สายตาก็เห็นซองจดหมายที่เธอทิ้งไว้บนเบาะข้างคนขับ ซองเดียวกับที่เธบอกให้ผมเปิดในอีกสองวัน อกผมแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ทุกจังหวะหัวใจเหมือนมีมีดบิดแทงอยู่ในซี่โครง ผมทุบหมัดลงบนพวงมาลัยจนข้อนิ้วแตกทำไมผมถึงยอมให้เธอบินคนเดียว ทำไมผมไม่ส่งนักบินไปด้วย เพราะผมวอกแวก เพราะผมมัวแต่จัดงานวันเกิดให้ลูกแฝดของเบียงก้า—ลูกแฝดที่ผมไม่ควรมีตั้งแต่แรกการค้นหาดำเนินต่อเนื่องเต็มสองวัน ตระกูลโมเร็ตติส่งทีมกู้ภัย เฮลิคอปเตอร์ และเรือออกไป ทุกระยะของมหาสมุทรแอตแลนติกในรัศมีหลายร้อยไมล์ถูกตรวจสอบ ไม่พบผู้รอดชีวิตเมื่อหัวหน้าชุดสืบสวนเข้ามาคุยกับผม เขาเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง “คุณโมเร็ตติ เมื่อเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวตก

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 3

    เมื่อสองปีก่อน ลูก้าเริ่มกลับบ้านดึกกว่าปกติ เขาบอกว่ากำลังขยายธุรกิจของตระกูลไปต่างประเทศ ว่างานมัน “ยุ่งนิดหน่อย” แต่ตอนนี้ฉันรู้ความจริงแล้ว ที่เขายุ่ง ไม่ใช่เพราะธุรกิจของตระกูล แต่เพราะเขากำลังสร้างอาณาจักรให้ เบียงก้า ริซโซ่ความเจ็บปวดถาโถมใส่ฉันอย่างรุนแรงจนต้องกุมอกเอาไว้เพื่อหายใจ“เป็นอะไรไป ที่รัก?” ลูก้าลุกขึ้นทันที เก้าอี้ครูดกับพื้นหินอ่อนเสียงดัง “คุณหน้าซีด ผมจะเรียกหมอ”ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไร เสียงของเบียงก้าก็เฉือนอากาศราวกับเศษแก้วแตก “ยังเล่นบทภรรยาสมบูรณ์แบบอยู่อีกเหรอ อย่าฝืนตัวเองนักเลย เขาเบื่อของเล่นเปราะบางได้เร็วจะตาย—”เสียงฝ่ามือกระแทกดังพอจะทำให้ทั้งห้องเงียบงัน มือของลูก้าฟาดลงบนแก้มเธออย่างแรงจนแม้แต่ฉันยังสะดุ้ง “พูดอีกคำเดียว” เขาพูดเสียงเรียบ เย็นจนชวนขนลุก “แล้วผมจะทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่มีวันพูดได้อีก”เบียงก้ายกมือกดแก้ม ดวงตาเป็นประกายแวววาวด้วยความโกรธ แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่ควรยั่วยุเขาต่อ เธอเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีกเสียงหัวเราะค่อย ๆ กลับคืนสู่โต๊ะอาหาร แต่ผิวกายของฉันกลับเย็นเฉียบ ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาของลูก้าที่มองมา มือของเขาทับมือฉันไว

  • หลังทุกอย่างพังลง   ตอนที่ 2

    คืนนั้นฉันไม่ได้นอนเลย ทุกครั้งที่หลับตา ฉันจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมน้ำตา พอถึงยามเช้า ฉันก็แค่นั่งอยู่ตรงนั้น—กอดเข่าชิดอก จ้องมองความมืดนิ่ง ๆ จนกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่อเช้าวันถัดมา ลูก้ากลับมาถึงบ้าน ฉันแกล้งทำเป็นหลับ เขาถอดเสื้อโค้ท วางมันลง รอให้ความเย็นจากภายนอกจางหายไปจากร่างกาย ก่อนจะดึงฉันเข้าไปในอ้อมแขน ฉันสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของเขา—หนักแน่น สม่ำเสมอ—แนบอยู่กับแผ่นหลังของฉัน“ที่รัก ดูนี่สิ” เขาพูดเสียงอ่อน เปิดแท็บเล็ตขึ้นมา ภาพของเกาะแห่งหนึ่งสว่างขึ้นบนหน้าจอ—หาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้า สวรรค์แบบที่ผู้คนชอบเอาไปเขียนลงนิยาย“ผมเพิ่งซื้อมา” เขาพูด น้ำเสียงแทบจะเหมือนเด็กผู้ชาย “เพื่อลูกของเรา และยังไม่หมดแค่นั้น—ผมเริ่มสร้างสวนสนุกไปทั่วประเทศแล้ว ทุกแห่งจะใช้ชื่อของลูกเรา พอเรามีเขาจริง ๆ ผมจะจัดงานครบหนึ่งร้อยวัน ให้ทั้งเมืองมาร่วมฉลอง”เขาดูภูมิใจกับตัวเองเหลือเกิน เต็มไปด้วยแผนการสำหรับอนาคตที่ฉันรู้ดีว่าจะไม่มีวันมาถึงเขาพูดไม่หยุด จนใช้เวลานานเกือบนาทีถึงจะรู้ตัวว่าฉันไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ แล้วเขาก็ได้ยินเสียงฉันสูดจมูก เขาหันมาทางฉัน—แล้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status