แชร์

หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน
หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน
ผู้แต่ง: ฟากฝั่งไร้กังวล

บทที่ 1

ผู้เขียน: ฟากฝั่งไร้กังวล
ฉันถูกเฮ่อจือโจวทรมานอยู่บนเตียงถึงสามวันสามคืน

เขาเคยเป็นสามีแต่งเข้าบ้านชั้นต่ำที่ฉันไม่เพียงไม่ยอมให้แตะต้อง แต่ยังเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้า

ตอนนี้ฉันตกอับ ส่วนเขาได้ดิบได้ดี เขาเลยระบายแรงใส่ฉันไม่หยุดหย่อนราวกับจะแก้แค้น

......

สามีของฉันเป็นสามีแต่งเข้าบ้าน

เดิมทีคนที่ฉันชอบคือน้องชายของเขา แต่เพราะงานเลี้ยงรุ่นครั้งหนึ่ง เขาฉวยโอกาสตอนฉันเมามายมานอนกับฉัน

เรื่องนี้บานปลายจนรู้กันไปทั่ว

พ่อฉันไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมให้ฉันแต่งงานกับเขา แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องแต่งเข้าบ้านเรา

ส่วนเขาเป็นลูกที่เกิดจากพ่อของเขากับอดีตภรรยา ตั้งแต่พ่อเขาหย่าและแต่งงานใหม่ พ่อก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขานัก

แต่ฐานะทางบ้านฉันดีมาก แถมฉันยังเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก การให้เขาแต่งเข้าบ้านเรา พ่อเขาย่อมปรารถนาอยู่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ เราสองคนจึงแต่งงานกัน

แต่ในใจฉันไม่สบอารมณ์เลย คนที่ฉันชอบคือน้องชายเขานี่นา

ด้วยความขุ่นเคืองในใจ ฉันจึงคอยจ้องจับผิดเขาทุกเรื่อง ตอนกลางคืนก็ให้นอนพื้น ไม่เคยยอมให้ขึ้นเตียง

ตอนกินข้าว ฉันกับพี่ชายก็คอยพูดจาถากถาง ข่มเหงเขา ไม่ยอมให้เขาคีบกับข้าว

ไปสังสรรค์กับเพื่อนแล้วฝนตก เขาอุตส่าห์เอาร่มมาให้ด้วยความห่วงใย ฉันก็ยังด่าทอเขาไปฉาดใหญ่

สรุปคือถ้าไม่ได้ด่าเขา ฉันจะไม่สบอารมณ์

แต่ผู้ชายคนนี้ก็แปลกประหลาด ราวกับคนไม่มีอารมณ์โกรธ ไม่ว่าฉันกับที่บ้านจะข่มเหงย่ำยีเขายังไง เขาก็ไม่เคยโมโห ยังคงทำตัวอ่อนโยนอยู่เสมอ

จะว่าไปเขาก็หน้าตาดีทีเดียว เพียงแต่ตอนเรียนเขาเก็บตัวมาก ผลการเรียนก็รั้งท้าย ซ้ำชั้นเป็นว่าเล่น เป็นพวกที่ใครในโรงเรียนพูดถึงก็ต้องส่ายหน้า

แต่น้องชายเขาไม่เหมือนกัน น้องชายเขาสดใสหล่อเหลา เรียนก็เก่ง เป็นคนดังในโรงเรียน

พอคิดว่าประกายไฟแห่งความรักที่เพิ่งจะจุดติดระหว่างฉันกับน้องชายเขาต้องมาถูกเขาดับมอดลง ในใจฉันก็พลันหงุดหงิดขึ้นมาอีก

กลางดึกฉันลุกจากเตียง ไปเตะเขาที่หลับสนิทอยู่บนพื้นจนตื่น แล้วบอกว่าหิวน้ำ

เขากระวีกระวาด ลุกไปรินน้ำให้ฉันทันที

เขาก็ช่างเอาใจใส่ รู้จักรินน้ำอุ่นให้ฉันในยามเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง

แต่พอคิดถึงงานเลี้ยงรุ่นคืนนั้นที่เขาฉวยโอกาส ฉันก็เกิดความโมโห สาดน้ำทั้งแก้วใส่หน้าเขา

โดนขนาดนี้เขาก็ยังไม่โกรธ ทำเพียงเดินเงียบ ๆ ไปเข้าห้องน้ำ

มองแผ่นหลังสูงใหญ่ที่เงียบงันของเขา ลึก ๆ ในใจฉันกลับเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ แต่พอคิดว่าความสุขทั้งชีวิตของฉันถูกเขาทำลายลง ความรู้สึกผิดนั้นก็มลายหายไปจนสิ้น

เขาถูกฉันรังแกย่ำยีอยู่แบบนี้ถึงสามปี

แต่สามปีมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เช่นบ้านฉันล้มละลาย เช่นฉันเริ่มชอบเขาขึ้นมานิดหน่อย และเช่น...เขาขอหย่ากับฉัน

ตอนที่เขายื่นหนังสือหย่าให้ฉัน เขาบอกว่ารักแรกของเขากลับมาแล้ว

ฉันยอมรับว่าวินาทีนั้น ในใจฉันเจ็บปวดมาก หัวใจเหมือนถูกมือยักษ์บีบรัด อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

แต่ฉันที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจตั้งแต่เด็กมีทิฐิสูง จึงไม่ได้แสดงอาการผิดหวังหรือเสียใจให้เขาเห็นเลยสักนิด แถมยังเซ็นชื่อลงในหนังสือหย่าอย่างฉับไว

หลังจากเซ็นเสร็จ จู่ ๆ เสียงทุ้มเย็นชาของเขาก็ดังขึ้น “อยากให้ผมส่งคนขับรถไปส่งคุณไหม”

ฉันชะงักไปครู่หนึ่งกว่าจะตั้งสติได้

จริงสิ คฤหาสน์ตรงหน้าที่ฉันอาศัยอยู่มานานกว่ายี่สิบปีหลังนี้ไม่ใช่ของบ้านฉันอีกต่อไปแล้ว

บ้านฉันล้มละลายแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดถูกขาย

ส่วนเขา สามีแต่งเข้าบ้านที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมแต่งงานกับฉันและถูกคนทั้งบ้านดูถูก กลับแอบตั้งบริษัทลับหลังพวกเรา ตอนนี้ยิ่งเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟู จนซื้อคฤหาสน์หลังนี้ไว้ได้

แต่ฉันไม่มีสิทธิ์ไปโทษเขา และไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องขอแบ่งทรัพย์สินจากเขา เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาซุ่มซ่อนอดทนมานานหลายปีและได้มาด้วยความพยายามของตัวเอง เขาไม่เคยใช้เงินของบ้านเราเลยสักแดงเดียว

เขามองฉันนิ่ง ๆ ไม่ได้เร่งรัดอะไร

แต่ความอ่อนโยนของเขานี่แหละ ที่ทำให้ฉันนึกถึงสิ่งที่ฉันเคยทำกับเขาในอดีต จนฉันรู้สึกละอายใจแทบแทรกแผ่นดินหนี

ทว่าในสถานการณ์แบบนี้ ที่ฉันตกอับส่วนเขาได้ดิบได้ดี เขาควรจะเอาคืนความอัปยศที่เคยได้รับในวันวานเป็นสองเท่าสิ

แต่เขาไม่ทำ ซ้ำยังอ่อนโยนเหมือนเคย

ฉันรีบตอบ “ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้”

พูดจบ ฉันก็วิ่งออกไปข้างนอกด้วยความลุกลี้ลุกลน

เสียงถามเรียบ ๆ ของเขาดังมาจากด้านหลัง “คืนนี้คุณมาหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มี” ฉันพุ่งพรวดออกจากลานบ้านโดยไม่หันกลับไปมอง

ข้างนอกฝนตกลงมา ฉันกำของขวัญในมือแน่น

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานสามปีของเรา

เมื่อก่อนฉันไม่เคยทำดีกับเขาเลย แต่พอรู้ตัวว่าเริ่มรู้สึกดีกับเขาแล้ว ฉันก็อยากจะใช้เวลาในวันเทศกาลแบบนี้กับเขาดี ๆ สักครั้ง

แต่คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่รอฉันอยู่กลับเป็นหนังสือหย่าฉบับหนึ่ง

ฉันแค่นยิ้มเยาะตัวเอง ปล่อยให้ฝนตกหนักสาดซัดใส่ตัวจนเปียกปอนดูไม่ได้

วันต่อมา ฉันป่วย ขดตัวอยู่ในผ้าห่มลุกไม่ขึ้น

ทว่าข้างนอกกลับมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นเป็นระลอก

ฉันลากสังขารอันอ่อนปวกเปียกออกไปดู ก็เห็นพ่อฉันนั่งอยู่บนกำแพงปูนหลุดลอก ร้องโวยวายว่าไม่อยากอยู่แล้ว

ตอนนี้พวกเราอาศัยอยู่ในตึกแถวเก่า ๆ สภาพแวดล้อมสกปรก แต่ค่าเช่าถูกมาก

แม่ฉันร้องไห้ฟูมฟายใส่พ่อ บอกว่าถ้าพ่อโดดลงไป แม่ก็จะโดดตาม ไม่ต้องอยู่กันแล้ว

ฉันปวดหัวแทบระเบิดตอนไปเกลี้ยกล่อมพ่อ บอกว่าแค่ล้มละลายเอง ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังไงก็มีความหวัง

แต่จู่ ๆ พ่อก็จ้องมองฉันเขม็ง สายตาอันร้อนแรงนั้นทำเอาฉันใจหายวาบ

วินาทีต่อมาพ่อก็พูดขึ้นว่า “ลูกไปขอร้องให้เฮ่อจือโจวช่วยพ่อหน่อยได้ไหม เขาเป็นลูกเขยบ้านเรา เขาต้องช่วยพวกเราแน่ ๆ”

แม่ก็รีบเสริม “ใช่ ถึงเมื่อก่อนพวกเราจะทำกับเขาไม่ค่อยดี แต่เห็นแก่หน้าลูก เขายื่นมือเข้าช่วยเหลือแน่ เพราะงั้นลูกไปขอร้องเขาเถอะนะ”

ฉันยิ้มขื่น พ่อกับแม่ยังไม่รู้ว่าฉันถูกเขาเฉดหัวทิ้งไปแล้ว

ฉันปฏิเสธที่จะไปขอร้องผู้ชายคนนั้น แต่พ่อก็เอาความตายมาขู่บังคับอีก

ฉันจนใจ สุดท้ายก็ต้องรับปาก

ก่อนออกเดินทาง แม่เอาเงินที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปจัดการเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้ฉัน เป็นชุดเดรสยาวคอวีลึก กับรองเท้าหนังหัวแหลมสุดเซ็กซี่

แม่ยังหาคนมาแต่งหน้าทำผมให้ฉันซะสวย

ฉันมองตัวเองในกระจก พลางกระตุกยิ้มเยาะที่มุมปาก

สภาพนี้ไม่เหมือนไปขอร้องคนเลยสักนิด เหมือนไปยั่วผู้ชายเสียมากกว่า

เพียงแต่ตอนนี้ ต่อให้ฉันแก้ผ้าไปยืนอยู่ตรงหน้าผู้ชายคนนั้น เกรงว่าเขาคงไม่แม้แต่จะปรายตามองฉันด้วยซ้ำ

จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจ คืนงานเลี้ยงรุ่นนั้นทำไมเขาถึงมานอนกับฉัน หรือว่าเขาก็เมา แล้วเห็นฉันเป็นรักแรกของเขา

ฉันสลัดความคิดว้าวุ่นเหล่านั้นทิ้งไป เพื่อให้พ่อแม่ตัดใจ ฉันเลยต้องทำทีไปขอร้องผู้ชายคนนั้น

ฉันสืบรู้มาว่าตอนนี้ผู้ชายคนนั้นอยู่ที่บริษัท ฉันจึงแบกสารรูปนี้พุ่งตรงไปที่บริษัทของเขาทันที

ส่วนพ่อกับแม่ก็รอ ‘ข่าวดี’ จากฉันอยู่ที่ชั้นล่างของบริษัทเขา

มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของพ่อกับแม่แล้ว ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ รู้สึกปวดใจอยู่นิด ๆ

เมื่อไปถึงชั้นที่เขาอยู่ ผู้คนมากมายต่างมองฉันด้วยสายตาแปลก ๆ ซ้ำบรรยากาศรอบตัวยังอบอวลไปด้วยเสียงซุบซิบนินทาและถ้อยคำเย้ยหยันสารพัด

ฉันทำเป็นหูทวนลม ยืดหลังตรง แล้วเดินตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของผู้ชายคนนั้น

ทว่าพอเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น ฉันก็ปอดแหก แผ่นหลังงองุ้มลงไปหลายส่วน

เวลานี้ เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทีสูงส่ง พลางส่งยิ้มมาให้ฉัน...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 200

    ทว่าฉันถอยไปหนึ่งก้าว เขาก็ก้าวตามมาหนึ่งก้าวสุดท้ายฉันก็ถูกเขาต้อนไปจนมุมที่มุมห้องเขายันมือไว้กับผนัง กักขังฉันไว้ระหว่างตัวเขากับผนังห้อง ดวงตาดำมืดคู่นั้นเอาแต่จ้องฉันตาไม่กะพริบฉันเบือนหน้าหนีอย่างลนลาน ถามเขาว่า “คุณต้องการอะไรกันแน่”เมื่อกี้ในห้องน้ำของร้านอาหาร ฉันพูดกับเขาชัดเจนแล้วว่าฉันไม่มีทางกลับไปกับเขาเขายังต้องการอะไรอีกเฮ่อจือโจวก้มมองฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงบนใบหน้าฉันเป็นจังหวะใจฉันว้าวุ่นวุ่นวายไปหมด ฉันค้อมตัวลงคิดจะหนีแต่ท่อนแขนของเขากลับเลื่อนต่ำลงมา กั้นฉันไว้อีกครั้งฉันมองเขาอย่างหงุดหงิด “เฮ่อจือโจว...”เฮ่อจือโจวเหยียดยิ้ม ไม่รู้ว่าฉันรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าในดวงตาดำของเขาคล้ายกับมีแววเจ็บปวดพาดผ่านแต่พอมองความดุดันเย็นชาและเย้ยหยันบนใบหน้าเขา ฉันก็รู้สึกว่าฉันคงคิดมากไปเองเฮ่อจือโจวพูดกับฉัน “คุณยอมอยู่ในที่แบบนี้ แต่ไม่ยอมกลับไปอยู่คฤหาสน์กับผมงั้นเหรอ”“ใช่!”ฉันตอบอย่างเด็ดขาดไม่ว่าจะเพื่อตัวฉันเอง หรือเพื่อลูกของฉัน ฉันก็ไม่มีทางกลับไปทนรับอารมณ์ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของเขา รวมถึงการหยามเกียรติราวกับคนโรคจิตของเขานั่นหรอกเฮ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 199

    ฉันเกร็งไปทั้งตัว ก่อนลุกขึ้นนั่ง ยังนึกว่าตัวเองหูแว่วไปเงียบไปไม่กี่วินาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกฉันขมวดคิ้ว ลุกขึ้นเดินเข้าไป “ใครน่ะ”นอกประตูไม่มีคนพูดลางสังหรณ์ไม่ดีสายหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในใจฉันถ้าเป็นพี่ชายกับอาเวย ฉันถามไปแบบนั้น พวกเขาต้องขานรับทันทีแน่แต่ตอนนี้ คนนอกประตูกลับเงียบงันคง...คงไม่ใช่เฮ่อจือโจวหรอกมั้งใจฉันลนลานขึ้นมา ฉันเค้นเสียงถามไปอีกประโยค “ใครน่ะ ถ้าไม่ส่งเสียงฉันไม่เปิดประตูให้นะ”นอกประตูยังคงเงียบฉันขมวดคิ้วย้ำว่า “ถ้าไม่ส่งเสียง ฉันไม่เปิดประตูให้จริง ๆ นะ”นอกประตูเงียบงันอยู่นาน ในที่สุดก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาเย็นเยียบและทุ้มต่ำ “เปิดประตู!”น้ำเสียงที่แฝงแววออกคำสั่ง ทำให้ใจฉันสั่นสะท้านเป็นเสียงของเฮ่อจือโจวจริง ๆ ด้วยฉันยังคงประเมินอำนาจของเขาต่ำไป นี่เพิ่งผ่านไปแค่สองชั่วโมงกว่า เขาก็หาที่อยู่ของฉันเจอแล้วแบบนี้ฉันยังจะไปหลบที่ไหนได้อีกฉันพิงหลังแนบกับประตู ในใจทั้งลนลานและว้าวุ่นเขามาหาฉันตอนดึกดื่นค่อนคืน เขาคิดจะทำอะไรกันแน่“เปิดประตู ถังอันหราน!” เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงเย็นชากดดันของเข

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 198

    เฮ่อจือโจวเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน มองฉันด้วยรอยยิ้มเย็นชา คล้ายกับกำลังรอฟังคำตอบของฉันฉันหลุบตาลง แล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาฉันมองกู้ชิงชิง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้อแรก อาเวยไม่ใช่แฟนฉันข้อสอง พวกเราคนธรรมดาก็เป็นแบบนี้แหละ ยังไงก็เทียบกับความสูงส่งของคุณกู้ไม่ได้อยู่แล้วเพราะงั้นวันหลังถ้าคุณกู้เจอฉัน ทางที่ดีอย่าเข้ามาทักเลยค่ะ จะได้ไม่ทำให้ระดับของคุณกู้ตกต่ำลงไปด้วย”กู้ชิงชิงทำหน้าเหมือนถูกรังแกขึ้นมาทันที “คุณถัง ฉันแค่แปลกใจรสนิยมของคุณเฉย ๆ ทำไมคุณต้องพูดขนาดนี้ด้วยยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน แถมคุณกับพี่จือโจวก็ยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งนั่น...”“ความสัมพันธ์อะไรคะ”ฉันเริ่มโมโหขึ้นมาแล้ว เดิมทีการต้องมาเจอพวกเขาก็ทำให้ฉันหงุดหงิดมากพออยู่แล้ว กู้ชิงชิงยังจะมาพูดจาเหน็บแนมฉันไม่หยุดอีกฉันจ้องกู้ชิงชิง เน้นย้ำทีละคำ “ฉันกับพี่จือโจวของคุณไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้น...”ยังพูดไม่ทันจบ เฮ่อจือโจวก็ลุกพรวดขึ้นมาเขาดูโมโหอยู่บ้าง เก้าอี้ตัวนั้นถูกเขาขยับจนเกิดเสียงดังกู้ชิงชิงมองเขาอย่างระมัดระวัง “พี่จือโจวคะ...”เฮ่อจือโจวปร

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 197

    ฉันรีบหลุบตาลง ในใจว้าวุ่นถึงขีดสุดตอนนี้เฮ่อจือโจวรู้แล้วว่าฉันอยู่ที่ย่านแออัดกลางเมืองนี่ ขอแค่เขาอยากจะสืบ ไม่นานก็ต้องรู้ที่อยู่กับที่ทำงานปัจจุบันของฉันแน่ไม่รู้ว่าเขาจะยอมปล่อยฉันไปไหมถ้าเขาตั้งใจจะแก้แค้นฉัน อย่าว่าแต่จะทำงานนั้นต่อไม่ได้เลย แม้แต่ที่พักเล็ก ๆ นั่นฉันก็คงกลับไปไม่ได้ด้วยซ้ำน่าหงุดหงิดชะมัด!กว่าชีวิตกับหน้าที่การงานของฉันจะลงตัวได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทำไมต้องมาเจอเขาด้วยนะเขานี่ก็แปลกคน สภาพแวดล้อมดี ๆ ในเมืองมีตั้งเยอะแยะไม่ยอมอยู่ จะพากู้ชิงชิงถ่อมาทำอะไรที่ย่านแออัดกลางเมืองนี่ระหว่างกำลังคิดด้วยใจที่ว้าวุ่นจู่ ๆ อาเวยก็หันมาพูดกับฉัน “เสี่ยวถัง ฉันสั่งเพิ่มไปอีกตั้งหลายอย่างเลยนะ ทั้งเนื้อวัวผัดพริกดอง กบภูเขาผัดพริกดอง แล้วก็หอยเป๋าฮื้อปลิงทะเลอีกอย่างละจาน ยังไงซะก็มีคนเลี้ยง เดี๋ยวเธอต้องกินเยอะ ๆ เลยนะ”พอได้ยินอาเวยพูดแบบนั้น ฉันก็ยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมฉันไม่เคยคิดจะให้กู้ชิงชิงกับเฮ่อจือโจวเป็นคนเลี้ยงเลยสักนิดอาหารที่เขาสั่งไปมื้อนี้ อย่างน้อยก็ใช้เงินเดือนฉันไปครึ่งหนึ่งแล้วกลุ้มใจจริง ๆ!ต่อไปถ้าเจอกู้ชิงชิง ฉันต้องอยู่ให้ห่าง

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 196

    อาเวยไม่สนใจความเป็นตายของฉันแล้ว เขาหันไปสั่งพนักงานเสิร์ฟคนนั้น “ผมเอาปูคิงแครบที่หนึ่ง แล้วก็...”เขาพูดพลางเปิดเมนูไปด้านหลังอย่างรวดเร็วฉันเริ่มร้อนรน นี่เขาคิดจะสั่งไวน์แดงราคาสองแสนห้าหมื่นนั่นจริง ๆ หรือไงฉันรีบตะครุบเมนูเอาไว้ หันไปบอกพนักงานเสิร์ฟคนนั้น “ไม่เอาปูคิงแครบแล้วค่ะ เราจะสั่งใหม่”“เสี่ยวถัง!” อาเวยมองฉันอย่างขัดใจถึงตอนนี้ สายตาที่พนักงานเสิร์ฟมองฉันก็แฝงแววเหยียดหยามอยู่หลายส่วนกู้ชิงชิงเหยียดยิ้ม หันไปบอกพนักงานเสิร์ฟ “ไม่เป็นไรค่ะ ยังเอาปูคิงแครบอยู่ พวกคุณไปทำมาก่อนเลย”“ได้ครับ รอสักครู่นะครับ”คล้อยหลังพนักงานเสิร์ฟ อาเวยถึงค่อยถอนหายใจโล่งอก ราวกับกลัวว่าฉันจะยกเลิกปูคิงแครบตัวนั้นอีกกู้ชิงชิงมองฉัน เอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังให้ทาน “ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะคุณถัง ปูคิงแครบเนี่ย ฉันกับพี่จือโจวกินกันจนแทบจะอ้วกแล้ววันนี้อุตส่าห์บังเอิญเจอกัน พี่จือโจวเลยบอกว่าจะเลี้ยงพวกคุณ ถึงยังไงถ้าพลาดโอกาสนี้ไป พวกคุณก็คงไม่มีโอกาสได้กินของดี ๆ แบบนี้”อาเวยยิ้มซื่อ พลางพยักหน้าเห็นด้วยฉันเหยียดยิ้ม เอ่ยกับกู้ชิงชิง “เมื่อก่อนต่อให้เอาปูคิงแครบมาวางตรงหน้

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 195

    ฉันขมวดคิ้ว รู้สึกต่อต้านในใจเล็กน้อยฉันไม่ค่อยชอบกู้ชิงชิงมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่เฮ่อจือโจวรัก แต่ยังเพราะเธอดูเป็นมิตรจนเกินพอดีสรุปคือการอยู่ร่วมกับเธอ ทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่บ้างกู้ชิงชิงเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“เอ๊ะ คุณถัง บังเอิญจังเลยนะคะ”อาเวยได้ยินเสียงจึงรีบหันขวับไปมองกู้ชิงชิงหน้าตาสะสวยน่ารัก ทั้งยังแต่งตัวทันสมัยอาเวยมองแล้วตาแทบจะเปล่งประกาย หันมาถามฉัน “เสี่ยวถัง นี่เพื่อนเธอเหรอ”“ใช่ค่ะ ฉันกับคุณถังเป็นเพื่อนกัน”กู้ชิงชิงชิงตอบอาเวยด้วยรอยยิ้มทั้งที่ฉันยังไม่ทันได้อ้าปากอาเวยพลันทำหน้าประหลาดใจแล้วหันมาพูดกับฉัน “เสี่ยวถัง ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะมีเพื่อนแบบนี้ด้วย ผู้หญิงคนนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีสง่าราศี เหมือนลูกคุณหนูเลย”ฉันไม่สนใจท่าทางตื่นตูมของอาเวย ทำเพียงเอ่ยถามกู้ชิงชิงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เห็นว่าเราบังเอิญเจอกันพอดี งั้นมื้อนี้ฉันเลี้ยงเองนะ พวกคุณอยากกินอะไรสั่งได้ตามสบายเลย”“ไม่ต้อง...”“จริงเหรอครับ”ฉันยังพูดไม่ทันจบ อาเวยก็หันไปมองกู้ชิงชิงอย่างตื่นเต้น “สั่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status