LOGINข้อความที่แม่ส่งมาล้วนเป็นคำพูดแสดงความเป็นห่วง ถามว่าฉันหนีไปไหน อยู่ข้างนอกต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยตอนท้ายยังส่งข้อความมาบ่นเรื่องพ่ออีก บอกว่าพ่อใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ชอบหาเรื่องใส่ตัว บอกว่าจะหย่ากับพ่อ และยังบอกว่าใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วพอเห็นข้อความบ่นในตอนท้าย ฉันก็ปวดหัวขึ้นมานิด ๆ ชั่วขณะนั้นจึงไม่อยากตอบข้อความกลับไปฉันกดเข้าไปดูข้อความของพ่ออีกพ่อด่าว่าฉันเนรคุณ ถามว่าฉันไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนแถมยังบอกว่าเขาไม่ได้จะมาขอเงินฉันสักหน่อย ฉันจำเป็นต้องหลบหน้าด้วยหรือไงเขาบอกให้ฉันรีบกลับไป บอกว่าแม่เอาแต่อาละวาดจะเป็นจะตายอยู่ที่บ้านทั้งวัน วัน ๆ เอาแต่ทะเลาะกับเขาพอเห็นข้อความที่พ่อส่งมา ฉันก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกระลอกคิดไว้ไม่มีผิด ฉันไม่น่าล็อกอินเข้าไอดีนี้เลยจริง ๆ ทำเอาเสียอารมณ์ชะมัดแต่ฉันต้องโอนค่ายาให้เฮ่อจือโจวนี่นาฉันเลื่อนหาแชตของเฮ่อจือโจวข้อความของเขา ยังคงเป็นข้อความที่ส่งมาตอนที่ฉันเพิ่งมาซ่อนตัวที่นี่ข้อความมีไม่มาก มองปราดเดียวก็เห็นว่าล้วนแต่เป็นคำพูดโหดร้ายที่ข่มขู่ให้ฉันกลับไปทั้งนั้นฉันเลื่อนดูลงมาเรื่อยเปื่อย จู่ ๆ ก็เลื่อน
ฉันตัวแข็งทื่อกู้ชิงชิงนี่น่ารำคาญชะมัดถ้าเภสัชกรบอกพวกเขาว่ายาที่ฉันรับไปคือยาบำรุงครรภ์งั้นเรื่องที่ฉันท้องเฮ่อจือโจวก็ต้องรู้สิฉันรีบหันกลับไป เอ่ยกับกู้ชิงชิงด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “คุณจะถามอะไรนักหนา ฉันจะรับยาอะไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย”กู้ชิงชิงหดตัวลง ทำท่าทางเหมือนกลัวฉันมากเธอเอ่ยกับฉันอย่างน้อยใจ “คุณถัง ฉันก็แค่เป็นห่วง อยากรู้ว่าคุณป่วยเป็นอะไร จะได้ให้พี่จือโจวพาคุณไปตรวจให้ละเอียดอีกที ทำไมคุณต้องมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ด้วย”“ฉันจะป่วยเป็นอะไรก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ ไม่ต้องให้คุณมาห่วง ห่วงตัวคุณเองเถอะ อยู่ดี ๆ ก็ทำท่าเหมือนจะตายให้ได้แบบนี้”“ถังอันหราน!”จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็ตวาดใส่ฉันเสียงต่ำ เขาเอาตัวบังด้านหน้ากู้ชิงชิงไว้ จ้องฉันด้วยสายตาดุดัน “ระวังคำพูดกับน้ำเสียงของคุณด้วย!”ฉันกระตุกยิ้มด้วยความปวดร้าวยอมให้กู้ชิงชิงว่าฉันได้คนเดียว แต่ห้ามฉันว่าเธอใช่ไหมล่ะตอนนั้นเอง กู้ชิงชิงก็กระตุกแขนเฮ่อจือโจว เอ่ยเศร้า ๆ “อย่าไปดุคุณถังเลยค่ะ เธอพูดถูกแล้ว ฉันทำท่าเหมือนจะตายอยู่ตลอด ผิดที่ร่างกายฉันมันไม่เอาไหนเอง”เธอพลางหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเศร
ฉันเห็นยาในใบสั่งยาราคาสี่พันกว่าบาทเวลานี้เภสัชกรจัดยาเสร็จและส่งมาให้ฉันแล้วฉันเอ่ยกับเขาอย่างกระอักกระอ่วน “ขะ...ขอโทษนะคะ ฉันลืมเอาโทรศัพท์มา”เภสัชกรขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยความโมโหเล็กน้อย “แต่ละวันมีคนมารับยาที่นี่เยอะมากนะ ถ้าคุณเห็นว่ายาแพงไปก็ไม่ต้องซื้อ แต่มาอย่าสร้างความวุ่นวายตรงนี้ได้ไหม”เขาพูดพลางหยิบยาออกจากถุงด้วยความโมโหฉันเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ ...”“ยานั่นราคาเท่าไหร่คะ เดี๋ยวฉันจ่ายให้เอง”ตอนนี้เอง เสียงของกู้ชิงชิงก็ดังมาจากด้านหลังฉันฉันขมวดคิ้ว พอหันกลับไปก็เห็นเธอยืนอยู่ด้านหลังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ส่วนเฮ่อจือโจว ก็ยืนอยู่ข้างกายเธอ มองฉันด้วยแววตาเรียบเฉยฉันกำใบสั่งยาแน่นแบบอัตโนมัติ เอ่ยเรียบ ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ค่ายาแค่นิดเดียวเอง” กู้ชิงชิงดึงแขนเฮ่อจือโจว เอ่ยด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ “คิดไม่ถึงเลยนะคะว่าคุณถังจะตกอับจนไม่มีแม้แต่เงินซื้อยา พี่จือโจวรีบช่วยเธอจ่ายเงินเถอะค่ะ”“ฉันบอกว่าไม่ต้องไง!” ฉันขมวดคิ้วตวาดเสียงต่ำ ในใจเริ่มจะหงุดหงิดแล้วเมื่อกี้กู้ชิงชิงยังเจ็บเหมือนจะตายอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทำไมตอนน
เขายังพูดไม่ทันจบจู่ ๆ กู้ชิงชิงก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอก ทรุดตัวนั่งยอง ๆ ลงไปด้วยสีหน้าเจ็บปวดเฮ่อจือโจวขมวดคิ้ว ปล่อยมือจากฉัน แล้วสาวเท้าเข้าไปหาเธอทันที “เป็นอะไร”“พี่จือโจว เจ็บจังเลยค่ะ ฉันเจ็บหน้าอก แล้วก็เจ็บเอว เจ็บไปหมดเลย...”กู้ชิงชิงดึงแขนเฮ่อจือโจวไว้ เอ่ยปนสะอื้น สีหน้าดูเหมือนจะเจ็บปวดมากจริง ๆเธอว่า “ฉันกำลังจะตายใช่ไหมคะ พี่จือโจว...ฉันกำลังจะตายแล้วใช่ไหม”“อย่าพูดจาเหลวไหล!”สีหน้าของเฮ่อจือโจวเคร่งเครียดขึ้นมา จากนั้นเขาก็ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม แล้วสาวเท้าเดินไปทางห้องฉุกเฉินทันทีฉันเหม่อมองแผ่นหลังที่ร้อนรนของเขา ขอบตาร้อนผ่าวดูสิ คนที่เขาใส่ใจที่สุด ก็ยังคงเป็นรักแรกของเขาฉันสูดลมหายใจเข้าลึก กลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วกำใบผลตรวจไปเจาะเลือดหลังเจาะเลือดเสร็จ ฉันก็ไปอัลตราซาวนด์ที่ห้องอัลตราซาวนด์ต่อตอนที่เครื่องมือนั้นเลื่อนไปมาบนหน้าท้อง หัวใจฉันเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ รู้สึกประหม่าเล็กน้อยผ่านไปพักใหญ่ ใบอัลตราซาวนด์ถึงได้ออกมาบนใบอัลตราซาวนด์เขียนว่าตั้งครรภ์เก้าสัปดาห์ ภาพที่ปรากฏคล้ายกับร่างคนเล็ก ๆ มองแล้วทำให้ฉันตื่นเต้นขึ้นมาวูบหนึ่งอัลตราซาว
“ถังอันหราน...”เขาเรียกชื่อฉันเสียงแผ่ว น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ้อยอิ่ง รวมถึงความลุ่มหลงยามที่เขาอยู่บนเตียง มักจะทำให้ฉันเผลอคิดไปเองอยู่เสมอ ว่าเขายังคงมีความรู้สึกดี ๆ ให้ฉันอยู่บ้างจู่ ๆ เขาก็โน้มหน้าลงมา ริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับมุมปากของฉันทันใดนั้น...“พี่จือโจว...”เสียงของกู้ชิงชิงก็ดังแทรกขึ้นมาเฮ่อจือโจวชะงักไปฉันรีบผลักเขาออกทันทีใช่แล้ว ระหว่างพวกเรายังมีกู้ชิงชิงคั่นกลางอยู่ต่อให้ฉันจะคิดไปเองแค่ไหนว่าเขายังชอบฉันอยู่ แต่มันก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่า คนที่เขารักที่สุดคือกู้ชิงชิงได้อยู่ดี“อ้าว คุณถัง บังเอิญจังเลยนะคะ คุณก็อยู่ด้วยเหรอ”ทันทีที่กู้ชิงชิงเดินเข้ามา เธอก็คล้องแขนเฮ่อจือโจวพลางส่งยิ้มให้ฉันฉันพยักหน้ารับเรียบ ๆ “มาตรวจร่างกายน่ะค่ะ”ขณะพูด ฉันก็เหลือบมองใบผลตรวจในมือของเฮ่อจือโจวแวบหนึ่งเขาคงมาเป็นเพื่อนกู้ชิงชิงตรวจร่างกายสินะ ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินมาว่าสุขภาพของกู้ชิงชิงไม่ค่อยดีนักเขาช่างเอาใจใส่กู้ชิงชิงจริง ๆ มาตรวจร่างกายทีไรก็ต้องมาเป็นเพื่อนตลอดจู่ ๆ ฉันก็นึกขึ้นมาได้ ว่าทำไมเขาถึงดึ
เฮ่อจือโจวกำลังรอรับใบผลตรวจที่แผนกเจาะเลือดส่วนฉันทำตามคำสั่งหมอให้ไปเจาะเลือดตรวจที่แผนกเดียวกันและนั่นไง พอฉันก้าวเท้าเข้าไปในแผนกเจาะเลือด ก็ดันเดินชนกับผู้ชายคนนั้นเข้าอย่างจังพอเห็นว่าเป็นเขา ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติของฉันคือสับขาหนีทันทีฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องหนี รู้แค่ว่าในใจมันหวิว ๆ อีกอย่าง คืนนั้นฉันอ้อนวอนขอมีอะไรกับเขาไปแบบนั้น พอมาเจอหน้าเขาตอนนี้ ในใจจึงอดกระอักกระอ่วนไม่ได้ทว่าอาจเป็นเพราะหลับไปถึงสามวัน ไม่ได้กินข้าวและไม่มีแรงฉันวิ่งไปได้แป๊บเดียวก็เหนื่อยหอบจนต้องใช้กำแพงข้างทางพยุงตัวไว้เฮ่อจือโจวตัวสูงขายาว แป๊บเดียวเขาก็ตามมาทันเขายืนอยู่ด้านหลังฉัน น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงแววเย้ยหยัน “วิ่งสิ วิ่งต่อไปเลย”ฉันปรับลมหายใจให้คงที่ ก่อนจะหันกลับไปพิงกำแพงแล้วมองเขาฉันยิ้มให้เขา “บังเอิญจังนะ”เฮ่อจือโจวมองฉันนิ่งลึก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมไม่อยู่ที่โรงแรมดี ๆ มาโรงพยาบาลทำไม” ทิ้งช่วงครู่หนึ่ง น้ำเสียงของเขาก็แฝงความร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”“เอ่อ...ฉันปวดหัวนิดหน่อย น่าจะไข้ขึ้น ก็เลยแวะมาตรวจดู”ผู้ชาย