تسجيل الدخولเมื่อเซี่ยอวี่ปิงได้ยินป้าเฉินบอกว่าทำไม่เสร็จสีหน้าของเธอก็ยิ่งย่ำแย่ "งั้นวันนี้พวกเราก็ไม่ได้กินข้าวแล้วใช่ไหม?"ตอนนี้เธอหิวจนหน้ามืดตาลายไปหมดแล้วเดิมทีเมื่อครู่เธอคิดจะเดินออกไปที่ปากทางด้วยตัวเอง แล้วให้คนขับรถพาไปโรงพยาบาลแต่เธอไม่ได้กินอะไรเลย รู้สึกว่าบางทีอาจยังเดินไม่ถึงปากทาง ก็คงเป็นลมไปเสียก่อนตอนนี้ป้าเฉินยังมาบอกเธออีกว่าทำต่อไม่ไหวแล้ว?ล้อเล่นบ้าอะไร?พวกเธอไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแล้ว ถ้าป้าเฉินไม่ทำต่อ ก็หมายความว่าจะไม่ได้กินข้าวใช่ไหม?ป้าเฉิน: "คุณหนู ฉันอายุห้าสิบกว่าแล้วนะคะ!"ในตอนนี้น้ำเสียงของป้าเฉินหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเซี่ยอวี่ปิง: "..."อายุห้าสิบกว่าแล้ว!ใช่ ป้าเฉินก็อายุห้าสิบกว่าแล้วแล้วยังไงต่อ?"จะมีทางไหนอีก โหลวซิงอิ๋นจงใจทรมานฉันชัด ๆ!"ป้าเฉิน: "..."พอได้ยินเซี่ยอวี่ปิงบอกว่าโหลวซิงอิ๋นจงใจทรมานเธอ ในใจของป้าเฉินก็ยิ่งสุมไปด้วยไฟโกรธใช่แล้ว ตอนนี้โหลวซิงอิ๋นจงใจทรมานเซี่ยอวี่ปิง ไม่ได้ต้องการทรมานเธอสักหน่อยแล้วตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ?เมื่อนึกถึงความอัดอั้นที่ได้รับตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ ในวินาทีนี้ป้าเฉินก็เกิ
เหยียนเฟยฝานยิ่งขมวดคิ้วแน่นเป็นปม "ช่วงนี้สติของเธอก็ดีอยู่ไม่ใช่เหรอ?"เห็นได้ชัดว่าเหยียนเฟยฝานไม่พอใจอย่างมากที่เซี่ยอวี่ปิงเรียกเขาว่าเฟยยวนคำว่า 'เฟยยวน' ของเธอราวกับคอยย้ำเตือนเหยียนเฟยฝานอยู่ทุกขณะว่าเขามีหน้าที่รับผิดชอบพวกเธอเหยียนเฟยยวนตายแล้ว ดังนั้นในฐานะอารองของเด็ก ๆ เขาจึงต้องรับผิดชอบพวกเธอแม้แต่กับพี่สะใภ้อย่างเธอ เขาก็ต้องคอยดูแลให้มากเป็นพิเศษเหยียนเฟยฝานถามออกมาตรง ๆเมื่อเซี่ยอวี่ปิงที่อยู่ปลายสายได้ยินเช่นนั้น ลมหายใจก็ชะงักไปเล็กน้อย "ขอโทษ ฉัน..."เซี่ยอวี่ปิงเอ่ยคำพูดหลังจากนั้นไม่ออก แต่บรรยากาศที่ส่งผ่านมาจากปลายสายกลับยิ่งฟังดูน้อยเนื้อต่ำใจมากขึ้น"พูดมา มีเรื่องอะไร?"น้ำเสียงของเหยียนเฟยฝานเย็นชากว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัดอย่าว่าแต่ตอนนี้เขาแทบจะหมดความอดทนกับทุกคนในตระกูลเหยียนเลย ต่อให้เป็นคนอื่นที่มาเจอเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้เข้าก็คงหมดความอดทนเหมือนกันเขาถูกทรมานจนแทบจะเสียสติแล้วแม้ตอนนี้คนที่ทรมานเขาจะไม่ใช่พวกเซี่ยอวี่ปิง แต่เป็นโหลวซิงอิ๋นทว่าเวลาคนหนึ่งกำลังหงุดหงิดใจ ย่อมปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ตอนนี้เหยียนเฟยฝานก
เดิมทีเซี่ยอวี่ปิงก็อึดอัดใจอยู่แล้ว ตอนนี้พอได้ยินฟู่เจ๋อยังคงพูดแบบนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกแน่นอกกว่าเดิม"งั้นคุณบอกมาสิว่าต้องทำยังไง? เมื่อกี้โรงพยาบาลโทรมาแล้ว บอกว่าอาการของเด็กแย่มาก"ฟู่เจ๋อ: "คุณควรบอกเรื่องพวกนี้กับคนตระกูลเหยียน เพราะตอนนี้ลูกชายของเราอยู่ในชื่อของเหยียนเฟยยวน"เซี่ยอวี่ปิง: "..."บอกคนตระกูลเหยียน!เมื่อกี้ตอนที่เธอบอกตู้หลานเจิน ตู้หลานเจินมีท่าทีแบบไหนกัน?!ตอนที่ทุกคนในตระกูลเหยียนยังอยู่ดี อีกฝ่ายก็ดีกับเธอจริง ๆแต่ตอนนี้เมื่อคนตระกูลเหยียนต่างก็ย่ำแย่ ระหว่างลูกสาวกับหลานชาย ท่าทีของเธอก็ชัดเจนมากแล้วเซี่ยอวี่ปิงโมโหอย่างหนักฟู่เจ๋อ: "เอาล่ะที่รัก รีบหาทางรักษาลูกชายของเราเถอะ ตอนนี้จะเกิดเรื่องอะไรกับเด็กไม่ได้เด็ดขาด เข้าใจไหม?"เซี่ยอวี่ปิง: "..."คิดหาทาง คิดหาทาง!เธอเองก็ถูกโหลวซิงอิ๋นกดเอาไว้จนขยับไปไหนไม่ได้ ตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนเย็นยังไม่ได้กินอะไรเลยสักคำตอนนี้โรงพยาบาลแจ้งข่าวของเด็กมาแล้ว และเธอก็เห็นกับตาแล้วว่าโหลวซิงอิ๋นมีท่าทีแบบไหน จะมาโยนให้เธอเป็นคนคิดหาทางเนี่ยนะแต่เธอคิดหาวิธีอะไรไม่ออกแล้วเซี่ยอวี่ปิงยังอยากบ่นอ
เหยียนเฟยฝาน: "..."ตอนนี้เมื่อเขาได้ยินตู้หลานเจินตะโกนอย่างโกรธแค้นและเต็มไปด้วยความไม่พอใจผ่านสายโทรศัพท์ จู่ ๆ เขาก็พูดอะไรไม่ออกเช่นกันหน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ"แม่พูดถูก ผมเป็นคนที่แต่งงานกับเธอ แต่ตอนนี้ผมกลับทำอะไรเธอไม่ได้! ผมมันสมควรตาย ผมมันไม่ได้เรื่อง พอใจหรือยัง?"ตู้หลานเจิน: "..."จั๋วกวง: "...""ผมก็คือไอ้คนไม่ได้เรื่องในสายตาของพวกแม่ ตอนนี้พอใจแล้วใช่ไหม?"พูดจบ เหยียนเฟยฝานก็ขว้างโทรศัพท์ทิ้งด้วยความโมโหเมื่อจั๋วกวงได้ยินเสียง 'ปัง' ลมหายใจก็พลันสะดุดอย่างแรงเหยียนเฟยฝานหลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แล้วหยิบบุหรี่ออกมาจุดด้วยความหงุดหงิด!สูบเพียงคำเดียว บุหรี่ก็หายไปเกือบครึ่งมวน แต่ยังคงดับไฟแห่งความหงุดหงิดในใจไม่ได้ตอนนี้จั๋วกวงเองก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรเพราะเรื่องที่โหลวซิงอิ๋นก่อขึ้นในตอนนี้ร้ายแรงมาก เมื่อมองไปทั่วทั้งเมืองกั่งเฉิง ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนถูกผู้หญิงเล่นงานจนตกอยู่ในสภาพนี้มาก่อนทุกทางของเขาถูกปิดตายทั้งหมด ต่อให้ไม่ยอมรับก็ทำอะไรไม่ได้......ณ บ้านตระกูลเหยียนตู้หลานเจินกำลังโกรธเกรี้ยวไปทั่ว ส่วนเซ
ก่อนหน้านี้เหยียนเฟยฝานคิดมาตลอดว่าความร่วมมือระหว่างเฟิงเฮ่อกับฮอกเกรย์กรุ๊ปเป็นเพียงความร่วมมือเล็ก ๆ เท่านั้นเพราะถึงอย่างไร ฮอกเกรย์กรุ๊ปก็ค่อนข้างกีดกันคนนอกมาโดยตลอดต่อให้เฟิงเฮ่อฝืนคว้าความร่วมมือกับฮอกเกรย์กรุ๊ปมาได้ ก็คงไม่ใช่ความร่วมมือที่สำคัญอะไรแต่ตอนนี้เหยียนเฟยฝานเปลี่ยนความคิดนี้แล้ว!ขนาดเฟิงเฮ่อยังขายโหลวซิงอิ๋นให้ฮอกเกรย์กรุ๊ปเพื่อสร้างความร่วมมือเชิงลึกได้ ยังจะมีเรื่องไหนที่เขาทำไม่ได้อีก?ก็มีเพียงผู้หญิงอย่างโหลวซิงอิ๋นนั่นแหละที่เชื่อใจเฟิงเฮ่ออย่างไม่มีเงื่อนไขเมื่อได้ยินเช่นนั้น จั๋วกวงก็ถอนหายใจ "แต่คุณโหลวเธอ...""ต่อให้เธอไม่ได้คิดแบบนั้น แล้วถ้าคริสเตียนเป็นฝ่ายถูกใจเธอก่อนล่ะ?"จั๋วกวง: "..."นั่นสินะ ถ้าคริสเตียนเป็นฝ่ายถูกใจโหลวซิงอิ๋นก่อนล่ะ?ถ้าเป็นแบบนั้น ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะอธิบายได้ทันทีที่เหยียนเฟยฝานลืมตาขึ้น ประกายเย็นเยียบก็วาบผ่านในแววตา "นายว่าเฟิงเฮ่อใช้วิธีไหนเกลี้ยกล่อมเธอกันแน่?""แต่ก็คงไม่ต้องใช้วิธีอะไรหรอก เธอเป็นคนไร้เดียงสามาโดยตลอด!"เธอถึงขั้นยอมตกลงกับเฟิงเฮ่อไปมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับผู้ชายที่มีภรรยาแล้วในต
เขารู้สึกว่าตัวเองถูกทรมานจนแทบจะเสียสติแล้วเซี่ยอวี่ปิงไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า แต่ตอนนี้เขากลับเป็นเสียเอง!จั๋วกวงถือเอกสารเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหยียนเฟยฝานเห็นสีหน้าของเขาแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด"เกิดเรื่องอีกแล้วเหรอ?"ตอนนี้พนักงานทั่วทั้งเหยียนซื่อต่างหวาดวิตกกันไปหมด ทุกคนลือกันว่าครั้งนี้เหยียนซื่ออาจกำลังจะล้มละลายโดยเฉพาะทุกครั้งที่จั๋วกวงมีสีหน้าแบบนี้ ย่อมไม่มีเรื่องดีอย่างแน่นอนเมื่อเผชิญหน้ากับเหยียนเฟยฝาน จั๋วกวงก็ถอนหายใจด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเหยียนเฟยฝาน: "ฮอกเกรย์กรุ๊ปอีกแล้วเหรอ?""ใช่ครับ"จั๋วกวงพยักหน้าพวกเขาต้องทำงานล่วงเวลาติดต่อกันมาหลายคืนเพราะฮอกเกรย์กรุ๊ปตอนนี้คนในทุกแผนกต่างก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจเมื่อได้ยินว่าเป็นฮอกเกรย์กรุ๊ปอีกครั้ง แววตาของเหยียนเฟยฝานก็มืดหม่นลง!เขาสูบบุหรี่ในมือเข้าไปแรง ๆ หนึ่งอึกจั๋วกวงเอ่ยต่อ "รองประธานคนหนึ่งของฮอกเกรย์กรุ๊ปกำลังจะมาเมืองกั่งเฉิงครับ""ใคร?"เมื่อได้ยินว่าคนของฮอกเกรย์กรุ๊ปกำลังจะมา เหยียนเฟยฝานก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที!จั๋วกวง: "คริสเตียน!"คริสเตียน...ในหัวของเหยียนเฟยฝานปรากฏใบหน้า
ในสายโทรศัพท์ ตู้หลานเจินพยายามข่มอารมณ์อยู่นาน “เธอป่วยนะ เป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง จะให้เธอรู้จักพออะไร?”“ลูกคิดว่าเธออยากเจอลูกจริง ๆ รึไง ที่เธอต้องการคือหน้าของลูกต่างหาก ใครใช้ให้ลูกเป็นแฝดกับพี่ชายลูกล่ะ?”“ลูกเลิกพูดอะไรไร้สาระสักที เธอไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวาน ลูกมาเฝ้าเธอกินข้าวที
น้ำเสียงที่ใช้เห็นได้ชัดว่าอ่อนหวานกว่าตอนที่คุยกับเหยียนเฟยฝานเป็นไหน ๆเหยียนเฟยฝานได้ยินน้ำเสียงที่เธอใช้มันแตกต่างกับตอนที่คุยกับเขา โทสะก็พุ่งขึ้นมาทันทีโหลวซิงอิ๋นพยายามแกะมือของเขาออก แต่เหยียนเฟยฝานกลับยิ่งออกแรงบีบมากขึ้นพร้อมส่งสายตาตำหนิเธอโหลวซิงอิ๋นพยายามอดทนในใจ พยายามอย่างมากที
เจียงถังที่เดินกลับมายังห้องผู้ป่วยเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่ลืมทิ้งไว้ในห้อง ทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีจนเธอถึงกับตกตะลึงเธอตั้งใจจะปรี่ตัวเข้าไปดูอาการของโหลวซิงอิ๋นทว่าเหยียนเฟยฝานกลับตวัดสายตาอันเย็นชามาที่เธอเจียงถังเองก็เริ่มมีน้ำโห “ซิงอิ๋น”เหยียนเฟยฝานในตอนนี้ผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิง เส้นเ
ณ ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้พะอืดพะอม โหลวซิงอิ๋นนอนทอดกายอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่หนาวเหน็บ แสงไฟนีออนบนเพดานดูพร่าเลือนพอ ๆ กับสติที่เหลืออยู่ของเธอเมื่อปลายสายกดรับ เธอไม่รอช้าที่จะเค้นเสียงพูดออกไป “ใบยินยอมผ่าตัดระงับการตั้งครรภ์ต้องม







