LOGINอวี่ซีกล่าว
“หากฝ่าบาทมีพระบัญชาให้ตรวจเอกสาร หม่อมฉันจะทำตามขั้นตอนและรายงานตามความ
เงาร่างนั้นนิ่งไป อวี่ซีก้าวผ่านทุกคนเข้าไปใกล้ แสงจากโคมในมือซูเหยาส่องให้เห็นใบหน้าซีดเซียวของเซียวจิ้งเหยียน เสื้อเกราะด้านหนึ่งแตก ไหล่พันด้วยผ้าชุ่มเลือด ขาซ้ายมีไม้ดามอย่างหยาบ และริมฝีปากแห้งจนแตกร้าว เขามองนางราวกับไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นความจริง“อวี่ซี”เพียงได้ยินเขาเรียกชื่อ นางก็รู้สึกว่าความกลัวทั้งหมดซึ่งกดไว้ตลอดหลายวันพังทลายลงพร้อมกัน นางรีบคุกเข่าข้างเขา มือแตะชีพจรที่ข้อมือ“เจ้ายังมีชีวิต”เซียวจิ้งเหยียนยิ้มอย่างอ่อนแรง“ข้าเคยสัญญาว่าจะกลับไปรับเจ้า”อวี่ซีเงยหน้ามองเขา ดวงตาร้อนผ่าว แต่ยังฝืนไม่ปล่อยให้น้ำตาไหล“แต่ข้าต้องเป็นฝ่ายมาหาเจ้า”นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย“เซียวจิ้งเหยียน เจ้าทำให้ข้าเดินทางครึ่งแคว้นและถูกทหารหลวงตามล่า หากเจ้ายังกล้าตาย ข้าจะไม่ยกโทษให้เด็ดขาด”เขามองใบหน้าของนางอยู่นาน ก่อนกล่าวเบา ๆ“ดีที่เจ้ามา”ประโยคเพียงสั้น ๆ ทำให้กำแพงทั้งหมดในใจอวี่ซีสั่นคลอนนางเคยบอกตน
ทหารคนหนึ่งเดินมาหยุดข้างเกวียน“ในนี้มีอะไร”“ไม้ฟืนสำหรับส่งโรงเตี๊ยมขอรับ”ดาบถูกชักออกจากฝัก ก่อนแทงลงมาระหว่างกองฟืน ปลายดาบทะลุแผ่นไม้เข้ามาใกล้แขนของซูเหยาเพียงคืบ นางตัวสั่น แต่ไม่ส่งเสียง ทหารแทงอีกสองครั้ง ก่อนดึงดาบกลับ“ไม่มีอะไร ไปดูหลังหมู่บ้าน”เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไปอวี่ซีรอจนเสียงม้าของทหารหายไป จึงถอนหายใจช้า ๆ เจียงป๋อเปิดช่องเก็บไม้“พวกเขาไปทางถนนเหนือแล้ว แต่คงย้อนกลับมาได้ทุกเมื่อ”“ขอบคุณท่าน”“ด้านหลังหมู่บ้านมีทางลำเลียงไม้ตัดผ่านหุบเขาไปถึงเมืองเหอซาน เกวียนจะพาพระชายาไปถึงปากทาง จากนั้นต้องเดินเท้าช่วงหนึ่ง”เยี่ยนหลัวถาม“แล้วม้าของเรา”“ชาวบ้านจะจูงไปปล่อยอีกทางเพื่อสร้างรอยหลอก”อวี่ซีมองคนรอบลาน ทุกคนช่วยกันโดยไม่เรียกร้องสิ่งใด นางจึงนำถุงเงินออกมา แต่เจียงป๋อส่ายหน้า“ไม่รับขอรับ”“นี่ไม่ใช่ค่าปิดปาก แต่เป็นเงินชดเชยหากหมู่บ้านถู
นางนึกถึงคำพูดของตนที่ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ได้รักเซียวจิ้งเหยียน นึกถึงเศษผ้าเปื้อนเลือดในแขนเสื้อ และความกลัวที่ไม่ยอมสงบตั้งแต่ได้ยินว่าเขาหายตัวไป บางทีนางอาจยังไม่พร้อมเรียกความรู้สึกนั้นว่าความรัก แต่เพียงคิดว่าเขาอาจตายอยู่ตามลำพังในหุบเขา นางก็ไม่อาจนั่งรอคำอนุญาตจากผู้ใดได้อีก“เซียวจิ้งเหยียน” นางพึมพำเบา ๆ “เจ้าต้องยังมีชีวิตอยู่”จากนั้นอวี่ซีก็ลดตัวลงในทางระบายน้ำและดึงแผ่นไม้กลับปิดจากด้านในทั้งสามคลานผ่านความมืดอยู่นาน จนกระทั่งเห็นแสงจันทร์ลอดเข้ามาจากปลายทาง เยี่ยนหลัวดันก้อนหินซึ่งพรางทางออกออกช้า ๆ ก่อนตรวจรอบสวนร้าง ไม่มีทหารเฝ้า ด้านนอกกำแพงมีรถขนผักของพ่อค้าคนหนึ่งรออยู่ตามสัญญา คนขับไม่ถามสิ่งใด เพียงเปิดผ้าใบให้ทั้งสามซ่อนตัวใต้ตะกร้าเปล่าไม่นาน รถก็เคลื่อนออกจากสวนร้าง มุ่งไปยังประตูตะวันตกก่อนเปลี่ยนเวรยาม ภายในตำหนักชิงอวิ๋น เงาร่างหลังม่านยังคงนั่งอยู่ใต้แสงโคม ทำให้ทหารหลวงเชื่อว่าพระชายายังอยู่ในห้องบรรทมตามพระบัญชา แต่ในคืนเดียวกันนั้น อวี่ซีได้ปลอมตัวเป็นหญิงชาวบ้าน หลบหนีออกจากตำหนักหลวง และมุ
“ถวายพระพรฝ่าบาท”“เจ้ามาเพราะข่าวจ้านอ๋อง”“เพคะ”“เรากำลังส่งคนไปตรวจสอบ”“หม่อมฉันขอพระราชทานอนุญาตเดินทางกลับชายแดนเพคะ”ฮ่องเต้ตอบทันที“ไม่ได้”แม้คาดไว้แล้ว แต่อวี่ซียังรู้สึกว่าคำปฏิเสธนั้นรวดเร็วเกินไป“เหตุใดเพคะ”“เจ้ายังอยู่ระหว่างการสอบสวนเรื่องสร้างหลักฐานเท็จและออกนอกเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะออกจากเมืองหลวงอีกไม่ได้”“จ้านอ๋องหายตัว กองทัพกำลังไร้ผู้บัญชาการ หม่อมฉันเคยได้รับอำนาจจัดการเสบียงและช่วยบัญชาการที่ชายแดน คนที่นั่นรู้จักหม่อมฉันดี การกลับไปจะช่วยรักษาความสงบได้”ขุนนางกรมทหารผู้หนึ่งกล่าว“พระชายาเป็นสตรี ไม่ควรแทรกแซงการบัญชาการกองทัพ”อวี่ซีหันไปทางเขา“ตอนเมืองชายแดนถูกล้อม ผู้ใดเป็นคนสั่งป้องกันกำแพง ขณะที่แม่ทัพหลายคนยังถกเถียงกันอยู่”ชายผู้นั้นเงียบ อีกคนกล่าว“สถานการณ์ครั้งนี้ต่างกัน หากพระชายาเดินทางไ
อวี่ซีนั่งตัวตรง มือข้างหนึ่งกำกระบอกสารแน่น“สัญญาณผ่านการตรวจสอบหรือไม่”“ผ่านรหัสของกองทัพทุกขั้นตอนพ่ะย่ะค่ะ ทั้งตราบนจดหมายและรหัสธงไม่มีสิ่งผิดปกติ”“ผู้ใดเป็นคนนำสารมา”“ทหารม้าจากหน่วยสื่อสาร เขาถูกยิงตายระหว่างถอนกำลัง จึงสอบถามไม่ได้แล้ว”“จ้านอ๋องนำกำลังไปเท่าใด”“สามร้อยนายพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องไม่ได้นำกองกำลังหลักไป เพราะเกรงว่าแนวป้องกันเมืองจะอ่อนลง”อวี่ซีสูดลมหายใจช้า ๆเซียวจิ้งเหยียนระวังตัวเสมอ เขาไม่ใช่คนที่จะเคลื่อนกำลังโดยไม่ตรวจสอบ แต่ผู้วางแผนรู้ระบบสื่อสารของกองทัพดีพอจะปลอมทั้งรหัสและตราประทับ ย่อมไม่ใช่โจรชายแดนทั่วไป“เมื่อเข้าไปในหุบเขาเกิดสิ่งใดขึ้น”โจวหยางตอบ“ทางด้านหลังถูกระเบิดหินปิด ส่วนบนหน้าผามีคนซุ่มยิงธนูไฟลงมา พวกมันเทน้ำมันไว้ตามทางแคบก่อนแล้ว ไฟลุกขึ้นทั้งสองด้าน ท่านอ๋องสั่งให้หน่วยหน้าเปิดทางออก แต่ยังไม่ทันพ้นหุบเขาก็เกิดดินถล่มพ่ะย่ะค่ะ”ซูเหยาเอามือปิดปาก สีหน้า
เพราะผู้ที่ปกป้องตนเองได้ย่อมไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังอย่างสิ้นเชิง“ฝ่าบาทจึงลบสิทธิ์ของหม่อมฉันออกจากสัญญา เพราะกลัวว่าจ้านอ๋องจะมีอำนาจทั้งกองทัพและการค้า”“เราบอกแล้วว่าไม่เคยออกคำสั่งนั้น”“แต่พระองค์เพิ่งตรัสเหตุผลเดียวกับที่กู้เหวินชางให้การ”ฮ่องเต้หยุดชะงักอวี่ซีมองเห็นแววโกรธในพระเนตร แต่ลึกกว่านั้นคือความกลัวไม่ใช่ความกลัวว่านางจะยึดบัลลังก์ในวันนี้ แต่เป็นความกลัวต่อความเป็นไปได้ทุกอย่างซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคตพระองค์หวาดระแวงจนพร้อมทำลายพันธสัญญา กดสตรีผู้หนึ่งให้ไร้อำนาจ และปล่อยให้พระอนุชาของตนเข้าใจการแต่งงานผิด เพื่อป้องกันภัยที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นเสนาบดีฝ่ายขวารีบกล่าว“ฝ่าบาท พระชายากำลังบิดเบือนพระดำรัส สมควรถูกควบคุมตัวและยึดหลักฐานทั้งหมดก่อนที่จะปล่อยข่าวสร้างความวุ่นวาย”ฮ่องเต้หันกลับไปประทับที่เดิม“อวี่ซี เราจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ส่งมอบเอกสารทั้งหมด เลิกตรวจเรื่องสัญญา และไม่ติดต่อกู้เหวินชางอีก หากทำได้ เราจะถือว่าเจ้าเพี







