LOGINเต๋อเฟยนั่งอยู่ข้างเตียง นางสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มและถือผ้าเช็ดพระพักตร์ไว้ในมือ สีหน้าอ่อนโยนประหนึ
อวี่ซีหยิบเอกสารหกชุดออกมาวางบนโต๊ะ“ให้เรียกว่าข้อตกลงเส้นทางการค้าชายแดน”หานซือจิ้งหยิบเอกสารขึ้นอ่าน“ลดภาษีผ่านด่านสามส่วน ยกเว้นค่าตรวจสินค้าสำหรับข้าว เกลือ ยา และผ้า ให้พ่อค้าจากหกเมืองใช้คลังชายแดนร่วมกัน และรับประกันราคาขั้นต่ำในช่วงสงคราม”เขาเงยหน้าขึ้น“เงื่อนไขดีเกินไป”“เพราะค่ายชายแดนต้องการสินค้า และหัวเมืองของพวกท่านต้องการตลาด”อวี่ซีกล่าว “ช่วงสามเดือนที่ผ่านมา เส้นทางจากเมืองหลวงหยุดชะงัก ราคาข้าวในอันเหอตกเพราะขนไปขายไม่ได้ ส่วนราคาผ้าในเผิงโจวสูงเกินไปเพราะไม่มีเกลือแลกเปลี่ยน หากเปิดเส้นทางค้าระหว่างหกเมืองกับชายแดน สินค้าจะหมุนเวียนโดยไม่ต้องผ่านคนกลางของตระกูลเฉิน”ถังชิงไห่พลิกดูเอกสาร“มีข้อเสนอให้ช่างจากหย่งผิงเข้าซ่อมอาวุธและเครื่องมือเกษตรในค่าย โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินกับข้าวสาร แต่ไม่มีข้อกำหนดให้ผลิตอาวุธสงคราม”“ถูกต้อง”อวี่ซีตอบ“ข้าต้องการให้ช่างมีงาน ไม่ได้ต้องการบังคับพวกเ
ในตอนท้ายมีลายพระนามของฮ่องเต้และรอยพระราชลัญจกรสีแดง แต่ทันทีที่อวี่ซีเห็นตราประทับ นางก็ขมวดคิ้ว“ตรานี้ไม่สมบูรณ์”เผยจื่ออันวางราชโองการลงใต้แสงตะเกียง รอยมังกรส่วนบนชัดเจน แต่ตัวอักษรด้านล่างหายไปเกือบครึ่ง ราวกับตราถูกกดลงบนผ้าไหมในมุมเอียง หรือถูกยกขึ้นก่อนชาดติดครบทุกส่วน เซียวจิ้งเหยียนใช้ปลายนิ้วแตะขอบกระดาษ“พระราชโองการแต่งตั้งรัชทายาทเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของแผ่นดิน ต้องมีตราครบถ้วน ต้องผ่านราชเลขา สำนักพิธีการ และประกาศต่อศาลบรรพชน”เผยจื่ออันกล่าว “แต่ฉบับนี้ไม่มีรายชื่อพยาน ไม่มีตราสำนักพิธีการ และไม่มีวันทำพิธีบูชาบรรพชนพ่ะย่ะค่ะ”อวี่ซีเพ่งมองรอยชาด“อาจถูกประทับขณะฮ่องเต้ขัดขืน หรือผู้ประทับรีบร้อนเพราะไม่สามารถนำตราออกมาใช้ได้นาน”แม่ทัพหลิวถาม“แต่ต่อให้ตราไม่สมบูรณ์ ราชสำนักประกาศออกมาแล้ว หัวเมืองจะเชื่อหรือไม่”เซียวจิ้งเหยียนมองเนื้อความซ้ำอีกครั้ง“คนที่ต้องการเชื่อย่อมเชื่อ เพราะพวกเขาไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์ของตร
เผยจื่ออันก้มมองแผนที่“พระชายากล่าวถูกพ่ะย่ะค่ะ หากโอรสของเต๋อเฟยขึ้นครองอำนาจ ราชโองการปราบจ้านอ๋องจะกลายเป็นคำสั่งจากรัชทายาทหรือฮ่องเต้องค์ใหม่ ผู้ที่ยังลังเลอยู่ย่อมจำต้องเลือกข้าง”แม่ทัพหลิวกล่าว“แต่หากเราช่วยฝ่าบาทได้ และให้พระองค์ปรากฏตัวต่อหน้าราชสำนัก ความชอบธรรมจะกลับมาอยู่ฝ่ายเรา”อวี่ซีส่ายหน้า“อย่าพูดว่ากลับมาอยู่ฝ่ายเรา เป้าหมายไม่ใช่ให้ฮ่องเต้ประกาศว่าจ้านอ๋องถูกทุกอย่าง เป้าหมายคือให้พระองค์กลับมามีอำนาจตัดสินด้วยตนเอง”เซียวจิ้งเหยียนมองนาง“แม้หลังจากนั้นพระองค์ยังตัดสินลงโทษข้า”“ก็ให้ราชสำนักตัดสินตามหลักฐาน”ทุกคนในห้องเงียบลงอีกครั้ง อวี่ซีวางมือบนโต๊ะ“เราต้องแยกเรื่องออกจากกัน จ้านอ๋องถูกกล่าวหาว่ากบฏหรือไม่ ให้ตรวจว่ามีคำสั่งเคลื่อนทัพจริงหรือไม่ มีการสะสมกำลังเพื่อยึดอำนาจหรือไม่ และพระชายาถูกลักพาตัวจริงหรือไม่ ส่วนเสนาบดีฝ่ายขวากับเต๋อเฟยปลอมพระบัญชาหรือไม่ ก็ต้องเปิดคลังตรา ตรวจบันทึก และสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง”
คืนนั้น สารลับสามฉบับถูกซ่อนออกจากพระราชวังต่างเส้นทาง ฉบับหนึ่งอยู่ใต้ก้นกล่องเครื่องหอม ฉบับหนึ่งเย็บไว้ในซับเสื้อของหญิงขายสมุนไพร และอีกฉบับซ่อนในกระบอกไม้ไผ่ซึ่งลอยไปตามคลองส่งน้ำออกนอกกำแพง สองฉบับหายไประหว่างทาง แต่อีกฉบับผ่านเครือข่ายพ่อค้าและสถานีขนส่ง เดินทางข้ามหัวเมืองอย่างรวดเร็วจนถึงค่ายชายแดนในอีกหลายวันต่อมา อวี่ซีรับกระดาษแผ่นเล็กจากเยี่ยนหลัว นางอ่านเพียงครั้งเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนไป เซียวจิ้งเหยียนถามทันที“เกิดอะไรขึ้น”อวี่ซียื่นสารให้เขา “ฮ่องเต้ไม่ได้เพียงประชวร”นางมองแผนที่เมืองหลวงบนโต๊ะ ดวงตาเย็นลงทีละน้อย“พระองค์ถูกกักไว้ในตำหนักเฉียนหมิง และฮองเฮาสงสัยว่ากำลังถูกวางยา”นอกค่าย ลมเหนือพัดธงรบดังสะบัด ขณะที่ราชโองการฉบับใหม่กำลังเดินทางไปทั่วแผ่นดิน สั่งให้ทุกกองทัพกำจัดจ้านอ๋องโดยไม่ต้องจับเป็นสงครามซึ่งเดิมยังเป็นเพียงรอยร้าวระหว่างราชสำนักกับชายแดน จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปเพราะบัดนี้ผู้ที่ออกพระราชโองการอาจไม่ใช่ฮ่องเต้และผู้ที่นั่งอยู่หลังม่านกำลังใช้พร
เต๋อเฟยนั่งอยู่ข้างเตียง นางสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มและถือผ้าเช็ดพระพักตร์ไว้ในมือ สีหน้าอ่อนโยนประหนึ่งกำลังเฝ้าดูแลด้วยความภักดีฮ่องเต้ค่อย ๆ ลืมพระเนตรขึ้น“น้ำ”พระสุรเสียงแหบจนแทบฟังไม่ชัด เต๋อเฟยรับถ้วยชาจากนางกำนัลและประคองให้พระองค์ดื่ม“ฝ่าบาทควรบรรทมต่อเพคะ หมอหลวงกล่าวว่าพระวรกายยังอ่อนแรง”ฮ่องเต้ดื่มได้เพียงเล็กน้อยก็เบือนพระพักตร์หนี“กลิ่นแปลก”มือของเต๋อเฟยหยุดเล็กน้อย ก่อนยิ้ม“เป็นสมุนไพรบำรุงพระทัยเพคะ”พระเนตรของฮ่องเต้เลื่อนไปมองประตู“เหตุใดไม่มีขันทีจาง”“เขาป่วยเพคะ หม่อมฉันจึงให้หลี่กงกงมาดูแลแทน”“เรียกราชเลขา”“งานราชการถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ฝ่าบาทไม่ต้องทรงกังวล”ฮ่องเต้พยายามขยับพระวรกาย แต่แขนกลับอ่อนแรงจนยกไม่ขึ้น“ข้าไม่ได้ออกคำสั่งปราบจ้านอ๋อง”เต๋อเฟยเงียบไปชั่วขณะ “ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาเมื่อคืนเพคะ”“ข้าจำได้ว่าข
ฮ่องเต้ประชวรเสียงระฆังยามเช้าดังขึ้นเหนือกำแพงพระราชวังตามปกติ แต่ประตูท้องพระโรงกลับปิดสนิท ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ยืนรออยู่บนลานหินท่ามกลางอากาศหนาว ไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้า แม้เวลาประชุมราชการจะผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามแล้วก็ตาม ความผิดปกตินี้ทำให้เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นทีละน้อย“ฝ่าบาทไม่เคยทรงยกเลิกการประชุมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า”“เมื่อคืนยังมีพระบัญชาเรียกกรมทหารเข้าพบมิใช่หรือ”“ข้าได้ยินว่าตำหนักเฉียนหมิงปิดประตูตั้งแต่ยามสอง แม้แต่หมอหลวงบางคนยังเข้าไม่ได้”ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งหันไปมองทหารรักษาพระองค์ซึ่งยืนขวางบันไดท้องพระโรง แล้วถามเสียงเข้ม“เหตุใดจึงยังไม่เปิดประตู”นายทหารค้อมกาย“ฝ่าบาททรงประชวรกะทันหันขอรับ เต๋อเฟยมีรับสั่งให้งดประชุมราชการวันนี้”คำตอบนั้นทำให้ลานทั้งลานเงียบลงในทันที สำนักราชการมีลำดับชัดเจน หากฮ่องเต้ประชวร ผู้ที่ควรแจ้งเรื่องแก่ขุนนางคือขันทีใหญ่ประจำตำหนักเฉียนหมิง หรือราชเลขาผู้รับพระบัญชา ไม่ใช่สน







