LOGIN“อย่างที่คิด” เธอพึมพำเบา ๆ นี่ไม่ใช่โจร หากเป็นโจรจริง สิ่งแรกที่ต้องการย่อมเป็นทรัพย์สิน แต่คนพวกนี้กลับสนใจเพียงตัวเธอ เสียงของหนิงซินดังขึ้นจากเกี้ยวอีกคัน
“รีบช่วยพระชายา!”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนใจ แต่หนิงซินกลับยังนั่งอยู่ในเกี้ยวของตน ไม่คิดลงมาช่วยเลยแม้แต่น้อย แคทเธอรีนหัวเราะในใจ แสดงละครได้แนบเนียนจริง ๆ คนร้ายสามคนวิ่งฝ่าทหารเข้ามาใกล้เกี้ยวของเธอ ทหารอารักขาพยายามสกัด แต่กลับถูกอีกฝ่ายดึงกำลังออกไปอย่างมีแบบแผน
“พวกมันต้องการแยกกำลัง!”
แคทเธอรีนมองออกทันที อีกฝ่ายไม่ได้สู้เพื่อฆ่าทหาร แต่ต้องการเปิดทางมายังเกี้ยว สายตาของเธอกวาดมองภูมิประเทศอีกครั้ง เบื้องหน้าห่างออกไปราวยี่สิบก้าวเป็นช่องเขาแคบ ๆ ระหว่างก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อน หากเกี้ยวถูกพลิกขวางตรงนั้น ถนนทั้งสายจะถูกปิดทันที คนร้ายที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังจะไม่สามารถเชื่อมกำลังกันได้ เธอรีบผลักม่านออกและตะโกนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ทุกคนฟังคำสั่ง!”
ทหารหลายคนชะงัก ดูเหมือนไม่เคยได้ยินพระชายาใช้เสียงเช่นนี้มาก่อน
“คนหามเกี้ยว!”
“พะ...เพคะ”
“ยกเกี้ยวไปข้างหน้าอีกยี่สิบก้าว!”
ทุกคนมองหน้ากันอย่างงุนงง หัวหน้าทหารรีบค้าน
“พระชายา อันตราย!”
“ทำตามที่ข้าสั่ง!”
น้ำเสียงเฉียบขาดนั้นทำให้ชายฉกรรจ์หลายคนรีบยกเกี้ยวขึ้นโดยไม่รู้ตัว โจรเห็นเกี้ยวเคลื่อนที่ก็รีบวิ่งตาม เมื่อถึงจุดที่แคทเธอรีนต้องการ เธอตะโกนอีกครั้ง
“พลิกเกี้ยว!”
“อะไรนะเพคะ”
“พลิกเดี๋ยวนี้!”
แม้ทุกคนจะไม่เข้าใจ แต่ก็รีบผลักเกี้ยวไม้ทั้งหลังให้ล้มลงขวางช่องเขา เสียงไม้กระแทกพื้นดังสนั่น เกี้ยวขนาดใหญ่ขวางถนนจนปิดทางผ่านเกือบทั้งหมด โจรที่กำลังวิ่งนำหน้าหยุดไม่ทัน ชนเข้ากับเกี้ยวจนเสียหลักล้มระเนระนาด ขณะเดียวกัน ก้อนหินริมหน้าผาที่รับแรงกระแทกจากเกี้ยวก็เริ่มหลุดร่วงลงมา
ครืน! หินขนาดใหญ่หลายก้อนกลิ้งลงจากไหล่เขา เสียงฝุ่นหินฟุ้งกระจายไปทั่ว ทางแคบถูกปิดตายทันที โจรที่อยู่คนละฝั่งไม่สามารถข้ามมาช่วยกันได้ ทหารของจ้านอ๋องเห็นโอกาสจึงตั้งแถวใหม่อย่างรวดเร็ว
“ล้อมพวกมัน!”
หัวหน้าทหารตะโกนเสียงดัง การต่อสู้ที่เคยเสียเปรียบกลับพลิกสถานการณ์ในพริบตา แคทเธอรีนรีบปีนออกจากเกี้ยว แม้ร่างกายของอวี่ซียังอ่อนแรง แต่เธอก็ฝืนเดินไปยังด้านหลังของก้อนหินเพื่อหลบลูกธนู หัวหน้าทหารวิ่งเข้ามาอย่างตกใจ
“พระชายา เหตุใดจึงทรงรู้ว่าต้องทำเช่นนี้”
แคทเธอรีนตอบสั้น ๆ
“ช่องเขาแคบแบบนี้ อย่าปล่อยให้ศัตรูรวมกำลัง”
หัวหน้าทหารนิ่งอึ้ง คำพูดนั้นคล้ายสิ่งที่แม่ทัพผู้ช่ำชองศึกจะกล่าวมากกว่าสตรีในวัง อีกด้านหนึ่ง โจรที่เหลือเริ่มแตกกระเจิง หลายคนถูกจับ บางคนถูกสังหารเหลือเพียงหัวหน้ากลุ่มที่ยังพยายามฝ่าวงล้อม
แคทเธอรีนสังเกตเห็นว่า ชายผู้นั้นไม่ได้พยายามหนีออกจากภูเขา เขากลับพยายามพุ่งตรงมาหาเธอเป็นครั้งสุดท้าย
“จับเป็น!” เธอตะโกนออกไป “อย่าฆ่า!”
หัวหน้าทหารรีบเปลี่ยนคำสั่ง ทหารหลายคนใช้ด้ามหอกกระแทกขาของหัวหน้าโจรจนล้มลง ก่อนช่วยกันกดตัวเอาไว้ ไม่นาน การต่อสู้ก็ยุติลง เสียงคร่ำครวญของผู้บาดเจ็บดังแผ่วไปทั่วบริเวณ หนิงซินรีบลงจากเกี้ยว วิ่งเข้ามาหาแคทเธอรีนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“พระชายาเพคะ พระองค์ทรงปลอดภัยหรือไม่”
แคทเธอรีนมองอีกฝ่ายเพียงครู่เดียว “ข้ายังไม่ตาย”
หนิงซินฝืนยิ้ม “โชคดีเหลือเกินเพคะ”
แคทเธอรีนไม่ตอบ สายตาของเธอหันไปยังหัวหน้าโจรที่ถูกมัดไว้ ชายคนนั้นก้มหน้าแน่น ไม่ยอมพูดแม้แต่คำเดียว หัวหน้าทหารดึงหน้ากากของอีกฝ่ายออก ก่อนค้นตัวตามธรรมเนียม ทันใดนั้น ทหารคนหนึ่งก็ร้องขึ้น
“ใต้เสื้อมีของบางอย่าง!”
เขาดึงแผ่นไม้เล็ก ๆ ออกมาจากด้านในเสื้อ เป็นป้ายประจำตัวทหาร บนแผ่นไม้สลักตรารูปพยัคฆ์คำรามอย่างประณีต พร้อมตัวอักษรสองคำที่ทำให้ทุกคนเบิกตากว้าง
“หนิง...เฉิง”
หัวหน้าทหารหน้าเปลี่ยนสีทันที ตรานี้ไม่ใช่ของโจรภูเขา แต่เป็นป้ายประจำตัวของกองทัพตระกูลหนิง บรรยากาศรอบด้านเงียบงันในชั่วพริบตา หนิงซินหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนรีบปั้นสีหน้าตกใจ
“เป็นไปไม่ได้!”
แต่นางไม่รู้เลยว่า...ดวงตาเย็นชาของพระชายาเอกกำลังจับจ้องทุกการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของนางโดยไม่พลาดแม้แต่น้อย
คำพูดนั้นทำให้อวี่ซีเงียบไปครู่หนึ่ง นางหันไปมองเมืองซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน และในชั่วขณะนั้น ความทรงจำจากชีวิตอันห่างไกลก็ย้อนกลับมาแคทเธอรีน…หญิงสาวอีกคนหนึ่งซึ่งเคยมีทุกอย่าง ทั้งความรู้ ความสามารถ ฐานะ และโอกาส แต่กลับไม่เคยมีความสุขอย่างแท้จริง ชีวิตของแคทเธอรีนเต็มไปด้วยการแข่งขัน นางเคยเชื่อว่าความสำเร็จคือการอยู่เหนือผู้อื่น เชื่อว่าหากตนแข็งแกร่งพอ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร และเชื่อว่าความรักเป็นเพียงภาระซึ่งทำให้มนุษย์อ่อนแอนางมีชื่อเสียง มีทรัพย์สิน มีผู้คนยกย่อง แต่ไม่มีสถานที่ใดที่เรียกว่าบ้านได้อย่างเต็มหัวใจ เมื่อชีวิตนั้นจบลง นางคิดว่าตนถูกชะตากรรมทอดทิ้ง จากนั้นนางกลับตื่นขึ้นในร่างของอวี่ซี สตรีผู้เคยยอมสูญเสียศักดิ์ศรีเพราะความรัก เคยเฝ้ารอบุรุษที่ไม่เห็นค่า และเคยเชื่อว่าหากอดทนมากพอ วันหนึ่งเขาจะหันกลับมามองอวี่ซีคนเดิมมีความรัก แต่ไม่มีอำนาจปกป้องตนเอง แคทเธอรีนมีอำนาจ แต่ไม่เคยรู้จักความสุขจากการรักใครอย่างแท้จริง หญิงสองคนต่างถูกชีวิตทำร้ายในคนละแบบ แต่เมื่อความทรงจำกับหัวใจของทั้งสองรวมกัน สิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นไม่ใช่เพียงสตรีผู้ต้องการแก้แค้น เป็นอวี่ซีคนใหม่นาง
“ข้ายังไม่แน่ใจว่าความรักจะไม่ทำให้คนเจ็บ”“ข้าไม่อาจรับรองได้”“และข้ายังไม่เชื่อว่าคำสัญญาจะคงอยู่ตลอดไป”“ข้าจะไม่ขอให้เชื่อเพียงเพราะคำพูด”“แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา เจ้าทำให้ข้าเห็นว่า คนคนหนึ่งสามารถยอมรับความผิดและเลือกทำสิ่งใหม่ได้”ดวงตาของเซียวจิ้งเหยียนสั่นไหว อวี่ซียกมือขึ้นช้า ๆ แล้วแตะลงบนมือของเขา นี่เป็นครั้งแรกนับจากนางออกจากเมืองหลวงที่นางเป็นฝ่ายสัมผัสเขาก่อนเซียวจิ้งเหยียนไม่รีบจับกลับ เขาปล่อยให้นิ้วของนางวางอยู่บนหลังมืออย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจะทำให้ช่วงเวลานี้หายไป อวี่ซีสูดลมหายใจลึก“ข้าไม่เชื่อในความรักมาตลอด”เซียวจิ้งเหยียนมองนางโดยแทบไม่หายใจ นางจึงค่อย ๆ สอดนิ้วเข้าหามือของเขา“แต่เจ้าทำให้ข้าอยากลองเชื่อดูสักครั้ง”หลีกทางให้พระชายาทวงบัลลังก์หลายปีผ่านไป ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เสียงศึก และความหวาดกลัว กลับกลายเป็นพื้นที่การค้าที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของแผ่นดินถนนสายใหม่ทอดยาวจากประตูเมืองไปจนถึงชายแดน คาราวานสินค้าจากหลายแคว้นเดินทางผ่านทุกฤดูกาล ผ้าไหม ชา สมุนไพร เครื่องเทศ ม้า และ
“แล้ววันนี้เล่า”เขาหันไปมองผืนดินกว้างใหญ่“วันนี้ทุกสิ่งที่ข้าเคยรักยังอยู่ตรงหน้า”เมือง ป้อมปราการ ทุ่งนา และภูเขาทั้งหมดสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา“ข้ายังรักดินแดนนี้ ยังรักกองทัพ และยังคิดว่าหน้าที่ของผู้ปกครองสำคัญกว่าความสุขส่วนตัว แต่ข้าไม่คิดอีกแล้วว่าการรักษาอำนาจต้องแลกด้วยการทำลายคนที่อยู่ข้างข้า”เขาหันกลับมามองนาง“ยิ่งไม่คิดว่าข้าต้องยืนเหนือเจ้าเพื่อรักษาความมั่นคง”อวี่ซีถาม“เจ้ามอบตราครึ่งหนึ่งให้ข้า เพราะรู้สึกผิดหรือ”“ไม่”“เพราะต้องการให้ข้ายอมรับความรักของเจ้าหรือ”“ไม่”“เพราะกลัวข้าจะจากไปอีกหรือ”“ส่วนหนึ่ง ข้ากลัวจริง”เขาไม่ได้ปฏิเสธ“แต่ต่อให้เจ้าประทับตราหย่าในวันพรุ่งนี้ ข้าก็จะไม่เรียกอำนาจนั้นคืน”อวี่ซีชะงักเซียวจิ้งเหยียนกล่าวต่ออย่างหนักแน่น“สิ่งที่เจ้าได้รับเป็นของเจ้า เพราะเจ้าเหมาะสม ไม่ใช่เพราะเป็นภรรยาข้า หากวันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราสิ้นสุด เจ้ายังเป็นผู้ปกครองร่วมของดินแดนนี้ได้ ตราของเจ้ายังมีผล และคำสั่งของเจ้ายังต้องได้รับการเคารพ”“เจ้าคิดเรื่องนี้ไว้แล้วหรือ”“ตั้งแต่วันที่แบ่งตรา”“เหตุใดไม่บอก”“เพราะไม่อยากให้เจ้าคิดว่าข้ากำลังพูดเพื
อวี่ซีรับราชโองการด้วยสองมือ นางเงยหน้ามองเซียวจิ้งเหยียน เขาเพียงยิ้มให้นางอย่างภาคภูมิใจ คำมั่นที่ให้ไว้ในวันนั้น วันนี้ กลายเป็นความจริงแล้วคำสารภาพบนกำแพงเมืองหลังราชโองการจากเมืองหลวงถูกประกาศต่อหน้าขุนนางทั่วดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือ บรรยากาศในจวนจ้านอ๋องก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนผู้ที่เคยลังเลต่ออำนาจของอวี่ซีไม่อาจใช้คำว่าธรรมเนียมมาคัดค้านได้อีก เพราะสิทธิ์ในการบริหารกิจการพลเรือนของนางไม่ได้เกิดจากการอนุญาตของสามีเพียงผู้เดียว หากได้รับการรับรองจากฮ่องเต้โดยตรงสำนักงานของพระชายาจึงเต็มไปด้วยเอกสารตั้งแต่เช้าจรดค่ำ รายงานภาษีจากเมืองทั้งสิบสองแห่งถูกส่งเข้ามาพร้อมกัน แผนการสร้างสถานพยาบาลเพิ่มอีกสามแห่งรอการอนุมัติ โรงเรียนสตรีในเขตห่างไกลขอครูเพิ่ม ส่วนกองทุนครอบครัวทหารกำลังตรวจรายชื่อผู้ได้รับความช่วยเหลือรอบใหม่อวี่ซีนั่งตรวจเอกสารจนตะเกียงบนโต๊ะถูกจุดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เยี่ยนหลัวนำชาร้อนเข้ามาวางแล้วกล่าวเตือน“พระชายาทรงทำงานมาตั้งแต่เช้าแล้ว พักสักครู่เถิดเพคะ”อวี่ซียังคงอ่านรายงานในมือ“เหลือบัญชีอีกไม่กี่ฉบับ”“เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนก็ตรัสเช่นนี้เพคะ”“ครั้งนี้เหลือไม่ก
“และทุกโรงเรียนต้องรับเด็กหญิง”ห้องประชุมเงียบลง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามอย่างระมัดระวัง“พระชายา เด็กหญิงส่วนใหญ่ต้องช่วยงานบ้าน หากเข้าเรียนทั้งหมด ครอบครัวอาจลำบาก”อวี่ซียิ้มบาง“จึงต้องจัดเวลาเรียนครึ่งวัน และสอนอาชีพที่ใช้ได้จริง”“เช่นสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ”“การอ่าน การเขียน การคำนวณ การบัญชี การเย็บผ้า การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และกฎหมายพื้นฐาน”นักปราชญ์หลายคนมองหน้ากัน“กฎหมายด้วยหรือ”“ใช่”อวี่ซีตอบหนักแน่น“ผู้หญิงควรรู้ว่าตนมีสิทธิ์อะไร และผู้ใดกำลังละเมิดสิทธิ์นั้น”เซียวจิ้งเหยียนมองนางด้วยสายตาชื่นชม นี่คือสิ่งที่นางเคยพูดตั้งแต่วันที่วางเงื่อนไขกลับจวน และวันนี้ นางกำลังทำให้มันเกิดขึ้นจริง ภายในสามเดือน โรงเรียนสตรีแห่งแรกก็เปิดขึ้นในเมืองหลวงของภูมิภาค เด็กหญิงตัวเล็กหลายร้อยคนเดินเข้าประตูโรงเรียนพร้อมกระดานไม้ในมือบางคนเป็นลูกชาวนา บางคนเป็นลูกพ่อค้า บางคนเป็นเด็กกำพร้าจากสงคราม ไม่มีผู้ใดถูกปฏิเสธเพราะฐานะ เมื่อข่าวนี้แพร่ไป เมืองอื่นก็เริ่มขอตั้งโรงเรียนตาม หลังจากนั้นไม่นาน อวี่ซีก็หันมาจัดการเรื่องสาธารณสุข นางตรวจพบว่าหมู่บ้านห่างไกลจำนวนมากต้องเดินทางหลายวันจึงจะพบ
ชายคนนั้นเม้มริมฝีปาก“กิจการการค้าเกี่ยวข้องกับพ่อค้าและตระกูลใหญ่ พระชายาอาจยังไม่ทรงเข้าใจความซับซ้อนทั้งหมด”อวี่ซีหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมา“เส้นทางการค้าผ่านหุบเขาเหอผิงเก็บค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นสองส่วนในช่วงสงคราม โดยอ้างว่าจะนำไปซ่อมสะพาน แต่สะพานยังไม่ได้ซ่อมและเงินหายไปเกือบสามหมื่นตำลึง เจ้าซึ่งดูแลกิจการการค้าช่วยอธิบายความซับซ้อนนี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่”สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนทันที“เรื่องนี้อาจเกิดจากบัญชีตกหล่นพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าหวังว่าเป็นเพียงบัญชีตกหล่น”อวี่ซีวางเอกสารลง“ภายในห้าวัน นำบัญชี รายชื่อผู้รับเหมา และใบรับเงินทั้งหมดมาส่งที่สำนักงานของข้า หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเงินอยู่ที่ใด ข้าจะสั่งยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบ”ชายคนนั้นหันมองเซียวจิ้งเหยียนอีกครั้ง“ท่านอ๋อง”เซียวจิ้งเหยียนกล่าวอย่างเย็นชา“คำสั่งพระชายาชัดเจนแล้ว”“แต่กระหม่อมรับตำแหน่งจากพระองค์”“และนับจากวันนี้ เจ้าต้องรายงานเรื่องการค้าต่อพระชายา”ชายผู้นั้นหน้าซีด ก่อนจำใจคุกเข่า“กระหม่อมรับคำสั่ง”อวี่ซีมองขุนนางทุกคน“ข้าไม่ได้ต้องการตรานี้เพื่อให้ผู้ใดคุกเข่าต่อหน้า แต่ต้องการให้คลังที่เป็นของปร







