LOGINก่อนลงจากเกี้ยว นางหันมามองพระชายาอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นยังคงเย็นชาเหมือนเดิม เมื่อม่านปิดลง แคทเธอรีนรีบขยับตัวทันที เธอคลานไปยังกระถางกำยาน ใช้ผ้าไหมพันมือก่อนเปิดฝาอย่างระมัดระวัง ด้านในมีเถ้ากำยานสีเทาปนดำและถุงผ้าใบเล็กซ่อนอยู่ใต้เถ้า แคทเธอรีนหยิบถุงนั้นขึ้นมา กลิ่นหอมหวานรุนแรงยิ่งกว่าที่ลอยออกมาเสียอีก เธอเปิดเพียงเล็กน้อย ด้านในเป็นผงละเอียดสีขาวอมเหลือง แม้จะไม่รู้ว่าเป็นสารชนิดใด แต่เธอมั่นใจว่ามันไม่ใช่เครื่องหอมธรรมดา
เธอรีบใช้ผ้าไหมอีกผืนห่อถุงนั้น ก่อนซ่อนไว้ในแขนเสื้อด้านในอย่างแนบเนียน นี่คือหลักฐานชิ้นแรก หากวันหนึ่งต้องเปิดโปงคนร้าย สิ่งนี้อาจมีค่ามากกว่าคำพูดนับร้อยประโยค เก็บของเรียบร้อยแล้ว แคทเธอรีนจึงกลับไปนั่งตำแหน่งเดิม เธอหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะอ่อนแรง แต่เพราะต้องการดูว่าศัตรูจะทำอะไรต่อ ไม่นานนัก เสียงด้านนอกก็ดังขึ้นอีก
“พระชายายังไม่ฟื้นหรือ”
เป็นเสียงของหนิงซิน
“เพคะ ดูเหมือนจะหมดสติอีกแล้ว”
เสียงขันทีตอบอย่างนอบน้อม
“ฤทธิ์ยา...” หนิงซินหยุดพูดไปชั่วครู่ ก่อนลดเสียงลงจนเบามาก หากเป็นอวี่ซีคนเดิมคงไม่ได้ยิน แต่แคทเธอรีนซึ่งตั้งใจฟังทุกคำกลับได้ยินชัดเจน
“แน่ใจนะว่านางสูดเข้าไปหมดแล้ว”
ขันทีรีบตอบ “เพคะ กระหม่อมใส่เพิ่มตามที่พระสนมรับสั่ง ไม่มีทางผิดพลาด”
หนิงซินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ดี”
นางถอนหายใจเบา ๆ “หากถึงวัดแล้วนางยังไม่ตาย ก็ทำให้เป็นอุบัติเหตุเสีย”
ขันทีลังเล “แต่ถ้าคนของจ้านอ๋องสืบ...”
“กลัวอะไร”
เสียงของหนิงซินเย็นเยียบจนแทบไม่เหลือความอ่อนหวาน
“คนทั้งจวนรู้ดีว่าพระชายาร่างกายอ่อนแอ เป็นลมบ่อย ต่อให้ตายระหว่างทางก็ไม่มีผู้ใดสงสัย”
ขันทีหัวเราะเบา ๆ อย่างประจบ
“พระสนมทรงรอบคอบยิ่งนัก”
หนิงซินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้แคทเธอรีนรู้ทันทีว่าชีวิตของตนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
“จำไว้”
น้ำเสียงของนางเย็นชาไร้ความปรานี
“คืนนี้ต้องไม่มีพระชายากลับถึงวัง”
แคทเธอรีนยังคงหลับตาและหายใจแผ่วราวกับคนหมดสติ แต่ภายในใจกลับเย็นสงบราวกับผืนน้ำในฤดูหนาว ศัตรูเปิดไพ่ใบแรกให้เธอเห็นแล้ว ต่อจากนี้...ถึงเวลาที่เธอจะเริ่มเล่นเกมของตัวเอง
กับดักระหว่างทางไปวัด
เสียงล้อเกี้ยวดังเอี๊ยดอ๊าดไปตามถนนภูเขา ขบวนเดินทางออกจากศาลาพักระหว่างทางมุ่งหน้าไปยังวัดหลิงอวิ๋นซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาเบื้องหน้า สองข้างทางเป็นหน้าผาสูงชันสลับกับป่าสนหนาทึบ ลมเย็นพัดผ่านช่องเขาจนผ้าม่านของเกี้ยวปลิวไหวเป็นระยะ
แคทเธอรีนยังคงนั่งหลับตาอยู่ภายในเกี้ยว แต่สมองของเธอกลับตื่นตัวเต็มที่
หลังจากได้ยินคำสั่งของหนิงซินเมื่อคืนก่อน เธอก็แน่ใจแล้วว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การไปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล หากแต่เป็นแผนลอบสังหารพระชายาเอกอย่างแนบเนียน
เธอเปิดม่านเพียงเล็กน้อย แอบมองสภาพแวดล้อมด้านนอก ถนนแคบ ด้านซ้ายเป็นหน้าผาหิน ด้านขวาเป็นเหวลึก หากเกิดเหตุขึ้นตรงจุดนี้ ขบวนจะไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ง่าย
ความรู้ด้านโลจิสติกส์และการวางแผนเส้นทางที่เธอใช้มาตลอดหลายปีทำให้แคทเธอรีนมองเห็นจุดอันตรายแทบจะในทันที
หากเธอเป็นคนวางแผนโจมตี ที่นี่คือจุดที่เหมาะที่สุด ทันใดนั้น เสียงหวีดแหลมของลูกธนูก็ดังแหวกอากาศ
ฟิ้ว! ลูกธนูปักลงบนพื้นตรงหน้าม้าตัวแรกของขบวนจนสัตว์ตกใจส่งเสียงร้องและยกขาหน้าสูง
“ระวัง!”
“มีโจร!”
เสียงทหารร้องตะโกนดังลั่น ก่อนที่ลูกธนูอีกนับสิบดอกจะพุ่งลงมาจากเนินเขาทั้งสองด้าน ขบวนแตกตื่นทันที สาวใช้หลายคนกรีดร้องวิ่งหาที่กำบัง คนหามเกี้ยวรีบวางเกี้ยวลงกับพื้นด้วยความตกใจ เสียงดาบกระทบกันดังระงมไปทั่วช่องเขา แคทเธอรีนไม่ได้รีบออกจากเกี้ยวเหมือนคนอื่น เธอเปิดม่านมองสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
โจรประมาณยี่สิบคนกระโดดลงมาจากเนินเขา แต่สิ่งที่ทำให้เธอขมวดคิ้วคือ พวกมันไม่ได้เข้าไปปล้นรถเสบียง ไม่ได้แย่งม้า ไม่ได้เข้าหาคนหาบสัมภาระ ทุกคนกลับมุ่งตรงมายังเกี้ยวของพระชายา
คำพูดนั้นทำให้อวี่ซีเงียบไปครู่หนึ่ง นางหันไปมองเมืองซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน และในชั่วขณะนั้น ความทรงจำจากชีวิตอันห่างไกลก็ย้อนกลับมาแคทเธอรีน…หญิงสาวอีกคนหนึ่งซึ่งเคยมีทุกอย่าง ทั้งความรู้ ความสามารถ ฐานะ และโอกาส แต่กลับไม่เคยมีความสุขอย่างแท้จริง ชีวิตของแคทเธอรีนเต็มไปด้วยการแข่งขัน นางเคยเชื่อว่าความสำเร็จคือการอยู่เหนือผู้อื่น เชื่อว่าหากตนแข็งแกร่งพอ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร และเชื่อว่าความรักเป็นเพียงภาระซึ่งทำให้มนุษย์อ่อนแอนางมีชื่อเสียง มีทรัพย์สิน มีผู้คนยกย่อง แต่ไม่มีสถานที่ใดที่เรียกว่าบ้านได้อย่างเต็มหัวใจ เมื่อชีวิตนั้นจบลง นางคิดว่าตนถูกชะตากรรมทอดทิ้ง จากนั้นนางกลับตื่นขึ้นในร่างของอวี่ซี สตรีผู้เคยยอมสูญเสียศักดิ์ศรีเพราะความรัก เคยเฝ้ารอบุรุษที่ไม่เห็นค่า และเคยเชื่อว่าหากอดทนมากพอ วันหนึ่งเขาจะหันกลับมามองอวี่ซีคนเดิมมีความรัก แต่ไม่มีอำนาจปกป้องตนเอง แคทเธอรีนมีอำนาจ แต่ไม่เคยรู้จักความสุขจากการรักใครอย่างแท้จริง หญิงสองคนต่างถูกชีวิตทำร้ายในคนละแบบ แต่เมื่อความทรงจำกับหัวใจของทั้งสองรวมกัน สิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นไม่ใช่เพียงสตรีผู้ต้องการแก้แค้น เป็นอวี่ซีคนใหม่นาง
“ข้ายังไม่แน่ใจว่าความรักจะไม่ทำให้คนเจ็บ”“ข้าไม่อาจรับรองได้”“และข้ายังไม่เชื่อว่าคำสัญญาจะคงอยู่ตลอดไป”“ข้าจะไม่ขอให้เชื่อเพียงเพราะคำพูด”“แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา เจ้าทำให้ข้าเห็นว่า คนคนหนึ่งสามารถยอมรับความผิดและเลือกทำสิ่งใหม่ได้”ดวงตาของเซียวจิ้งเหยียนสั่นไหว อวี่ซียกมือขึ้นช้า ๆ แล้วแตะลงบนมือของเขา นี่เป็นครั้งแรกนับจากนางออกจากเมืองหลวงที่นางเป็นฝ่ายสัมผัสเขาก่อนเซียวจิ้งเหยียนไม่รีบจับกลับ เขาปล่อยให้นิ้วของนางวางอยู่บนหลังมืออย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจะทำให้ช่วงเวลานี้หายไป อวี่ซีสูดลมหายใจลึก“ข้าไม่เชื่อในความรักมาตลอด”เซียวจิ้งเหยียนมองนางโดยแทบไม่หายใจ นางจึงค่อย ๆ สอดนิ้วเข้าหามือของเขา“แต่เจ้าทำให้ข้าอยากลองเชื่อดูสักครั้ง”หลีกทางให้พระชายาทวงบัลลังก์หลายปีผ่านไป ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เสียงศึก และความหวาดกลัว กลับกลายเป็นพื้นที่การค้าที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งของแผ่นดินถนนสายใหม่ทอดยาวจากประตูเมืองไปจนถึงชายแดน คาราวานสินค้าจากหลายแคว้นเดินทางผ่านทุกฤดูกาล ผ้าไหม ชา สมุนไพร เครื่องเทศ ม้า และ
“แล้ววันนี้เล่า”เขาหันไปมองผืนดินกว้างใหญ่“วันนี้ทุกสิ่งที่ข้าเคยรักยังอยู่ตรงหน้า”เมือง ป้อมปราการ ทุ่งนา และภูเขาทั้งหมดสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา“ข้ายังรักดินแดนนี้ ยังรักกองทัพ และยังคิดว่าหน้าที่ของผู้ปกครองสำคัญกว่าความสุขส่วนตัว แต่ข้าไม่คิดอีกแล้วว่าการรักษาอำนาจต้องแลกด้วยการทำลายคนที่อยู่ข้างข้า”เขาหันกลับมามองนาง“ยิ่งไม่คิดว่าข้าต้องยืนเหนือเจ้าเพื่อรักษาความมั่นคง”อวี่ซีถาม“เจ้ามอบตราครึ่งหนึ่งให้ข้า เพราะรู้สึกผิดหรือ”“ไม่”“เพราะต้องการให้ข้ายอมรับความรักของเจ้าหรือ”“ไม่”“เพราะกลัวข้าจะจากไปอีกหรือ”“ส่วนหนึ่ง ข้ากลัวจริง”เขาไม่ได้ปฏิเสธ“แต่ต่อให้เจ้าประทับตราหย่าในวันพรุ่งนี้ ข้าก็จะไม่เรียกอำนาจนั้นคืน”อวี่ซีชะงักเซียวจิ้งเหยียนกล่าวต่ออย่างหนักแน่น“สิ่งที่เจ้าได้รับเป็นของเจ้า เพราะเจ้าเหมาะสม ไม่ใช่เพราะเป็นภรรยาข้า หากวันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราสิ้นสุด เจ้ายังเป็นผู้ปกครองร่วมของดินแดนนี้ได้ ตราของเจ้ายังมีผล และคำสั่งของเจ้ายังต้องได้รับการเคารพ”“เจ้าคิดเรื่องนี้ไว้แล้วหรือ”“ตั้งแต่วันที่แบ่งตรา”“เหตุใดไม่บอก”“เพราะไม่อยากให้เจ้าคิดว่าข้ากำลังพูดเพื
อวี่ซีรับราชโองการด้วยสองมือ นางเงยหน้ามองเซียวจิ้งเหยียน เขาเพียงยิ้มให้นางอย่างภาคภูมิใจ คำมั่นที่ให้ไว้ในวันนั้น วันนี้ กลายเป็นความจริงแล้วคำสารภาพบนกำแพงเมืองหลังราชโองการจากเมืองหลวงถูกประกาศต่อหน้าขุนนางทั่วดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือ บรรยากาศในจวนจ้านอ๋องก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนผู้ที่เคยลังเลต่ออำนาจของอวี่ซีไม่อาจใช้คำว่าธรรมเนียมมาคัดค้านได้อีก เพราะสิทธิ์ในการบริหารกิจการพลเรือนของนางไม่ได้เกิดจากการอนุญาตของสามีเพียงผู้เดียว หากได้รับการรับรองจากฮ่องเต้โดยตรงสำนักงานของพระชายาจึงเต็มไปด้วยเอกสารตั้งแต่เช้าจรดค่ำ รายงานภาษีจากเมืองทั้งสิบสองแห่งถูกส่งเข้ามาพร้อมกัน แผนการสร้างสถานพยาบาลเพิ่มอีกสามแห่งรอการอนุมัติ โรงเรียนสตรีในเขตห่างไกลขอครูเพิ่ม ส่วนกองทุนครอบครัวทหารกำลังตรวจรายชื่อผู้ได้รับความช่วยเหลือรอบใหม่อวี่ซีนั่งตรวจเอกสารจนตะเกียงบนโต๊ะถูกจุดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เยี่ยนหลัวนำชาร้อนเข้ามาวางแล้วกล่าวเตือน“พระชายาทรงทำงานมาตั้งแต่เช้าแล้ว พักสักครู่เถิดเพคะ”อวี่ซียังคงอ่านรายงานในมือ“เหลือบัญชีอีกไม่กี่ฉบับ”“เมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนก็ตรัสเช่นนี้เพคะ”“ครั้งนี้เหลือไม่ก
“และทุกโรงเรียนต้องรับเด็กหญิง”ห้องประชุมเงียบลง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามอย่างระมัดระวัง“พระชายา เด็กหญิงส่วนใหญ่ต้องช่วยงานบ้าน หากเข้าเรียนทั้งหมด ครอบครัวอาจลำบาก”อวี่ซียิ้มบาง“จึงต้องจัดเวลาเรียนครึ่งวัน และสอนอาชีพที่ใช้ได้จริง”“เช่นสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ”“การอ่าน การเขียน การคำนวณ การบัญชี การเย็บผ้า การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และกฎหมายพื้นฐาน”นักปราชญ์หลายคนมองหน้ากัน“กฎหมายด้วยหรือ”“ใช่”อวี่ซีตอบหนักแน่น“ผู้หญิงควรรู้ว่าตนมีสิทธิ์อะไร และผู้ใดกำลังละเมิดสิทธิ์นั้น”เซียวจิ้งเหยียนมองนางด้วยสายตาชื่นชม นี่คือสิ่งที่นางเคยพูดตั้งแต่วันที่วางเงื่อนไขกลับจวน และวันนี้ นางกำลังทำให้มันเกิดขึ้นจริง ภายในสามเดือน โรงเรียนสตรีแห่งแรกก็เปิดขึ้นในเมืองหลวงของภูมิภาค เด็กหญิงตัวเล็กหลายร้อยคนเดินเข้าประตูโรงเรียนพร้อมกระดานไม้ในมือบางคนเป็นลูกชาวนา บางคนเป็นลูกพ่อค้า บางคนเป็นเด็กกำพร้าจากสงคราม ไม่มีผู้ใดถูกปฏิเสธเพราะฐานะ เมื่อข่าวนี้แพร่ไป เมืองอื่นก็เริ่มขอตั้งโรงเรียนตาม หลังจากนั้นไม่นาน อวี่ซีก็หันมาจัดการเรื่องสาธารณสุข นางตรวจพบว่าหมู่บ้านห่างไกลจำนวนมากต้องเดินทางหลายวันจึงจะพบ
ชายคนนั้นเม้มริมฝีปาก“กิจการการค้าเกี่ยวข้องกับพ่อค้าและตระกูลใหญ่ พระชายาอาจยังไม่ทรงเข้าใจความซับซ้อนทั้งหมด”อวี่ซีหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมา“เส้นทางการค้าผ่านหุบเขาเหอผิงเก็บค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นสองส่วนในช่วงสงคราม โดยอ้างว่าจะนำไปซ่อมสะพาน แต่สะพานยังไม่ได้ซ่อมและเงินหายไปเกือบสามหมื่นตำลึง เจ้าซึ่งดูแลกิจการการค้าช่วยอธิบายความซับซ้อนนี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่”สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนทันที“เรื่องนี้อาจเกิดจากบัญชีตกหล่นพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าหวังว่าเป็นเพียงบัญชีตกหล่น”อวี่ซีวางเอกสารลง“ภายในห้าวัน นำบัญชี รายชื่อผู้รับเหมา และใบรับเงินทั้งหมดมาส่งที่สำนักงานของข้า หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเงินอยู่ที่ใด ข้าจะสั่งยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบ”ชายคนนั้นหันมองเซียวจิ้งเหยียนอีกครั้ง“ท่านอ๋อง”เซียวจิ้งเหยียนกล่าวอย่างเย็นชา“คำสั่งพระชายาชัดเจนแล้ว”“แต่กระหม่อมรับตำแหน่งจากพระองค์”“และนับจากวันนี้ เจ้าต้องรายงานเรื่องการค้าต่อพระชายา”ชายผู้นั้นหน้าซีด ก่อนจำใจคุกเข่า“กระหม่อมรับคำสั่ง”อวี่ซีมองขุนนางทุกคน“ข้าไม่ได้ต้องการตรานี้เพื่อให้ผู้ใดคุกเข่าต่อหน้า แต่ต้องการให้คลังที่เป็นของปร







