FAZER LOGIN
ชายป่าแคว้นฉี...
ความเงียบสงัดในเขตป่าลึกดูวังเวงแม้เป็นช่วงเวลากลางวัน ร่างบอบบางในชุดอาภรณ์สีฟ้าอ่อนฉาบระบายไปด้วยเลือดสีแดงสด นอนคว่ำหน้าแน่นิ่งคล้ายไร้ลมหายใจ หญิงสาวเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ รู้สึกราวกับร่างกายแหลกละเอียดเป็นผุยผง มันทั้งเจ็บปวดแสนทรมานเกินกว่าสตรีอ่อนแอคนหนึ่งจะทนไหว นางหยัดกายขึ้นได้เพียงครึ่งท่อนตัดสินใจใช้มือที่พอจะมีเรี่ยวแรงน้อยนิดดันตัวคลานไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล "นั่นใคร" เสียงทุ้มเหมือนอยู่ไม่ไกลถามขึ้นพร้อมแหวกพงไม้อย่างรวดเร็ว นางส่งเสียงแผ่วเบาร้องเรียกอย่างอ่อนแรงเต็มทีเพื่อขอความช่วยเหลือ "ช่วย...ด้วย..." บุรุษร่างสูงในชุดสีดำสนิทมีผ้าโพกหัวคลุมใบหน้า มองเห็นเพียงดวงตามีแววคมกล้าจ้องมองยังร่างกายโชกเลือดอย่างประหลาดใจ เขายังคงระมัดระวังตัวไม่กล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือทันทีเพราะนั่นอาจเป็นกับดักที่ถูกวางเอาไว้ เขาหรี่ตาลงหยั่งเชิงมองดูสตรีร่างบอบบางที่เหมือนใกล้ตายพินิจพิจารณาสักครู่จึงตัดสินใจช้อนตัวขึ้นมาพาขึ้นบนหลังม้าอย่างเชี่ยวชาญ หญิงสาวที่ร่างกายอิดโรยปรือตาตัวอ่อนปวกเปียกคล้ายหมดแรงเต็มทน "ไปที่ใด" เสียงทุ้มต่ำถามหาจุดหมายปลายทาง "จะ...จวน...สกุล...หลี่..." น้ำเสียงแหบพร่าเปล่งออกมาจากริมฝีปากแห้งผากบางเบา พลันสติของนางก็ดับวูบลง เขาควบม้าอย่างรวดเร็วตามคำบอกมุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลหลี่ ความระแวงเริ่มเหือดหายเหลือเพียงความเร่งร้อนให้ถึงปลายทางโดยเร็ว เสี่ยงเซ็งแซ่ของหญิงชายที่รับร่างบางของสตรีผู้นี้ดังระงม บ้างหวีดร้อง บ้างร้องไห้ดังจ้าละหวั่นดูวุ่นวายไปทั้งจวน "ขอบคุณท่านผู้กล้าที่ช่วยเหลือคุณหนูใหญ่ ขอเชิญรับน้ำใจตอบแทนจากตระกูลหลี่ด้วยเถิดขอรับ" เสียงชายสูงวัยเอื้อนเอ่ยอย่างอ่อนน้อม ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยินดีรับไว้พร้อมควบม้าบึ่งออกไปทันที ถึงบ่าวไพร่ในจวนจะมึนงงกับอากัปกิริยาของบุรุษแปลกหน้าแต่พวกเขาห่วงอาการของคุณหนูใหญ่มากกว่า จึงรีบเข้าไปดูอีกทั้งยังตามหมอกันให้วุ่นวายเพื่อรักษาให้ทันท่วงที ภายในจวนตระกูลหลี่วุ่นวายกันทั้งวันกับการคอยดูแล 'หลี่ซิ่วหนิง' คุณหนูใหญ่ของตระกูลอดีตแม่ทัพ 'หลี่จิ้นหยาง' ผู้ทรงอำนาจแห่งแคว้นฉี ซึ่งเป็นลุงแท้ๆ ของนาง เขาเลี้ยงดูตั้งแต่บิดามารดาของหลี่ซิ่วหนิงตายไปทิ้งเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ นางกลายเป็นเด็กกำพร้าอยู่ในการปกครองของผู้เป็นลุง เขาเฝ้าฟูมฟักตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่เป็นสาวสะพรั่ง เพิ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นได้ไม่นาน ทั้งตามใจทั้งเอาใจใส่ด้วยความรักดุจพ่อแม่แท้ๆ นางจึงได้รับความรักล้นเหลือกลายเป็นคนเอาแต่ใจ เมื่อก่อนพิธีปักปิ่นนางได้พบกับองค์ชายที่เป็นโอรสของฮ่องเต้ในเทศกาลโคมไฟ แม่ทัพหลี่เข้าร่วมพิธีและพานางออกงานด้วยหลี่ซิ่วหนิงถูกตาต้องใจ ปักใจว่าอยากแต่งงานกับองค์ชาย 'ฉีหย่งเล่อ' ที่มีใบหน้าหล่อเหลาสะอาดและดูดี นางแจ้งความประสงค์ต่อผู้เป็นลุงถึงความมุ่งมาดปรารถนาในตัวองค์ชายอย่างหนักแน่น หลี่จิ้นหยางแม้จะขัดเคืองใจแต่มิอาจปฏิเสธได้ จึงยินยอมใช้อำนาจของอดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกรเข้าเจรจากับฮ่องเต้ด้วยตัวเอง ฮ่องเต้เห็นแก่ความดีความชอบมากมายของตระกูลหลี่และตัวแม่ทัพหลี่ จึงยินยอมให้มีการหมั้นหมายเกิดขึ้นแม้ในพระทัยจะทรงรู้สึกไม่ค่อยชอบหลี่ซิ่วหนิง และตระกูลหลี่ก็กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีตที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เนื่องจากแม่ทัพผู้คุมบังเหียนกองทัพแก่ตัวลง อีกทั้งยังดูเหมือนไร้ความสามารถจากการโดนพิษของข้าศึกในการออกรบเมื่อสิบปีก่อนจนฮ่องเต้ต้องใช้กองทัพหลวงที่มีฝีมือด้อยกว่าเข้าช่วย แม้จะได้รับชัยชนะกลับมาแต่ก็สูญเสียพลทหารไปไม่น้อยเช่นกันกับศึกตีเมืองต้าซ่งในครั้งนั้น หลี่ซิ่วหนิงก็เป็นเพียงสตรีขยะไร้ค่าที่ใครๆ ต่างขนานนามให้ นางเป็นถึงหลานสาวอดีตแม่ทัพใหญ่ที่มีกองทัพนับหมื่นนับแสนแต่วันๆ กลับทำตัวไร้คุณค่าคอยวิ่งตามแต่องค์ชายไปทุกที่จนเขารำคาญใจอยู่เนืองๆ ด้วยเขามิได้ชอบพอนางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ออกจะรังเกียจเสียด้วยซ้ำที่นางไม่รู้จักเจียมกะลาหัวว่าเป็นเพียงคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลี่ที่กำลังเริ่มตกอับ ราชสำนักตีตัวออกหาก แต่แม่ทัพหลี่กลับยัดเยียดนางให้เพื่อเชื่อมสัมพันธ์จอมปลอมหวังผลประโยชน์จากวังหลวง หวังผลว่าสักวันจะกลับมารุ่งโรจน์อย่างนั้นหรือ กองทัพยิ่งใหญ่เขาไม่ได้สนใจสักนิด ในเมื่อตอนนี้องค์ชายฉีหย่งเล่อกำลังสานสัมพันธ์กับ'จางถิงถิง' บุตรสาวผู้งดงามของอัครมหาเสนาบดี 'จางจิ้งซื่อ' ที่มีอิทธิพลไม่แพ้ตระกูลหลี่ ถึงแม้ว่าไม่มีกองทัพเป็นเครื่องต่อรองก็ตาม แต่อำนาจของตระกูลจางนั้นมิได้ด้อยไปกว่าตระกูลหลี่เลยแม้แต่น้อย หลี่จิ้นหยางในเวลานี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวที่อาการของหลานสาวสุดที่รักหนักหนาแทบหมดหนทางรักษา เขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางมีชีวิตรอดในครั้งนี้ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องรองทั้งหมด "อาการเป็นอย่างไรบ้าง" หลี่จิ้นหยางนำหมอที่เก่งที่สุดมารักษานางและถามไถ่อาการเมื่อล่วงเข้าสู่วันที่สามแล้ว "คุณหนูใหญ่ยังคงอาการทรงตัวอยู่ขอรับท่านแม่ทัพโปรดวางใจ ชีพจรเต้นเป็นปกติมีเพียงช่วงขาที่ต้องดามเอาไว้ก่อน ส่วนขาดบาดแผลข้าจัดเทียบยาสมุนไพรที่ดีที่สุด หายากที่สุดเอาไว้ให้ตามสมควรแล้วเพียงดื่มยาตามกำหนด ทายารักษาแผล พักผ่อนให้มาก บำรุงมากหน่อยก็ดีขึ้นอาการของคุณหนูนับว่าหนักหนา แต่น่าแปลกขอรับนางรอดมาได้โดยที่ร่างกายบอบช้ำไม่มากนับว่าสวรรค์เมตตาแล้ว" หมออธิบายอย่างไม่อยากจะเชื่อเพราะหากเป็นคนอื่นป่านนี้คงจัดงานศพไปแล้ว หลี่จิ้นหยางใจชื้นขึ้นมารู้สึกโล่งอกเป็นอย่างยิ่งที่ความพยายามของเขาไม่เสียเปล่า การตามหาหมอเก่งที่สุดพร้อมกับจัดหายาสมุนไพรซึ่งหาได้ยากราคาแสนแพงเพื่อรักษาชีวิตของหลานสาวคนเดียวเอาไว้ได้ เวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์หลี่ซิ่วหนิงจึงได้สติตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าซีดเซียว นางนอนนิ่งกลอกตามองบนเพดานที่สุดแปลกตา สมองเลือนรางมีภาพจำสลับไปมาจนต้องปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง ก่อนหลับสนิทบนความเงียบสงัดที่ตอนนี้ไม่รู้วันรู้คืนและมันคือแห่งหนใดบนโลกกว้างใหญ่จางถิงถิงตอนนี้นางมีความสำคัญกับฮ่องเต้ที่สุด อีกไม่ช้าไม่นานอาจมีข่าวดีเกิดขึ้นในเร็ววัน จางจิ้งซื่อภูมิอกภูมิใจหนักหนาที่บุตรสาวต้องพระทัยฮ่องเต้ หากว่าตระกูลจางได้ผูกสัมพันธ์กับฮ่องเต้ที่มีตระกูลหม่าของไท่เฟยผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ผนวกเข้ากับตระกูลจางของเขาที่ไม่น้อยหน้ากัน คราวนี้แคว้นฉีคงมีแต่ความรุ่งโรจน์ เมื่อได้ควบกันได้เมื่อไหร่ตระกูลหลี่ของหลี่จิ้นหยางต้องยอมสยบใต้ฝ่าเท้าเป็นแน่แท้จางจิ้งซื่อกระหยิ่มในใจเพียงแค่คิดเขาก็รอดูความยิ่งใหญ่ของตัวเองแทบกลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว ชื่อเสียง อำนาจ ลาภยศสรรเสริญจะต้องหลั่งไหลเข้ามา ผู้คนต้องแซ่ซ้องไปทั่วสารทิศ บารมีแผ่ปกคลุมไปทั่วแว่นแคว้นก็คราวนี้"หลี่จิ้นหยาง ข้าอยากเห็นเจ้าพังพินาศ!"จางจิ้งซื่อกัดฟันกรอดพูดอย่างหมายมาดหากเขาล้มตระกูลหลี่ได้นับว่ายอดเยี่ยมที่สุด เพราะไอ้สวะนั่นขัดขวางความยิ่งใหญ่ของเขาเรื่อยมา มันถูกถีบหัวส่งไปแล้วก็ดีอยู่แล้วไม่รู้ไท่เฟยเอามันกลับมาให้รกลูกตาทำไม!"ท่านพ่อ วันนี้ลูกจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อยินดีหรือไม่"จางถิงถิงเดินเข้ามาทักทายน้ำเสียงสดใสของคนกำลังมีความรัก เมื่อนางกำลังจะเดินทางเข้าวังหลวง ช
แคว้นฉีมีเมืองในปกครองขนาดเล็กอยู่เมืองหนึ่งที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนักเนื่องจากฮ่องเต้องค์ก่อนไม่ค่อยมีอำนาจถูกควบคุมโดยตระกูลของไท่เฟยองค์ปัจจุบัน การช่วยเหลือหรือดูแลจึงเป็นเรื่องยาก เมืองนี้ถูกปล่อยปะละเลยอย่างมาก อีกนัยหนึ่งทรัพยากรไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ประชาชนอยู่อย่างแร้นแค้นต้องพึ่งพาอาศัยกันเอง เจ้าเมืองเองก็ไม่ค่อยใส่ใจเท่าใดนัก เขาใช้เวลาส่วนใหญ่หาความสุขสบายอยู่ในเมืองหลวงของแคว้นฉีมากกว่า ฟางจิ้ง อดีตพระมเหสีขององค์ฮ่องเต้เมื่อทราบข่าวการสวรรคตนางเสียใจเป็นอย่างยิ่ง นาางรู้ดีว่าฮ่องเต้ไม่มีทางเลือกมากนักเมื่อในอดีต จึงตัดสินใจเรื่องต่างๆ เองไม่ค่อยได้ การพลัดพรากไม่ได้ทำให้นางมีความสุขทางใจตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา มีเพียงบุตรชายคนเดียวที่เปรียบเสมือนตัวแทนของเขาให้ดูต่างหน้า ให้นางได้รักได้ห่วงใย จึงคลายความเศร้าโศกลงได้บ้างเพราะต้องการปกป้องบุตรอันเป็นดั่งดวงใจทำให้นางจำใจเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง แบกรับความเจ็บปวดไว้แต่เพียงผู้เดียว เรื่องนี้ใช่ว่า'อู๋เจี๋ย'จะไม่รู้ เขาเข้าใจมาตลอดว่ามารดารู้สึกอย่างไร นางทำเพื่อเขาทุกอย่าง เรื่องนี้เขารับรู้มาโดยตลอดว่าต้องออกจากวังหลวง
งานเลี้ยงเสร็จสิ้นลงทุกคนเตรียมตัวไปขึ้นรถม้า เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างเดินทางไปยังสถานที่จอดรถม้าของตนเองรวมทั้งหลี่จิ้นหยางและหลี่ซิ่วหนิง นางออกไปทำธุระส่วนตัวจึงมาช้ากว่าผู้เป็นลุงที่รออยู่ด้านนอกแล้ว "ขอแสดงความยินดีที่ท่านแม่ทัพที่ได้กลับมา" เสียงของ จินเฟิง ขุนนางฝ่ายกรมพระคลังทักทายหลี่จิ้นหยาง "ขอบใจ" เขาขอบคุณตามมารยาทสายตามิวายมองหาหลานสาวที่เดินทางมาช้า "หลี่ซิ่วหนิงก็มาด้วยใช่หรือไม่ นางไปไหนเสียล่ะ" จินเฟิงถามขึ้นพร้อมชะโงกมองหา "หากเป็นข้าคงไม่กล้าพานางมางานเลี้ยงด้วยหรอก ท่านไม่เห็นใจหลานสาวบ้างเลยเด็กสาวที่พลาดการแต่งงานกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าหากอยากตบแต่งกับใครคงลำบากน่าดู จะมีผู้ใดกล้ารับเข้าตระกูลต่อเล่า" เขาพูดจาถากถางยิ้มเย้ย หลี่จิ้นหยางที่ทุกคนรู้ดีว่าการกลับมารับตำแหน่งแม่ทัพของเขาเป็นเพียงในนามเท่านั้น เพราะความสามารถที่ถดถอยทำให้คนบางคนไม่ได้ยำเกรงเขาอีกต่อไป ตรงกันข้ามกลับขุดปมด้อยของหลานสาวออกมาประจานให้อับอาย "ข้าสอนหลานให้อยู่กับความเป็นจริง หากไม่มีผู้ใดต้องการนางข้าและตระกูลหลี่ก็ยังเป็นที่พึ่งให้นางได้เสมอ อย่าห่วงเลยเจ้าดูแลลูกหลานให้ดีก่
ความยิ่งใหญ่อลังการที่ยากจะพบเห็นได้บ่อย ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นพิธีครองราชย์อย่างเป็นทางการ พระสนมตอนนี้มีตำแหน่งไท่เฟย ในขณะที่หลี่จิ้นหยางดำรงตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทัพหลี่ของแคว้นฉี งานรื่นเริงต่อจากนั้นสร้างความครึกครื้นไปทั่วแคว้น เมืองทั้งเมืองตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยสดงดงาม ภายในวังหลวงก็มีแต่ความหรูหรา หลี่ซิ่วหนิงกวาดตามองโดยรอบ อืม ต้อนรับฮ่องเต้องค์ใหม่ฟุ่มเฟือยดีจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างประมาณค่ามิได้สำหรับพิธีสำคัญนี้ หลี่จิ้นหยางถูกรุมล้อมไปด้วยบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ เขารู้ดีว่ายามตกต่ำคนเหล่านั้นไม่เคยชายตาแล ยามนี้กลับเข้ามาทักทายพูดคุยอย่างเป็นห่วงเป็นใยยินดีกับเขาหนักหนา จางจิ้งซื่อที่ยืนอยู่อีกฟากมองหลี่จิ้นหยางอยู่ห่างๆ เขาครุ่นคิดบางอย่างที่เกินคาดเดา "แม่ทัพหลี่อย่างนั้นรึ หึ" จางจิ้งซื่อยกจอกสุราขึ้นจิบพลางมองตรงไปยังหลี่จิ้นหยาง การกลับมาของแม่ทัพหลี่พร้อมกองทัพขนาดใหญ่ย่อมทำให้หลายฝ่ายร้อนๆ หนาวๆ เพราะกริ่งเกรงในอำนาจของกองทัพตระกูลหลี่ ทหารเรือนแสนทุกคนล้วนมีฝีมือระดับสูงทั้งสิ้น ชื่อเสียงระบือไกลไปหลายแคว้น ใครๆ ต่างยำเกรง มันเสียอยู่อย่างเดียวคือแม่ทัพผู้นี้ ถึงเขาจะเ
เมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตรียมความพร้อมสำหรับงานนี้เช่นกัน หลี่จิ้นหยางเองก็เข้าเฝ้าในฐานะแม่ทัพของกองทัพแคว้นฉี การกลับมารับตำแหน่งในครั้งนี้ทำให้เขามีพลังใจขึ้นมามาก เลือดนักรบในกายพลุ่งพล่านแม้ไร้กำลังต่อสู้ เขาตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะทำหน้าที่แม่ทัพอย่างดีที่สุดหลังจากถูกเพิกเฉยมาเนิ่นนาน จนคิดว่าคงไม่สามารถกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกแล้ว ความยินดีปรีเปรมปรากฏบนใบหน้าหลังจากมันห่างหายไปนานหลายปี หลี่จิ้นหยางมั่นใจว่าหากทำดีที่สุดกองทัพหลี่จะไม่มีวันตกต่ำอย่างที่ผ่านมาแน่นอน ชุดออกงานของหลี่ซิ่วหนิงถูกสั่งตัดใหม่ทั้งหมดรวมถึงชุดแม่ทัพของหลี่จิ้นหยางจากช่างตัดเย็บชั้นดีของแคว้นฉี เขาพานางเข้าไปเลือกผ้าและเครื่องประดับที่ร้านมีชื่ออันดับหนึ่งในเมืองนี้เพื่อร่วมงานอันทรงเกียรติ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดีที่สุดเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิ
ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว "ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด" ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ "แต่ว่า..." กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถวายบังคมและออกไปทำตามหน้าที่อย่างไม่เต็มใจนักโดยมีพระสนมนั่งยิ้มไล่หลัง "พระองค์เพียงพักผ่อนให้มากอาการก็ดีขึ้นเพคะ เสวยยาสมุนไพรชั้นดี อาหารบำรุงกำลังให้มากขึ้นก็จะทรงหายเพคะ" พระสนมเอ่ยยิ้มแย้มดูอบอุ่นเป็นอย่างมาก หากเป็นเมื่อก่อนฮ่องเต้คงรู้สึกมีกำลังใจต่อสู้ แต่เวลานี้พระองค์ทรงรู้ดีว่าเป็นอย่างไร "ข้ารู้ตัวดีพระสนม ห่วงแต่เจ้า" ทรงตรัสเสียงบางเบาก่อนเอื้อมพระหัตถ์กุมมือเรียวเอาไว้ สีพระพักตร์ดูกังวล พระสนมยิ้มให้อีกครั้งเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่นเพราะทุกคนออกไปหมดแล้วมีเพียงองค์ชายกับนางเท่านั้น "หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะ มีองค์ชายอยู่อย่าทรงเป็นห่วงเลยเพคะ ฝ่าบาทพักผ่อนให้มากๆ ตื่นมาอาการก็ดีขึ้น" พระสนมพูดจบก็ห่มผ้าให้ฮ่องเต้ได้พักผ่อน นางยังไม่ปักใจเชื่อว่าฮ่องเต้มีพระวรกายอ่อนแอลง ถึงทุก







