Compartilhar

เกิดใหม่อย่างน่าอนาถ

last update Última atualização: 2026-02-01 13:23:37

ด้านนอกของห้องมีเสียงคนพูดคุยกันเบาๆ แต่ก็เล็ดลอดให้พอได้ยินบ้าง นางรู้สึกว่าที่นี่มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เสียงนั้นช่างฟังแปร่งหูจับใจความอะไรไม่ได้เลย

"ข้าวต้มมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่"

เสียงของบ่าวรับใช้ดังขึ้นทำลายเสียงอื่นๆ รอบข้างเพราะนางอยู่ใกล้กว่า 'จื่อรั่ว'

สตรีใบหน้าจิ้มลิ้มส่งเสียงสดใสทักทายเหมือนปลุกเจ้านายไปในตัวเมื่อเห็นนางขยับตัวไปมาเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้ได้รับคำสั่งให้ดูแลคุณหนูใหญ่อย่างใกล้ชิดจึงรู้อาการของคนป่วยได้ดีกว่าใคร จื่อรั่วไม่แปลกใจแต่อย่างใดกับอาการของหญิงสาวที่นอนบนเตียงไม้ชั้นดีตรงหน้า นางรีบวางสำรับอาหารไว้บนโต๊ะเพื่อเข้าไปดูอาการของหลี่ซิ่วหนิง

"คุณหนูลืมตาแล้ว บ่าวนำข้าวต้มมาให้เจ้าค่ะ ท่านกินสักหน่อยจะได้มีแรง"

จื่อรั่วพูดพลางดึงหมอนพร้อมยกตัวท่อนบนของเจ้านายขึ้นให้นั่งเอนหลังอย่างระมัดระวังเพื่อเตรียมป้อนอาหารเช้า หลี่ซิ่วหนิงมองตามอากัปกิริยาคล่องแคล่วแน่นิ่งแววตาของนางไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดเพียงทำตามผู้ดูแลเท่านั้น คือนั่งกินอาหารช้าๆ ดื่มยาต้มที่สุดขมปร่าตามที่หมอสั่งเอาไว้ ถึงแม้รู้สึกไม่ค่อยชอบนักแต่ก็ฝืนดื่มเข้าไปได้จนหมด

จื่อรั่วพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งกับอาหารมื้อแรกที่คุณหนูใหญ่ยอมกินอย่างว่าง่าย ก่อนหน้านั้นยามที่นางป่วยมักเอาแต่ใจกินเพียงซุปเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนยารสขมพวกนี้ไม่มีทางลงไปอยู่ในกระเพาะของนางสักครั้ง เพราะหลี่ซิ่วหนิงมักปัดทิ้งหกเลอะเทอะเรี่ยราดพื้น ตามด้วยการอาละวาดบ่าวไพร่ทุกครั้งไป จึงไม่น่าแปลกที่นางมักไม่มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเยียนสักคน ความเป็นคุณหนูของจวนแม่ทัพไม่ได้ช่วยส่งเสริมบารมีให้นางได้เลยจริงๆ

จื่อรั่วรู้สึกแปลกใจแต่คิดว่าอาจจะเป็นเพราะอาการป่วยหนักทำให้คุณหนูใหญ่ของนางไร้เรี่ยวแรงอาละวาด หรือไม่ก็คงกลัวตายก่อนได้แต่งงานกับองค์ชายที่เป็นความหวังสูงสุด เรื่องนี้หลี่ซิ่วหนิงมักพูดกับจื่ออรั่วบ่อยครั้งว่านางจะต้องสมหวังกับองค์ชายเท่านั้นชีวิตจึงจะสมบูรณ์แบบไม่มีทางยอมตายไปก่อนง่ายๆ เป็นแน่

เมื่อปรนนิบัติเจ้านายเสร็จแล้วจื่อรั่วจึงนำถาดอาหารและยาไปเก็บ จากนั้นก็เข้ามาเช็ดตัวผลัดผ้าอาภรณ์ให้ตามปกติ จื่อรั่วทำหน้าที่นี้ให้เป็นประจำจึงดูคล่องแคล่วไปหมดต่างจากหลี่ซิ่วหนิงที่ยังคงรู้สึกกระดากอยู่บ้าง กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้นางก็อึดอัดไม่น้อยเลย จื่อรั่วปรนนิบัตินางได้ดีเหมือนเคยทำและมักออกปากชมบ่อยๆ ว่าคุณหนูใหญ่งดงามราวกับนางฟ้า ผิวพรรณขาวอมชมพูเลือดฝาดเนียนละเอียดยากหาใครเทียบได้ ไม่ว่าย่างกรายไปแห่งหนใดก็มักทำให้ผู้คนมองจนเหลียวหลังทุกครั้งไปโดยเฉพาะบุรุษน้อยใหญ่

เพราะมีบ่าวไพร่ให้ท้ายเช่นนี้อยู่เนืองๆ หลี่ซิ่วหนิงจึงมักยกยอตนเองอยู่เหนือสตรีทั้งหลายพร้อมพูดจากดหัวพวกเขาอยู่หลายครั้งยามได้สนทนากับสตรีด้านนอก ผู้คนต่างตราหน้าว่าคุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพหลี่นอกจากบ้าผู้ชายแล้วยังหลงตัวเองเป็นที่หนึ่งอีกด้วย

"คุณหนูของบ่าวงดงามที่สุดในเมืองนี้เลยนะเจ้าคะ ดูสิผมของท่านดกดำเงางาม คุณหนูสุขภาพกายดีสุขภาพจิตดีจากภายในเพียงแต่ตอนนี้ท่านอาจจะซูบลงไปบ้างเพราะยังไม่ฟื้นตัวดี แค่พักผ่อนให้มากกินอาหารตามเวลา ดื่มยาตามที่ท่านหมอสั่งไม่นานก็หายดีนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวก็ได้ออกไปข้างนอกเช่นเดิม คาดว่าองค์ชายคงจะมาเยี่ยมท่านในอีกไม่ช้า อดทนรอหน่อยนะเจ้าคะ"

เสียงเจื้อยแจ้วของจื่อรั่วพูดไม่เว้นจังหวะหายใจ พร้อมแปรงผมจัดแต่งให้เข้ากับใบหน้า ปักปิ่นดอกไม้สีหวานเป็นการเสริมให้ใบหน้าซูบซีดดูมีชีวิตชีวามากขึ้น จื่อรั่วเก่งเรื่องออกแบบการแต่งตัวให้นางมาแต่ไหนแต่ไร เพราะมักได้ติดตามหลี่ซิ่วหนิงออกงานสำคัญเป็นประจำ จึงมักจดจำการแต่งกายแต่งหน้า หรือแม้แต่ตกแต่งเรือนผมให้ดูดีสง่างาม มาปรับใช้กับคุณหนูของนางอยู่เสมอ จึงไม่น่าแปลกใจที่จื่อรั่วเป็นบ่าวคนโปรดรู้ใจเจ้านายลึกซึ้งและได้รับการตบรางวัลไม่ขาดสาย

"อืม"

หลี่ซิ่วหนิงเอ่ยประโยคแรกเพียงคำเดียว จื่อรั่วละมือที่กำลังแตะแปรงลงบนผมยาวนุ่มนิ่มอย่างประหลาดใจ นางสัมผัสได้ว่าคุณหนูช่างพูดน้อยเงียบขรึมกว่าปกติ หรือว่ายังคงไม่สบายตัวจึงออมแรงเอาไว้ไม่แสดงท่าทีใด แต่อาการก็ดีขึ้นมากเกือบเป็นปกติแล้วเพราะคุณหนูเป็นคนร่าเริงสดใส หากอาการป่วยดีขึ้นก็มักพร่ำเพ้อถึงองค์ชายให้ฟังเป็นอันดับแรกที่พบหน้ากัน ครั้งนี้ช่างแตกต่างยิ่งนัก

หลี่ซิ่วหนิงไม่ได้สนทนาสิ่งใดนอกจากนั้นนางเข้านอนแต่หัววันเพื่อพักผ่อนให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าอาการป่วยจะดีขึ้นตามลำดับจนเกือบหายเป็นปกติแล้วก็ตาม

เสียงฝีเท้าหนักเดินเข้ามาช้าๆ เขาหยุดหยุดยืนอยู่ข้างเตียงนอนด้วยใบหน้าเคร่งขรึมก่อนเดินไปยกเก้าอี้มานั่งข้างเตียงที่หญิงสาวกำลังหลับอยู่

"ลุงจะไม่ยอมให้เจ้าจากไปอีกคน ข้าสูญเสียน้องรองและน้องสะใภ้ไปแล้ว เหลือทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่ก็คือเจ้าเท่านั้น หลานรัก"

หลี่จิ้นหยางพูดพลางเอื้อมมือใหญ่ลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน เขาทั้งเป็นห่วงทั้งโล่งใจในเวลาเดียวกัน หลานสาวที่เปรียบดั่งบุตรีในไส้บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ มีหรือผู้เป็นลุงแท้ๆ จะไม่เจ็บปวดใจ

เขานั่งเฝ้านางดวงตาเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดถึงบางสิ่ง เผื่อว่านางตื่นขึ้นมากลางดึกจะได้ช่วยเหลือทัน ในเมื่อเขาเลี้ยงนางมาตั้งแต่แบเบาะทั้งเอาใจ ทุ่มเทความรักทั้งหมดที่มีทะนุถนอมดั่งไข่ในหิน ตั้งใจไว้ว่านางต้องสืบทอดตระกูลหลี่อย่างองอาจในอนาคตแม้ไม่ต้องเป็นแม่ทัพเช่นเขา แต่กองทัพตระกูลหลี่จำต้องมีผู้ดูแลเป็นอย่างดี อย่างน้อยในภายภาคหน้าหากแคว้นฉีถูกรุกราน กองทัพตระกูลหลี่ต้องได้รับใช้ปกป้องราชวงศ์และราษฎรให้อยู่รอดปลอดภัยเหมือนที่เคยเป็นมาตั้งแต่ครั้งอดีตหลายรุ่น ถึงนางจะเอาแต่ใจทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายไปวันๆ แต่อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าคู่หมั้นขององค์ชายผู้เป็นรัชทายาท ได้ผูกสัมพันธ์กับราชสำนักเอาไว้แล้วเขาก็หายห่วง

ส่วนเรื่องพิษในตัวเขาก็เริ่มเจือจางแต่สังขารมันร่วงโรยลงตามอายุ พละกำลังเหลือเฟือที่เคยมีย่อมอ่อนแอลงตามกาลเวลา เขามักเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เป็นประจำและรู้ตัวดีว่าสภาพร่างกายลดน้อยถอยลงทุกวันจากผลของพิษที่ทำลายระบบต่างๆ ในร่างกายไปมากแล้ว

"หิวน้ำ"

เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นบางเบาทั้งที่ยังหลับตา หลี่จิ้นหยางรีบลุกขึ้นไปรินน้ำใส่จอกแล้วประคองศีรษะของนางขึ้น ค่อยๆ ป้อนน้ำใส่ปากอย่างระมัดระวังที่สุด

"เจ้าคงทรมานมาก"

เขาเอ่ยขึ้นมองใบหน้าสวยที่เหมือนมารดาของนางอย่างปวดร้าว แววตาของชายสูงวัยเจือปนความรวดร้าวและเจ็บแค้นที่เขาไม่สามารถปกป้องหลานสาวที่เป็นเพียงสตรีบอบบางตัวเล็กนิดเดียวได้

นางยังไม่เป็นสาวเต็มวัยด้วยซ้ำแต่ต้องมาประสบพบเจอกับความเป็นความตายกระชั้นชิดเช่นนี้ จิตใจของนางจะบอบช้ำขนาดไหน เขาเจ็บแค้นตัวเองที่เป็นเพียงไอ้แก่ไร้ค่าไม่มีแม้กำลังปกป้องทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ให้มีชีวิตราบรื่นได้

"ลุงผิดเองที่ดูแลเจ้าได้ไม่ดี เป็นคนปล่อยให้เจ้าไปจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากวันนั้นลุงไม่อนุญาตให้ออกไปข้างนอกเจ้าคงไม่อยู่ในสภาพเช่นนี้"

เขาคร่ำครวญเอาแต่โทษตัวเองที่ทำร้ายนางทางอ้อมจนเกือบตาย

หลี่ซิ่วหนิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางไม่ได้หลับสนิทเสียทีเดียว ยังคงได้ยินทุกคำพูดของผู้อาวุโสข้างเตียงชัดทุกถ้อยคำ น้ำเสียงรู้สึกผิดและห่วงหาอาทรทำให้นางสำนึกได้ว่าผู้เป็นลุงรักหลานสาวผู้นี้มากเพียงใด

"ท่านลุงอย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ ข้าดื้อเองที่ไม่เชื่อฟังท่าน"

นางเอ่ยขึ้นมาพูดปลอบใจหลี่จิ้นหยางที่กำลังก้มหน้าอยู่ เขาใจกระตุกเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองเห็นรอยยิ้มฉาบระบายบนใบหน้าหวาน แววตาซื่อตรงทำให้เขานึกประหลาด หลี่ซิ่วหนิงไม่เคยปลอบใจผู้ใดมาแต่ไหนแต่ไร มิหนำซ้ำยังไม่เคยเข้าใจถึงเหตุผลกับเรื่องใดทั้งสิ้น หากเป็นเมื่อก่อนนางคงกล่าวโทษเขาซ้ำไปซ้ำมาที่ปล่อยปะละเลยขนาดนี้ นางไม่เคยยอมคนง่ายๆ จิตใจหยาบกระด้าง กิริยาค่อนไปทางต่ำช้าเสียมากกว่า มีแววตาแสนดื้อรั้นซุกซ่อนอยู่ในดวงตาคู่สวย แต่เขาผู้เป็นลุงก็ไม่เคยถือสาเนื่องจากเห็นว่านางยังเด็กมากนัก ความเข้าใจผู้อื่นย่อมมีน้อยนิดเป็นของธรรมดา

แต่คราวนี้นางดูแปลกไป เขาพูดคุยกับหลานสาวเพียงเล็กน้อยก็ห่มผ้าให้นางอย่างอ่อนโยน นั่งเฝ้าจนกว่านางหลับสนิทถึงแม้ร่างกายของเขาจะส่งสัญญาณว่าง่วงนอนมากแล้ว แต่หลี่จิ้นหยางก็ยังคงฝืนนั่งอยู่ต่อพักใหญ่ เมื่อวางใจได้แล้วจึงกลับห้องไปพักผ่อน

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   จำแลงแปลงกาย

    จางถิงถิงตอนนี้นางมีความสำคัญกับฮ่องเต้ที่สุด อีกไม่ช้าไม่นานอาจมีข่าวดีเกิดขึ้นในเร็ววัน จางจิ้งซื่อภูมิอกภูมิใจหนักหนาที่บุตรสาวต้องพระทัยฮ่องเต้ หากว่าตระกูลจางได้ผูกสัมพันธ์กับฮ่องเต้ที่มีตระกูลหม่าของไท่เฟยผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ผนวกเข้ากับตระกูลจางของเขาที่ไม่น้อยหน้ากัน คราวนี้แคว้นฉีคงมีแต่ความรุ่งโรจน์ เมื่อได้ควบกันได้เมื่อไหร่ตระกูลหลี่ของหลี่จิ้นหยางต้องยอมสยบใต้ฝ่าเท้าเป็นแน่แท้จางจิ้งซื่อกระหยิ่มในใจเพียงแค่คิดเขาก็รอดูความยิ่งใหญ่ของตัวเองแทบกลั้นไว้ไม่ไหวแล้ว ชื่อเสียง อำนาจ ลาภยศสรรเสริญจะต้องหลั่งไหลเข้ามา ผู้คนต้องแซ่ซ้องไปทั่วสารทิศ บารมีแผ่ปกคลุมไปทั่วแว่นแคว้นก็คราวนี้"หลี่จิ้นหยาง ข้าอยากเห็นเจ้าพังพินาศ!"จางจิ้งซื่อกัดฟันกรอดพูดอย่างหมายมาดหากเขาล้มตระกูลหลี่ได้นับว่ายอดเยี่ยมที่สุด เพราะไอ้สวะนั่นขัดขวางความยิ่งใหญ่ของเขาเรื่อยมา มันถูกถีบหัวส่งไปแล้วก็ดีอยู่แล้วไม่รู้ไท่เฟยเอามันกลับมาให้รกลูกตาทำไม!"ท่านพ่อ วันนี้ลูกจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อยินดีหรือไม่"จางถิงถิงเดินเข้ามาทักทายน้ำเสียงสดใสของคนกำลังมีความรัก เมื่อนางกำลังจะเดินทางเข้าวังหลวง ช

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้าคือตัวจริง

    แคว้นฉีมีเมืองในปกครองขนาดเล็กอยู่เมืองหนึ่งที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนักเนื่องจากฮ่องเต้องค์ก่อนไม่ค่อยมีอำนาจถูกควบคุมโดยตระกูลของไท่เฟยองค์ปัจจุบัน การช่วยเหลือหรือดูแลจึงเป็นเรื่องยาก เมืองนี้ถูกปล่อยปะละเลยอย่างมาก อีกนัยหนึ่งทรัพยากรไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ประชาชนอยู่อย่างแร้นแค้นต้องพึ่งพาอาศัยกันเอง เจ้าเมืองเองก็ไม่ค่อยใส่ใจเท่าใดนัก เขาใช้เวลาส่วนใหญ่หาความสุขสบายอยู่ในเมืองหลวงของแคว้นฉีมากกว่า ฟางจิ้ง อดีตพระมเหสีขององค์ฮ่องเต้เมื่อทราบข่าวการสวรรคตนางเสียใจเป็นอย่างยิ่ง นาางรู้ดีว่าฮ่องเต้ไม่มีทางเลือกมากนักเมื่อในอดีต จึงตัดสินใจเรื่องต่างๆ เองไม่ค่อยได้ การพลัดพรากไม่ได้ทำให้นางมีความสุขทางใจตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา มีเพียงบุตรชายคนเดียวที่เปรียบเสมือนตัวแทนของเขาให้ดูต่างหน้า ให้นางได้รักได้ห่วงใย จึงคลายความเศร้าโศกลงได้บ้างเพราะต้องการปกป้องบุตรอันเป็นดั่งดวงใจทำให้นางจำใจเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง แบกรับความเจ็บปวดไว้แต่เพียงผู้เดียว เรื่องนี้ใช่ว่า'อู๋เจี๋ย'จะไม่รู้ เขาเข้าใจมาตลอดว่ามารดารู้สึกอย่างไร นางทำเพื่อเขาทุกอย่าง เรื่องนี้เขารับรู้มาโดยตลอดว่าต้องออกจากวังหลวง

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   เพิ่งเริ่มต้น

    งานเลี้ยงเสร็จสิ้นลงทุกคนเตรียมตัวไปขึ้นรถม้า เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างเดินทางไปยังสถานที่จอดรถม้าของตนเองรวมทั้งหลี่จิ้นหยางและหลี่ซิ่วหนิง นางออกไปทำธุระส่วนตัวจึงมาช้ากว่าผู้เป็นลุงที่รออยู่ด้านนอกแล้ว "ขอแสดงความยินดีที่ท่านแม่ทัพที่ได้กลับมา" เสียงของ จินเฟิง ขุนนางฝ่ายกรมพระคลังทักทายหลี่จิ้นหยาง "ขอบใจ" เขาขอบคุณตามมารยาทสายตามิวายมองหาหลานสาวที่เดินทางมาช้า "หลี่ซิ่วหนิงก็มาด้วยใช่หรือไม่ นางไปไหนเสียล่ะ" จินเฟิงถามขึ้นพร้อมชะโงกมองหา "หากเป็นข้าคงไม่กล้าพานางมางานเลี้ยงด้วยหรอก ท่านไม่เห็นใจหลานสาวบ้างเลยเด็กสาวที่พลาดการแต่งงานกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าหากอยากตบแต่งกับใครคงลำบากน่าดู จะมีผู้ใดกล้ารับเข้าตระกูลต่อเล่า" เขาพูดจาถากถางยิ้มเย้ย หลี่จิ้นหยางที่ทุกคนรู้ดีว่าการกลับมารับตำแหน่งแม่ทัพของเขาเป็นเพียงในนามเท่านั้น เพราะความสามารถที่ถดถอยทำให้คนบางคนไม่ได้ยำเกรงเขาอีกต่อไป ตรงกันข้ามกลับขุดปมด้อยของหลานสาวออกมาประจานให้อับอาย "ข้าสอนหลานให้อยู่กับความเป็นจริง หากไม่มีผู้ใดต้องการนางข้าและตระกูลหลี่ก็ยังเป็นที่พึ่งให้นางได้เสมอ อย่าห่วงเลยเจ้าดูแลลูกหลานให้ดีก่

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง(ต่อ)

    ความยิ่งใหญ่อลังการที่ยากจะพบเห็นได้บ่อย ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นพิธีครองราชย์อย่างเป็นทางการ พระสนมตอนนี้มีตำแหน่งไท่เฟย ในขณะที่หลี่จิ้นหยางดำรงตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทัพหลี่ของแคว้นฉี งานรื่นเริงต่อจากนั้นสร้างความครึกครื้นไปทั่วแคว้น เมืองทั้งเมืองตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยสดงดงาม ภายในวังหลวงก็มีแต่ความหรูหรา หลี่ซิ่วหนิงกวาดตามองโดยรอบ อืม ต้อนรับฮ่องเต้องค์ใหม่ฟุ่มเฟือยดีจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างประมาณค่ามิได้สำหรับพิธีสำคัญนี้ หลี่จิ้นหยางถูกรุมล้อมไปด้วยบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ เขารู้ดีว่ายามตกต่ำคนเหล่านั้นไม่เคยชายตาแล ยามนี้กลับเข้ามาทักทายพูดคุยอย่างเป็นห่วงเป็นใยยินดีกับเขาหนักหนา จางจิ้งซื่อที่ยืนอยู่อีกฟากมองหลี่จิ้นหยางอยู่ห่างๆ เขาครุ่นคิดบางอย่างที่เกินคาดเดา "แม่ทัพหลี่อย่างนั้นรึ หึ" จางจิ้งซื่อยกจอกสุราขึ้นจิบพลางมองตรงไปยังหลี่จิ้นหยาง การกลับมาของแม่ทัพหลี่พร้อมกองทัพขนาดใหญ่ย่อมทำให้หลายฝ่ายร้อนๆ หนาวๆ เพราะกริ่งเกรงในอำนาจของกองทัพตระกูลหลี่ ทหารเรือนแสนทุกคนล้วนมีฝีมือระดับสูงทั้งสิ้น ชื่อเสียงระบือไกลไปหลายแคว้น ใครๆ ต่างยำเกรง มันเสียอยู่อย่างเดียวคือแม่ทัพผู้นี้ ถึงเขาจะเ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง

    เมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตรียมความพร้อมสำหรับงานนี้เช่นกัน หลี่จิ้นหยางเองก็เข้าเฝ้าในฐานะแม่ทัพของกองทัพแคว้นฉี การกลับมารับตำแหน่งในครั้งนี้ทำให้เขามีพลังใจขึ้นมามาก เลือดนักรบในกายพลุ่งพล่านแม้ไร้กำลังต่อสู้ เขาตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะทำหน้าที่แม่ทัพอย่างดีที่สุดหลังจากถูกเพิกเฉยมาเนิ่นนาน จนคิดว่าคงไม่สามารถกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกแล้ว ความยินดีปรีเปรมปรากฏบนใบหน้าหลังจากมันห่างหายไปนานหลายปี หลี่จิ้นหยางมั่นใจว่าหากทำดีที่สุดกองทัพหลี่จะไม่มีวันตกต่ำอย่างที่ผ่านมาแน่นอน ชุดออกงานของหลี่ซิ่วหนิงถูกสั่งตัดใหม่ทั้งหมดรวมถึงชุดแม่ทัพของหลี่จิ้นหยางจากช่างตัดเย็บชั้นดีของแคว้นฉี เขาพานางเข้าไปเลือกผ้าและเครื่องประดับที่ร้านมีชื่ออันดับหนึ่งในเมืองนี้เพื่อร่วมงานอันทรงเกียรติ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดีที่สุดเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ช่วงเปลี่ยนผ่าน

    ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว "ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด" ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ "แต่ว่า..." กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถวายบังคมและออกไปทำตามหน้าที่อย่างไม่เต็มใจนักโดยมีพระสนมนั่งยิ้มไล่หลัง "พระองค์เพียงพักผ่อนให้มากอาการก็ดีขึ้นเพคะ เสวยยาสมุนไพรชั้นดี อาหารบำรุงกำลังให้มากขึ้นก็จะทรงหายเพคะ" พระสนมเอ่ยยิ้มแย้มดูอบอุ่นเป็นอย่างมาก หากเป็นเมื่อก่อนฮ่องเต้คงรู้สึกมีกำลังใจต่อสู้ แต่เวลานี้พระองค์ทรงรู้ดีว่าเป็นอย่างไร "ข้ารู้ตัวดีพระสนม ห่วงแต่เจ้า" ทรงตรัสเสียงบางเบาก่อนเอื้อมพระหัตถ์กุมมือเรียวเอาไว้ สีพระพักตร์ดูกังวล พระสนมยิ้มให้อีกครั้งเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่นเพราะทุกคนออกไปหมดแล้วมีเพียงองค์ชายกับนางเท่านั้น "หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะ มีองค์ชายอยู่อย่าทรงเป็นห่วงเลยเพคะ ฝ่าบาทพักผ่อนให้มากๆ ตื่นมาอาการก็ดีขึ้น" พระสนมพูดจบก็ห่มผ้าให้ฮ่องเต้ได้พักผ่อน นางยังไม่ปักใจเชื่อว่าฮ่องเต้มีพระวรกายอ่อนแอลง ถึงทุก

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status