공유

เกิดใหม่อย่างน่าอนาถ

last update 게시일: 2026-02-01 13:23:37

ด้านนอกของห้องมีเสียงคนพูดคุยกันเบาๆ แต่ก็เล็ดลอดให้พอได้ยินบ้าง นางรู้สึกว่าที่นี่มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เสียงนั้นช่างฟังแปร่งหูจับใจความอะไรไม่ได้เลย

"ข้าวต้มมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนูใหญ่"

เสียงของบ่าวรับใช้ดังขึ้นทำลายเสียงอื่นๆ รอบข้างเพราะนางอยู่ใกล้กว่า 'จื่อรั่ว'

สตรีใบหน้าจิ้มลิ้มส่งเสียงสดใสทักทายเหมือนปลุกเจ้านายไปในตัวเมื่อเห็นนางขยับตัวไปมาเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้ได้รับคำสั่งให้ดูแลคุณหนูใหญ่อย่างใกล้ชิดจึงรู้อาการของคนป่วยได้ดีกว่าใคร จื่อรั่วไม่แปลกใจแต่อย่างใดกับอาการของหญิงสาวที่นอนบนเตียงไม้ชั้นดีตรงหน้า นางรีบวางสำรับอาหารไว้บนโต๊ะเพื่อเข้าไปดูอาการของหลี่ซิ่วหนิง

"คุณหนูลืมตาแล้ว บ่าวนำข้าวต้มมาให้เจ้าค่ะ ท่านกินสักหน่อยจะได้มีแรง"

จื่อรั่วพูดพลางดึงหมอนพร้อมยกตัวท่อนบนของเจ้านายขึ้นให้นั่งเอนหลังอย่างระมัดระวังเพื่อเตรียมป้อนอาหารเช้า หลี่ซิ่วหนิงมองตามอากัปกิริยาคล่องแคล่วแน่นิ่งแววตาของนางไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดเพียงทำตามผู้ดูแลเท่านั้น คือนั่งกินอาหารช้าๆ ดื่มยาต้มที่สุดขมปร่าตามที่หมอสั่งเอาไว้ ถึงแม้รู้สึกไม่ค่อยชอบนักแต่ก็ฝืนดื่มเข้าไปได้จนหมด

จื่อรั่วพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งกับอาหารมื้อแรกที่คุณหนูใหญ่ยอมกินอย่างว่าง่าย ก่อนหน้านั้นยามที่นางป่วยมักเอาแต่ใจกินเพียงซุปเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนยารสขมพวกนี้ไม่มีทางลงไปอยู่ในกระเพาะของนางสักครั้ง เพราะหลี่ซิ่วหนิงมักปัดทิ้งหกเลอะเทอะเรี่ยราดพื้น ตามด้วยการอาละวาดบ่าวไพร่ทุกครั้งไป จึงไม่น่าแปลกที่นางมักไม่มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเยียนสักคน ความเป็นคุณหนูของจวนแม่ทัพไม่ได้ช่วยส่งเสริมบารมีให้นางได้เลยจริงๆ

จื่อรั่วรู้สึกแปลกใจแต่คิดว่าอาจจะเป็นเพราะอาการป่วยหนักทำให้คุณหนูใหญ่ของนางไร้เรี่ยวแรงอาละวาด หรือไม่ก็คงกลัวตายก่อนได้แต่งงานกับองค์ชายที่เป็นความหวังสูงสุด เรื่องนี้หลี่ซิ่วหนิงมักพูดกับจื่ออรั่วบ่อยครั้งว่านางจะต้องสมหวังกับองค์ชายเท่านั้นชีวิตจึงจะสมบูรณ์แบบไม่มีทางยอมตายไปก่อนง่ายๆ เป็นแน่

เมื่อปรนนิบัติเจ้านายเสร็จแล้วจื่อรั่วจึงนำถาดอาหารและยาไปเก็บ จากนั้นก็เข้ามาเช็ดตัวผลัดผ้าอาภรณ์ให้ตามปกติ จื่อรั่วทำหน้าที่นี้ให้เป็นประจำจึงดูคล่องแคล่วไปหมดต่างจากหลี่ซิ่วหนิงที่ยังคงรู้สึกกระดากอยู่บ้าง กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้นางก็อึดอัดไม่น้อยเลย จื่อรั่วปรนนิบัตินางได้ดีเหมือนเคยทำและมักออกปากชมบ่อยๆ ว่าคุณหนูใหญ่งดงามราวกับนางฟ้า ผิวพรรณขาวอมชมพูเลือดฝาดเนียนละเอียดยากหาใครเทียบได้ ไม่ว่าย่างกรายไปแห่งหนใดก็มักทำให้ผู้คนมองจนเหลียวหลังทุกครั้งไปโดยเฉพาะบุรุษน้อยใหญ่

เพราะมีบ่าวไพร่ให้ท้ายเช่นนี้อยู่เนืองๆ หลี่ซิ่วหนิงจึงมักยกยอตนเองอยู่เหนือสตรีทั้งหลายพร้อมพูดจากดหัวพวกเขาอยู่หลายครั้งยามได้สนทนากับสตรีด้านนอก ผู้คนต่างตราหน้าว่าคุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพหลี่นอกจากบ้าผู้ชายแล้วยังหลงตัวเองเป็นที่หนึ่งอีกด้วย

"คุณหนูของบ่าวงดงามที่สุดในเมืองนี้เลยนะเจ้าคะ ดูสิผมของท่านดกดำเงางาม คุณหนูสุขภาพกายดีสุขภาพจิตดีจากภายในเพียงแต่ตอนนี้ท่านอาจจะซูบลงไปบ้างเพราะยังไม่ฟื้นตัวดี แค่พักผ่อนให้มากกินอาหารตามเวลา ดื่มยาตามที่ท่านหมอสั่งไม่นานก็หายดีนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวก็ได้ออกไปข้างนอกเช่นเดิม คาดว่าองค์ชายคงจะมาเยี่ยมท่านในอีกไม่ช้า อดทนรอหน่อยนะเจ้าคะ"

เสียงเจื้อยแจ้วของจื่อรั่วพูดไม่เว้นจังหวะหายใจ พร้อมแปรงผมจัดแต่งให้เข้ากับใบหน้า ปักปิ่นดอกไม้สีหวานเป็นการเสริมให้ใบหน้าซูบซีดดูมีชีวิตชีวามากขึ้น จื่อรั่วเก่งเรื่องออกแบบการแต่งตัวให้นางมาแต่ไหนแต่ไร เพราะมักได้ติดตามหลี่ซิ่วหนิงออกงานสำคัญเป็นประจำ จึงมักจดจำการแต่งกายแต่งหน้า หรือแม้แต่ตกแต่งเรือนผมให้ดูดีสง่างาม มาปรับใช้กับคุณหนูของนางอยู่เสมอ จึงไม่น่าแปลกใจที่จื่อรั่วเป็นบ่าวคนโปรดรู้ใจเจ้านายลึกซึ้งและได้รับการตบรางวัลไม่ขาดสาย

"อืม"

หลี่ซิ่วหนิงเอ่ยประโยคแรกเพียงคำเดียว จื่อรั่วละมือที่กำลังแตะแปรงลงบนผมยาวนุ่มนิ่มอย่างประหลาดใจ นางสัมผัสได้ว่าคุณหนูช่างพูดน้อยเงียบขรึมกว่าปกติ หรือว่ายังคงไม่สบายตัวจึงออมแรงเอาไว้ไม่แสดงท่าทีใด แต่อาการก็ดีขึ้นมากเกือบเป็นปกติแล้วเพราะคุณหนูเป็นคนร่าเริงสดใส หากอาการป่วยดีขึ้นก็มักพร่ำเพ้อถึงองค์ชายให้ฟังเป็นอันดับแรกที่พบหน้ากัน ครั้งนี้ช่างแตกต่างยิ่งนัก

หลี่ซิ่วหนิงไม่ได้สนทนาสิ่งใดนอกจากนั้นนางเข้านอนแต่หัววันเพื่อพักผ่อนให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าอาการป่วยจะดีขึ้นตามลำดับจนเกือบหายเป็นปกติแล้วก็ตาม

เสียงฝีเท้าหนักเดินเข้ามาช้าๆ เขาหยุดหยุดยืนอยู่ข้างเตียงนอนด้วยใบหน้าเคร่งขรึมก่อนเดินไปยกเก้าอี้มานั่งข้างเตียงที่หญิงสาวกำลังหลับอยู่

"ลุงจะไม่ยอมให้เจ้าจากไปอีกคน ข้าสูญเสียน้องรองและน้องสะใภ้ไปแล้ว เหลือทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่ก็คือเจ้าเท่านั้น หลานรัก"

หลี่จิ้นหยางพูดพลางเอื้อมมือใหญ่ลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน เขาทั้งเป็นห่วงทั้งโล่งใจในเวลาเดียวกัน หลานสาวที่เปรียบดั่งบุตรีในไส้บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ มีหรือผู้เป็นลุงแท้ๆ จะไม่เจ็บปวดใจ

เขานั่งเฝ้านางดวงตาเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดถึงบางสิ่ง เผื่อว่านางตื่นขึ้นมากลางดึกจะได้ช่วยเหลือทัน ในเมื่อเขาเลี้ยงนางมาตั้งแต่แบเบาะทั้งเอาใจ ทุ่มเทความรักทั้งหมดที่มีทะนุถนอมดั่งไข่ในหิน ตั้งใจไว้ว่านางต้องสืบทอดตระกูลหลี่อย่างองอาจในอนาคตแม้ไม่ต้องเป็นแม่ทัพเช่นเขา แต่กองทัพตระกูลหลี่จำต้องมีผู้ดูแลเป็นอย่างดี อย่างน้อยในภายภาคหน้าหากแคว้นฉีถูกรุกราน กองทัพตระกูลหลี่ต้องได้รับใช้ปกป้องราชวงศ์และราษฎรให้อยู่รอดปลอดภัยเหมือนที่เคยเป็นมาตั้งแต่ครั้งอดีตหลายรุ่น ถึงนางจะเอาแต่ใจทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายไปวันๆ แต่อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าคู่หมั้นขององค์ชายผู้เป็นรัชทายาท ได้ผูกสัมพันธ์กับราชสำนักเอาไว้แล้วเขาก็หายห่วง

ส่วนเรื่องพิษในตัวเขาก็เริ่มเจือจางแต่สังขารมันร่วงโรยลงตามอายุ พละกำลังเหลือเฟือที่เคยมีย่อมอ่อนแอลงตามกาลเวลา เขามักเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เป็นประจำและรู้ตัวดีว่าสภาพร่างกายลดน้อยถอยลงทุกวันจากผลของพิษที่ทำลายระบบต่างๆ ในร่างกายไปมากแล้ว

"หิวน้ำ"

เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นบางเบาทั้งที่ยังหลับตา หลี่จิ้นหยางรีบลุกขึ้นไปรินน้ำใส่จอกแล้วประคองศีรษะของนางขึ้น ค่อยๆ ป้อนน้ำใส่ปากอย่างระมัดระวังที่สุด

"เจ้าคงทรมานมาก"

เขาเอ่ยขึ้นมองใบหน้าสวยที่เหมือนมารดาของนางอย่างปวดร้าว แววตาของชายสูงวัยเจือปนความรวดร้าวและเจ็บแค้นที่เขาไม่สามารถปกป้องหลานสาวที่เป็นเพียงสตรีบอบบางตัวเล็กนิดเดียวได้

นางยังไม่เป็นสาวเต็มวัยด้วยซ้ำแต่ต้องมาประสบพบเจอกับความเป็นความตายกระชั้นชิดเช่นนี้ จิตใจของนางจะบอบช้ำขนาดไหน เขาเจ็บแค้นตัวเองที่เป็นเพียงไอ้แก่ไร้ค่าไม่มีแม้กำลังปกป้องทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ให้มีชีวิตราบรื่นได้

"ลุงผิดเองที่ดูแลเจ้าได้ไม่ดี เป็นคนปล่อยให้เจ้าไปจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากวันนั้นลุงไม่อนุญาตให้ออกไปข้างนอกเจ้าคงไม่อยู่ในสภาพเช่นนี้"

เขาคร่ำครวญเอาแต่โทษตัวเองที่ทำร้ายนางทางอ้อมจนเกือบตาย

หลี่ซิ่วหนิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางไม่ได้หลับสนิทเสียทีเดียว ยังคงได้ยินทุกคำพูดของผู้อาวุโสข้างเตียงชัดทุกถ้อยคำ น้ำเสียงรู้สึกผิดและห่วงหาอาทรทำให้นางสำนึกได้ว่าผู้เป็นลุงรักหลานสาวผู้นี้มากเพียงใด

"ท่านลุงอย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ ข้าดื้อเองที่ไม่เชื่อฟังท่าน"

นางเอ่ยขึ้นมาพูดปลอบใจหลี่จิ้นหยางที่กำลังก้มหน้าอยู่ เขาใจกระตุกเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองเห็นรอยยิ้มฉาบระบายบนใบหน้าหวาน แววตาซื่อตรงทำให้เขานึกประหลาด หลี่ซิ่วหนิงไม่เคยปลอบใจผู้ใดมาแต่ไหนแต่ไร มิหนำซ้ำยังไม่เคยเข้าใจถึงเหตุผลกับเรื่องใดทั้งสิ้น หากเป็นเมื่อก่อนนางคงกล่าวโทษเขาซ้ำไปซ้ำมาที่ปล่อยปะละเลยขนาดนี้ นางไม่เคยยอมคนง่ายๆ จิตใจหยาบกระด้าง กิริยาค่อนไปทางต่ำช้าเสียมากกว่า มีแววตาแสนดื้อรั้นซุกซ่อนอยู่ในดวงตาคู่สวย แต่เขาผู้เป็นลุงก็ไม่เคยถือสาเนื่องจากเห็นว่านางยังเด็กมากนัก ความเข้าใจผู้อื่นย่อมมีน้อยนิดเป็นของธรรมดา

แต่คราวนี้นางดูแปลกไป เขาพูดคุยกับหลานสาวเพียงเล็กน้อยก็ห่มผ้าให้นางอย่างอ่อนโยน นั่งเฝ้าจนกว่านางหลับสนิทถึงแม้ร่างกายของเขาจะส่งสัญญาณว่าง่วงนอนมากแล้ว แต่หลี่จิ้นหยางก็ยังคงฝืนนั่งอยู่ต่อพักใหญ่ เมื่อวางใจได้แล้วจึงกลับห้องไปพักผ่อน

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้าจะดูแลเจ้าเอง(จบ)

    หลี่ซิ่วหนิงยังคงอยู่เงียบๆ ตามประสาไม่ได้ออกรบหรือนำทหารไปฟาดฟันเพื่อขยายอำนาจแข่งขันกับฮ่องเต้หรือข่มขู่ถ่วงดุลอำนาจ ไม่ส่งทหารของกองทัพหลี่เข้าควบคุมวังหลวงทั้งที่มีสิทธิ์ นางคิดเพียงเรื่องเดียวคืออยากพบร่างของหลี่จิ้นหยาง ลาภยศสรรเสริญใดบนโลกนางไม่มีความสนใจแต่ไหนแต่ไรแล้ว ฟางจิ้งเดินทางมายังจวนตระกูลหลี่ขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิง ถึงแม้ว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพราะตอนนางออกจากแคว้นฉีไปหลี่ซิ่วหนิงยังไม่ถือกำเนิด จึงรู้จักเพียงแม่ทัพหลี่จิ้นหยางเท่านั้น หลี่ซิ่วหนิงต้อนรับฟางจิ้งเป็นอย่างดี หญิงสาวใบหน้างดงาม ผิวพรรณขาวผ่องสดใสสมวัย ดูรูปร่างเล็กบอบบางทว่าจิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก ฟางจิ้งมองเข้าไปในแววตาของหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความเศร้าหม่นปนความอ้างว้าง หากไม่สังเกตให้ดีก็ไม่มีทางรู้เลยว่าสตรีวัยสาวแรกแย้มมีความทุกข์ระทมอยู่เต็มเปี่ยม หลี่ซิ่วหนิงยอบกายคารวะอย่างนอบน้อมกิริยาของนางนั้นในสายตาของฟางจิ้ง หลี่จิ้นหยางฝึกมาได้ดีจริงๆ อยู่กับท่านลุงที่เป็นชายชาตรีแต่มีความเป็นกุลสตรีเต็มตัวฟางจิ้งนึกภาพไม่ออกเลยว่าตอนนางฆ่าฟันศัตรูนั้นมีท่วงท่าเช่นไร อะไรก็ช่างเถิด วันนี้นางก็มาถึงตระกูลหลี่แ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   หากเจ้าต้องการ

    "พาไท่เฟยไปขังคุกใต้ดิน" หลี่ซิ่วหนิงตอกย้ำความเจ็บปวดให้ฉีหย่งเล่อได้รับเหมือนที่นางเคยได้รับ นางเคยเจ็บมากเท่าใดชายโฉดผู้นี้ต้องเจ็บยิ่งกว่าเป็นพันเท่า ไท่เฟยหวีดร้องดิ้นรนอยู่พักใหญ่จึงถูกพาตัวออกไปขังเพื่อรอลงอาญาที่นางจะตัดสินเอง "จะฆ่าข้าแล้วไยต้องทำร้ายแม่ข้า" เขาสาดโคลนความเจ็บแค้นใส่นาง ไม่เหลือความเกรงกลัวอีกต่อไป "เพราะมารดาเจ้าเป็นตัวการใหญ่อย่างไรเล่า" นางรู้มานานแล้วว่าไท่เฟยมีส่วนในทุกๆ เรื่อง ทั้งวางแผนทำลายตะกูลของนาง ชิงอำนาจจากมเหสีองค์ก่อนและอีกนับไม่ถ้วนฉีหย่งเล่อเคียดแค้นทั้งด่าทอทั้งร้องไห้สุดกลั้น เจ็บปวดทั้งกายใจสุดแสนทรมานเกินกว่าคนคนหนึ่งจะทนได้ จางจิ้งเซียนถือกระบี่หมายตัดหัวหลี่ซิ่วหนิง วันนี้เขาจะล้างแค้นให้จางจิ้นซื่อและคนในตระกูล นางต้องได้รับความตายเท่านั้น สัญชาตญาณนักฆ่าทำให้นางนิ่งขึ้นกะทันหันเพื่อเตรียมพร้อม การเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้ทหารตั้งตัวไม่ทัน จางจิ้งเซียนใช้ความแข็งแกร่งว่องไวฆ่าทหารรอบตัวหลี่ซิ่วหนิงตายหมดหวังปลิดชีพนาง "ฉับ!" ดาบแหลมคมฟันฉับลงบนคอของจางจิ้งเซียนก่อนที่เขาจะเข้าถึงตัวนาง อู๋เจี๋ยที่ลอบเข้ามาได้ชิงตัดหัวจางจิ้งเซี

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ความเกลียดชังที่สะสมมาตลอดของหลี่ซิ่วหนิงใกล้ระเบิดเต็มที นางเพียงแค่รอทิ้งไพ่ใบสุดท้ายเท่านั้น ขณะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว ล่วงเลยมานานขนาดนี้ยังไร้ข่าวคราว ท่าทางตื่นตระหนกของไท่เฟยและฮ่องเต้ทวีความหวาดกลัวมากขึ้นทุกขณะ เหตุใดทหารที่ถูกสั่งออกไปจึงไม่มาส่งข่าวเสียที เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มใบหน้าของฉีหย่งเล่อ แววตาตื่นกลัวดูเหมือนปิดบังไม่มิด หลี่ซิ่วหนิงไม่อาจรั้งรออีกต่อไป เพราะใบหน้าของฮ่องเต้บ่งบอกทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว "อี้เฉิน!" น้ำเสียงเย็นชาเรียกรองแม่ทัพ "ขณะนี้กบฏได้เข้าไปในเขตวังหลวงแล้วเราต้องตามจับมาลงโทษให้ได้ อารักขาฮ่องเต้กับไท่เฟย! "ขอรับ" "สั่งการลงไป ลากตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาให้หมด ขุดรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!" "รับคำสั่ง!" นางเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพงสูงอย่างท้าทาย ความบ้าคลั่งของหลี่ซิ่วหนิงไม่สามารถหยุดยั้งได้ แม้แต่กำแพงวังนางก็พังมันลงได้ทุกเมื่อหากต้องการ ฉีหย่งเล่อใจสั่นสะท้านไม่รู้กี่รอบแล้ว ครั้งนี้ยิ่งหนักขึ้นในเมื่อตอนนี้หลี่ซิ่วหนิงกำลังควบม้าใกล้ประตูวังหลวงเข้ามาทุกที ไม่มีผู้ใดยับยั้งนางได้อีกแล้ว วันนี้นางจะแสดง

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กดดันต่อไป

    ถึงแม้หลักฐานพวกนี้ถูกเปิดเผยก็คงไม่มีประโยชน์ใด ฮ่องเต้ไม่มีทางลงโทษขุนนางของเขา ตรงกันข้ามยิ่งจะกดดันตระกูลหลี่หาทางลงโทษหลี่จิ้นหยางแทน แต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าแต่หลี่ซิ่วหนิงได้ใช้มันอย่างคุ้มค่ากับสิ่งที่คนพวกนี้สมควรได้รับ สิ่งที่หลี่จิ้นหยางไม่กล้าทำนางจะทำแทนเอง ความน่ารังเกียจที่คนก่นด่าสาปแช่งนางไม่เคยแยแสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แค่มันมีประโยชน์ต่อตระกูลหลี่ก็เพียงพอ นางจะใช้วิธีนี้บังคับฮ่องเต้คืนหลี่จิ้นหยางมาให้ได้ ขุนนางค่อยๆ สิ้นลมตามกันไปทีละคนแทบจะหมด หน้าประตูวังถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บรรยากาศตึงเครียด กลิ่นอายของความตายแผ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ฮ่องเต้หนุ่มใบหน้าเขียวคล้ำเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธเครียด ศักดิ์ศรีของฮ่องเต้ถูกหลี่ซิ่วหนิงเหยียบย่ำซ้ำไปซ้ำมาจนไม่มีชิ้นดี เวลานี้ความสามารถในการต้านทานกองทัพหลี่ไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว ในเวลานี้นางต้องการบีบบังคับให้ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์เสียด้วยซ้ำ สิ่งนี้ทำให้เขาหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จางถิงถิงที่ยังสะอื้นร้องไห้อย่างหนักทั้งโกรธแค้นนางขยะผู้นี้ ในเวลานี้นางอยากฉีกร่างของหลี่ซิ่วหนิงออกเป็นชิ้นให้สาสมกับที่มันทำกั

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ข้ากำหนดเอง

    ฉีหย่งเล่อมองไปยังเบื้องหน้ากับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตอนนี้ผู้ใดกันกล้าจุดพลุเรียกกองทัพหลี่ออกมา เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่กองทัพหลี่รวมตัวมันไม่เคยมีเรื่องเล็กเลย ยาวนานกี่ปีแล้วที่ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หากหลี่จิ้นหยางไม่หายตัวไปหลี่ซิ่วหนิงก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องท่านลุงของนางรับรองได้เลยว่ามันต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสมที่สุด คนสั่งฆ่าคงไม่ใช่พวกขุนนางหรือใครทั้งนั้น ในตอนนี้นางเล็งเป้าหมายไปที่คนผู้เดียว จินมู่เหยียนที่ยืนตะลึงเนื้อตัวสั่นเทากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าต้องพบกับหายนะเช่นนี้ เขาคอยเฝ้าสังเกตการณ์หลังล่อหลี่จิ้นหยางออกไปแล้ว ในใจได้แต่หวังว่าอย่าให้ใครจับตัวได้ ฟึ่บ! ยังคิดไม่ทันจบแขนสองข้างก็ถูกตรึงเอาไว้แน่น จินมู่เหยียนถูกชายร่างใหญ่สองคนจับเอาไว้แล้วลากตัวเข้าไปในจวนตระกูลหลี่ ถูกบังคับให้คุกเข่าเยี่ยงนักโทษประหาร แววตาอาฆาตแผ่รัศมีแห่งความตายกระทบผิวกายทำให้เขาตัวแข็งทื่อหญิงสาวที่เขาเคยคิดล่อลวงตอนนี้ต่างกันราวกับเป็นคนละคน "แม่ทัพหลี่อยู่ที่ไหน" เสียงอี้เฉินตะคอก มือหนาใหญ่ค

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   กำจัดให้สิ้น

    ลู่จิวขอเข้าพบหลี่ซิ่วหนิงที่จวนและได้รับอนุญาตเพราะนางแจ้งทหารหน้าจวนเอาไว้แล้ว "นายท่านบอกว่าแม่นางไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้สุขสบายดีและยังไม่ออกมาง่ายๆ" เขาเผลอเล่าให้นางฟังมากเกินกว่าที่ต้องการจะพูดตั้งแต่แรก "เขาไม่อยากออกจากคุก นี่มันบ้าไปแล้ว" นางแย้งขึ้น ลู่จิวจึงอธิบายได้เพียงสั้นๆเท่านั้นก็ขอตัวลากลับทิ้งความสงสัยให้นางได้ครุ่นคิด ลู่จิวบอกว่าอู๋เจี๋ยกำชับให้นางดูแลตัวเองให้ดี ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจถึงข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี จางจิ้งเซียนต้องการล้างแค้นนาง! ค่ำคืนที่เงียบสงบในขณะที่แม่ทัพหลี่กำลังพูดคุยธุระกับอี้เฉิน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นกะทันหัน อี้เฉินเปิดประตูออกมาเจอทหารหน้าจวนทำหน้าตาตื่นพลางชี้ไปด้านหน้าของจวน หลี่จิ้นหยางและอี้เฉินรีบเดินออกไปพบกับจินมู่เหยียนและทหารอีกกลุ่มหนึ่งถือคบเพลิงสว่างไสวเป็นวงกว้าง จินมู่เหยียนถลาคุกเข่าลงสายตาตื่นตระหนก "เรียนท่านแม่ทัพ ข้าได้รับบัญชาจากฝ่าบาทให้ไปสืบสวนคดีทุจริตของตระกูลเกอ แต่ว่าเมื่อข้าไปถึงพวกเขาก็ถูกฆ่ายกจวนข้าเข้าตรวจสอบพบว่ามีคนข้างในถูกฆ่าตายเป็นสิบคนแล้ว จึงรีบมาแจ้งท่านนำกำลังทหารเข้าไปช่วยเขาขอรับ

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง(ต่อ)

    ความยิ่งใหญ่อลังการที่ยากจะพบเห็นได้บ่อย ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อขึ้นพิธีครองราชย์อย่างเป็นทางการ พระสนมตอนนี้มีตำแหน่งไท่เฟย ในขณะที่หลี่จิ้นหยางดำรงตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทัพหลี่ของแคว้นฉี งานรื่นเริงต่อจากนั้นสร้างความครึกครื้นไปทั่วแคว้น เมืองทั้งเมืองตกแต่งด้วยดอกไม้ สวยสดงดงาม ภายในวังหลวงก็มีแต่ความหร

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   งานเฉลิมฉลอง

    เมื่อมีการผลัดแผ่นดินก็ย่อมมีงานเลี้ยงฉลองตามมา ฮ่องเต้ฉีหย่งเล่อมีรับสั่งให้ประกาศราชโองการออกไปว่า จะมีการเฉลิมฉลองการขึ้นครองบัลลังก์ในเวลาอันใกล้ ทางวังหลวงเร่งจัดการเตรียมงานกันขมีขมัน ทุกส่วนต้องสมบูรณ์สำหรับฮ่องเต้ทรงอยู่ในวัยหนุ่มที่พร้อมสำหรับการครองราชย์อย่างยิ่ง จวนตระกูลหลี่เองก็ตระเตร

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ช่วงเปลี่ยนผ่าน

    ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักพระสนมจึงเรียกองค์ชายฉีหย่งเล่อเข้าเฝ้า ทุกฝ่ายต่างร้อนใจที่พระองค์มีอาการทรุดลงในเวลาอันรวดเร็ว "ข้าคงไม่ไหวแล้ว เตรียมร่างราชโองการแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่เถิด" ฮ่องเต้รับสั่งกับกงกงให้รีบร่างราชโองการ "แต่ว่า..." กงกงไม่แน่ใจคิดจะแย้ง ขึ้นฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม เขาจึงถว

  • หลี่ซิ่วหนิง นักฆ่าสาวจอมใจจักรพรรดิ์   ความจริงปรากฏ

    "ข้าอยากไปหอสมุด ที่นี่มีหอสมุดหรือไม่" หลี่ซิ่วหนิงถามขึ้น จื่อรั่วรู้ดีว่าในเมืองนี้มีหอสมุดแห่งหนึ่ง แต่นางมิอยากให้คุณหนูใหญ่ออกนอกจวนจึงอาสาว่าจะไปหยิบยืมมาให้ "ข้าจะไปยืมมาให้เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ต้องการอ่านเรื่องใดเจ้าคะ" นางรู้ว่ากำลังถูกกันท่าคงมีเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองเป็นแน่ ไม่อย่างน

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status