แชร์

บทที่ 2.1

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-10 11:10:57

หลี่เหยาหนิงงัวเงียลุกจากเตียง เสียงตะโกนด้านนอกทำให้นางสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก กวาดสายตามองเตียงนอนเล็กๆ ที่อยู่ตรงมุมห้อง ภูตวารีไม่ได้นอนอยู่ตรงนั้นแต่กลับไปยืนใกล้ประตู แง้มประตูออกเล็กน้อยจากนั้นก็แอบมองลอดออกไปตามช่อง

“มีอะไรหรือ”

“นายหญิง” เสี่ยวสุ่ยสะดุ้ง “ข้าน้อยทำท่านตื่นหรือเจ้าคะ”

“เปล่า ข้าได้ยินเสียงตะโกน เกิดอะไรขึ้นหรือ”

“ความตาย ข้าน้อยได้กลิ่นอายแห่งความตายเจ้าค่ะ”

“เอ๋” หลี่เหยาหนิงเดินไปหยุดข้างๆ ภูตวารี เมื่อพยายามมองลอดออกไปแล้วไม่เห็นสิ่งใด มือเล็กจึงผลักประตูออก

คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้าสะดุ้งสุดตัวก่อนเอื้อมมือไปจับบานประตูปิดเข้ามาดังเดิม “นายหญิง!”

“ไม่เห็นมีอะไรเลย” นอกจากความเงียบ

คิดได้ดังนั้นหญิงสาวพลันขมวดคิ้ว ชีวิตนางไม่คุ้นเคยกับความเงียบ เพราะไม่ว่าจะเป็นเช้า สาย บ่าย เย็น หรือดึกดื่น เหล่าภูต วิญญาณ หรือแม้กระทั่งบางครั้งยังมีปีศาจตัวน้อยๆ ต่างพยายามหาทางเข้าใกล้นาง ซึ่งนั่นมักจะทำให้เกิดเสียงอยู่ตลอดเวลา หากไม่ใช่เสียงพูดคุยซุบซิบ ก็จะเป็นเสียงการเคลื่อนไหวที่แผ่วเบา ราวกับสายลมพัดผ่านใบหลิว

“ข้าจะออกไปดู”

“ไม่ได้นะเจ้าคะ!” เสี่ยวสุ่ยคว้าแขนของหลี่เหยาหนิงเอาไว้ “ไม่ได้โดยเด็ดขาด!”

“เสี่ยวสุ่ย เจ้าไม่ห่วงใยเสี่ยวฉีหรือ” นางสอดส่ายสายตาออกไปยังรอยแยกของประตูที่แง้มอยู่ บ้านหลังนี้มีสองห้องนอน เสี่ยวสุ่ยอยู่กับนางเพราะเป็นสตรีด้วยกัน ส่วนอีกห้องซึ่งอยู่อีกฟากเป็นของเสี่ยวฉี

“แต่…”

“ไม่มีอะไรหรอก เราอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปข้างนอก”

แม้จะลังเลแต่เพราะห่วงใยเสี่ยวฉี ภูตวารีจึงได้แต่เดินอ้อมมายืนบังหลี่เหยาหนิงเอาไว้ด้านหลัง ทั้งที่ตัวเองก็หวาดกลัวจนตัวสั่น

เมื่อทั้งสองไปถึงเสี่ยวฉีที่แอบดูเช่นกันรีบเปิดประตูออก “นายหญิง! ท่านออกมาทำไมหรือขอรับ”

“มาดูเจ้า” หญิงสาวตอบก่อนชะเง้อมองไปรอบบ้านที่เงียบงัน “เหล่าภูตและวิญญาณหายไปไหนหมดแล้ว”

“ไปแล้วขอรับ”

“เอ๋” หญิงสาวหันกลับมามองเสี่ยวฉี

“บ้านติดกันเพิ่งมีคนย้ายเข้ามา เมื่อครู่เขาออกมาไล่ทุกคนกระเจิดกระเจิงไปจนหมด” เสี่ยวฉีอธิบายเสียงสั่น

หลี่เหยาหนิงมองไปยังทิศทางของบ้านที่อยู่ติดกัน คิ้วเรียวขมวดแน่น “เจ้าบอกว่าเขาเดินออกมาไล่หรือว่าเป็นเสียงตะโกนเมื่อครู่”

“ขอรับ”

“เขาเป็นมนุษย์หรือว่าไม่ใช่ เหตุใดเขามองเห็นเหล่าภูตและวิญญาณเล่า หากไม่ใช่มนุษย์…บ้านหลังนั้นท่านป้าหูบอกว่าปล่อยให้คนเช่าเช่นกัน จะว่าเป็นภูตแล้วเหตุใดทำตัวเยี่ยงมนุษย์ หรือว่าเป็นปีศาจ”

“ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจขอรับ”

หลี่เหยาหนิงกำลังจะออกเดินไปยังประตู แต่เสี่ยวสุ่ยกลับคว้านางเอาไว้อีกครั้ง “เขามีกลิ่นอายแห่งความตายนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นเขาคือปีศาจหรือ” หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้ว

“เอ่อ…” มองดูท่าทีลังเลของภูตทั้งสองหญิงสาวพลันงุนงง “ไม่ใช่ปีศาจแล้วเป็นอะไรกัน”

“ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบ แต่ว่าเขาน่ากลัวมาก” เสี่ยวฉีกล่าวจบก็ถอนหายใจออกมา

“นายหญิงจะอย่างไรก็ดึกมากแล้ว”

“นั่นสินะ” แม้จะกังวลเพราะเหล่าภูตและวิญญาณที่คอยอาศัยกลิ่นอายจากตัวนางเพื่อการเยียวยารักษา แต่เวลานี้ดึกมากแล้วที่หญิงสาวเช่นนางจะออกไปเดินด้านนอก โดยเฉพาะในยามที่ไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านที่เพิ่งย้ายเข้ามานั้นเป็นใคร

เนื่องจากผ่านการทดสอบวรยุทธ์ อีกทั้งร้านแลกเงินฟู่กุ้ยกำลังขาดคน สำนักคุ้มภัยตระกูลหวังจึงส่งเซี่ยซีเฟิงและอวิ๋นชางมาคุ้มกัน ทั้งนี้อีกเหตุผลหนึ่งก็คือทั้งสองพักอยู่ใกล้ เหมาะกว่าผู้อื่นซึ่งไม่ได้เช่าบ้านแยกออกมาต่างหาก เพราะหลายคนหากไม่พักอยู่ที่สำนักคุ้มภัย ก็มักจะขายตัวเข้าไปเป็นทาส หรือไม่ก็ทำสัญญาใช้แรงงานระยะยาว

ถนนไป๋เส่อเป็นย่านที่ครึกครื้นที่สุดของเมืองซ่างจิน ร้านรวงต่างๆ เป็นร้านใหญ่ ทั้งยังมีกิจการมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นของตระกูลดัง เช่นกันกับร้านแลกเงินฟู่กุ้ยซึ่งเป็นร้านแลกเงินที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซ่างจิน

หลังจากคนของสำนักคุ้มภัยตระกูลหวังส่งตัวอวิ๋นชางและเซี่ยซีเฟิงมายังร้านแลกเงินฟู่กุ้ย หลงจู๊หลิ่วผู้ดูแลก็พาเดินวนดูสถานที่สองรอบ แนะนำสิ่งต่างๆ ที่ทั้งสองต้องทำ กำชับถึงความปลอดภัยที่ต้องระวัง ส่วนไหนคือส่วนต้องห้ามและเรื่องใดที่ควรทำหรือไม่ควรทำ

วันเริ่มงานจริงๆ คือวันถัดไป วันนี้เพียงมาแนะนำตัวและดูสถานที่ หลังจากหลงจู๊หลิ่วกำชับทุกอย่างจนมั่นใจจึงปล่อยทั้งสองกลับไป

คนคุ้มกันของร้านแลกเงินฟู่กุ้ย แบ่งออกเป็นสามชุด เช้า บ่าย และยามค่ำคืน ผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ดังนั้นเวลาทำงานจึงไม่แน่นอน แต่นับว่ายังโชคดีที่หลงจู๊หลิ่วเห็นใจอวิ๋นชางและเซี่ยซีเฟิงจึงได้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

“ข้าเบิกค่าแรงล่วงหน้ามาได้นิดหน่อย แบ่งออกเป็นสามส่วน เจ้าส่วนหนึ่ง ข้าส่วนหนึ่ง อีกส่วนคงพอเป็นค่าใช้จ่าย” อวิ๋นชางยื่นถุงเงินที่เขาแบ่งออกเป็นสองส่วนให้เซี่ยซีเฟิง

“ข้าไม่ต้องใช้” ระหว่างนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปในตรอกเล็กๆ ซึ่งตัดเชื่อมกับถนนใหญ่ถึงสองสาย แม้การเดินทางใช้เวลาเพียงน้อยนิด แต่กลับไม่ใคร่จะมีคนใช้สัญจร

“พกติดตัวเอาไว้เผื่อมีเรื่องจำเป็น”

“เก็บไว้ที่เจ้า” กล่าวจบก็เดินไปข้างหน้า สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ

อวิ๋นชางถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่ง เขากวาดมองตามสายตาของอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ

“เจ้ามองหาผู้ใด”

เซี่ยซีเฟิงส่ายหน้า “ข้าอาจคิดมากเกินไป ข้ารู้สึกว่าตรอกแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตรูปแบบอื่น เมื่อวานไม่รุนแรงเท่าวันนี้”

“ไม่เอาน่า” อวิ๋นชางขนลุกซู่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.4 จบ

    หลี่เหยาหนิงเดินไปข้างหน้าหลายก้าว มองดูภาพอันคุ้นเคยและผูกพัน แม้ว่าตัวนางไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานนัก แต่นางยังคงรู้สึกว่าแดนอสูรแห่งนี้จึงจะเป็นบ้านของนางอย่างแท้จริงมองดูอวิ๋นชางที่มองไปรอบกายด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ นางและเซี่ยซีเฟิงก็สบตากัน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรอวิ๋นชางจึงจะสามารถฟื้นคืนความทรงจำ เซี่ยซีเฟิงเคยบอกนางว่าเขาละทิ้งความทรงจำทั้งหมดของตัวเอง เพราะเขาไม่อยากจดจำความเจ็บปวด เขาอยากทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้นางและเซี่ยซีเฟิงได้ลงเอยกันกระนั้นนางกลับรู้สึกว่าเขาอยากลืมความทรงจำอันเจ็บปวด ซึ่งตัวเขาไม่ได้รับความรักจากหลิงเซียงเหยาผู้เป็นพี่สาวนางมากกว่า“ปล่อยเขาไปเถิด บางทีนี่อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” เซี่ยซีเฟิงกระซิบบอกนาง“ซีเฟิง ข้าอยากไปดูให้ทั่ว”น้ำเสียงร่าเริ่งของอวิ๋นชาง ทำให้หลี่เหยาหนิงและเซี่ยซีเฟิงยิ้มออกมา“ได้สิ”“หลังมื้อเช้านะเจ้าคะ”“พี่สะใภ้มีเนื้อตุ๋นหรือไม่”“ย่อมมีแน่นอน”“เช่นนั้นข้าจะกิน!”หลี่เหยาหนิงเงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มเองก็รั้งนางเข้าสู่อ้อมแขน เพื่อให้นางก้าวเดินไปพร้อมกับเขา“หนิงเอ๋อร์ ไม่สิ เหยาเอ๋อร์”หญิงสาวหัว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.3

    “ท่านแม่” เสี่ยวลี่หอบเอากล่องลงรักใบหนึ่งมาให้มารดา “ท่านน้าทั้งสองฝากไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่เจ้าค่ะ”เมื่อเปิดออกดูสองสามีภรรยาก็ต้องร่ำไห้ ในกล่องนั้นมีโฉนดร้านบะหมี่ รวมไปถึงตั๋วเงินถึงห้าพันตำลึงพร้อมกับจดหมายสั่งเสีย แม้จะประหลาดใจที่เกิดเรื่องกะทันหัน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนแล้วว่าไม่ใช่การวางเพลิง ดังนั้นทุกอย่างจึงตกเป็นของสองสามีภรรยาอย่างถูกต้องทันทีที่ลืมตาขึ้นอวิ๋นชางก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง แสงสว่างจ้าทำให้เขาที่รู้สึกเหมือนนอนหลับไปนานต้องใช้เวลาปรับตัว ความคิดอันว่างเปล่า บวกกับร่างกายที่คล้ายเบาหวิว ทำให้เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย“ซีเฟิง พี่สะใภ้” เขาพึมพำเสียงเบากับตัวเองในใจได้แต่สงสัยว่าเป็นเวลาเท่าไรแล้ว เขาตื่นสายหรือไม่ และวันนี้เขาไปทำงานที่ร้านแลกเงินฟู่กุ้ยสายแล้วหรือยังเมื่อปรับสภาพตัวเองอยู่นาน ในที่สุดเขาก็สามารถลุกขึ้นนั่งได้อย่างมั่นคง แต่เมื่อมองเห็นห้องหรูหรา พร้อมกับด้านนอกที่มีสภาพแตกต่างจากบ้านเช่าในตรอกแคบๆ โดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มก็พลันตื่นตระหนก“ซีเฟิง! พี่สะใภ้!”ร่างสูงกระโดดลงมาจากเตียง ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องในทันที กระทั่งมองเห็นเซี่ยซีเฟิงยืน

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.2

    เซี่ยซีเฟิงถอนใจออกมาคราหนึ่ง “ที่นี่ไม่ได้” เขาตอบผู้เป็นสหายออกมาคราวนี้ทั้งหลี่เหยาหนิงและอวิ๋นชางต่างก็มองเขาด้วยดวงตาประหลาดใจ ทว่าชายหนุ่มกลับมองไปยังเสี่ยวลี่ที่วิ่งออกไป เนื่องจากบิดาและมารดาของนางเดินออกมาตามพอดี“บุตรของอสูรจะอยู่ในครรภ์นานกว่ามนุษย์ อีกทั้งที่นี่คือโลกมนุษย์ อากาศและสภาพแวดล้อมไม่อาจให้กำเนิดอสูรตนใดได้ ยิ่งเป็นบุตรของจ้าวอสูรด้วยแล้วยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้”“แล้วหากเป็นแดนอสูรเล่า” อวิ๋นชางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“แน่นอนว่าย่อมได้”“แย่จริง”“อะไรที่ว่าแย่” เซี่ยซีเฟิงเลิกคิ้วมองสหาย“ข้าก็อายุปูนนี้แล้ว จะตามเจ้าไปแดนอสูรได้อย่างไร” เขาเอ่ยเสียงเศร้า หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองอวิ๋นชาง ก่อนจะเหลือบมองไปมองผู้เป็นสามี“ท่านยังไม่ได้บอกเขาหรือว่าเรากำลังรอเขาอยู่ หาไม่ท่านจะยังรั้งอยู่ที่โลกมนุษย์ด้วยเหตุผลใด” นางกระซิบถามเซี่ยซีเฟิงเสียงเบา“ยังบอกไม่ได้ ต้องให้เฮย-ไป๋อู๋ฉางรับตัวไปยังยมโลกก่อน”“อ้อ” นางพยักหน้าก่อนมองแผ่นหลังอวิ๋นชางที่เดินกลับเข้าไปในบ้าน “เขาดูผิดหวังมาก”เซี่ยซีเฟิงเองก็ยังไม่ละสายตาไปจากอวิ๋นชาง “เจ้าเขียนจดหมายยกทุกอย่างให้บิดามารดาของเสี

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 12.1

    บ้านหลังเล็กสองห้องนอนที่อยู่บนเนินเขา ในยามนี้บุรุษผมขาวกำลังนั่งเหม่อมองไปเบื้องหน้า ภาพใบเฟิงที่กำลังร่วงหล่นปลิวไปตามสายลม ทำให้เขาเศร้าใจ แต่ในความเศร้านั้นยังคงทำให้เขามีรอยยิ้มเงาร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งกำลังเดินเคียงข้างกันขึ้นเขา ยิ่งทำให้รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นอีก“ชาง ออกมานั่งทำไมตรงนี้คนเดียว นี่ก็เย็นย่ำแล้ว” หลี่เหยาหนิงเลิกคิ้วมองเขา“ออกมารอเจ้าสองคน” ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะมองไปยังชายหนุ่มที่เดินตามหญิงสาวมา ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววไม่พอใจเล็กน้อย “ร่างกายของเจ้าเพิ่งจะดีขึ้น เหตุใดยังออกมานั่งตากลม” “ข้าดีขึ้นแล้ว นอนจนเบื่อ วันนี้ไม่ได้ไปช่วยเจ้าสองคน เหนื่อยหรือไม่”นับตั้งแต่ย้ายมายังเมืองซื่อซาน พวกเขาทั้งสามก็ไม่ได้ย้ายไปไหนอีกเลย เนื่องจากสุขภาพของอวิ๋นชางที่ไม่ใคร่จะดีนัก ปีนี้เขาจะอายุครบหกสิบ ดังนั้นเซี่ยซีเฟิงจึงเสนอให้รั้งอยู่ที่เมืองซื่อซาน แทนที่จะเดินทางไปเรื่อยๆ เช่นหลายปีที่ผ่านมานอกเมืองซื่อซานสงบสุขไร้ความวุ่นวาย เขาเองก็เห็นด้วยที่จะอยู่นานหน่อย บวกกับมีร้านบะหมี่ที่เพิ่งประกาศขายกิจการ หลี่เหยาหนิงที่มีฝีมือในการทำบะหมี่จึงตัดสินใจซื้อ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.3

    เซี่ยซีเฟิงกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน จุมพิตไปบนเรือนผมแผ่วเบา ปลอบประโลมนางด้วยความอ่อนโยน “ทั้งหมดเป็นความผิดข้าเอง ข้าสมควรปกป้องเจ้าให้ดีกว่านี้”หลี่เหยาหนิงหัวใจอ่อนยวบ นางซบใบหน้าเข้ากับอกแกร่ง พึ่งพิงหัวใจอันเหนื่อยล้าและโดดเดี่ยวกว่าพันปี ทิ้งความเข้มแข็งที่นางมั่นใจว่าตลอดหลายปีมานี้นางยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเองเอาไว้ที่เขา“ข้าตั้งใจใช้พลังทั้งหมดส่งเจ้าและชางมายังโลกมนุษย์ เพราะรู้ว่าพวกเจ้าถูกหลอกใช้”“แต่คุณชายอวิ๋นชางเป็นมนุษย์”“นั่นเพราะเขาสละพลังชีวิตของตัวเองให้ข้า ข้าใช้พลังทั้งหมดเพื่อเจ้า เขาใช้พลังทั้งหมดส่งข้ากลับมา ดังนั้นข้าจึงยังคงเป็นจ้าวอสูรคนเดิมที่มีกลิ่นอายแห่งความตาย”“ท่าน...ท่านตั้งใจส่งข้ามากับเขา แล้วท่านเล่า...ท่านบอกให้ข้ารอ ส่งข้ามายังโลกมนุษย์เพื่อรอ หากอวิ๋นชางไม่ได้ใช้พลังของเขา ท่าน...”“แม้จะใช้เวลานานอีกนิด แต่ข้าจะกลับมา ข้ารู้ว่าเจ้าต้องรอข้า มั่นใจในตัวเจ้าเต็มที่ ข้ารักเจ้าที่เจ้าเป็นเช่นนี้”นางถึงกับพูดไม่ออก แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปในยามที่นางกับเขาพบหลิงเซียงเหยา เขาเองก็ปกป้องนางทุกวิถีทาง แม้ว่าจะยังจดจำสิ่งใดไม่ได้“หากรู้ว่าทำเช่นนี้แล้ว

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 11.2

    “เมื่อก่อนเล่า”“เมื่อก่อนข้าแซ่หลิง นามเยี่ยเหยา”“เหยาเอ๋อร์สินะ” ชายหนุ่มเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง “เหยาเอ๋อร์ข้าขอถามเจ้า”“ข้ารอฟังอยู่ ข้าสัญญาว่าจะตอบท่านตามตรงไม่โกหกแม้แต่น้อย”“ข้าขอถามว่าเจ้าคนที่มีดวงตาที่ไม่อาจโกหก เจ้าคนที่ดวงตาสื่อถึงความอ่อนโยน เจ้าคนที่จิตใจมีแต่ความดีงาม เจ้าคนนี้ที่อยู่ในอ้อมกอดข้าคนนี้หรือจะเคยทำร้ายข้า” พูดจบก็จุมพิตลงไปยังริมฝีปากอิ่ม เขาผละออกก่อนจะสบตากับนางที่ยังคงมีท่าทีไม่อยากเชื่อ“ข้าพูดจริง ข้า...”“เช่นนั้นเพราะเหตุใดเจ้าจึงลงมือ”“นั่นเพราะ...” นางกะพริบตามองเขา พยายามเรียบเรียงเรื่องราว ก่อนจะเห็นแววตาคมฉายร่องรอยแห่งความขบขัน“เห็นหรือไม่ เจ้าบอกไม่ได้ หรือหากไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด เจ้าคงถูกหลอกใช้กระมัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย พร้อมกับเบิกตามองหน้ามองเขา “ท่าน...”เซี่ยซีเฟิงหัวเราะเสียงเบา “ข้าเดาถูกจริงๆ ด้วย ตอนแรกยังลังเล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าเจ้าคงถูกหลอกใช้จริงๆ”ได้ยินดังนั้นนางพลันเม้มปากแน่น ก่อนมองค้อนเขา“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทุกอย่างที่เจ้าคิด เจ้าเผลอแสดงออกมาทางแววตาทั้งหมด ยิ่งในยามที่เจ้าตื่นตระหนก เช่นเมื่อครู่ที่ข้าลองคาดเดา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 3.1

    อวิ๋นชางลอบชำเลืองมองหลี่เหยาหนิง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา “ท่านอย่าเข้าใจซีเฟิงผิด เขาไม่ใช่คนใจร้าย แม้ภายนอกของเขาอาจดูเย็นชา แต่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำร้ายใครเลย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือภูตผีปีศาจ”“ท่านหาต้องกังวลไม่ ข้าเข้าใจดี หาไม่เมื่อครู่ทุกคนที่อยู่รอบตัวข้าคงไม่อาจรอดพ้น”ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นชา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.5

    แต่ถึงแม้จะคิดเช่นนั้นภูตเหล่านั้นก็หาผิดไม่ พวกเขาเพียงเข้าใกล้เพื่ออาศัยกลิ่นอายของนางเท่านั้น ไม่มีเลยสักครั้งที่พวกเขาจะทำร้ายนาง เช่นนี้นางจะขับไล่ไสส่งพวกเขาไปได้อย่างไรเห็นสีหน้าของหลี่เหยาหนิงเซี่ยซีเฟิงพลันขมวดคิ้ว “ตัดใจไม่ได้หรือ” น้ำเสียงของเขากระด้างขึ้นมาเล็กน้อย“โง่งม คิดว่าพวกเขาจ

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.4

    มองดูสายตาคมดุดันที่ลึกล้ำราวกับห้วงทะเลลึก หลี่เหยาหนิงพลันถูกตรึงเอาไว้กับที่ นางไม่รู้ตัวเลยว่าชายหนุ่มได้ลุกขึ้นและก้าวเข้ามาหานาง“ดูเหมือนเจ้าจะรู้ดีเหลือเกิน แล้วเจ้าเล่า”“ข้าทำไม” นางเอ่ยถามเขาด้วยท่าทีเหม่อลอย ราวกับถูกดวงตาคู่นั้นของเขาสะกดเอาไว้“เจ้าเป็นใคร”“นามของข้าตอนนี้คือหลี่เหยา

  • หลี่เหยาหนิง รอรักพันปี   บทที่ 2.3

    ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แม้ไม่ได้ชัดเจนเช่นในคราแรกที่พบเขายังชั้นสองของโรงเตี๊ยม แต่ถึงอย่างนั้นนางยังคงมั่นใจว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่นางคิดไปเองเพียงแต่...นอกจากนั้นนางนึกอะไรไม่ออกทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จำไม่ได้ว่าเคยพบและรู้จักชายหนุ่มหรือไม่“ความจริงข้าไม่รู้จักท่าน”“หากไม่รู้จักตอนนั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status